ตอนที่ 2: ไหผักดองจากก้นหลุม
กลิ่นเหม็นเปรี้ยวชวนคลื่นเหียนลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ มันเป็กลิ่นอันเป็เอกลักษณ์ของ "ป่าท้ายสวน" ซึ่งเกิดจากการทับถมกันของกากสมุนไพรที่เน่าเปื่อยผสมปนเปไปกับกลิ่นสนิมเหล็กคาวๆ จากเศษอาวุธพังเสียหายที่ทางสำนักนำมาทิ้งขว้าง
ความมืดมิดในยามวิกาลปกคลุมผืนป่าแห่งนี้จนแทบมองไม่เห็นมือตัวเอง มีเพียงแสงจันทร์ริบหรี่ที่ลอดผ่านกิ่งไม้แห้งลงมาเป็เส้นบางๆ กระทบกับกองขยะสูงท่วมหัวที่ดูราวกับูเาแห่งความล้มเหลว
ฉึก... ฉึก...
เสียงจอบกระทบดินดังขึ้นแ่เบาและเป็จังหวะ ภายใต้เงามืด ร่างผอมแห้งของหลี่ฟานกำลังขุดดินอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาเบิกโพลงแต่เต็มไปด้วยเส้นเืฝอยที่แตกจากการอดนอนและความเครียด
"ห้าก้อน... ห้าก้อน..."
หลี่ฟานกัดฟันกรามจนปวดหนึบ ท่องตัวเลขนี้ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนบทสวดสาปแช่งในใจ เวลาสามวันคือเส้นตายที่ผู้ดูแลหวังขีดไว้ให้ มันสั้นเหมือนหางอึ่งสำหรับศิษย์สายนอกที่เบี้ยเลี้ยงเดือนละสองหินิญญาอย่างเขา ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการขยับเข้าใกล้ปากเหวแห่งความตาย
มือทั้งสองข้างที่กุมด้ามจอบไม้หยาบๆ นั้นสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความเ็ป แผลที่เกิดจากการจิกเล็บเมื่อตอนหัวค่ำปริแตกออก ผสมกับแผลพุพองใหม่จากการขุดดิน แข็งกระด้างและเสียดสีกับด้ามจอบจนเืสีแดงสดซึมออกมาเคลือบเนื้อไม้ แต่หลี่ฟานไม่กล้าหยุดพัก
เหงื่อเม็ดโป้งไหลย้อยจากหน้าผากลงมาเข้าตา ความเค็มของมันทำให้แสบจนน้ำตาเล็ด แต่เขาทำเพียงแค่กะพริบตาถี่ๆ และใช้ไหล่เสื้อเช็ดลวกๆ
"บัดซบ... พลังงานที่เสียไปกับเหงื่อพวกนี้ ต้องดื่มน้ำอย่างน้อยสองกระบอกถึงจะทดแทนได้" หลี่ฟานสบถในใจ สมองของเขาเริ่มทำงานแข่งกับแรงกายที่ลดฮวบ
"ข้าวต้มมื้อเย็นมีข้าวสารอยู่ 109 เม็ด... พลังงานที่ได้น่าจะหมดไปั้แ่ขุดหลุมที่สามแล้ว ตอนนี้ข้ากำลังเผาผลาญไขมันสำรอง ซึ่งข้าแทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว!"
เขาหยุดมือชั่วครู่ หอบหายใจแฮกๆ มองลงไปในหลุมดินลึกท่วมเข่าที่ว่างเปล่า ก่อนจะกวาดตามองกองเศษเหล็กข้างๆ ที่เขาเพิ่งขุดขึ้นมาได้... มีเพียงด้ามดาบสนิมเขรอะที่หักครึ่ง กับเศษขวดกระเบื้องเคลือบที่แตกละเอียด
"ขยะ... ทั้งหมดนี่รวมกันขายให้ตาเฒ่ารับซื้อของเก่า คงได้ไม่ถึง 5 อีแปะ"
หลี่ฟานคำนวณต้นทุนกำไรในหัวอย่างรวดเร็วและเ็ป "ค่าแรงขุดหนึ่งชั่วยาม ค่าเสื่อมสภาพของจอบ ค่าพลังงานอาหารที่เสียไป... ถ้าประเมินเป็ตัวเงิน ข้าขาดทุนไปแล้ว 20 อีแปะ! ยิ่งขุดยิ่งจน ยิ่งทำยิ่งเข้าเนื้อ!"
