บทที่ 15
"นายท่าน วันนี้มีส้มนะขอรับใต้เท้าซูเอามาเซ่นไหว้" จางกงกงเดินถือตะกร้าใส่ส้มตะกร้าใหญ่เดินเข้ามาใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้ม
"ตาแก่นี่เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะ" หลงเจิ้นอี้พูดออกมามองส้มในตะกร้าด้วยความไม่พอใจ นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วที่ซูจิ้งเข้ามารับตำแหน่งเ้าเมือง
ครอบครัวของเขาก็เดินทางมาถึง เมื่อซูจิ้งมาถึงเขาก็เริ่มพัฒนาเมืองเจิ้นหนิงทันที และสิ่งที่เขาทำทุกวันก็คือนำของมาเซ่นไหว้เขาที่สุสาน ทำให้ชาวบ้านที่เห็นซูจิ้งทำแบบนั้นจึงกล้าเข้าใกล้สุสานและนำของมาเซ่นไหว้ด้วย บางคนก็เข้ามาช่วยทำความสะอาดพื้นที่รอบ ๆ สุสาน
"ไม่ดีหรือขอรับ เราจะได้ไม่ต้องออกไปซื้อผลไม้เอง นายท่านเองก็ได้ทานผลไม้หลากหลาย เมื่อหลายวันก่อนนายหญิงยังชมอยู่เลยว่าส้มนี้อร่อยมาก เปรี้ยวอมหวาน" จางกงกงพูดด้วยรอยยิ้ม
"พูดถึงหลินเอ๋อร์ หลินเอ๋อร์เข้าเมืองไปพร้อมกับซูจิ้งใช่หรือไม่" จางชิงหลินบอกเขาไว้แล้วว่าจะเข้าไปในเมืองกับซูจิ้ง เพราะจะไปพบกับฮูหยินและลูก ๆ ของซูจิ้งด้วย
"ขอรับ มีหนิงเฟิงและเว่ยฉู่ตามไปอารักขา นายท่าน้าอะไรเพิ่มหรือไม่ ข้าน้อยจะเอาส้มไปล้างมาให้นายท่านลองชิม"
"ไม่มี เ้าอยากจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ" หลงเจิ้นอี้บอก
เมื่อจางกงกงออกไปทำธุระแล้ว หลงเจิ้นอี้ก็มองแบบร่างของบ้านที่เขาจะสร้างขึ้นมา ด้วยพื้นที่และวัสดุที่ใช้จะต้องเป็ของดีทั้งหมด เพราะที่บ้านหลังนั้นจะเป็บ้านของเขาจริง ๆ
"ท่านพี่ เื่ที่เราคิดว่าจะต้องเกิด ตอนนี้มันเกิดขึ้นมาแล้วเ้าค่ะ" จางชิงหลินเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
"ข่าวจากเมืองหลวงมาแล้วอย่างนั้นหรือ" หลงเจิ้นอี้วางพู่กันลงสบตากับจางชิงหลินที่มองมาด้วยสายตากังวล
"ข้าเจอกับคนส่งสารที่ในเมืองพอดี เขาเข้ามารายงานจึงรู้ว่านังเด็กคนนั้นแท้งแล้ว ฝ่าาอาละวาดตำหนักในแทบไม่มีใครกล้าโผล่หน้าออกมา" จางชิงหลินบอกกับสามีกับสิ่งที่นางรู้มา
"อันจวิ้นรู้ดีอยู่แล้วว่าการที่เขาแต่งตั้งเฟยทั้งสี่ขึ้นมาจะต้องเกิดเื่วุ่นวายแน่นอน ในเมื่อพวกนางต่าง้าอำนาจ แล้วมีหรือจะปล่อยให้เด็กจากตระกูลเหยามีลูกได้" หลงเจิ้นอี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ถามว่าเขาเสียใจไหมกับการที่ต้องสูญเสียหลานที่ยังไม่ทันได้เกิดมา
แน่นอนว่าหลงเจิ้นอี้เองก็เสียใจแต่เขาก็รู้เื่นี้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเื่แบบนี้ขึ้น ซึ่งไม่ต้องพูดว่านี่คือการแย่งชิงอำนาจของคนในวังหรอก
แค่ในบ้านขุนนางหรือบ้านชาวบ้านธรรมดาก็ยังมีการแย่งชิงอำนาจกันเลย ถ้าคนที่เป็เมียหลวงไม่สามารถจัดการทุกอย่างเอาไว้ในกำมือ ถึงจะเป็เมียหลวง มันก็แค่นั้น
"ฝ่าาคงไม่ได้คิดเื่นี้ หรือไม่ก็คิดไม่ถึงว่าจะมีใครกล้าทำเื่พวกนี้ขึ้น คนที่ส่งข่าวบอกมาว่า ที่นังเด็กนั่นแท้งเพราะลื่นล้มที่สวนระหว่างเดินชมสวนดอกไม้
นางช่างไร้เดียงสาจริง ๆ ตัวเองท้องอยู่แท้ ๆ แต่กลับไม่ระวังตัวเดินไปเป็เป้าล่อให้กับคนร้าย นางคิดว่าการที่นางได้เป็ฮองเฮาได้รับความรักจากฝ่าาจะทำให้ไม่มีใครกล้าทำอะไรนางอย่างนั้นหรือ
ความคิดโง่ ๆ อ่อนหวาน อ่อนโยน อย่างนั้นหรือ คิดจะเป็ฮองเฮาคิดว่าความอ่อนหวานอ่อนโยนมันจะทำให้นางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างนั้นหรือ
แค่ความรักจากฝ่าาไม่พอหรอกนะ อย่าว่าแต่จะเป็ฮองเฮาเลย ให้แต่งเป็ภรรยาเอกของขุนนางสักคนนางยังเป็ไม่ได้เลย
ทั้งนังเด็กนั่นและฝ่าาต่างก็อ่อนหัดในการเลือกคนทั้งนั้น ถ้านังเด็กนั่นอ่อนโยนอ่อนหวานแต่ไม่อ่อนแอ มันคงจะดีขึ้นมาบ้าง แต่นี่ไม่เลย
นางอยู่ในตำแหน่งฮองเฮาแท้ ๆ ตอนนี้คนในวังไม่ว่าจะเป็นางกำนัลหรือขันทีต่างแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายกันเรียบร้อยแล้ว นางที่เป็ฮองเฮามีข้ารับใช้กี่คนที่เป็คนของนางจริง ๆ
เื่นี้นางยังจัดการไม่ได้ทั้ง ๆ ที่อำนาจฝ่าามอบให้นางทั้งหมด แต่ท่านพี่รู้หรือไม่ นางบอกกับฝ่าาว่า นางดูแลคนเดียวไม่ไหว เลยอยากให้ฉีกุ้ยเฟยช่วยดูแล
ข้าถามท่านพี่หน่อย ว่าเป็ท่าน ไม่สิว่าอย่าแต่ท่านเลย ชาวบ้านธรรมดายังคิดได้เลยว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง อำนาจที่มีอยู่ในมือตัวเองแต่ยกให้คนอื่น
นางคิดว่าการที่นางได้ความรักจากฮ่องเต้เพียงอย่างเดียวก็พอแล้วอย่างนั้นหรือ โง่เง่าไม่มีที่สิ้นสุด" จางชิงหลินพูดออกมาอย่างหมดความอดทน ยิ่งพอคิดถึงสาเหตุการแท้งของเหยาอิงหลัวแท้งเพราะออกไปเดินชมดอกไม้ นางยิ่งไม่พอใจ
เพราะมันซ้ำรอยเดิมกับชาติก่อน ชาติที่แล้วนางเตือนนังเด็กนั่นไปแล้วว่าให้พักผ่อนอยู่ในตำหนักห้ามออกไปไหนให้เก็บตัวและระมัดระวัง ถึงตอนนั้นจะไม่มีเฟยทั้งสี่ที่ถูกแต่งเข้ามา
แต่ก็มีคนมากมายที่อยากจะส่งลูกหลานของตัวเองมาอยู่ในตำแหน่งฮองเฮา คนพวกนั้นล้วนมีวิธีการมากมายที่จะทำ
สุดท้ายสิ่งที่นางเตือนก็ไม่เป็ผล เพราะนังเด็กนั่นดื้อรั้นออกไปด้านนอกจนได้สุดท้ายก็เกิดเื่ขึ้น และแน่นอนว่าหลงอันจวิ้นกล่าวโทษนางทันทีที่ไม่ดูแลฮองเฮาของเขาไม่ดี ทั้ง ๆ ที่เขาเหยาอิงหลัวไว้กับนาง และดีไม่ดีเื่ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อาจจะไม่มีใครทำอะไรด้วยซ้ำ แต่เป็นังเด็กนั่นเองที่หาเื่ใส่ตัวเอง
และแน่นอนว่านางที่โดนลูกชายต่อว่าเช่นนั้นก็ไม่มีทางยอมให้โดนต่อว่าฝ่ายเดียวเช่นกัน และนั่นเป็ครั้งแรกที่มีการปะทะอารมณ์ของทั้งสองคนแม่ลูก
หลงอันจวิ้นเป็ห่วงแต่เหยาอิงหลัว โทษทุกอย่างเป็ความผิดคนอื่น แต่เขากลับไม่เคยโทษเหยาอิงหลัวเลยแม้แต่น้อย ทั้ง ๆ ที่นางเป็คนดื้อรั้นที่จะออกไป ทุกคนเอ่ยปากห้ามอย่างไรนางก็ไม่ฟัง
พอเกิดเื่กลับโทษทุกคน รวมถึงแม่ของเขาเอง และการทะเลาะกันครั้งนั้นหลงอันจวิ้นถึงกับพูดว่า
"เป็ฝีมือของเสด็จแม่ใช่หรือไม่ที่ทำให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น เสด็จแม่ไม่ชอบอิงเอ๋อร์แต่เด็กที่อยู่ในท้องก็เป็หลานเสด็จแม่นะ" ประโยคนี้ประโยคเดียวที่ทำให้ความอดทนของนางหมดลง
จากที่เมื่อก่อนถึงนางจะไม่ชอบเด็กตระกูลเหยาอย่างไร แต่เมื่อนังเด็กนั่นเป็ฮองเฮานางก็พยายามสอนเื่ต่าง ๆ ให้กับนาง แต่สิ่งที่นางสอนไปมันเหมือนกับว่า สิ่งที่ทำไปไม่มีความหมาย
เหยาอิงหลัวไม่สามารถทำอะไรที่นางสอนได้เลย แม้เป็การจัดการตำหนักตัวเอง นางก็ไม่ตัดสินใจเองได้ ในเมื่อถูกลูกชายกล่าวโทษขนาดนี้ นางหรือจะเป็แม่ผัวที่ใจดีได้อีกอย่างไรเล่า
ในเมื่อคิดว่านางร้าย นางก็จะร้ายให้ดู หลังจากนั้นนางก็ไม่เคยใจดีให้กับเหยาอิงหลัวและหลงอันจวิ้นอีก นางจะสอนให้ทั้งสองคนรู้เองว่าผลที่ทั้งสองคนจะได้รับมันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
"เด็กคนนั้นไม่สามารถเป็ฮองเฮาได้ อย่าว่าแต่ฮองเฮาเลย แม้แต่สนมก็ยังไม่ได้ นางเหมาะที่จะเป็ภรรยาของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ครอบครัวของเขาไม่มีการแย่งชิงอำนาจแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน" หลงเจิ้นอี้เองก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ไม่แปลกใจเลยที่จางชิงหลินจะโกรธขนาดนี้
"ชาตินี้ไม่มีข้าอยู่ท่านพี่คิดว่าฝ่าาจะโทษใครเล่า" จางชิงหลินถามด้วยน้ำเสียงเยาะหยันและเ็ป
"ให้พวกเขาลองโทษตัวเองดูก็แล้วกัน แต่มันจะมีจริง ๆ น่ะหรือ มันจะมีคนสักกี่คนกันที่จะโทษตัวเองก่อนโทษคนอื่น" หลงเจิ้นอี้พูดออกมา เขาเองก็ไม่รู้ว่าครั้งนี้หลงอันจวิ้นจะโยนความผิดไปให้ใครและคิดจะสืบหาความจริงหรือไม่ว่าใครเป็คนลงมือ แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาและจางชิงหลินแล้ว
"แต่ข้าคิดว่าเพราะเกิดเื่นี้ขึ้นจะทำให้เขาเรียกข้ากลับวังหลวง" จางชิงหลินพูดออกมา
"เขาทำเช่นนั้นแน่" หลงเจิ้นอี้ก็คิดเช่นนั้น หลงอันจวิ้นจะต้องให้คนมาเชิญจางชิงหลินกลับวังหลวงแน่นอน
"สงสัยเขากำลังฝันอยู่ เพราะถ้าเขาฝันอยู่เขาก็ต้องตื่นมารับความจริง ให้เขาได้รู้ว่าตำแหน่งฮ่องเต้กับอำนาจที่เขามีมันแตกต่างกัน" จางชิงหลินพูดออกมา
"นั่นสินะ ตำแหน่งกับอำนาจมันต่างกันจริง ๆ เพราะถึงจะอยู่ในตำแหน่งฮ่องเต้แต่อำนาจที่เขามีใช้ไม่ได้ มันจะมีความหมายอะไร" หลงเจิ้นอี้แสยะยิ้มออกมา
"ท่านพี่เตรียมคนไว้พร้อมแล้วหรือเ้าคะ" พอได้ยินหลงเจิ้นอี้พูดเช่นนี้ออกมานางก็เดาได้ทันทีว่าหลงเจิ้นอี้คิดจะทำอะไร
"คนของเรามีพร้อมอยู่แล้ว ข้าจะให้เวลาอันจวิ้นสักสองสามปี แล้วพ่อคนนี้จะเป็คนสอนเขาเองว่าการเป็ฮ่องเต้ที่มีอำนาจอยู่ในมือที่แท้จริงเป็อย่างไร
เพราะไม่ว่าเขาจะอยู่ตำแหน่งไหนแต่ถ้าอำนาจอยู่ในมือเขา แม้เขาจะเป็แค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง แต่อำนาจที่อยู่ในมือเขาจะทำให้ทุกอย่างเป็ไปตามที่เขา้า
และพ่อคนนี้จะสอนให้รู้ว่าอำนาจที่เขารักนักรักหนา รักมากกว่าแม่แท้ ๆ ที่พยายามปกป้องเขามาตลอดเวลา ตอนนี้เขาไม่มีแม่คอยปกป้องแล้วจะเกิดอะไรขึ้น" หลงเจิ้นอี้หันไปสบตากับจางชิงหลิน
"สิ่งที่เราทำไม่ใช่การแก้แค้นแต่จะสอนให้เขารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างกว่าจะได้มามันไม่ใช่เื่ง่าย ถ้าการที่เขาเกิดมาก็ได้เป็ฮ่องเต้เลยโดยที่ไม่ต้องแย่งชิงกับใคร ได้รับการปกป้องอย่างดี มันทำให้เขาหลงระเริงกับอำนาจ
เขาเองก็ต้องเรียนรู้เช่นกันว่าการปกป้องตัวเขาและอำนาจของเขาจะต้องทำเช่นไรเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยและอำนาจยังอยู่ในมือ และข้าหวังว่าเขาจะฉลาดพอในการเลือกเส้นทางของตัวเอง" หลงเจิ้นอี้ยิ้มให้กับจางชิงหลิน
"สองสามปีนี้เราก็ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขกันดีกว่านะหลินเอ๋อร์ หลังจากจัดการสั่งสอนลูกชายของเราจนเขาเติบโตขึ้นจริง ๆ แล้วเราค่อยกลับมาอยู่ที่บ้านของเราอีกครั้ง"
"เ้าค่ะท่านพี่" จางชิงหลินยิ้มตอบ