บทที่ 1
ไม่ทรงโปรด
“ไม่ทราบว่าองค์หญิงมีหนังสือที่ทรงโปรดเป็พิเศษมั้ยพ่ะย่ะค่ะ” ดยุคหนุ่มเอ่ยถามขณะดื่มชาสังสรรค์ เขาดึงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากเสื้อ
“ข้าไม่ชอบอ่านหนังสือค่ะ มีเวลาควรเอาไปนอนมากกว่า” เอเดลไลน์ยักไหล่ กรีดนิ้วหยิบถ้วยชาซด เอนหลังพิงเก้าอี้ ไถลตัวลง ยกขาไขว่ห้าง
ดยุคเชสเซอร์มองอากัปกิริยาของสุภาพสตรีชั้นสูงแล้วขมวดคิ้ว
“งั้น ทรงโปรดอะไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ เช่น งานเย็บปักถักร้อย” พยายามหาเื่คุย
“ที่พูดๆ มาไม่โปรดอะไรทั้งนั้นเลยค่ะ” เ้าหญิงมาหน้าเขาแล้วยิ้มช้าๆ “งานเย็บปักข้าว่ามันเสียเวลามากเลย มีนางกำนัล หญิงรับใช้ก็ให้พวกนางทำไปสิ”
“...” รู้สึกว่าคิ้วกระตุก ได้ยินดังนั้นแล้วรู้สึกทางตัน ไม่รู้จะไปต่อยังไง นู่นก็ไม่โปรด นั่นก็ไม่โปรด
มีอะไรที่โปรดบ้างเนี่ย... คิดแล้วละเหี่ยใจ
“ไม่ทราบว่าทรงโปรดงานสมาคมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“งานสมาคมหรอคะ!?” เ้าหญิงเบิกตาเลิกคิ้วขึ้น ทำให้หัวใจคนถามพองขึ้นมาหน่อย มาถูกทางแล้ว…
“พ่ะย่ะค่ะ^ [] ^”
...ซะที่ไหนล่ะ!
“นั่นยิ่งไม่ชอบใหญ่เลยค่ะ น่าเบื่อ! เบื่อมากกก!!! ต้องคอยยืนตัวแข็ง ฟังคุณหญิงคุณนายนินทาเื่ชาวบ้าน นึกถึงก็ปวดหัวแล้ว”
“ฮ่ะๆๆ ^^; อย่างนั้นเองเหรอพ่ะย่ะค่ะ” และแล้วเขาก็ตัดสินใจยัดจดหมายกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อดังเดิม
...งั้นงานปาร์ตี้น้ำชาที่คฤหาสน์ของก็หม่อมก็เอาไว้คราวหน้าเถอะพ่ะย่ะค่ะ!!!!!
ถ้าจะมารยาทเช่นนี้ ก็อย่ามาให้ขายหน้าเชื้อพระวงศ์เลย
เมื่อการสนทนาเชื้อเชิญล้มเหลวเขาคงไม่ต้องอยู่ต่อนาน ดยุคแห่งเชสเซอร์ขอตัวกลับหลังจากนั่งแช่อึมครึมอยู่สักพัก
าาแม็กซ์เวลล์พร้อมราชหัตถ์ลอร์ดโลแกนผ่านมาพอดี ดยุคเลยหยุดทำความเคารพเสียก่อน
เขาก้มทำความเคารพเ้าเหนือหัว
“จะกลับแล้วเหรอท่านดยุค” แม็กซ์เวลล์ถามพร้มฉีกยิ้มรับ
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา”
“งั้นงานปาร์ตี้สุดสัปดาห์นี้เราฝากท่านดูแล…”
“เอ่อ…”
“หืม?” ตรัสยังไม่ทันจบประโยค ดยุคหนุ่มก็อ้อมแอ้มแทรกขึ้นมาก่อน
“คือว่า... ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ มีเหตุขัดข้องนิดหน่อย กระหม่อมเลยไม่ได้ถวายจดหมายเชิญให้องค์หญิง”
