หลังจากเหตุการณ์ที่นักพรตหลันอวี้ แห่งสำนักกระบี่พิรุณทอง ได้มาทวงสัญญากับวู่เทียนหลาง เื่ของห่าวหรานก็กลายเป็ที่โจษจันกันไปทั่วสำนักในเวลาไม่นาน และแน่นอนเื่นี้ย่อมรู้ไปถึง เฟยฮุน กับเ้าอาฟงด้วยเช่นกัน
"ห่าวหรานมันจะไปตามล่ากิ้งก่าหางค้อนเพื่อนำศิลาดำมาหลอมกระบี่เช่นนั้นรึ..? "
"ถูกต้องขอรับคุณชาย เื่นี้คนทั่วสำนักต่างพูดกันไม่หยุดปาก"
"เื่การล่าสัตว์อสูรนั้นข้าไม่ติดใจสงสัยแม้แต่น้อย เพราะสมัยก่อนมันก็ทำอยู่บ่อยครั้งแต่…."
"แต่อันใดขอคุณชาย"
"แต่มันจะหาศิลาดำได้อย่างไร ขนาดอาจารย์ธงหยวนไท่ของฝ่ายหลอมอาวุธยังไม่สามารถทำได้"
"จริงอย่างที่คุณชายกล่าว บางทีข้าว่ามันคงแค่อยากจะอวดเก่งให้คนอื่นสนใจมากกว่า แต่สุดท้ายก็คง.."
เ้าอาฟงยังพูดประจบสอพลอไม่จบ เฟยฮุนก็ยังมือขึ้นห้ามเสียก่อน
"อย่าพึ่งชะล่าใจมันไปอาฟง เ้าเองก็น่าจะรู้นิสัยมันดี คนอย่างมันย่อมต้องบางสิ่งปกปิดอยู่อย่างแน่นอน และในเมื่อเป็เช่นนั้น ข้าอยากจะให้เ้าส่งคนติดตามมันไปเงียบ ๆ แล้วดูว่าเ้าห่าวหรานมันคิดจะทำสิ่งใดกันแน่"
"ข้าน้อยรับทราบครับคุณชาย จริงสิขอรับ และถ้าเกิดมันได้ศิลาดำมาจริง ๆ คุณชายจะให้ข้าขัดขวางมันหรือไม่" เ้าอาฟงเอ่ยถามด้วยใบหน้าเ้าเล่ห์ชั่วร้าย ส่วนเฟยฮุนที่ได้ฟังก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อยคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่
"ขัดขวางมันเช่นนั้นหรือ…? นั้นสินะ เ้าห่าวหรานทำได้จริง ชื่อเสียงของมันคงเป็ที่เลื่องลือมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ถ้ามันทำพลาดก็ต้องถูกขับออกจากสำนัก ซึ่งตรงกับความ้าของข้า แต่….ชื่อเสียงของสำนักก็คงจะย่อยยับป่นปี้ เพราะมิอาจรักษาสัญญาไว้ได้ และนั้นก็หมายร่วมถึงตัวข้าซึ่งเป็ศิษย์ของที่นี่ไปด้วย…"
เฟยฮุนนิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่มันจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา แล้วกล่าวกับอาฟงว่า
"อาฟงเ้าจงทำตามที่ข้าบอก"
"ทำอันใดขอรับคุณชายเชิญสั่งข้ามาได้เลย"
"จงหาคนมีฝีมือตามห่าวหรานไปอย่างเงียบ ๆ สักสองสามคน หากมันทำไมสำเร็จก็ปล่อยให้มันกลับสำนักตามปรกติ ทว่า….หากมันทำได้จริงตามที่คุยโวก็จงให้คนเ่าั้แย่งศิลาดำมา และส่งไอ้ขี้ข้าสวะผู้นั้นไปปรโลกซะ จากนั้นข้าจะอ้างกับทุกคนเองว่า ข้าเป็ห่วงมันก็เลยแอบตามไปช่วย ทว่า…น่าเสียยิ่งที่ไปช้าเกิน เ้าห่าวหรานาเ็สาหัสจนไม่สามารถเยียวยารักษาาแได้ จนต้องมอบศิลาดำให้ข้ามาแทน…."
อาฟงเอ่ยเอ่ย โอ้ ดวงตาเบิกกว้างเปล่งประกาย พร้อมยกสองมือขึ้นมาประสาน
"แผนของคุณชายช่างแยบยลยิ่งนัก เช่นนั้นข้าจะรีบไปสรรหาคน และเตรียมส่งไปทำตามแผนเดี๋ยวนี้ขอรับ" เมื่ออาฟงกล่าวจบ มันก็หมุนกายหันหลัง และจากไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเฟยฮุนเองก็ยืนแสยะยิ้มที่มุมอย่างมั่นใจว่าแผนของมันครั้งนี้จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน…
***
ในยามสายของวันต่อ ห่าวหรานซึ่งได้เตรียมตัวเรียบร้อยกำลังยืนร่ำลา ธงหยวนไท่อยู่บริเวณประตูด้านทางเข้าของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้า
"เช่นนั้นข้าไปก่อนนะพี่ธงหยวน" ห่าวหรานเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม พร้อมยกสองมือขึ้นมาประสานเพื่อกล่าวลาธงหยวนไท่
ทว่า….อาจารย์ฝ่ายหลอมอาวุธร่างบึกบึนตรงหน้าของมัน กลับทอดถอนหายใจยาว ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างแ่เบาว่า
"ข้ามิรู้จะอวยพรเ้าอย่างไรดีห่าวหราน ใจหนึ่งข้าก็อยากให้เ้าทำสำเร็จ และกลับมาอย่างปลอดภัย แต่อีกใจหนึ่งก็….."
"ก็กลัวว่าข้าจะไม่สามารถทำตามคำที่ลั่นวาจาไว้ใช่หรือไม่"
ธงหยวนไท่มีสีหน้าเป็กังวล ก่อนที่มันจะพยักหน้าอย่างแช่มช้า
"เื่นั้นขอพี่อย่าได้เป็ห่วงไปเลย คนอย่างข้าหากไม่มั่นใจคงไม่กล้าเอ่ยปากออกมาในยามนั้น ข้าจะต้องนำศิลาดำมามอบให้ท่านเพื่อหลอมกระบี่เขี้ยวหมาป่าได้อย่างแน่นอน" รอยยิ้ม กับดวงตาของห่าวหรานในยามนั้นสาดประกายแห่งความมุ่งมั่นเป็อย่างมาก และพอธงหยวนไท่เห็นแบบนั้นมันก็คลายกังวลขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ และอวยพรให้ห่าวหรานทำสำเร็จพร้อมกับกลับมาอย่างปลอดภัย
เมื่อนั้นห่าวหรานจึงพลันหมุนกาย และเดินจากไป ซึ่งเป้าหมายของมันก็คือ ป่ากว้างซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองัรุ่งโรจน์ เมื่อออกนอกเมืองใช้เวลาเดินเท้าอีกราว ๆ 6 ชั่วยามก็จะเข้าเขตป่าพอดี ยกเว้นว่าจะเป็นักสู้ที่มีความรวดเร็ว หรือมีวิชาตัวเบาระดับสูง หากเป็เช่นนั้น ใช้เพียงแค่ 2 ชั่วยามก็เพียงพอ…
ดังนั้นยามนี้ห่าวหรานซึ่งกำลังเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองจึงไม่เร่งรีบอันใดนัก มันเลี้ยวซ้ายแลขวาดูนั้นดูนี่ไปเรื่อยอย่างมีความสุข ยามเจอของกินน่าอร่อยก็แวะซื้อไว้เป็เสบียง เจอร้านขายอาวุธก็หยุดดูก่อนจะสอบถามผู้ขายด้วยความสนอกสนใจ
ห่าวหรานดูจะผ่อนคลาย และมีความสุขมาก แต่ก็มิรู้ว่าตัวมันจะรู้หรือไม่ว่ายามนี้ได้มี คนกลุ่มหนึ่งกำลังจับตาดูมันอยู่ห่าง ๆ ในเงาของซอกตึก
"เด็กหนุ่มตาบอดผู้นั้นรึ? ที่เ้าจ้างให้พวกข้าสองคนสะกดรอยตามมันไปเรื่อย ๆ "
"ใช่แล้ว เป็มันนั่นแหละ"
"เช่นนั้นก็ไม่ใช่เื่ยาก แค่สะกดรอยตามมัน และทำตามแผนที่ท่านบอกใช่หรือไม่"
"ถูกต้อง ทำตามที่เราคุยกันไว้ หากพวกเ้าสองคนทำสำเร็จ คุณชายของข้าจะจ่ายค่าจ้างให้อย่างงาม"
"วางใจข้าสองคนได้เลย เงินดี จ่ายงามขนาดนี้ หากทำพลาดละก็ข้าสองคนจะไม่ขออยู่ในวงการนี้อีกต่อไป"
ชายร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าสีดำ ผู้มีดวงตาโเี้อำมหิตสองคน เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาที่มุมปาก ก่อนจะโยนถุงเงินถุงใหญ่ในมือเล่นเบา ๆ จากนั้นก็พลันหายไปในเงามืดราวกับภูตผี
ซึ่งแท้จริงแล้วพวกมันก็คือ นักฆ่ายอดฝีมือ ผู้มีสมญาว่า สองยมทูตดำ ที่เ้าอาฟงจ้างมานั้นเอง…
ตัดกลับที่ห่าวหรานซึ่งในยามนี้มันก็ยังเดินเอ้อระเหยในเมืองไปเรื่อย ๆ แถมไม่มีท่าทีว่าจะเดินออกนอกเมืองแม้แต่น้อย ซึ่งนั้นก็สร้างความประหลาดใจให้กับ เ้าสองนักฆ่าที่แอบสะกดรอยตามอยู่ไม่น้อย
"น่าแปลกยิ่งนัก เหตุใดไอ้หนูผู้นี้ถึงยังไม่ออกจากเมือง มันคิดอันใดอยู่กันแน่"
"เ้าหาต้องใส่ใจเื่นั้นหรอกน่า หน้าของพวกเราคือสะกดรอยตามมัน และทำตามแผน แม้นงานนี่จะดูน่าเบื่อ แต่ค่าตอบแทนนั้นมหาศาลอยู่เ้าอย่าได้ลืมซิ"
"ก็จริงของเ้า ค่าตอบแทนงานนี้งานเดียวมากกว่า สามงานที่พวกเราเคยทำเสียอีก"
"ใช่ไหมล่ะ เพราะอย่างงั้นจงอดทน และทำให้จบ"
สองนักฆ่านั่งสนทนากันอย่างเงียบที่ร้านบะหมี่ขณะที่จับตามองห่าวหรานไปด้วย
"นั่นไอ้หนูผู้นั้นออกเดินต่อแล้วไปเร็ว…"
พวกมันรีบวางเงินบนโต๊ะก่อนจะพลันลุกขึ้น และตามห่าวหรานไปอย่างเงียบ ๆ ทว่า…..ตามอยู่ได้ไม่นาน บางสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มันทั้งคู่คลาดสายตากับห่าวหรานไปอย่างเหลือเชื่อ มิรู้ว่าเป็เพราะจำนวนผู้คนมากมายที่เดินกันขวักไขว่ในเมืองยามนี้ หรือเป็เพราะห่าวหรานเดินไวไปกันแน่
"ปะ..เป็ไปไม่ได้ แค่พริบตาเดียวทำไมไอ้หนูนั้นถึง…"
"เ้าอย่าพึงตื่นตระหนกไป ข้าว่ามันคงอยู่แถวนี่นี่แหละ"
นักฆ่าอีกคนเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น พร้อมกับกวาดตามองไปรอบ ๆ กาย
"นั้นไง..! มันอยู่ตรงนั้นรีบตามไปเร็ว"
หางตาของมันเหลือบไปเห็นด้านหลังของห่าวหราน ซึ่งกำลังเดินเลี้ยวเข้าไปในตรอก ตรอกหนึ่ง เ้าสองนักฆ่าไม่รอช้าพลันพุ่งกายตามไปติด ๆ ทว่า…..พอเข้ามาในตรอก ทั้งคู่ก็ตกตะลึงอ้าปากค้าง
"ทะ…..ทางตันรึ…!"
"แล้วไอ้หนูผู้นั้นเล่า"
"หรือว่าเ้าตาฝาด"
"ไม่ข้าตาไม่ฝาด เป็มันแน่นอน ข้าเห็นมันเข้ามาในตรอกนี้เต็มสองตา"
"ถ้าเป็อย่างเ้าว่าจริง ๆ แล้วเหตุใดถึงไม่พบมันเล่า อย่าบอกข้านะว่ามันดำดิน หรือเหาะไปบนฟ้าได้"
"เหลวไหลเื่แบบนั้นมันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน"
เ้าสองนักฆ่าเริ่มโต้เถียงกันเสียงดัง ก่อนที่พวกมันจะรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนที่กำลังเพ่งมองมาอยู่จากทางด้านหลัง และเมื่อหมุนกายหันมามองสิ่งที่ได้พบก็คือ เด็กหนุ่มคาดปิดตาซ้าย รูปร่างกำยำ ใส่ชุดผ้าสีครามกำลังยืนกอดอก มิใช่ใครอื่นห่าวหรานนั้นเอง…
จบบท