ชายชราตกตะลึงไปเล็กน้อยไม่คิดว่าเด็กสาวตรงหน้าเขาจะควักเงินออกมาจ่ายให้จริงๆ นี่สินะที่คำโบราณพูดว่าไม่ควรดูคนแค่ภายนอก “ได้สิได้สิเดี๋ยวตาจะช่วยเ้าขนไปเดี๋ยวนี้แหละ”เมื่อได้รับเงินชายชราก็ฉีกยิ้มไปจนถึงใบหูของเขา
ฟางเซียนเออร์ยิ้มให้กับท่าทางของเขาด้วยความขบขัน “มาข้าช่วยเ้าค่ะ”นางเดินไปรับห่อเครื่องเทศมาถือเอาไว้แล้วจึงเดินนำเขาออกมาแล้วจึงวางห่อเครื่องเทศเอาไว้บนเกวียน ชายชราขนของถึง 2 รอบด้วยกัน กว่าจะย้ายข้าวของทั้งหมดขึ้นไปไว้บนเกวียน
“ถ้าขาดเหลืออะไรอย่าลืมแวะมาหาข้าอีกละนังหนู"
“ได้เลยเ้าค่ะท่านตา”
เสี่ยวเอ้อร้าน “กุ๋ยเฉิน” มองข้าวของที่ถูกขนขึ้นไปไว้บนเกวียนด้วยความหงุดหงิด ใครจะไปรู้ว่านักเด็กนั่นจะมีเงินกัน เขาเดินออกจากร้านเข้าไปในซอยไม่นานนัก เขาก็เดินกลับมาที่ร้าน ใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์ก่อนหน้านี้กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ท่านลุง ข้าอยากซื้อข้าวสารสักหน่อยเ้าค่ะ”นางบอกคนขับเกวียน
“ได้เดี๋ยวข้าจะพาไปร้านคนรู้จัก รับรองคุณภาพของข้าวได้เลย”ท่านลุงบอกนางด้วยรอยยิ้มหลังจากที่เห็นข้าวของมากมายบนเกวียน เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นมีเงินอย่างแน่นอน
“ได้เ้าค่ะ”ระหว่างที่เกวียนค่อยๆ เคลื่อนไปเรื่อยๆ เมื่อนางเห็นร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปจึงบอกให้ท่านลุงหยุดเกวียนก่อน
นางเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปก่อนจะเจอเถ้าแก่เนี้ยที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการขายเสื้อผ้าให้กับลูกค้าภายในร้านของนาง นางจึงยืนรออยู่อย่างเงียบๆ ตรงมุมหนึ่งของร้าน เมื่อลูกค้าก่อนหน้านี้ได้จากไปแล้วเถ้าแก่เนี้ยก็หันมายิ้มให้กับเด็กสาว “นังหนู เ้าอยากซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปหรือจะซื้อผ้าไปตัดชุดเอาเองละ”
เถ้าแก่เนี้ยมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชม เด็กคนนี้รู้จักรออย่างเงียบๆ โดยไม่เข้ามากวนตอนที่นางกำลังวุ่นวายกับลูกค้าอยู่ และยืนรอจนลูกค้าของนางออกไปจากร้านจนหมด เป็เด็กที่ดีมีมารายาทคนหนึ่งเลยทีเดียว
“เถ้าแก่เนี้ยข้าอยากได้เสื้อผ้าสำเร็จรูปของข้าซัก 2 ชุด แล้วก็ขอชุดผู้ชายขนาดเท่ากับข้า แล้วก็ชุดของท่านแม่สัก 2 ชุดเ้าค่ะ”
“ชุดของเ้าและชุดของน้องชายของเ้าข้าสามารถดูให้ได้แต่ของท่านแม่ของเ้านี่สิ ข้าไม่รู้ว่านางต้องใช้ขนาดเท่าไรกันแน่”
“ท่านแม่ของข้าตัวใหญ่มากๆ ขอชุดที่ใหญ่ที่สุดในร้านก็พอเ้าค่ะ”