ความท้อแท้เกือบจะทำให้เขาทิ้งจอบแล้วยอมแพ้ แต่ภาพใบหน้าเหยียดหยามของผู้ดูแลหวังกับคำขู่ว่าจะไล่เขาออกลอยเข้ามาในหัว ถ้าถูกไล่ออกไปเป็ขอทานข้างนอก เขาคงอดตายภายในสามวัน หรือไม่ก็ถูกสัตว์อสูรคาบไปกิน
ความกลัวตายมีอำนาจเหนือความงกเสมอ
"เอาวะ... ถ้ามันจะเป็หลุมศพของข้า อย่างน้อยข้าก็ขอขุดให้มันลึกพอที่จะฝังตัวเองได้!"
หลี่ฟานสูดหายใจเฮือกใหญ่ ง้างจอบขึ้นสุดแขนแล้วฟาดลงไปที่ก้นหลุมด้วยแรงทั้งหมดที่มี หวังระบายความอัดอั้นตันใจ
"เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเชื่องช้า จากยามสอง... เข้าสู่ยามสาม...
หลุมแล้วหลุมเล่าถูกขุดและกลบฝังกลับไปเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้ใครจับได้ กองขยะที่เคยสูงท่วมหัวถูกคุ้ยจนกระจายเกลื่อน แต่สิ่งที่พบมีเพียงซากปรักหักพังไร้ค่า หลี่ฟานเริ่มรู้สึกเหมือนแขนทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับผูกติดด้วยหินโม่
'หลุมสุดท้าย... ถ้าหลุมนี้ไม่เจอ ข้าจะกลับ...'
เขาบอกตัวเองเป็รอบที่สิบ แต่จอบในมือก็ยังคงฟันลงไปไม่หยุด"
ก๊ง!
เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงของโลหะกระทบหิน ไม่ใช่เสียงคมจอบเฉาะดิน และไม่ใช่เสียงกังวานใสของหยก... แต่มันเป็เสียงทึบๆ ด้านๆ เหมือนตีลงบนของแข็งที่มีความหนาแน่นประหลาด เสียงนั้นดังก้องสะท้อนเบาๆ ในความเงียบสงัด
หลี่ฟานชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อโดยสัญชาตญาณ ขนอ่อนหลังคอลุกชัน เขารีบกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง ลมหายใจสะดุดหยุดนิ่ง หูผึ่งตึงรับฟังเสียงฝีเท้า
เงียบ... ไม่มีใครตามมา
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน หลี่ฟานจึงค่อยๆ ก้มลงไปมองที่ก้นหลุม หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอกเสื้อ
"เสียงแบบนี้... ไม่ใช่หินิญญาแน่ แต่ก็ไม่ใช่หินธรรมดา"
ความอยากรู้อยากเห็นผสมกับความหวังอันริบหรี่ทำให้เขาลืมความเจ็บที่ฝ่ามือ เขาโยนจอบทิ้งแล้วะโลงไปในหลุม ใช้มือเปล่าๆ ที่เปื้อนเืและโคลนตะกุยดินรอบๆ จุดที่จอบกระแทกอย่างบ้าคลั่ง
ดินเหนียวสีดำค่อยๆ ถูกกอบออก เผยให้เห็นวัตถุสีเข้มที่ฝังแน่นอยู่ใต้รากไม้โบราณ มันดูเหมือน...
ขอบปากหม้อ? หรืออาจจะเป็ไห?
