บทที่ 01.อาจารย์ผู้เคร่งครัดกับลูกสะใภ้จอมยั่ว (1)
ที่โต๊ะเขียนหนังสือ ปวิมลเด็กสาว ม.ปลายวัยใสหน้าตาดีสุดๆ กำลังเบะปากจ้องมองแบบฝึกหัดตรงหน้าอย่างเซ็งๆ
และที่อยู่ข้างๆ เธอก็คือ ธีรภัทรชายวัยกลางคนที่ดูดี ดูสุภาพโคตรๆ เขากำลังใช้เสียงทุ้มนุ่มๆ ชี้ไปที่โจทย์ข้อแรกในสมุดแล้วอธิบายช้าๆ ว่า “...ใช้สูตรแรกที่ฉันเพิ่งสอนเธอไป แทนค่าตัวเลขลงไปแบบนี้… แล้ว… ก็เสร็จเรียบร้อย เข้าใจไหม”
ปวิมลค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างอืดๆ หน้าเสียเพราะความรู้สึกผิดนิดหน่อย เธอมองไปที่ธีรภัทรแล้วส่ายหน้าแบบเนิบๆ
“...” ธีรภัทรนิ่งไปเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก แต่แค่แป๊บเดียวก็กลับมาเป็ปกติ “ฉันสอนไม่รู้เื่เหรอ”
“เปล่าค่ะ... แค่ว่า...” ปวิมลได้แต่ร้องกรี๊ดในใจ ฉันจะบอกพ่อแฟนที่เป็อัจฉริยะด้านการเรียนได้ไงว่าฉันมันเรียนไม่เก่ง เขาไม่มีวันที่จะเข้าใจหรอก!
ทันใดนั้นพอเธอเห็นว่า ธีรภัทรที่ดูดีและใจเย็นแบบนั้น ความคิดนึงก็แวบเข้ามาในหัวเธอ เธอตัดสินใจเปลี่ยนแผน แค่ทำตัวอ่อนแอคงไม่รอดแน่ เขาไม่เก็ตหรอก... งั้นก็ต้อง...
หึๆ ปวิมลมองต่ำลง กวาดสายตาไปที่เป้าของธีรภัทร แววตาอันตรายแบบอยากลองของใหม่ก็ฉายแวบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“อาจารย์คะ เราพักกันหน่อยไหมคะ” ปวิมลเสนออย่างกระตือรือร้น
เมื่อเห็นว่าปวิมลซึ่งเมื่อครู่ยังดูห่อเหี่ยว กลับมามีแววตาสดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งจะพักไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ธีรภัทรก็อดรู้สึกอ่อนใจขึ้นมานิดๆ ไม่ได้
แต่ยังไงก็ตาม... กฎก็ต้องเป็กฎ
“คาบเรียนหนึ่งมีห้าสิบนาที ตอนนี้ยังเหลืออีกยี่สิบนาทีนะ”
ปวิมลหน้าเหี่ยวลงทันที “ห๊ะ… ยังเหลือเวลาอีกเหรอคะ”
ธีรภัทรทำหน้าขรึมทันที ก่อนตอบเสียงหนักแน่น “ใช่แล้ว ยังเหลืออีกยี่สิบนาที ถึงจะหมดคาบ”
“ไม่จริงอ่ะ...” ปวิมลพึมพำเบาๆ พลางมองหน้าเขาอย่างไม่อยากเชื่อ คิดว่าตัวเองคงมองผิดไปที่เมื่อกี้เหมือนเห็นเขาแอบลังเลไปวูบนึงด้วยซ้ำ
“...จบบทนี้ได้ จะให้พักเพิ่มอีกห้านาที”
“ห้านาทีเนี่ยนะ” มุมปากปวิมลกระตุกเบาๆ อย่างหงุดหงิด ห้านาทีจะไปทำอะไรทันเล่า!
วันนี้เป็วันหยุดทั้งทีแทนที่จะได้นอนกลิ้งอยู่บ้านสบายๆ ดันต้องมาบ้านแฟนั้แ่เก้าโมงเช้า แถมยังให้ติวแบบจริงจัง พอฝืนเรียนจนถึงตอนเที่ยงก็นึกว่าจะรอดแล้ว สุดท้ายก็พักแค่ชั่วโมงเดียว แล้วก็ต้องกลับมาโดนชุดข้อสอบชุดใหญ่ถล่มใส่อีกรอบ... ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปเมื่อไหร่จะจบเนี่ย
แถมวันหยุดก็ไม่ได้มีแค่อาทิตย์นี้นะ อาทิตย์หน้า อาทิตย์ถัดไปก็ยังต้องติวอีก ตอนนี้เพิ่งขึ้นมอหกเอง กว่าจะสอบเข้ามหา’ลัยดีๆ ได้ คงต้องสู้กันอีกยาว... ปวิมลทำหน้าเบ้ แต่พออยู่กับเขามานานพอ เธอก็เริ่มจับทางได้ละ ธีรภัทรเวลาเข้าสอนทีไรนี่เข้มชิบเป๋ง ทุกอย่างต้องเป๊ะ โดยเฉพาะเื่เวลา ไม่มีคำว่า “ก่อนเวลา” หรือ “เลิกก่อน” เด็ดขาด แต่ข้อดีคือ พอหมดคาบปุ๊บ เขาจะกลายเป็อีกคนหนึ่งเลย พูดง่ายขึ้นเยอะ
และตรงนั้นแหละ... ช่องทำคะแนนของเธอ
ปวิมลเลยเริ่มแผน ถึงจะฟังไม่เข้าหัวเท่าไหร่ แต่ก็แกล้งทำเป็ตั้งใจสุดชีวิต นั่งหลังตรง ตอบรับ “ค่ะ” “อืม” เป็ระยะๆ ทำเหมือนกำลังโฟกัสสุดๆ
แต่จะหลอกธีรภัทรได้ที่ไหนกัน… เขาติวเด็กมานับไม่ถ้วน แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเธอกำลังแกล้งทำอยู่แน่ๆ
เขาส่ายหัวเบาๆ แล้วถอนหายใจในใจ สอนให้ตายก็ไม่เข้าหัวอยู่ดี... แต่ถึงจะรู้แบบนั้น ธีรภัทรก็ยังสอนต่อไปอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าตายสุดๆ ตามสไตล์คนเป๊ะเวลา
เวลาผ่านไปแบบไม่ช้าไม่เร็ว จนครบยี่สิบนาที พอเสียงนาฬิกาจับเวลาที่ตั้งไว้ดังขึ้น ปวิมลก็โยนปากกาลงทันที แล้วรีบวิ่งไปที่ด้านหลังของธีรภัทรพร้อมกับพูดว่า “อาจารย์ขา มลนวดเก่งมากเลยนะคะ”
จากนั้นเธอก็ยื่นมือออกไปนวดบ่าของธีรภัทร อย่างกระตือรือร้น
“นวด…” ตัวของธีรภัทรชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนที่สัญชาตญาณจะสั่งให้เขารีบต่อต้านทันทีโดยไม่ทันได้คิด
ปวิมลพูดเสียงหวานว่า “อาจารย์สอนมาหนักมากเลยนะคะ ไหล่ถึงได้ตึงขนาดนี้... ให้มลช่วยนวดให้อาจารย์ผ่อนคลายนะ”
พอรู้สึกว่าบ่าและคอที่ตึง ค่อยๆ คลายตัวลงจากการนวดของมือเล็กๆ นุ่มนิ่มของปวิมล ความรู้สึกต่อต้านที่เกิดในขึ้นตอนแรกของ ธีรภัทรก็ค่อยๆ หายไป เขาจึงยอมอ่อนข้อให้ “ถ้างั้นก็รบกวนเธอด้วยนะ”
ปวิมลค่อยๆ นวดไหล่ของธีรภัทรอย่างเบามือ และเมื่อััได้ว่าความตึงเครียดในร่างกายเขาคลายลง ราวกับเริ่มวางใจในััของเธอ มือเล็กๆ นั้นจึงค่อยๆ เลื่อนไปนวดบริเวณแผ่นหลัง ต่อเนื่องลงมาที่เอว และสุดท้ายก็อ้อมไปนวดต้นขาของเขาจากด้านหลังอย่างแ่เบา
ทันใดนั้นขาของธีรภัทรก็เกร็งขึ้นอย่างอ่อนไหว “พอแล้ว”
แล้วเขาก็เอื้อมมือไปปัดมือของปวิมลออก พร้อมกับหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ สีหน้าที่ปกติก็ไม่เคยยิ้มแย้มอยู่แล้วก็เผยความไม่พอใจออกมาเล็กน้อย ทำให้ปวิมลที่ถูกสายตาแบบนั้นจ้องมองรู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา