จี้เยี่ยนจื๋อสูงกว่าเขาครึ่งศีรษะจี้ทิงจึงได้แต่เงยหน้าขึ้นมองเขาเช่นนั้นดวงตากลมโตคู่นั้นทอประกายอ่อนโยนและใสซื่อ
ดูไปแล้วช่างเหมือนกับตุ๊กตาลูกหมาขนฟูที่ทำขึ้นอย่างประณีตถ้าบีบเข้าสักนิดคงส่งเสียงร้อง ‘ปี๊บ’ ออกมาเป็นแน่
ปลายนิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อขยับไหวโดยไม่รู้ตัวนัยน์ตาลุ่มลึกฉายแววขบขันอย่างชัดเจน "ได้แต่ต้องรอตอนที่ฉันว่างก่อน"
[ขอบคุณครับ]
จี้เยี่ยนจื๋อละสายตาจากหน้าจอเงยขึ้นมองเขาชั่วครู่"หมดแล้วเหรอ?"
ทำไมไม่ถามต่อเหมือนเมื่อครู่ว่าเขาจะว่างเมื่อไหร่หรือไม่ก็รบเร้าให้เขาพาไปเสียตอนนี้เลยล่ะ
จี้ทิงกะพริบตาอย่างไม่เข้าใจพลางนึกในใจว่า [แค่ขอบคุณยังไม่พออีกเหรอ?]
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นเสียงเฮอะในลำคอ"นายนี่มันบื้อจนกู่ไม่กลับจริงๆ"
จากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปในห้องทำงานประธานส่วนจี้ทิงก็ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามเข้าไป
หลังจากจี้เยี่ยนจื๋อนั่งลงเขาก็สั่งให้เลขานำโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งมาให้จี้ทิงส่วนตัวเขาก็ส่งข้อความผ่านวีแชตหาพ่อบ้าน [วันนี้จี้ทิงจะกลับไปนอนที่บ้านกับผมเตรียมตัวให้พร้อมด้วย]
พิมพ์เสร็จเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพิมพ์เพิ่มไปอีกประโยค
ทันทีที่อาหยางเห็นข้อความใบหน้าก็เบิกบานราวกับดอกไม้ผลิ เขารีบสั่งให้สาวใช้ไปทำความสะอาดห้องของคุณชายรองส่วนตัวเขาก็รีบไปหาเหล่าหลิวที่เป็นพ่อครัวทันที
...
ก่อนถึงเวลาเลิกงานหวังเหมี่ยนหาข้ออ้างถึงสามครั้งสามคราเพื่อจะเข้ามาในห้องประธานแต่กลับถูกจี้เยี่ยนจื๋อปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
มีเวลาว่างขนาดนี้ทำไมไม่เอาไปพัฒนาตัวประมวลผลให้ดีๆกลับเอาแต่คิดเรื่องไร้สาระ อีกอย่าง จี้ทิงในตอนนี้ใช่ว่าจะหาตัวจับได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่
จี้เยี่ยนจื๋อนึกในใจพลางเหลือบมองไปยังโซฟาเขาเห็นเพียงจี้ทิงกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊กคล้ายกำลังดูอะไรบางอย่างแสงจากหน้าจอกระทบลงบนใบหน้าจนเห็นรอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตา
จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วเล็กน้อยทำไมถึงมีขอบตาดำได้ล่ะเนี่ย?
"จี้ทิง"
จี้ทิงเงยหน้ามองเขาจี้เยี่ยนจื๋อลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า "เก็บของซะกลับบ้านกัน"
จี้ทิงมองดูเวลาตรงมุมขวาล่างของหน้าจอก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมาพิมพ์ [ปกติพี่ไม่ได้เลิกงานทุ่มกว่าๆ หรอกเหรอทำไมวันนี้เลิกเร็วจัง]
"ฉันอยากจะเลิกกี่โมงมันก็เรื่องของฉัน นายเกี่ยวอะไรด้วย" จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยเสียงเย็น
จี้ทิงจัดการอะไรไม่ได้จริงๆเขาจึงปิดโน้ตบุ๊ก ลุกขึ้นเดินเอาไปคืนให้เลขาที่ด้านนอก
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปทั้งคู่ก็กลับมาถึงบ้านตระกูลจี้
ทันทีที่จี้ทิงก้าวลงจากรถเสียง 'ปังๆ' สองนัดก็ดังขึ้นสายรุ้งกระดาษที่คุ้นเคยปลิวว่อนไปทั่ว
อาหยางนำทีมคนรับใช้ในบ้านประสานเสียงพร้อมกัน"ยินดีต้อนรับคุณชายรองกลับบ้านครับ"
จี้เยี่ยนจื๋อที่ยืนอยู่ข้างๆกัดฟันกรอด ใบหน้ามืดครึ้มราวกับพายุฝนเพราะภาพนี้ทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์น่าตายเมื่อคราวก่อน
"ใครสั่งให้พวกนายเตรียมของพวกนี้?"
อาหยางชะงักไป"คือ... พลุกระดาษคราวก่อนยังเหลืออยู่ไม่กี่อันผมเห็นคุณชายรองกลับมาพอดี เลยคิดว่าเอามาใช้จะได้ไม่เสียเปล่าน่ะครับ"
จี้เยี่ยนจื๋อถลึงตาใส่เขาทีหนึ่งก่อนจะเดินหน้าบึ้งตึงเข้าไปข้างใน
จี้ทิงพูดไม่ได้ได้แต่พยักหน้าให้พวกเขาเล็กน้อยแล้วเดินตามเข้าไป
ฟางเจี๋ยได้แจ้งข่าวเรื่องที่ทั้งคู่จะกลับมาถึงก่อนกำหนดไว้แล้วพ่อครัวจึงเตรียมอาหารไว้พร้อมสรรพ มื้อค่ำพร้อมเสิร์ฟในทันที
เมื่อจี้ทิงมาถึงห้องอาหารและเห็นเมนูบนโต๊ะเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
[ทำไมมีแต่เมนูเนื้อล่ะ จี้เยี่ยนจื๋อชอบกินผักไม่ใช่เหรอ?]
จี้เยี่ยนจื๋อที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินลงมาจากชั้นบนพอดีเขาเหลือบมองจี้ทิงขณะเดินเข้ามา "ยืนเซ่ออยู่ทำไมอยากยืนกินข้าวหรือไง?"
จี้ทิงหยิบไอแพดขึ้นมาเตรียมจะพิมพ์แต่สุดท้ายก็ลบทิ้งไป แล้วนั่งลงที่ตำแหน่งด้านขวามือ
อาหยางคอยสังเกตท่าทีของทั้งคู่อยู่ตลอดเดิมทีเขาคิดว่าพี่น้องคู่นี้คงดีกันแล้ว บรรยากาศก็น่าจะครึกครื้นกว่าเดิมบ้างทว่าจนกระทั่งจบมื้ออาหาร ทั้งสองกลับไม่ปริปากพูดกันสักคำเดียวดูไปแล้วก็ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยสักนิด
"กินเสร็จแล้วก็กลับห้องไป แล้วรีบเข้านอนซะ" จี้เยี่ยนจื๋อทิ้งท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเย็นชาขณะเดินออกจากห้องอาหาร
จี้ทิงยังไม่ทันจะได้ตอบอีกฝ่ายก็เดินจากไปเสียแล้ว
จี้ทิงทานมื้อค่ำเสร็จตอนสองทุ่มจากนั้นเขาก็กลับห้องไปอาบน้ำและล้มตัวลงนอนก่อนสามทุ่ม
แต่เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนกระทั่งล่วงเลยเข้าสู่ตีสอง เขาก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับได้ ในช่วงเวลานั้นเขาเริ่มจากการเปิดไฟทุกดวงในห้อง เปิดผ้าม่าน หรือแม้กระทั่งเปิดหน้าต่างทิ้งไว้
ทว่าเพียงแค่เขาหลับตาลงห้องห้องนี้ในมโนภาพกลับกลายเป็นห้องพักเดี่ยวที่คับแคบและบีบคั้นกล่องเหล็กใบเดิมที่ปิดตายไร้ซึ่งร่องรอยให้หลบหนีมันคอยแต่จะหดตัวเล็กลงและบีบอัดเข้ามาจากทุกทิศทางจนให้ความรู้สึกเหมือนโลงศพที่จองจำเขาไว้ข้างใน
เพราะไม่อาจควบคุมความรู้สึกนี้ได้นับตั้งแต่ฟื้นคืนสติที่โรงพยาบาล จี้ทิงจึงไม่เคยนอนหลับได้อีกเลย
สองคืนก่อนหน้านี้เมื่อพบว่านอนไม่หลับเขาจึงเลือกที่จะลุกขึ้นมาจัดระเบียบข้อมูลที่จะส่งให้สถาบันวิจัยแต่พอวันนี้กลับมาที่บ้านตระกูลจี้และไม่มีซูเปอร์คอมพิวเตอร์เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันทนอยู่อย่างนั้น
จี้ทิงคิดว่าเขาจะสามารถปรับตัวได้เองแต่ก็เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา เขาทำไม่ได้เลยสักนิด
ความรู้สึกเช่นนี้ก็เหมือนกับตอนเป็นนักเรียนแล้วถูกเพื่อนรังแกโตขึ้นมาก็ถูกหลอกเอาเงินเก็บไปจนหมด หรือตอนทำงานก็ถูกหัวหน้าจงใจกลั่นแกล้ง
คนรอบข้างต่างก็บอกคุณว่าอย่าไปคิดถึงมันเลย เดี๋ยวเวลาก็จะช่วยให้ลืมไปเองแต่ความเปราะบางของมนุษย์อยู่ตรงที่ไม่อาจควบคุมความคิดของตนเองได้ต่อให้จะเป็นคนที่ฉลาดและมีเหตุผลเพียงใดก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง
หลังจากพยายามทุกวิถีทางแล้วจี้ทิงก็ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง จากนั้นเขาก็เปิดลิ้นชักโต๊ะข้างหัวเตียงออกแต่มองดูยาด้านในครู่หนึ่งก็ปิดลิ้นชักกลับไป
ยาเหล่านี้คือยาที่หมอเหอจากรุ่ยเหอเคยสั่งไว้ให้แม้จะเป็นยาสำหรับโรคแอสเพอร์เกอร์แต่ผลข้างเคียงที่ช่วยให้หลับนั้นสามารถใช้ร่วมกันได้
ทว่ายาจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทในสมองและทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเสียสมดุล จี้ทิงคิดว่ากว่าเขาจะเลิกยาได้มันแสนยากเย็นจะกลับไปสู่วงจรเดิมไม่ได้อีก
ในคืนฤดูหนาวลมหนาวราวกับใบมีดอันคมกริบพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้เข้ามา
จี้ทิงเลิกผ้าห่มลงจากเตียงเขาปล่อยให้ตัวเองหนาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสวมเสื้อโค้ทตัวใหญ่แล้วเดินลงชั้นล่างไป
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปเดินเล่นในสวนด้านนอกแต่คาดไม่ถึงว่าพอลงมาถึงชั้นสอง จะพบกับจี้เยี่ยนจื๋อที่กำลังจะขึ้นบันไดมาพอดี
สองพี่น้องยืนเผชิญหน้ากันบนบันไดจี้เยี่ยนจื๋อทำหน้าปั้นปึ่งใส่ "อะไรนายคิดจะหนีออกจากบ้านอีกแล้วเหรอ?"
ที่จริงแล้วเขาจงใจมายืนดักรอจี้ทิงอยู่ที่นี่เพราะตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว เขาได้ยินเสียงในใจดังขึ้นไม่ขาดสาย
มีเพียงประโยคเดียวคือ[นอนไม่หลับแฮะ]
จี้ทิงไม่ได้หยิบไอแพดมาด้วยจึงทำได้เพียงส่ายหน้า เขาชี้นิ้วออกไปด้านนอก แล้วใช้สองนิ้วทำท่าเหมือนคนเดิน
"ไปเดินเล่น?"
จี้ทิงพยักหน้า[บางทีถ้าขยับร่างกายเยอะๆ พอเหนื่อยแล้วอาจจะหลับได้]
จี้เยี่ยนจื๋อไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงนอนไม่หลับแต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนเขาคาดเดาว่าอาจจะเป็นเหมือนภาวะสูญเสียการสื่อความที่เกิดจากการถูกทรมานในพื้นที่เฝ้าระวัง
ปลายนิ้วข้างลำตัวของเขาจิกเข้าหากันแน่นแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับไม่เย็นชาเท่าเดิม "กลับไปใส่เสื้อผ้าให้หนากว่านี้หน่อยเดินเล่นเสร็จแล้วก็รีบกลับมา"
จี้ทิงพยักหน้าแล้วหมุนตัวเดินกลับไป ทว่าในตอนที่เขาเดินไปถึงหน้าประตูห้องเสียงของจี้เยี่ยนจื๋อก็ดังมาจากด้านล่างอีกครั้ง "เจ้าหูน้อยจี้"
จี้ทิงเดินมาที่ราวกั้นแล้วมองลงไปข้างล่างพลางโบกมือให้ราวกับจะบอกว่า [อยู่นี่ครับ]
จี้เยี่ยนจื๋อเบือนหน้าไปเล็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นธรรมชาติ "ในเมื่อนายนอนไม่หลับงั้นก็มาเล่นเกมเป็นเพื่อนฉันหน่อย"