ผิวมันขรุขระสีดำด้าน เต็มไปด้วยคราบดินพอกพูน แต่สิ่งที่ทำให้หลี่ฟานตาโตเท่าไข่ห่านคือ เมื่อเขาเอานิ้วปาดคราบดินออก เขาััได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดเข้ามาที่ปลายนิ้ว ความเย็นที่ไม่ได้มาจากอุณหภูมิอากาศ แต่เป็... ไอพลังิญญาที่เบาบางจนแทบััไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะเขากำลังหน้ามืดตามัวด้วยความโลภ เขาคงคิดว่ามันเป็เพียงไอเย็นจากซากศพใต้ดิน
ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มเจือสีน้ำเงินเข้ม เป็สัญญาณว่ารุ่งอรุณกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า อากาศยามเช้ามืดในป่าทิ้งขยะยิ่งทวีความหนาวเหน็บจนเสียดแทงกระดูก หลี่ฟานหอบหายใจรุนแรง ไอสีขาวพวยพุ่งออกจากปากทุกครั้งที่เขาหายใจออก
มือที่สั่นเทาและเต็มไปด้วยแผลถลอกค่อยๆ แงะเอาวัตถุเ้าปัญหาขึ้นมาจากหลุมดินเหนียว มันหนักอึ้งกว่าขนาดที่เห็นเล็กน้อย แต่เมื่อเขาใช้แขนเสื้อเช็ดคราบดินโคลนออกจนหมด แสงสว่างอันน้อยนิดของยามเช้าก็เผยให้เห็นโฉมหน้าของ "สมบัติ" ที่เขาลงทุนลงแรงขุดมาค่อนคืน
มันคือไหดินเผาสีดำด้านๆ ใบหนึ่ง
รูปทรงกลมป้อม ปากกว้างก้นสอบ ผิวััหยาบกร้านเหมือนงานปั้นที่ยังไม่เสร็จดี มิหนำซ้ำที่ขอบปากไหยังมีรอยบิ่นขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือแหว่งหายไป ดูสภาพแล้วไม่ต่างอะไรกับ 'ไหหมักผักดอง' ราคาถูกที่ชาวบ้านร้านตลาดใช้กันเกร่อ ใบละไม่ถึง 2 อีแปะ และที่สำคัญ... เมื่อหลี่ฟานเพ่งสมาธิส่งปราณเข้าไปสำรวจ เขากลับััไม่ได้ถึงความผันผวนของพลังิญญาแม้แต่น้อย
"..."
ความเงียบเข้าปกคลุมป่าขยะชั่วขณะ ก่อนที่เสียงคำรามด่าทอจะะเิออกมาจากปากของเด็กหนุ่ม
"บัดซบ! บัดซบ! บัดซบที่สุด!"
หลี่ฟานแทบกระอักเืด้วยความคับแค้นใจ เขาขว้างจอบลงพื้นแล้วยกไหเ้ากรรมขึ้นมาชูตรงหน้า ดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโหและอดนอน
"ข้าเสี่ยงชีวิตแอบมาขุดขยะในเขตหวงห้าม ข้าเสียพลังงานเทียบเท่าข้าวต้มสองชามใหญ่ เสียน้ำในร่างกายไปเป็ถังๆ เพื่อไหผักดองเน่าๆ ใบเดียวเนี่ยนะ?!"
สมองส่วนคำนวณกำไรขาดทุนของเขาทำงานอย่างรวดเร็วและโหดร้าย ผลลัพธ์ที่ได้คือ 'ล้มละลายทางต้นทุน' ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเจ็บใจ ความหวังที่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือผู้ดูแลหวังพังทลายลงตรงหน้า
"ไอ้ขยะไร้ค่า! แกหลอกให้ข้าดีใจเก้อ!"
ด้วยความบันดาลโทสะจนถึงขีดสุด หลี่ฟานง้างไหขึ้นเหนือศีรษะ ตั้งใจจะทุ่มมันลงกับก้อนหินข้างเท้าให้แตกละเอียดเป็จุณเพื่อระบายความอัดอั้น
แต่ทว่า ในจังหวะที่แขนของเขายกสูงขึ้น าแลึกกลางฝ่ามือที่เกิดจากการกำด้ามจอบแน่นเกินไปก็ฉีกกว้างขึ้น เืสีแดงสดสายหนึ่งไหลย้อนลงมาตามข้อมือ ผ่านท่อนแขนที่ผอมแห้ง และหยดแหมะลงไปที่ขอบปากไหที่บิ่นร้าวพอดี
ติ๋ง...
หยดเืกระทบเนื้อดินเผา ทว่าแทนที่มันจะไหลเปื้อนเป็คราบสีแดงฉานตามแรงโน้มถ่วง สิ่งมหัศจรรย์กลับเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาหลี่ฟาน
เืหยดนั้นซึมหายวูบลงไปในเนื้อดินสีดำด้านราวกับฟองน้ำดูดซับน้ำ อักขระโบราณตัวหนึ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนค่อยๆ เรืองแสงขึ้นที่ด้านข้างของตัวไห เป็แสงสีทองซีดจางที่ดูขลังและเก่าแก่
"สมาส"
ตัวอักษรนั้นสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ไหกลับมาเป็สีดำด้านไร้ราคาเหมือนเดิม ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
มือที่กำลังจะทุ่มไลลงพื้นชะงักค้างกลางอากาศ
หลี่ฟานยืนตัวแข็งทื่อ ั์ตาเบิกกว้างจ้องมองไหในมือเขม็ง ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะสัญชาตญาณความระแวงที่กรีดร้องเตือนภัยในหัว
"เมื่อกี้... มันดูดเืข้า?"
