สวีเหวินเซวียนถอยหลังลงไปก้าวหนึ่งยืนเอามือไพล่หลังรอชมละครอย่างเงียบๆ
เขาเห็นมามากมายหลายครั้งแล้วที่มู่อี้เฉินปฏิเสธผู้หญิงที่มาถึงประตูผู้หญิงคนนี้ดูเก่งพอตัวเลยก็ว่าได้ ไม่เสียแรงที่สอดรู้สอดเห็นพาเธอเข้ามา
มู่อี้เฉินยังยืนอยู่ที่เดิมสายตามองไปยังแขนเสื้อที่ถูกดึงอยู่ของเขาแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า
“คุณหนูจ้าว ผมน่ะแปลกใจจริงๆอะไรกันที่ทำให้คุณมาหาผมถึงที่นี่ได้ คงไม่ใช่เื่คืนนั้นหรอกมั้งที่ทำให้คุณลืมผมไม่ลง?
คิดไปคิดมาก็อาจจะใช่นะครั้งแรกของผู้หญิงถึงแม้จะเจ็บแต่ก็มีความสุขมากเพียงร่างกายแค่ได้ลองลิ้มรสสวาทราวกับขึ้น์ทรมานราวกับจะขาดใจตายแล้วไม่ว่าใครก็ต้องติดใจอยากจะลองครั้งที่สองดู ใครๆ ก็รู้มันง่ายมากที่จะทำให้คนเสพติดเื่นี้ผมเข้าใจ”
เมื่อได้ยินดังนั้นจ้าวตงหานก็ตัวสั่นระริก หน้าขาวซีดราวกับกระดาษ
แม้ว่าก่อนจะมาเธอได้เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าจะโดนเขาพูดจาอะไรแบบนี้ใส่แต่คิดไม่ถึงว่าชายผู้นี้จะพูดเื่ที่เธออยากจะลืมมันอยู่ตลอดเวลาต่อหน้าคนอื่นขนาดนี้
“คืนนั้น? อาเฉิน นี่พวกแก...”
พูดอะไร “ราวกับขึ้น์ทรมานราวกับจะขาดใจตาย” แล้วที่พูดว่า “ครั้งแรกของผู้หญิง” ไม่ใช่ความหมายอย่างนั้นที่เขาเข้าใจใช่ไหม?
สวีเหวินเซวียนที่ได้ยินครั้งแรกก็รู้สึกงุนงง แต่พอรู้ตัวก็รีบพูดพลางยิ้มตอบไปว่า
“ฮ่าๆ ยินดีด้วยโว้ย ยินดีด้วย”
ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้ยินข่าวใหญ่เข้าโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจมู่อี้เฉินร้อยวันพันปีที่ไม่เคยแตะต้องผู้หญิงตอนนี้กลับขลุกอยู่กับผู้หญิงคนนี้บนเตียงนอน
ดีมาก ในที่สุดไอ้เ้านี่มันก็ยอมเปิดซิงแล้วสักที
“ที่แท้ก็เป็ผู้หญิงของอาเฉินนี่เอง ทำไมไม่บอกั้แ่ทีแรกล่ะ!อย่างนั้นผมจะต้องเปลี่ยนคำเรียกขานคุณใหม่แล้วใช่ไหม...”
“ไม่ ฉันไม่ใช่ โปรดอย่ามาเปลี่ยนคำเรียกให้ฉันตามใจชอบ”
จ้าวตงหานปฏิเสธไปอย่างนั้น กลัวเพื่อนของมู่อี้เฉินจะพูดอะไรแปลกๆ ออกมาอีก
เธอ? เป็ผู้หญิงของมู่อี้เฉิน? เื่แบบนี้เป็ไปไม่ได้แต่ก็ดันเป็ไปแล้ว!
“นอนกันแล้วใช่ไหม? อาเฉิน แกนี่มันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ อะ!ผู้หญิงรอบตัวฉันนะยังไม่ทันได้นอนกับฉันก็หลงเสน่ห์ฉันแล้วดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนี้เธอรู้สึกกับแก...ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นะ!”
จงใจหยุดพูดไปชั่วครู่เพื่อที่จะแกล้งเขา
“แกหุบปากไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ผู้หญิงคนนี้ต้องรีบร้อนปฏิเสธไวขนาดนั้นเชียวหรือ? อยากตายรึไง?
จ้าวตงหานปล่อยมือออกจากแขนของเขา ค่อยๆพูดขึ้นมาว่า “ครั้งก่อนพวกเราคุยกันแล้วไม่ใช่หรือว่าจะลืมเื่นี้ไปให้หมดและจะไม่พูดถึงมันอีก?”
“แต่ว่าพวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าหากต่อไปเจอหน้ากันก็ต่างคนต่างไม่รู้จัก หรือว่าคุณลืมเื่นี้ไปแล้ว?”
จ้าวตงหานนิ่งอึ้งไป สำหรับตรงนี้เธอก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรเหมือนกัน
มู่อี้เฉินเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะหันหลังพิงพนักเก้าอี้และยื่นมือออกมาปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงไป
“ผมให้เวลาคุณสามนาที มีอะไรก็รีบพูดมา!”
“ฉันอยากจะคุยกับคุณเป็การส่วนตัว”
กล่าวออกไปเช่นนี้หวังว่าสวีเหวินเซวียนจะรู้ตัวขึ้นมาบ้าง
“เฮ้ย ผมเป็คนพาคุณเข้ามานะ! คุณเจอเขาแล้วจะถีบหัวส่งผมเลยเหรอ อย่างทิ้งกันอย่างนี้สิ?”
ยังดูความสนุกไม่จบเลยสวีเหวินเซวียนยังไม่อยากออกไป
มู่อี้เฉินหรี่ตาลง ชี้มือไปที่ประตูแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเตือนว่า
“นายน้อยสวีครับแกอยากจะออกไปเองหรือว่าจะให้ฉันเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาลากตัวแกออกไปเลือกเอาเองแล้วกัน!”
“ไอ้คนทรยศเห็นหญิงดีกว่าเพื่อน!”
สวีเหวินเซวียนพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจและเดินออกจากห้องไปอย่างเสียไม่ได้
มองดูก้างขวางคอเดินออกไปแล้ว มู่อี้เฉินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย
พูดมาได้ไม่อายปากให้เขาแนะนำจ้าวตงหานให้มันรู้จักไอ้เ้าคนนี้มันโง่ขนาดจนไม่เข้าใจสถานการณ์อะไรบ้างเลยหรืออย่างไร?
กินตีนหมีดีเสือมารึไง? ถึงจะมาตอแยกับผู้หญิงของเขา!
โชคดีที่เขาแสดงความเป็เ้าของออกไปในแบบฉบับของเขาแล้วหวังว่าจะเข้าใจอยู่บ้างและก็ไม่มาวุ่นวายกับจ้าวตงหานอีก
เขายกมือขึ้นมากอดอกแล้วถามออกไปว่า
“คงพูดได้แล้วมั้งครับ?”
“อืม ที่ฉันมาวันนี้อยากจะถามอะไรคุณสักหน่อยคุณชอบพี่สาวของฉันจริงๆ ใช่ไหม?”
“คุณคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
แล้วก็โยนคำถามกลับคืนมาให้เธอแบบนี้ ผู้ชายประสาอะไรกันนะ!
จ้าวตงหานก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวเพื่อที่จะอธิบายให้ชัดเจนแก่เขา
“พี่สาวฉันทั้งสวยทั้งนุ่มนวล ไม่ว่าใครเห็นใครก็ชอบ ดังนั้นนายน้อยมู่ก็คงชอบพี่สาวฉันั้แ่แรกเห็นเช่นกันใช่ไหมล่ะ!
ฉันน่ะคิดว่าเื่การแต่งงานคือความสุขชั่วชีวิตซึ่งจะต้องค่อยๆเรียนรู้กันไปก่อน เมื่อรักกันจริงถึงจะแต่งงานเป็สามีภรรยากันได้
แต่ว่าคุณกับพี่สาวฉันนั้นแทบจะไม่ค่อยได้รู้จักกันเลยทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็ธุระที่บ้านจัดการให้ พบหน้ากันเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแทบจะไม่ได้ศึกษานิสัยใจคอกันเลยก็ตกลงกำหนดวันหมั้นแล้วอย่างนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ?
ฉันอยากจะให้คุณกลับไปคิดดีๆ อีกครั้งหนึ่งถ้าหากว่าคุณไม่ชอบพี่สาวฉันจากใจจริง อยากให้คุณช่วยพูดเื่ยกเลิกงานแต่งได้หรือไม่?”
มู่อี้เฉินเห็นด้วยกับคำพูดส่วนหลังของเธอเพราะเขาเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันถึงแม้ว่าคำพูดส่วนแรกที่เธอพูดมันออกมาจะไม่ถูกต้อง จริงๆแล้วจ้าวเซี่ยหน่วนเป็คนสวยจริงนั่นแหละแต่น่าเสียดายที่ไม่ถูกสเปกเขาเท่านั้นเอง
สายตายังคงจ้องมองเธอและพูดเสียงกดต่ำไปสะท้อนข้างหูเธอว่า
“นี่เป็ความคิดคุณเอง หรือเป็ความคิดของพี่สาวคุณกันแน่?”
“เป็ฉันเอง พี่สาวฉันไม่เกี่ยวที่มาหาคุณวันนี้ที่บ้านก็ไม่มีใครรู้”
จ้าวตงหานไม่อยากอธิบายอะไรมาก เื่นี้ไม่ควรลากเอาพี่สาวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเป็อันขาด
“เื่นี้เป็เื่ของผมกับพี่สาวของคุณ ซึ่ง ‘คนนอก’ไม่เกี่ยว ถ้าหากว่าพี่สาวคุณไม่พอใจจริงๆก็ควรจะพูดออกมาเองทั้งหมด หรือว่าจะให้คุณลุงจ้าวมาเป็คนพูดกับพวกเราเองก็ได้พวกเราบ้านตระกูลมู่ไม่เคยบังคับฝืนใจใคร แล้วก็ทำไมคุณถึงร้อนอกร้อนใจขนาดเสียนี้ล่ะ? ไม่ใช่เพราะว่าอิจฉาหรอกนะ?”
พี่สาวที่ไม่เคยดื้อรั้นเชื่อฟังมาตลอดเมื่อวานแค่พูดในสิ่งที่ตนเองคิดออกมาเล็กน้อยเท่านั้นยังถูกขังอยู่ในห้องขนาดนี้ถ้าหากว่าปฏิเสธการแต่งงานลงไป พ่อบุญธรรมไม่ปล่อยเธอเอาไว้แน่นอน!
ดูเหมือนว่าคนเลวอย่างนี้ต้องเป็เธอเท่านั้นจัดการถึงจะเหมาะสมเื่มาจนป่านนี้แล้วก็ลองใช้วิธีของเจี่ยงเชี่ยนดูแล้วกัน
ผ่อนลมหายใจออกจากปากเบาๆ เธอก็เริ่มกล่าวคำพวกนั้นออกมาว่า
“คุณพูดถูกก็เพราะเหตุผลที่เคยบอกไปนั่นแหละว่าเพราะฉันอิจฉาเธอ! จะบอกคุณตามตรงแล้วกัน เมื่อกี้ที่คุณพูดคำพูดน่าเกลียดนั้นออกมาน่ะมันเป็สิ่งที่ฉันคิดไว้อยู่แล้ว ก็แค่อยากจะแยกพวกคุณสองคนออกจากกัน! เป็ผู้หญิงเหมือนกันพี่สาวจะแต่งงานได้ดีกว่าฉันได้อย่างไร?
ครั้งแรกตั้งใจจะวางยาคุณให้มีข่าวลือไม่ดีเื่งานแต่งครั้งนี้ก็ไม่มีใครกล้าพูดอีกต่อไปแน่สรุปคือเป็แผนฉันเองที่ล้มเหลวแต่ว่าก็เหมือนว่า์ได้มอบหนทางใหม่มาให้ฉันอีกก็เื่ที่ผิดพลาดครั้งนั้นอย่างไรล่ะ
ถึงแม้ว่าเราสองคนไม่ได้สมยอมแต่ผลมันก็ออกมาเป็อย่างนี้แล้ว ตัวเองเป็ผู้ชายคุณก็ต้องรับผิดชอบบ้างหรือว่าจะแต่งงานกับฉันล่ะ?”
ถ้าหากว่าเธอพูดเื่นี้ในวันก่อนเขาคงดีใจไม่น้อย
ตอนนั้นเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบและอยู่กับเธอไปตลอดชีวิต
แต่น่าเสียดายทั้งหมดล้วนเป็เพราะเธอเองที่ทำลายมันกับมือ
เธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบเขา ทั้งหลบหน้าเขาอยู่เสมอ
ตอนนี้จะมาให้เขารับผิดชอบ แต่ที่พูดมาทั้งหมดนั้นมีช่องโหว่มากมายล้วนแต่ทำเพื่อจ้าวเซี่ยหน่วนทั้งนั้น
คำพูดที่เธอกล่าวออกมาทั้งหมด น้ำเสียงที่สั่นคลอนดวงตาที่สั่นไหวไม่มีความจริงใจเลยสักนิด!
ให้เขาอยู่คนเดียวจนแก่ตาย เขาก็ไม่ยอมเป็แบบพ่อเขาที่ไปขอแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักตนเองเช่นนั้น
เขาลุกขึ้นจากที่นั่งดวงตาสองข้างยกขึ้นเล็กน้อยมุมปากยกขึ้นมาก
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า