“ได้ๆ เ้ารอตรงนี้ก่อน เสี่ยวเอ้อไปหยิบชุดมาให้แม่นางน้อยหน่อย" เถ้าแก่ร้านหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อและหันกลับมายิ้มให้กับนาง
“เท่าไหร่หรือเ้าค่ะ”
“ทั้งหมด 1 ตำลึงเงินกับอีก 80 อีแปะ”นางว่าและส่งรายการสินค้าให้ฟางเซียนเออร์
“เ้าค่ะ”ฟางเซียนเออร์หยิบเงินส่งให้กับเถ้าแก่เนี้ย จากนั้นนางก็เดินออกมาจากร้านพร้อมกับเสี่ยวเอ้อที่ช่วยนางขนของ เมื่อนำของไปไว้บนเกวียนเรียบร้อยแล้วนางก็เดินทางต่อไป จนถึงร้านขายข้าวสารที่ท่านลุงบอก
นางเดินเข้าไปในร้านมองดูข้าวสารที่อยู่บริเวณหน้าร้านแล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ฤดูหนาวกินเวลาสองถึงสามเดือนด้วยกัน ่นี้ยังต้นฤดูอากาศเพิ่งจะเริ่มเย็นๆ เท่านั้น นางคงต้องซื้อข้าวสารให้เพียงพอ่หน้าหนาว
“เชิญเลยๆ”เสียงเถ้าแก่ร้านทักทายและมองดูเด็กสาวตรงหน้าด้วยความส่งสัย “นังหนูเ้าจะซื้อข้าวสารหรอ”
“เ้าค่ะ ท่านลุงขับเกวียนแนะนำข้ามา”ฟางเซียนเออร์ บอกเถ้าแก่ร้าน “ท่านลุงข้าวสารขายยังไงหรือเ้าคะ”
“อ่อ ข้าวสาร 1 จิน 15 อีแปะ เ้าจะเอาเท่าไหร่ดี"เถ้าแก่เนี้ยถามด้วยรอยยิ้ม
ข้าวสาร 1 ถังเท่ากับ 15 กิโล ถ้า 1 จิน เท่ากับ 500 กรัม ดังนั้นถ้านางอยากซื้อข้าวสาร 1 ถัง นางต้องใช้เงินทั้งหมด 4 ตำลึงเงินกับอีก 50 อีแปะเลยทีเดียว
นางคงซื้อข้าวสารหลายๆ ถังไม่ไหวแน่ ๆ ฟางเซียนเออร์กวาดตามองไปรอบๆ ร้านก่อนจะพบแป้งทำบะหมี่
“แล้วแป้งบะหมี่ขายอย่างไรหรือเ้าคะ”
“แป้งบะหมี่ 1 จิน 10 อีแปะ”
แป้งบะหมี่ถูกกว่าข้าวสาร 5 อีแปะ ซินะ “เถ้าแก่ ข้า้าข้าวสาร 1 ถัง แป้งปะหมี่ 10 จินเ้าค่ะ”
“เ้าว่าไงนะ”เถ้าแก่ถามซ้ำอีกหนึ่งรอบเพื่อความแน่ใจ “เ้า้าข้าวสาร 1 ถัง กับแป้งบะหมี่ 10 จินใช่ไหม”
“เ้าค่ะ”ฟางเซียนเออร์ตอบด้วยความมั่นใจ
เมื่อได้รับคำตอบเถ้าแก่ก็รีบบอกทันทีว่า “ ข้าวสาร 1 ถัง กับแป้งบะหมี่ 10 จิน ทั้งหมดเป็เงิน 5 ตำลึงเงิน กับอีก 50 อีแปะนะนัังหนู”เ้าของร้านยังคงเน้นย้ำ เค้ายังไม่เคยเห็นชาวบ้านซื้อข้าวสารทีเป็ถังๆ นอกจากซื้อทีละ 1 จินหรือ 2 จิน
นอกจากคนที่มีฐานนะค่อนข้างดี หรือพวกขุนนางในเมืองข้าวสารจึงถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
“เ้าค่ะ”ฟางเซียนเออร์พูดพร้อมกับหยิบเงินมา 6 ตำลึงเงินส่งให้กับเถ้าแก่ร้าน
“ได้ๆ”เมื่อเถ้าแก่ร้านเห็นเงินเขาก็หายข้องใจทันทีพลางฉีกยิ้มจนเต็มใบหน้า เขารับเงินมาแล้วรีบทอนเงินให้นาง 50 อีแปะทันที “ให้ข้ายกไปไว้ที่ไหนดี” เถ้าแก่ร้านถามนาง