เขาลดมือลงมาช้าๆ หัวใจที่เคยเต้นแรงเพราะความโกรธ เปลี่ยนจังหวะเป็เต้นรัวเพราะความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว เขาพลิกไหดูรอบๆ อีกครั้ง นิ้วมือลูบไล้จุดที่อักขระเมื่อครู่ปรากฏขึ้น แต่กลับไม่พบร่องรอยใดๆ
"ไม่มีพลังิญญารั่วไหลออกมา... แต่กลับมีปฏิกิริยากับเื? ของที่ซ่อนกลิ่นอายตัวเองได้มิดชิดขนาดนี้..."
สมองของจอมงกแล่นเร็วปรื๋อ ความผิดหวังเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความโลภและความหวาดระแวงขั้นสุดยอด
ของที่ดูเหมือนขยะแต่มีความลับซ่อนอยู่... นี่มันคือรูปแบบคลาสสิกของ "สมบัติวิเศษ" ที่เขาเคยได้ยินจากนิทานพื้นบ้าน!
"ชู่ว..." เขาจุ๊ปากกับตัวเอง หันขวับไปมองรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว คอหมุนได้รอบแทบจะเหมือนนกฮูก
เสียงใบไม้ไหวเพียงเล็กน้อยทำให้เขาสะดุ้งโหยง
"ใคร?! ใครอยู่ตรงนั้น!"
เขาจ้องเขม็งไปที่พุ่มไม้แห้งๆ ห่างออกไปสิบก้าว เห็นเพียงกระรอกตัวหนึ่งที่กำลังแทะเปลือกไม้อยู่ แต่สำหรับหลี่ฟานในตอนนี้ แม้แต่กระรอกก็ไว้ใจไม่ได้
"เ้าเห็นใช่ไหม... เ้าเห็นแสงเมื่อกี้ใช่ไหมไอ้หนูผี?" เขาหรี่ตามองกระรอกตัวนั้นอย่างอาฆาตมาดร้าย พลางจดจำลักษณะลวดลายบนตัวมันไว้ "ถ้าความลับข้ารั่วไหล ข้าจะตามไปถลกหนังเ้ามาทำถุงมือ!"
เด็กหนุ่มรีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกที่เปื้อนโคลนออกมา ห่อหุ้มไหผักดองใบนั้นไว้อย่างมิดชิด แล้วกอดมันไว้แนบอกราวกับเป็ลูกในไส้ เขาใช้เท้าเขี่ยดินกลบหลุมลวกลวงๆ เพื่ออำพรางร่องรอยการขุด ก่อนจะออกวิ่งหน้าตั้ง กลับไปยังทิศทางของกระท่อมท้ายแปลงสมุนไพร
เขาไม่กล้าใช้วิชาตัวเบา เพราะแสงจากพลังปราณอาจจะไปสะดุดตาใครเข้าในความมืด จึงใช้วิธีวิ่งย่อตัวต่ำ ลัดเลาะไปตามเงามืดของแมกไม้ สายตาสอดส่ายระวังภัยตลอดเวลา
"ห้ามใครเห็น... ห้ามใครรู้... นี่อาจจะเป็ตั๋วแลกชีวิตของข้า หรือไม่ก็ตั๋วไปนรก ข้าต้องตรวจสอบมันในที่ลับตาคนที่สุด!"
หลี่ฟานวิ่งฝ่าลมหนาวโดยไม่รู้สึกเหนื่อยอีกต่อไป น้ำหนักของไหในอ้อมกอดที่เคยมองว่าเป็ภาระ ตอนนี้กลับรู้สึกอุ่นวาบและหนักแน่นดั่งทองคำ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็อดคิดคำนวณในใจไม่ได้
"หวังว่ามันคงจะไม่กินเืข้าเป็อาหารนะ... เืหยดหนึ่งต้องกินข้าวไข่เจียวบำรุงตั้งหลายมื้อ ถ้ามันกินดุ ข้าคงเลี้ยงไม่ไหวแน่!"
แสงตะวันยามสายลอดผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่า สาดส่องกระทบฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศภายในกระท่อมซอมซ่อ แต่ทันทีที่หลี่ฟานก้าวเท้าเข้ามาถึงส่วนลึกที่สุดของที่พัก สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การพักผ่อน แต่เป็การสร้าง "ป้อมปราการ"
"ปิด... ต้องปิดให้หมด"
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองดวงตาฉายแวววิตกจริต เขาลากโต๊ะไม้สักเก่าๆ ที่ขาโยกเยกมาขวางประตูทางเข้า ครืด... เสียงไม้ขูดพื้นดินดังบาดหู แต่เขาไม่สนใจ เขาคว้าเศษผ้าขี้ริ้วเหม็นอับมายัดอุดรูรั่วตามผนังทุกรูที่สายตาจะมองเห็น แม้แต่รูที่เล็กเท่ารูหนู เขาก็ยังเอากระดาษฟางชุบน้ำแปะทับไว้อีกชั้นหนึ่ง
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีสายตาคู่ใดสามารถสอดส่องเข้ามาเห็นความลับภายในได้ หลี่ฟานจึงค่อยๆ ประคอง "ไหผักดอง" ออกมาจากห่อผ้าด้วยถนุถนอมราวกับมันเป็ไข่บางๆ ของสัตว์อสูรระดับ์
เขาวางมันลงกลางโต๊ะ สูดหายใจลึกรวบรวมสมาธิ
"เอาล่ะ เ้าไหปีศาจ... มาดูกันว่าเ้าทำอะไรได้บ้าง"
ด้วยนิสัยระแวดระวัง หลี่ฟานไม่คิดจะเสี่ยงใช้ของมีค่าในการทดลองครั้งแรก เขาเดินไปที่มุมห้อง ก้มลงหยิบก้อนหินธรรมดาๆ ขนาดเท่ากำปั้นมาสองก้อน ปัดฝุ่นออกลวกๆ แล้วหย่อนลงไปในปากไห
กึง... กึง...
เสียงหินกระทบก้นไหดังขึ้นอย่างแห้งแล้ง หลี่ฟานยืนกอดอกรอคอยจ้องมองเขม็ง... หนึ่งลมหายใจ... สิบลมหายใจ...
เงียบกริบ
ไม่มีแสง ไม่มีเสียง ไม่มีการสั่นไหวใดๆ เขาเปิดฝาดู ก็เห็นเพียงหินสองก้อนนอนนิ่งสงบอยู่ที่เดิม
"เลือกกินงั้นรึ?" หลี่ฟานขมวดคิ้ว "ของธรรมดาไม่เอางั้นสิ... ได้ งั้นลองนี่"
เขาล้วงมือเข้าไปในย่าม หยิบเอา "หญ้าิญญา" สภาพน่าสังเวชออกมาสองต้น มันเป็สมุนไพรที่เขาเผลอทำรากขาดขณะถอนวัชพืชเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนนี้สภาพของมันแห้งกรอบเป็สีน้ำตาลไหม้ ไร้ซึ่งกลิ่นอายพลังปราณโดยสิ้นเชิง ปกติแล้วของพรรค์นี้มีค่าแค่เอาไปเป็เชื้อเพลิงต้มน้ำแกงเท่านั้น
"ถ้าเ้าเป็ของวิเศษจริง ขยะแค่นี้คงไม่รังเกียจหรอกระมัง"
หลี่ฟานโยนหญ้าแห้งทั้งสองต้นลงไป แล้วปิดฝาไหด้วยแผ่นไม้เก่าๆ
ทันทีที่ฝาปิดสนิท ร่างกายของหลี่ฟานก็เกิดอาการวูบไหว ราวกับวัวที่ถูกสูบเืออกไปกะทันหัน หน้ามืดจนต้องเอามือยันโต๊ะไว้
วูบ...
ความรู้สึกเหมือนพลังปราณในร่างถูกกระชากออกไปเป็ค่าผ่านทาง แม้จะไม่มากจนถึงตาย แต่สำหรับคนที่มีพลังปราณน้อยนิดอย่างเขา มันก็ทำให้แข้งขาอ่อนแรงได้
วิ้ง!
ไหดินเผาสั่นสะท้านเบาๆ เพียงครั้งเดียว เสียงความถี่ต่ำดังลอดออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรสด หลี่ฟานตาโต รีบเปิดฝาออกดูทันที
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เขาแทบหยุดหายใจ
หญ้าแห้งสีน้ำตาลสองต้นนั้นหายไปแล้ว!
แทนที่ด้วย "หญ้าิญญา" ต้นใหม่เอี่ยมหนึ่งต้น ใบของมันอวบหนาสีเขียวสด มีหยดน้ำเกาะพราวราวกับเพิ่งเด็ดออกมาจากแปลงตอนเช้าตรู่ แสงสีเขียวจางๆ ที่แผ่ออกมาบ่งบอกว่าเป็สมุนไพรที่มีพลังปราณสมบูรณ์พร้อม!
"์! มันทำได้จริง! มันเปลี่ยนขยะเป็ทองคำ!"
หลี่ฟานแหกปากร้องด้วยความดีใจจนลืมตัว เขาหยิบหญ้าต้นนั้นขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมชื่นใจ สมองเริ่มจินตนาการถึงูเาหินิญญาที่กำลังจะไหลมาเทมา
"รวยแล้ว... คราวนี้ข้ารวยแน่! ข้าแค่ไปไล่เก็บขยะตามถังขยะโรงปรุงยา เอามาใส่เ้านี่ แล้วก็..."
แกร๊ก...
เสียงแตกเบาๆ ที่ดังขึ้นขัดจังหวะความเพ้อฝัน หลี่ฟานชะงัก หันขวับไปมองต้นเสียงที่หัวเตียง
ถุงผ้าใบเล็กที่เขาซ่อน "ทรายิญญา 50 เม็ด" ซึ่งเป็เงินก้อนสุดท้ายในชีวิตเอาไว้ ตอนนี้ปากถุงเปิดอ้าอยู่
สิ่งที่ทำให้เืในกายของหลี่ฟานเย็นเฉียบ ไม่ใช่เพราะเงินหายไป แต่เป็เพราะสภาพของมัน... ทรายิญญาที่เคยเป็ผลึกใสสีฟ้าส่องประกายแวววาว บัดนี้กลายเป็ สีเทาหม่นหมอง เหมือนขี้เถ้า
สายลมพัดเบาๆ เพียงวูบเดียว ทรายเ่าั้ก็ร่วงกราวแตกสลายกลายเป็ผงแป้งไร้ค่ากองอยู่บนพื้น
"ม... ไม่..."
หลี่ฟานทรุดฮวบลงกับพื้น เขากวาดผงขี้เถ้านั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา พยายามจะกอบกู้มันคืนมาแต่มันสายไปแล้ว พลังปราณในทรายิญญาถูกดูดออกไปจนเกลี้ยง
สมองอันชาญฉลาด (เื่เงิน) ของเขาเริ่มทำงานแข่งกับความโศกเศร้าทันที ตัวเลขดีดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ:
สรุปบัญชี: ขาดทุน 20 ทรายิญญา!
"ไอ้... ไอ้ไหเฮงซวย!!!"
หลี่ฟานะโลั่นกระท่อม ชี้นิ้วสั่นระริกไปที่ไหดินเผาบนโต๊ะ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปรวดร้าวจากการขาดทุนย่อยยับ
"ข้าคิดว่าเ้าเป็เทพเ้าแห่งโชคลาภ... ที่ไหนได้ เ้ามันเป็เ้าหนี้หน้าเืชัดๆ! ค่าธรรมเนียมการแปรรูปบ้าอะไรแพงระยับขนาดนี้! กินทั้งปราณข้า กินทั้งเงินข้า!"
เขาลุกขึ้นยืนเดินวนไปวนมารอบโต๊ะเหมือนหนูติดจั่น มือกุมขมับแน่น การค้นพบครั้งนี้เป็ทั้งพร์และคำสาป
"กฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมงั้นรึ... บ้าบอที่สุด!" หลี่ฟานกัดฟันกรอด จ้องมองไหดำทะมึนที่ดูเหมือนจะแสยะยิ้มเยาะเย้ยความโง่เขลาของเขา
"แต่เดี๋ยวก่อน..." เขาหยุดเดิน ั์ตาฉายแววเ้าเล่ห์ของพ่อค้าหน้าเืขึ้นมาอีกครั้ง "เมื่อกี้ข้าใช้ทรายิญญาเป็เชื้อเพลิงโดยตรง... แล้วถ้าข้าหาแหล่งพลังงานที่ถูกกว่านี้ล่ะ? ของที่มีพลังปราณแต่คนอื่นมองว่าไร้ค่า..."
เขามองหญ้าิญญาในมือ แล้วมองกลับไปที่ไหดำ
"ถ้าข้าลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้... กำไรก็จะตามมา"
หลี่ฟานแสยะยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้าจากการเสียเงิน "จำไว้เลยนะเ้าไหผี... ข้า หลี่ฟาน คนนี้ จะรีดเร้นผลประโยชน์จากเ้าให้คุ้มทุกเม็ดทรายิญญาที่เสียไป คอยดูเถอะ!"