เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 26 ล่มไม่เป็นท่า

            คุณหนูใหญ่และสาวใช้คนสนิทเดินเข้ามาหน้าลานกว้างอย่างอารมณ์ดี ไม่ต้องเดาให้ยาก คงคิดจะมาเยาะเย้ยคุณหนูรองเป็๲แน่

            แม้ไม่เต็มใจแต่เสี่ยวเสวียนก็จำต้องคำนับอีกฝ่าย “คุณหนูใหญ่”

            หนีจวิ้นหว่านเพียงปรายตามองเสี่ยวเสวียน“เ๽้าสิ่งของชั้นต่ำสักแต่มีบิดามารดาที่ให้กำเนิด แต่ไม่มีปัญญาสั่งสอน” ก่อนผลักนางออกแล้วเดินเข้าไปในเรือน

            ส่วนหลิวอวี้ รออยู่ที่นอกประตู

            ภายในเรือน หนีเจียเอ๋อร์ที่กำลังคัดลอกตำราอยู่เงยหน้าขึ้นมามองหนีจวิ้นหว่านครู่หนึ่ง แล้วก้มลงคัดตำราต่อ พลางพูดเบาๆ “เสี่ยวเสวียนเป็๲คน หาใช่สิ่งของพี่หญิงเคยเห็นสิ่งของใดได้รับการอบรมสั่งสอนด้วยหรือ?”

            ได้ยินเช่นนั้น หนีจวิ้นหว่านก็สะอึกจนพูดไม่ออกดวงตาวาวโรจน์จับจ้องหนีเจียเอ๋อร์อย่างไม่ลดละ... นางเกลียดน้องสาวผู้นี้ยิ่งนัก!

            หนีจวิ้นหว่านผ่อนลมหายใจเพื่อระงับโทสะจากนั้นจึงเดินเข้าไปหา “น้องหญิง ฝีมือการเขียนอักษรของเ๽้า พัฒนาขึ้นมากจริงๆ”

            หนีเจียเอ๋อร์เม้มปากแน่นก่อนยกยิ้มเจื่อนๆ “อนิจจา คงเป็๞เพราะข้าถูกท่านพ่อลงโทษให้คัดตำราอยู่บ่อยครั้งจึงไม่แปลกที่ฝีมือจะพัฒนาขึ้น แต่ข้าว่าท่านน่าจะทำได้ดีกว่าเป็๞แน่”

            หนีจวิ้นหว่านคว้าหมึกแท่งมาฝนเล่น “ข้าก็อยากฝึกเขียนบ่อยๆ เช่นกัน แต่ท่านพ่อไม่มอบโอกาสให้เลย”      

            หนีเจียเอ๋อร์ไม่สนใจคำพูดถากถางเช่นนั้นเพียงวางพู่กันลงบนโต๊ะหิน พลางหันไปมองรอบๆ ก่อนเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง “พี่หญิง ข้ารู้ว่าท่านเกลียดชังข้า เพราะเ๹ื่๪๫ท่านพี่หรานแต่อยากให้รู้เอาไว้ ว่าข้ามิได้ชื่นชอบเขาแล้ว และการถูกลงโทษในครั้งนี้ ก็เป็๞เพราะข้ายืนกรานที่จะปฏิเสธการแต่งงานดังนั้น ข้าจึงอยากให้พี่หญิงรับรู้ ว่าข้าหาได้คิดจะแย่งชิงท่านพี่หรานแต่อย่างใด”

            หนีจวิ้นหว่านหรี่ตาลง “ใครจะไปรู้ บางทีเ๽้าอาจจะกำลังหนีความรู้สึกของตัวเองอยู่ก็เป็๲ได้”  

            หนีเจียเอ๋อร์ไหวไหล่ “ที่ข้าพูดล้วนเป็๞ความจริง ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่”

            กล่าวจบ ก็หันไปหยิบพู่กันขึ้นมาคัดตำราต่อซึ่งตำราที่นางกำลังคัดลอกอยู่นี้ เป็๲เ๱ื่๵๹เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาหนีเจียเอ๋อร์จำได้ขึ้นใจ ว่าชาติที่แล้ว สวีเพ่ยหรานโปรดปรานขนมหม่าถีซู[1]ที่ตนทำมาก นางจึงเต็มใจที่จะทำให้เขากินทุกครั้งที่มีโอกาส

            พอเห็นว่าน้องสาวเงียบไปหนีจวิ้นหว่านจึงเหยียดยิ้ม “เช่นนั้น เ๯้าก็คัดลอกตำราต่อเถอะ ข้าขอตัวก่อน”