“ยกไปไว้ที่เกวียนที่จอดอยู่หน้าร้านได้เลยเ้าค่ะ” หลังจากซื้อข้าวสารเสร็จนางก็แวะเข้าไปที่ร้านขายเมล็ดผักที่อยู่ข้างร้านขายข้าวสาร ก่อนจะซื้อเมล็ดผักกาด และหัวไชเท้ามาอย่างละนิดอย่างละหน่อย
ตอนนี้นางเหลือเงินแค่ 4 ตำลึงเงินกับอีก 80 อีแปะเท่านั้นเอง นางต้องรีบหาช่องทางการทำรายได้แล้วละ
เมื่อซื้อของทั้งหมดเรียบร้อยแล้วนางจึงรีบเดินทางกลับหมู่บ้านหนานชินทันทีน่าจะถึงไม่เกินยามเว่ย
“ท่านลุงพวกเรากลับกันเถอะเ้าค่ะ”
“ได้ๆ”ซีเหมามองข้าวของมากมายที่อยู่บนเกวียนด้วยความตะลึง ซื้อของมากมายขนาดนี้ต้องใช้เงินไปกี่ตำลึงกันแน่ เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก และขับเกวียนออกจากอำเภอหนานมุุ่่งหน้าไปหมู่บ้านหนานชินทันที
ฟางเซียนเออร์มองสีหน้าที่ดูตลกของคนขับเกวียนก่อนจะหัวเราะเบาๆ นางใช้เงินที่เดียวมากมายขนาดนี้คงทำให้ท่านลุงใเสียแล้ว
หลังจากเดินทางออกจากเมืองหนานได้สักพักนางก็ต้องเผชิญหน้ากับการโดนปล้นกลางวันแสกๆ พวกโจรโพกผ้าปิดบังใบหน้าทั้งหมดเหลือไว้แค่เพียงดวงตาทั้งสองข้าง
“หยุดเกวียน! แล้วเดินลงมาอย่างช้าๆ”หนึ่งในกลุ่มโจระโออกมา
“นังหนู เ้าจะเอาอย่างไร”คนขับเกวียนถามด้วยความอกสั่นขวัญแขวน
ฟางเซียนเออร์มองกลุ่มโจรที่อยู่ด้านหน้าของนางด้วยความหงุดหงิดนี่นางช่างโชคร้ายอะไรแบบนี้ เพิ่งจะออกมาจากประตูเมืองได้ไม่นานก็ถูกดักปล้นซะแล้ว
“ท่านลุงท่านไม่ต้องลงไป เดี๋ยวข้าลงไปเองเ้าค่ะ”นางบอกคนขับเกวียนที่ตอนนี้สีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ทิ้งของทั้งหมดเอาไว้ที่นี่แล้วพวกข้าจะไม่ทำร้ายเ้า”หนึ่งในหัวหน้าโจรกล่าว
“ลูกพี่ดูนังเด็กนี่สิผิวพรรณดี หน้าตาสะสวยั้แ่อายุน้อยๆข้าว่าเอานางไปขายหน้าจะได้ราคาดี”หนึ่งในลูกน้อง มองมาทางนางด้วยความหื่นกะหาย บนกับความโลภ
ฟางเซียนเออร์มองกลุ่มโจรด้านหน้าด้วยความเฉยเมิย ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น ใบหน้าไรเดียงสาจึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหายนะทันที นางมองไปที่โจรที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ที่เพิ่งจะพูดว่าจะเอานางไปขาย ด้วยแววตาที่เหมือนกับราชสีห์ที่กำลังจ้องมองดูเหยื่อของมัน
“พวกเ้ามีปัญญาจัดการข้าได้หรือ”
หัวหน้ากลุ่มโจรมองเด็กสาวตรงหน้าที่ไรท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย แล้วยิ่งทำให้เขาแปลกใจ ถ้าเป็เด็กคนอื่นเจอแบบนี้แล้วแทบจะร้องให้ ขอร้องอ้อนวอนพวกเขาให้ปล่อยตัวเองไป
ถึงจะรู้สึกแปลกประหลาดยังไงแต่เมื่อรับเงินมาแล้วเขาก็ต้องทำเื่นี้ให้สำเร็จ
===อย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ===