เวลาล่วงเลยไปสองเดือน หลังจากที่แจ็คเข้าเรียนที่สมาคมผู้ใช้เวทย์มนตร์ในตอนนี้เป็่ฤดูใบไม้ผลิ ทำให้อากาศอบอุ่นขึ้นมา ดอกไม้เริ่มผลิบานใบไม้บนต้นไม้ใหญ่ทั้งหลายเริ่มเปลี่ยนสีเป็สีเขียวอ่อน ๆแลดูแล้วรู้สึกถึงความสงบ และต้นไม้บางต้นที่กิ่งก้านเคยแห้งเหี่ยวแลดูช่างเปล่าเปลี่ยวในตอนนี้กลับมีใบไม้เริ่มผลิใบขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ต้นไม้ดอกไม้นานาชนิด เริ่มผลิดอก ออกใบงดงามขึ้นมาอย่างไม่ขาดสายนับได้ว่าเป็ฤดูกาลแห่งชีวิตเลยก็ว่าได้ ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อนเสียนี่กระไร
ในวันนี้เป็วันหยุด ทำให้ไม่มีการเรียนการสอนกันทำให้นักเรียนหลายคนยังคงนอนอุดอู้อยู่ภายในห้องของตัวเองกันเป็ส่วนมากแต่นั้นไม่ใช่กับแจ็ค แจ็คเดินออกมานอกเต็นท์สำหรับพักผ่อนพลางสูดเอาอากาศแห่งฤดูใบไม้ผลิเข้าไว้ให้เต็มปอด ััได้ถึงความสดชื่นที่ลอยอยู่ในอากาศกลิ่นดอกไม้ที่ลอยมาแตะจมูก กับแสงแดดยามเช้าอุ่นๆ ที่กระทบใบหน้า กลายเป็ความสุนทรีย์ที่ลงตัว จนอยากจะหยุด่เวลานี้เอาไว้เพื่อเก็บเกี่ยวและเพลิดเพลินกับบรรยากาศเหล่านี้ต่อไปจนไม่รู้จักจบ
“อรุณสวัสดิ์แจ็คกี้บอย” เสียงทักทายดังขึ้น ทำให้แจ็คต้องหันไปมองยังเ้าของเสียง
“อรุณสวัสดิ์ครับเปนาโด” แจ็คกล่าวทักทายตอบ เมื่อหันไปเห็นชายร่างใหญ่ซึ่งเคยเจอกัน ในตอนที่มีการประมือกันของพวกเกรดแปดเมื่อสองเดือนก่อนแล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น
“นายตื่นเช้านะแจ็คกี้” เปนาโดกล่าว
“ผมแค่อยากออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้างนะครับ การอยู่แต่ในห้องนาน ๆ ทำให้ผมรู้สึกอึดนิดหน่อย”แจ็คตอบ
“ว่าแต่ทำไมคุณตื่นเช้าจังครับ” แจ็คถามกลับไป
“อ่อ ฉันก็ตื่นมาออกกำลังกายปกติของฉันนี้แหละนายจะออกไปวิ่งกลับฉันไหม” เปนาโดชวน
“เอ่อ ไม่คิดว่าตัวเองเหมาะที่จะออกกำลังกายซะเท่าไหร่นะ” แจ็คพูดออกไป
“เอาเถอะน่า มาเถอะ ลองวิ่งไปด้วยกัน ซักวันก็ยังดีนายจะปล่อยให้อากาศสดใสแบบนี้ไปเปล่า ๆ เหรอ มาเถอะยังไงนายก็ไม่มีอะไรให้ทำในวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่แล้ว”เปนาโดยังคงพยายามคะยั้นคะยอแจ็คต่อไป
“เอ่อ เข้าใจแล้วครับ” แจ็คที่เห็นว่ายังไงก็คงไม่สามารถหลีกหนีจะสถานการณ์ได้จึงได้ตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจนัก
“เยี่ยมเลย ตามฉันมาให้ทันละแจ็คกี้บอย ฉันก็จะลดความเร็วให้เธอหน่อยนึงก็แล้วกัน”โปนาโดพูดก่อนจะเริ่มออกวิ่งไปโดยมีแจ็คคอยวิ่งอยู่ข้างหลังคอยตามเปนาโดอยู่
เปนาโดวิ่งเร็วมาก จนทิ้งห่างแจ็คไปไกลแต่ถึงกระนั้นเปนาโดก็ยังคงหยุดรอแจ็คเป็บาง่เพื่อให้แจ็ควิ่งมาทันเขาบางครั้งเขาก็ให้แจ็คแวะนั่งพักบ้าง เพื่อให้แจ็คไม่ช็อกจากความเหนื่อยไปซะก่อนหลังจากที่พึ่งเคยออกกำลังกายหนัก ๆ เป็ครั้งแรก
“นายถือว่าวิ่งได้ดีนะแจ็ค สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย”เปนาโดหันไปชมแจ็คที่ตอนนี้ยังนั่งหายใจอย่างแรงด้วยอาการหอบ
“นาย วิ่ง แบบ นี้ ทุก วัน เลย เหรอ” แจ็คพยายามจะพูดให้เป็ประโยคขึ้นมาแต่เพราะอาการเหนื่อยหอบของเขาทำให้เขาต้องพูดทีละคำ
“ฉันบอกแล้วฉันวิ่งทุกวันจนตอนนี้ร่ายกายฉันฟิตปั๋งสุด ๆ” เปนาโดพูดอย่างภูมิใจ
“ว่า แต่ เรา จะ วิ่ง ไป ถึง ไหน กัน” แจ็คแข้นถาม ก่อนจะค่อย ๆพยายามปรับลมหายใจให้ดีขึ้น
“เราจะวิ่งกันไปถึงสุดเขตของสมาคมผู้ใช้เวทย์ตรงนู่นไง” เปนาโดพูดพร้อมยกมือชี้ไปยังเขตรั้วที่อยู่ไกลออกไปจนเห็นเป็จุดดำๆ ตรงเส้นขอบฟ้า
“ฉันไม่เห็นสุดเขตของสมาคมผู้ใช้เวทย์เลยนะ” แจ็คพูด หลังจากมองไปยังจุดที่เปนาโดชี้ไป
“เอานะ วิ่งไปเดี่ยวก็เห็นเอง” เปนาโดตอบก่อนจะเริ่มออกตัววิ่งพร้อมแจ็คอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแจ็คเริ่มกลับมามีแรงบ้างแล้ว
่สายของวัน ในที่สุดทั้งสองคนก็วิ่งถึงสุดเขตของสมาคมผู้ใช้เวทย์ที่นี้มีรั้ว และม่านพลังเวทย์บาง ๆ กั้นเอาไว้อยู่แล้วมีเต็นท์ที่ตั้งคอยประจำการอยู่ที่นี้เพียงแค่ สามหลังเท่านั้น แจ็คและเปนาโดวิ่งมาหยุดอยู่ที่เต็นท์ทั้งสามหลังพลางนั่งพักหายใจกันจนกว่าจะหายเหนื่อย ซึ่งสำหรับแจ็คแล้วนี่คือครั้งแรกในการวิ่งทางไกลขนาดนี้ ในตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงปอดที่กำลังไหม้หัวใจที่เต้นระรัวเหมือนจังหวะของดนตรีร็อคที่เน้นจังหวะจนรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขาแทบจะทะลุออกมาจากหน้าอก
“เป็ไงบ้างแจ็กกี้บอย” เปนาโดหันไปถามเพื่อนตัวน้อยของเขา
“เหนื่อย” แจ็คตอบออกมาสั้นๆ เพราะอาการเหนื่อยหอบทำให้เขาคิดอะไรไม่ออก แต่ก็ยังคงหันไปสังเกตุเปนาโดที่สภาพร่างกายดีมากเขาวิ่งมาเหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัวจนทำให้เสื้อผ้าที่สวมใส่ชุ่มไปด้วยเหงื่อขนาดนั้นแท้ๆ แต่กลับไม่แสดงท่าทีของอาการหอบเลยซักนิด
“สวัสดีเปนาโด” เสียงกล่าวทักทายดังขึ้น พร้อมกับมีคนเดินออกมาจากเต็นท์เป็ชายตัวใหญ่ ร่างกายกำยำ สวมใส่เสื้อกล้าม พร้อมเพื่อนอีกสองถึงสามคน
“สวัสดีครับลูคัส” กล่าวตอบ
“เด็กใหม่เหรอ” ลูคัสถาม
“ใช่ พึ่งเข้ามาเรียนได้สองสามเดือนเอง” เปนาโดตอบ
“เปนาโด นี่พวกนี้เขาเป็ใครเหรอครับ” แจ็คสะกิดเปนาโดแล้วถาม
“นายคงไม่รู้จักสินะ นี่คือลูคัส เขาเป็หัวหน้าของเหล่าพาลาดินที่คอยประจำการดูแลที่นี้อยู่”เปนาโดตอบ
“โทษทีนะเด็กน้อย ฉันคงเสียมารยาทไปหน่อยที่ไม่ได้แนะนำตัวเองให้รู้จักฉัน ลูคัส เธอละชื่ออะไร” ลูคัสกล่าวขึ้นพลางจ้องมองมาที่แจ็ค
“แจ็คครับ” แจ็คตอบลูคัสไป
“งั้นเหรอยินดีที่ได้รู้จัก” ลูคัสพูด
“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ว่าแต่ พาลาดิน คืออะไรครับ” แจ็คถามขึ้นด้วยความสงสัย
“พาลาดินก็คือนักรบศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถใช้เวทย์มนตร์แห่งแสงในการต่อสู้ได้ยังไงละ”เปนาโดไขข้อสงสัย
“เวทย์มนตร์แห่งแสง แต่ที่สมาคมผู้ใช้เวทย์ไม่เห็นมีการสอนเวทย์ธาตุแสงให้เลยนะครับ”แจ็คถามต่อ
“จะไม่มีก็ไม่แปลกหรอก เพราะการที่จะใช้เวทย์แห่งแสงได้เธอจะต้องอุทิศทั้งกายและจิตถวายให้แก่ท่านเทพเซนน่า เทพธิดาแห่งแสงสว่างก่อนจึงจะสามารถใช้เวทย์แห่งแสงได้และเมื่อเธออุทิศกายและจิตให้แก่ท่านเทพเซนน่าแล้วพลังเวทย์สายธรรมชาติของเธอทั้งหมดจะมีพลังลดน้อยลงไปด้วย”ลูคัสอธิบาย
“ถ้ายังงั้นเวทย์แห่งความมืดก็ต้องใช้เงื่อนไขเดียวกันเหรอครับ”แจ็คถาม
“ขอโทษนะ สำหรับเวทย์มนตร์สายความมืดพวกเราไม่มีใครรู้รายละเอียดจริง ๆ”ลูคัสตอบพลางสะบัดหัวให้
“ว่าแต่เปนาโด นายพาเด็กนี่มาวิ่ง คงคาดหวังให้เด็กนี่ชนะในงานประลองที่จะมาถึงใช่ไหม”ลูคัสหันไปถามเปนาโดบ้าง
“ฮ่า ๆ ผมแค่คิดเล่น ๆนะครับเผื่อว่าเด็กนี่จะสามารถชนะงานประลองได้บ้าง” เปนาโดตอบ
“นายต้องถูกใจเด็กนี่ไม่ใช่น้อยแน่ ๆ” ลูคัสพูดพลางส่งยิ้มไปให้เปนาโดก่อนจะหันไปมองที่แจ็คอีกครั้งหนึ่ง
“งานประลอง ประลองอะไร” แจ็คหันไปถามเปนาโด
“ก็งานประลองเวทย์มนตร์ที่จะมาถึงยังไงละแจ็คกี้บอย” เปนาโดตอบ
“ทุก ๆ ปีจะมีธรรมเนียมที่จะให้เหล่านักเรียนเกรดเจ็ดเข้าร่วมการประลองเวทย์มนตร์กันเพื่อเป็การสร้างสัมพันธ์อันดีกับสมาคมผู้ใช้เวทย์แต่ละแห่งในประเทศนี้ซึ่งการแข่งขันจะเริ่มที่สมาคมผู้ใช้เวทย์ของเราก่อน เพื่อคัดคนว่าจะส่งใครไปแข่งที่เมืองหลวงต่อ”เปนาโดอธิบาย
“และผู้ที่ชนะการประลองก็ได้รับเงินรางวัลตอบแทนเป็จำนวนมาก พร้อมด้วยการเป็ที่รู้จักมีชื่อเสียงกันมากขึ้น และถึงแม้จะไม่ได้เป็ผู้ชนะในการประลองในครั้งนี้ก็ตามแต่นายก็ต้องแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาให้เต็มที่เพราะในกลุ่มของผู้ชมเองก็มีกลุ่มคนที่เรียกว่า ‘แมวมอง’ กลุ่มพวกนี้จะคอยหาพวกเด็กที่มีความสามารถและคอยสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อให้พวกเขามาร่วมทำงานในอนาคต” เปนาโดอธิบาย
“นายจำเทน กับกัสได้รึเปล่า” เปนาโดถามขึ้น
“เอ่อ ผมไม่รู้จักครับ” แจ็คตอบ
“อ่อจริงสินะ นายไม่เคยคุยกับเ้าสองนั้นนี่ แต่นายน่าจะจำได้นะเ้าสองคนที่ประชันฝีมือกันที่ทุ่งกว้างของสมาคมเมื่อสองเดือนก่อนนั้นไง” เปนาโดพยายาม ทำให้แจ็คนึกขึ้นได้ในทันที
“สองคนนั้นก็ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มแมวมองพวกนี้ ไม่ว่าจะเงินอุปกรณ์เวทย์มนตร์ต่าง ๆ คัมภีร์ ยาทำให้ความสามารถของสองคนนี้โดดเด่นยิ่งกว่าเดิมอีก” เปนาโดอธิบายต่อ แจ็คได้แต่พยักหน้าเข้าใจ
“ทีนี้นายสนใจขึ้นบ้างยัง” เปนาโดถาม
“ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คิดว่าถ้ามีการประลองผมก็จะพยายามให้เต็มที่จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง” แจ็คตอบ
“ฮ่า ๆ ต้องอย่างนี้สิแจ็คกี้บอย” เปนาโดหัวเราะพลางตบไหล่แจ็คเบา ๆ
“นี่เ้าหนู ขอฉันดูฝีมือหน่อยได้ไหม” ลูคัสที่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ พูดขึ้น
“เอาเลยแจ็คกี้ คิดซะว่าได้วอร์มเครื่องก่อนประลองจริง” เปนาโดพูด
“แต่ผมไม่ได้เอาไม้กายสิทธิ์มาด้วยนะครับ” แจ็คพูดขึ้น
“ไม่ต้องกังวลไปเ้าหนูนี่พวกนายเอาไม้กายสิทธิ์สำหรับฝึกมาให้เ้าหนูนี่หน่อยสิ” ลูคัสหันไปสั่งลูกน้องของตัวเอง ก่อนมีลูกน้องคนหนึ่งเดินมาพร้อมไม้กายสิทธิ์สีน้ำตาลอันคุ้นเคยซึ่งเป็ของทั่วไปที่พวกผู้ใช้เวทย์หน้าใหม่ได้รับตอนเข้าเรียน มามอบให้กับแจ็ค
“แล้วคุณไม่ใช้ไม้กายสิทธิ์เหรอ” แจ็คถามลูคัสเมื่อเห็นว่าลูคัสยังคงยืนตัวเปล่าอยู่อย่างนั้น
“ไม่เป็ไรหรอก พร้อมเมื่อไหร่ก็เข้ามาได้เลยเ้าหนู” ลูคัสพูด
“แจ็คนายต้องใส่ทุกอย่างที่มีลงไปให้หมดในการต่อสู้ครั้งนี้นะ” เปนาโดหันไปบอกแจ็คแล้วถอยหลังออกไปยืนดูอยู่ห่าง ๆ
“ลูกศรเวทย์” แจ็คร่ายคาถา ก่อนจะเกิดก้อนพลังเวทย์มุ่งตรงไปยังที่ลูคัสยืนอยู่แต่ที่หน้าแปลกใจก็คือลูคัสไม่มีท่าทีจะขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
“เป็ไปได้ยังไงกัน” แจ็คเผลอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็อะไรยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ขยับ
“มีอะไรอีกก็โชว์มาให้หมดเลย ไม่ต้องยั้ง” ลูคัสะโบอกแจ็ค ซึ่งหลังจากนั้นแจ็คก็พยายามร่ายทุกคาถาที่มีใส่ลูคัสต่อไปเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่คาถาที่แรงที่สุดของเขา แต่ไม่ว่าจะร่ายไปกี่คาถาลูคัสก็ยังคงยืนนิ่งอยู่โดยไม่มีาแแม้แต่น้อย จนพลังเวทย์ของแจ็คหมดไป
“ดูเหมือนพลังเวทย์ของเธอจะหมดแล้วนะ ต่อไปตาฉันโจมตีเธอบ้างนะ”สิ้นเสียง ลูคัสเริ่มขยับตัวครั้งแรกหลังการประลองเริ่มขึ้นก่อนเข้าโจมตีแจ็คด้วยการต่อยธรรมดาเพียงครั้งเดียวทำให้แจ็คสลบไปในทันที