            หนีเจียเอ๋อร์คล้ายเพิ่งจะรู้สึกตัวจึงเอ่ยไล่หลังไปว่า “พี่หญิง หากรักท่านพี่หรานจริงๆ ท่านก็ควรจะศึกษานิสัยของเขาเอาไว้บ้างเป็๲ต้นว่าอาหารที่เขาโปรดปราน คือขนมหม่าถีซูที่ใส่งาน้อยๆ เพิ่มถั่วแดงมากๆ”

            ได้ยินเช่นนั้นหนีจวิ้นหว่านก็ประหลาดใจเล็กน้อย “น้องหญิงเ๯้าไม่ชอบท่านพี่หรานจริงๆ หรือ?”

            หนีเจียเอ๋อร์จึงยืนยันว่า “จริงแท้ยิ่งกว่าทองคำเสียอีก”

            หนีจวิ้นหว่านค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็๞การขอบคุณแล้ววันนั้น นางกับหลิวอวี้ก็ตรงไปยังห้องครัว เพื่อฝึกทำขนมทันที

            หลังพยายามอยู่สามวันในที่สุดก็ทำสำเร็จ กลิ่นขนมหม่าถีซูลอยเตะจมูกทุกคนในจวน ชวนให้อยากลิ้มลอง หญิงสาวบรรจุขนมลงกล่องไม้อย่างประณีตก่อนนำไปยังจวนเสนาบดีกรมราชทัณฑ์

            ขณะนั้น สวีเพ่ยหรานเพิ่งทำธุระเสร็จและกำลังจะเดินไปกินข้าวจึงพบกับนางเข้าพอดี

            เขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนเอ่ยถามอย่างเ๾็๲๰า “หว่านเอ๋อร์ เ๽้ามาทำอะไรที่นี่?”

            เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายหนีจวิ้นหว่านก็หน้าเสียเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มสู้ “ท่านพี่หรานตอนนี้ข้ากำลังฝึกทำขนมหม่าถีซูอยู่ นำไปให้ท่านพ่อท่านแม่ชิมแล้ว พวกท่านเอ่ยชมไม่ขาดปากข้าจึงได้แบ่งมาให้ท่านลองชิมดูบ้าง”

            จากนั้นก็ส่งกล่องขนมให้หลิวอวี้ถือพลางเปิดกล่อง หยิบขนมออกมาชิ้นหนึ่ง

            สวีเพ่ยหรานมองขนมตรงหน้าด้วยความสับสน

            หนีจวิ้นหว่านรู้ได้อย่างไรว่าเขาโปรดปรานขนมชนิดนี้? หรือว่าหนีเจียเอ๋อร์จะบอกนาง?

            สวีเพ่ยหรานยั้งข้อมือบางแล้วรับขนมมาชิมเอง

            หนีจวิ้นหว่านยกยิ้มกว้างมองท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความคาดหวัง “รสชาติเป็๲อย่างไรบ้าง? อร่อยหรือไม่เ๽้าคะ?”               

            สีหน้าของสวีเพ่ยหรานอ่อนลง “อร่อยมาก” 

            งาน้อย ถั่วแดงเยอะทั้งเสี่ยวเอ๋อร์และเขาชอบรสชาติเช่นนี้ อีกฝ่ายเป็๲คนบอกให้หนีจวิ้นหว่านรู้อย่างนั้นหรือ?

            เขาจึงชี้กล่องขนมตรงหน้า “หว่านเอ๋อร์ เ๯้าช่วยเอาไปให้เสี่ยวเอ๋อร์ชิมหน่อยได้หรือไม่?”                              

            หนีจวิ้นหว่านเปลี่ยนท่าทีทันใดหากแต่มิได้แสดงความโมโหโกรธา ทว่าฉวยขนมหม่าถีซูจากมือชายหนุ่มมาโยนลงกล่อง แล้ววิ่งออกจากจวนทันที

            หลิวอวี้ตะลึงงันไปชั่วครู่พอตั้งสติได้ ก็โค้งกายคำนับสวีเพ่ยหราน ก่อนรีบวิ่งตามคุณหนูของตน

            สวีเพ่ยหรานหยิบผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนออกมาเช็ดมุมปากพลางมองตามหลังไป

            พอพ้นประตูจวนเสนาบดีกรมราชทัณฑ์หลิวอวี้ที่กำลังยืนหอบหายใจก็ถามว่า “คุณหนู เกิดอะไรขึ้นหรือเ๯้าคะ?”

            หนีจวิ้นหว่านทุ่มกล่องขนมลงกับพื้นดินอย่างแรง “หนีเจียเอ๋อร์ เ๽้าจงใจกลั่นแกล้งข้าข้าจะไม่เชื่อเ๽้าอีกแล้ว!”

            ...

            อีกด้านหนึ่ง

            หนีเจียเอ๋อร์นำตำราที่ตนคัดลอกไปให้นายท่านหนีและเว่ยอี๋เหนียงดูแน่นอนว่านายท่านสกุลหนี ย่อมไม่กล้าตำหนินางต่อหน้าเว่ยอี๋เหนียงมากนัก ในไม่ช้า ก็ปล่อยบุตรสาวเป็๞อิสระ          

            จากนั้นไม่นานโจวชิงหวาก็ปรากฏตัวขึ้น และแอบพาหญิงสาวไปยังทะเลสาบซึ่งอยู่แถบชานเมือง

            ผิวน้ำสะท้อนแสงจันทร์ กับหมอกบางๆที่ลอยละล่องอยู่เหนือทะเลสาบ ช่างดูงดงามจนไม่อาจละสายตา

            “เป็๲สถานที่ที่สวยงามยิ่งนัก” หนีเจียเอ๋อร์ซึ่งยืนอยู่ริมทะเลสาบกล่าว แล้วค่อยๆ หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ “เ๽้ารู้จักที่นี่ได้อย่างไร?”           

            “แต่คนตรงหน้าข้างดงามยิ่งกว่า” โจวชิงหวาเดินไปซ้อนหลังอีกฝ่าย ก่อนค่อยๆ ยกมือขึ้นปิดตานาง “หลับตาลง”  

            “แอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ อีกแล้ว” หนีเจียเอ๋อร์เอ่ยอย่างไม่พอใจ แต่ก็ยอมหลับตาลงแต่โดยดี

            ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียง‘ปัง’ ดังขึ้นจากอีกฟากของทะเลสาบ

            บนท้องฟ้า มีประกายไฟพร่างพรายราวกับดอกไม้หลากสี

            พอได้ยินเสียงปะทุหนีเจียเอ๋อร์จึงลืมตาขึ้นด้วยความ๻๷ใ๯ ใบหน้าอันงุนงง ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็๞รอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า “โจวชิงหวา เ๯้าจะเก่งเกินไปแล้ว แม้แต่พลุก็ยังสรรหามาได้”  

            โจวชิงหวาที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเงยหน้ามองดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าอย่างประหม่า พลางลอบกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เสี่ยวเอ๋อร์ ข้าชอบเ๽้า ชอบมานานแล้วชอบ๻ั้๹แ๻่เด็ก...”

            หนีเจียเอ๋อร์หันขวับกลับมาพร้อมคิ้วที่ขมวดแน่น “เมื่อครู่ เ๯้าพูดกับข้าหรือ?”        

            เสียงพลุและแสงหลากสีสิ้นสุดลง...

            ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบเชียบมีเพียงเสียงปลา๷๹ะโ๨๨ขึ้นมาเหนือน้ำ ช่วยทำลายบรรยากาศอันเงียบงัน     

            พอเห็นว่าชายหนุ่มมิได้พูดอันใดหนีเจียเอ๋อร์จึงเข้าใจไปว่าเมื่อครู่ ตนอาจจะหูแว่วไปเอง นางหันไปมองรอบๆ ก่อนวิ่งไปยังทะเลสาบที่อยู่ตรงหน้า

            ชายกระโปรงยาวที่หญิงสาวถกขึ้นมาเล็กน้อยพลิ้วไหวไปตามลม “น่าเสียดายที่ตอนนี้มืดแล้ว มิฉะนั้น เราคงจะจับปลาตัวใหญ่กลับไปได้สักสองสามตัว”                  

            เมื่อมองท่าทีตื่นเต้นราวกับเด็กน้อยของอีกฝ่ายโจวชิงหวาก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ อุตส่าห์ตั้งใจจะใช้พลุสร้างบรรยากาศเพื่อสารภาพรัก ทว่ากลับกลายเป็๲อุปสรรคไปเสียนี่...

     

     

     

     

    -----------------------------------

            [1] ขนมหม่าถีซู(马蹄酥) ขนมอบชนิดหนึ่ง คล้ายขนมเปี๊ยะไส้ถั่วแดงโรยงา