“...เหตุอันใดกัน”
“เอ่อ…” เอาละว้า จะตอบตามความจริงว่าองค์หญิงกิริยาไม่น่าเชิญออกงาน หรือจะแถให้ดูดีขึ้นมาหน่อยกันนะ>_<
“ว่าไงล่ะท่านดยุค”
“คือ... ทรงตรัสว่าไม่โปรดงานสมาคมพ่ะย่ะค่ะ”
“บอกว่าี้เีปั้นหน้ายิ้มด้วยเปล่า”
“เปล่าพ่ะย่ะค่ะ แค่ตรัสว่าไม่ชอบยืนตัวแข็ง”
“...” ทรงเงียบไป แม็กซ์เวลพยายามสูดหายใจเข้าให้เบาที่สุด “...อย่างนั้นเองหรอกเหรอ”
“พ.. พ่ะย่ะค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นเราขอขอบคุณท่านดยุคที่อุตส่าห์มาเชิญถึงที่ ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ^^”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา”
“^_^” หลังส่งแขกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ริมฝีปากเขาเข้าหากันอย่างมันอารมณ์ รอให้ดยุคเซสเซอร์เดินพ้นทางไป ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับราชหัตถ์ด้วยน้ำเสียงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ไปตามเอเดลไลน์มาพบข้าที่ห้องทำงาน เดี๋ยวนี้!”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
ห้องทรงงาน
แอ๊ด.. ปึง
เสียงประตูปิดลง ร่างบางของเ้าหญิงในชุดกรุยกรายสีชมพูผ่านพ้นประตูเข้ามาในห้อง แล้วเดินผ่านหน้าพระพักตร์ของาาแม็กซ์เวลไปเฉยๆ
จะถอนสายบัวให้สักหน่อยก็ไม่ได้
“เอเดลไลน์ ทำไมน้องทำกิริยาเสียมารยาทเช่นนั้นกับแขกห๊ะ?”
“ก็ดยุคถามแต่เื่ที่ข้าไม่ชอบนี่เพคะ” นางหันมองก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนโซฟากอดอกทำหน้าบอกบุญไม่รับ ที่เรียกมาก็คงจะเทศนาเื่เมื่อกี้แน่ๆ ดยุคเชสเซอร์จะเดินไปเงียบๆ ไม่ได้รึไง
ลอร์ดโลแกนถอยไปยืนด้านหลังเงียบๆ ปล่อยพี่น้องเตรียมจะทะเลาะกันแบบไม่ขอยุ่ง แต่เื่ของเื่ เ้าหญิงเอเดลไลน์ก็เหลือเกิน
"เราเพิ่งผ่านการปฏิวัติมานะ การไปออกงานถือเป็การสายสัมพันธ์ที่ดีกับพวกขุนนาง ก็น่าจะรู้นี่"
“ท่านพี่ซูซานก็อายุเลยเดบูตองต์แล้ว ให้นางไปแทนก็ได้” เพราะเกิดา งานเดบูตองค์เปิดตัวสู่วงสังคมของหญิงสาวใน่นั้นจึงไม่เกิดขึ้น
“แต่เขามาเชิญน้อง” เขาเลิกคิ้ว
“เฮ้อ” นางถอนหายใจพรืด สะบัดหน้าไปอีกทางอย่างไม่สบอารมณ์ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากบางทั้งเบะทั้งขบกันไปมา ั์ตาสีฟ้าขุ่นมัว
ก็คงจ้องจะมาเกาะชายกระโปรงเ้าหญิงน่ะซี้!!
“รู้ใช่มั้ยว่ามันหมายความว่ายังไง”
“รู้ก็ไม่สนหรอกเพคะ แต่งงานก็โดนลดอิสรภาพ ทรัพย์สินก็ตกของคนอื่นหมด แล้วคนที่จะมาขอแต่ง่นี้ก็พวกผู้ดีตกยากกันทั้งนั้น”
“เขายาก เราก็ยากเหมือนกันนะเอเดลไลน์”
“ไม่รู้แหละค่ะ อีกอย่างงานเลี้ยงน่าเบื่อ ถ้าอยากให้ราชวงศ์ออกงานมากนักก็ให้ท่านพี่ซูซานไปแล้วกันค่ะ เพราะคนที่ต้องรีบแต่งงานจริงๆ น่ะ ไม่ใช่น้อง”
“เสียมารยาทนะเอเดลไลน์”
“จิ้... แล้วมีอะไรอีกมั้ยเพคะ”
“มี เ้าต้องปรับปรุงนิสัยและเรียนรู้มารยาทมากกว่านี้ ต้องหัดระวังคำพูดด้วย กิริยาท่าเดินก็ไม่สง่าเอาซะเลย นี่ถ้าหน้าตาผิวพรรณเ้าไม่เป็ทุนให้ คงไม่มีตระกูลผู้ดีที่ไหนเชิญเ้าหญิงเอเดลไลน์ไปร่วมงานแน่”
“ท่านพี่!!!... หยาบคายมาก!” นางหันขวับมองหน้าพี่ชายแล้วอยากจะร้องกรี๊ด ติดที่สายตาดุๆ นั่นชะงักนางไว้ ไม่งั้นนะ
กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!
“ไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีได้แล้ว”
“...” เ้าหญิงดีดตัวลุกพรึบกระฟัดกระเฟียดเดินกระทืบเท้าก้องห้องทรงงานจนน่าหวาดเสียวว่าพื้นจะถล่ม ไร้การทำความเคารพหรือบอกลาใดๆ ปิดท้ายด้วยเสียงกระแทกประตูดังสนั่น
ปัง!!!!
“กรอดดดด ยัยเด็กบ้า! เคยตัวใหญ่แล้วมั้ย จิ๊” าาแม็กซ์เวลล์ส่งเสียฮึดฮัดขัดใจแล้วได้แต่เอามือกุมขมับ ลอร์ดโลแกนที่ยืนอยู่ด้านหลังเหลือบมองแล้วแต่ยิ้มอย่างอ่อนเพลียละเหี่ยใจ
“โทษนางซะทีเดียวก็ไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ เพราะ่เวลาที่องค์หญิงควรจะเรียนรู้ ดันเป็่วุ่นวายครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ซะนี่”
“เฮ้อ ข้าจะทำยังไงกับน้องทุกคนดีนะ” าาคิดหนัก ด้วยความที่น้องสาวและน้องชายยังเยาว์วัย เขาเลยต้องรับบทเป็ทั้งพ่อและแม่แถมยังต้องเป็พ่อของแผ่นดินด้วย
..คิดถึงท่านพี่อารอน ถ้าไม่ตัดสินใจผิดพลาด เขาก็ไม่ต้องมานั่งติดบัลลังก์แบบนี้หรอก
“เ้าคิดว่าน้องสาวข้าแต่ละคนเป็ไงบ้างโลแกน”
“ก็ทรงสิริโฉมทั้งสามพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ” เขากลอกตานึกถึงหน้าของแต่ละคน “เ้าหญิงซูซานทรงสิริโฉมคมเข้ม สุขุมลุ่มลึก กิริยาก็ดูจะเรียบร้อยที่สุดในบรรดาสามพระองค์” ถึงจะเรียบร้อยแต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างอีกนั่นแหละ
“ถ้าเ้าหญิงซูซานเปรียบดั่งดวงจันทร์ เ้าหญิงเอเดลไลน์ก็เปรียบดังดวงอาทิตย์ ทรงสดใส ร่าเริงแต่ก็เอาแต่ใจและดื้อดึง ส่วนเ้าหญิงเจเนสซ่าแม้จะทรงพระเยาว์กว่าพระองค์อื่น แต่ก็ฉายแววสิริโฉมไม่แพ้สองพระองค์เลย”
“สนใจจะเป็ดองกับข้าสักคนมั้ยล่ะ”
“อ... อะไรนะฝ่าา?” รู้สึกเหมือนหูฝาดไปนะ
“ก็ดูเ้าสามารถยอมรับข้อเสียของน้องสาวข้าแต่ละคนได้นะ ยังไงซะก็เห็นมาตลอดหลายปีนี่”
“ข้าไม่อาจเอื้อม... ^^,” จะเล่นงี้จริงดิพระองค์
“นี่ข้ากำลังเชิญชวนเ้ามาเป็ส่วนหนึ่งของรางวงศ์เชียวนะลอร์ดโลแกน” แม็กซ์เวลล์ปรายตามองหลัง ราชหัตถ์ยิ้มฝืด เหงื่อหยดหนึ่งไหลผ่านหางคิ้วไป
“เป็พระมหากรุณายิ่งพ่ะย่ะค่ะ แต่”
“เอเดลไลน์เป็ไง นางผมบลอนด์เป็ที่นิยมของแฟชั่นสมัยนี้เลยด้วย ถึงนิสัยจะร้ายกาจเล็กน้อย แต่เ้าคงกำราบได้อยู่หมัด”
“ข้าว่า... เอ่อ…” เมื่อกี้เ้าหญิงเพิ่งจะด่าคนที่ส่อจะขอแต่งงานไปนะ ^^;;;
“อ้อ งั้นเจเนสซ่าล่ะ นางเป็จินเจอร์เหมือนเ้าเลยนี่ ลูกออกมาคงหัวแดงกันทั้งบ้าน คงเอกลักษณ์ตระกูลหัวแดงของเ้าไว้ด้วยไง^^”
“เด็กเกินไปพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะสามสิบอยู่แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ สองพระองค์ที่ว่ามาห่างกับข้าไม่ต่ำกว่าสิบปีเลยด้วย”
“หืม? นี่เ้ามีรสนิยมไม่กินเด็กเหรอเนี่ย แต่ป่านนี้ยังไม่แต่งงานอีกนะโลแกน คงหาเ้าสาววัยใกล้เคียงได้ยากแล้วมั้ง” ปกติก็แต่งงานกันั้แ่สิบห้าสิบหก “คงต้องเป็ซูซานแล้วสินะอายุนางก็ใกล้เคียงกับเ้าที่สุด การวางตัวก็เรียบร้อยที่สุดในบรรดาแล้ว”
“ฝ่าา…^ [] ^;;;” ตอนนี้โลแกนเหมือนโดนูเาทับอก แถมหนักขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าทีที่ไม่ยอมลดละของฝ่าาแล้วได้แต่หวั่นว่าพระองค์จะเอาจริง
“ฝ่าา กระหม่อมว่าท่านลองทบทวนดูดีๆ จะดีกว่านะพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าไม่อยากเป็ดองกับข้าขนาดนั้นเลยหรอ” แม็กซ์เวลล์หันขวับ ั์ตาสีฟ้าจ้องเขม็ง เหมือนมีเงาของกิโยตีนหั่นฉับสะท้อนออกมา
“...ฮ่ะๆๆๆๆ”
“...!?” ก่อนจะต้องประหลาดใจเมื่อจู่ๆ ฝ่าาก็เปลี่ยนเป็หัวเราะ
"ข้าล้อเล่นน่าโลแกน" พระองค์เหยียดยิ้มแล้วเดินออกไปยืนที่ริมระเบียง ทิ้งให้ราชหัตถ์ยืนงงปรับอารมณ์ตามไม่ทัน
สรุปเมื่อกี้แค่พูดเล่นใช่มั้ย?
“เฮ้อ” โลแกนถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ข้าไม่คิดเลยนะว่าการต้องหาสามีให้น้องสาวจะยากเย็นแบบนี้ ถ้าพวกนางประพฤติตัวได้ตรงตามฉบับกุลสตรี ข้าคงไม่ต้องวิตก”
“คงต้องใช้เวลาสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”
“นี่ ซูซานยี่สิบแล้วนะแต่เต้นรำก็ไม่เก่ง เล่นดนตรีก็ไม่คล่อง ร้องเพลงก็ไม่กล้า แถมชอบเก็บตัวอีกถ้าเป็แบบนี้อีกสองสามปีกลัวว่านางจะต้องทนนินทาว่าเป็สาวแก่ขึ้นคานน่ะสิ”
“...” เขาก็รู้สึกเห็นใจอยู่หรอกนะ ฝ่าาก็ไม่อยากจะบังคับอะไรน้อง แต่มันก็..
“ทั้งซูซานทั้งเอเดลไลน์จะเดบูตองต์เปิดตัวกับวงสังคมปีนี้แล้ว มารยาททางสังคมยังไม่ไปไหนเลย เจเนสซ่ากับลูคัสก็โชคร้ายที่เติบโตมาใน่บ้านเมืองไม่สงบ จนถึงตอนนี้การอ่านเขียน วิชาแขนงต่างๆ ก็ไม่ได้ เฮ้อ ข้าควรทำยังไงดีนะ”
จะให้บริหารบ้านเมืองแต่ไม่แยแสราชวงศ์ก็ไม่ได้
“ข้าเห็นควรว่าเราหาครูผู้เชี่ยวชาญแต่ละแขนงมาสอนพ่ะย่ะค่ะ
“เงินในคลังไม่ได้มีมากขนาดนั้นนะ” ทุกวันนี้แม้จะเป็กษัตริย์ก็ไม่สามารถใช้จ่ายได้อย่างอิสระ เสื้อผ้าใช่มีทุกวันนี้ก็วนของเดิมที่เคยมีมาใช้เพื่อประหยัดเงินไปใช้หนี้ให้อาณาจักร
“งั้นเราต้องหาพระญาติใกล้ชิด คนที่เก่งในหลายๆ ด้าน มีน้ำใจพอที่จะช่วยเหลืออย่างไม่คิดเื่เงิน
“...”
แม็กซ์เวลพยายามรำลึกหาคนที่ว่า
“ให้มาอยู่ในวัง รับการความเป็อยู่อย่างดีแม้จะไม่มีค่าตอบแทน จะให้ดีก็เป็ผู้หญิง
ผู้หญิงงั้นหรอ...
“เช่น.. ภรรยาของคนในราชวงศ์ก่อนหน้า ไม่ก็ภรรยาขุนนางในสภา อ้อ พวกเลดี้บุตรีของพวกนั้นล่ะพ่ะย่ะค่ะ ถ้าพระองค์ลองไปหารือเื่นี้ดูในที่ประชุมก็อาจจะมีสักคน”
“โลแกน”
“พะย่ะค่ะ”
“ข้าว่าข้าคิดออกอยู่คนนึงแล้วล่ะ” เอามือจับคาง
“จริงเหรอพ่ะย่ะค่ะO_O” มีคนแบบนั้นอยู่จริงๆ เหรอนี่
“ใช่ นางเพิ่งแต่งงานไปเมื่อเร็วๆ นี้ ดยุคสามีนางก็เป็สมาชิกคนสำคัญในสภา ที่ดินตระกูลดั้งเดิมนางก็รอดผลกระทบจากา เื่เงินคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาง”
“หืม? ฝ่าา... ที่ทรงกล่าวมาหรือว่า”
“ดัชเชสแอนเดรียแห่งเกรทฮิลล์”
“ดัชเชสเกรทฮิลล์ น่ะเหรอพ่ะย่ะค่ะ!! ไม่จริงน่า แล้วนางจะยอมมาช่วยเหรอพ่ะย่ะค่ะ ราชวงศ์ทำเื่กับนางไว้แบบนั้น”
“ข้าเชื่อว่านางต้องยอมมา” เขาหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ เท้าก้าวยาวๆ กลับมานั่งที่เก้าอี้ประจำ หยิบปากกาขึ้นมาจรดกระดาษ
“แล้วนั่นจะทำอะไรพ่ะย่ะค่ะ
“ร่างจดหมายน่ะสิ พรุ่งนี้ข้าจะฝากให้ดยุคเกรทฮิลล์ตอนมาประชุม”
“อะไรจะเร็วปานนั้น แล้วถ้านางไม่ยอมล่ะพ่ะย่ะค่ะ เื่ที่เคยเกิดทำชื่อเสียงตระกูลมาร์ควิส พ่อของนางเสียหายจนเป็ที่นินทาติดปากขนาดนั้น” โลแกนนึกย้อนถึงเื่วันวานเมื่อเจ็ดปีก่อน ที่าาอารอนถอนหมั้นเลดี้แอนเดรีย
“แอนเดรียนางต้องมาแน่ ข้ามองนางไม่ผิดหรอก”
ถึงดัชเชสแอนเดรียแห่งเกรทฮิลล์ที่รัก ข้าาาแม็กซ์เวลปรารถนาและขอร้องเ้าจากใจจริง…
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------