“........”
ลู่หานจางอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มาก็นานแล้ว จะบอกว่าไปค้นมาแล้วทุกซอกทุกมุมยังได้ แต่ไม่เคยพบช่องทางนี้มาก่อน พอมองลงไปพบว่าช่องทางนี้พอสำหรับสองถึงสามคนเดินเรียงหน้ากระดานกันลงไป บ้านหลังนี้เพิ่งสร้างได้ไม่ได้นาน งั้น...ช่องทางนี้ถูกขุดขึ้นมาตอนไหนกันล่ะ?
ไม่มีเวลาให้ลู่หานจางได้คิดหาคำตอบแล้ว เสียงของหนิงเยี่ยนดังก้องขึ้นมาในหู
“ลงไป คนพวกนั้นต้องออกมาตามหาท่านแน่ ไปซ่อนตัว ข้าเรียกแล้วท่านค่อยออกมา”
หัวของเขาถูกกดลงไป ลมหายใจของหนิงเยี่ยนกระทบเข้ากับร่าง ทำเอาลู่หานจางรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเล็กน้อย เดิมทีเขาจะถามว่าช่องทางลับนี่ขุดขึ้นมาได้ยังไง แต่เพราะการกระทำของผู้หญิงคนนี้ ทำเอาเขาลืมคำถามไปหมด
หลังจากเอาลู่หานจางลงไปในช่องทางลับได้สำเร็จ หนิงเยี่ยนจึงส่งหนังสือสองเล่ม แป้งทอดเนื้อหมาป่า และต้มน้ำร้อนลงไปให้เขาอีกถุง หนังสือเอาไว้ให้ลู่หานจางฆ่าเวลา ไม่รู้เหมือนกันว่าการค้นหาครั้งนี้จะนานแค่ไหน ส่วนพวกอาวุธในบ้าน หนิงเยี่ยนเอาไปเก็บไว้อย่างดีแล้ว ครั้งที่แล้วมีดล่าสัตว์ที่เธอไปตีมาให้เ้าหนูน้อยถูกลู่หานจางหาเจอ ดังนั้นเธอจึงระวังมากขึ้น
หนิงเยี่ยนจัดการปูเตียงจนเสร็จเรียบร้อย แล้วจึงไปเปลี่ยนชุด จากนั้นเดินออกมานอกบ้านเพื่อไปจัดการกับต้นฝ้ายในแปลงผักต่อ
ยอดอ่อน้าสุดของดอกฝ้ายถูกขลิบตกลงพื้น ยอดอ่อนสีเขียวตกลงพื้นยอดแล้วยอดเล่า ขณะนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น หนิงเยี่ยนจัดเสื้อผ้าตัวเอง แล้วจึงเดินออกไปเปิดประตู
ด้านนอกมีทหารม้าอยู่หนึ่งหน่วย ชุดเกราะบนตัวของคนเหล่านี้ค่อนข้างเก่าแล้ว ในมือถือหอก บางคนก็ถือกระบี่ ผู้ใหญ่บ้านเดินตามหลังทหารม้าหน่วยนี้มา ปากก็พูดจ้อออกมายาวเหยียด
“ท่านขุนนาง พวกเราคนโกวจื่อวานล้วนเป็คนดี ไม่มีทางทำเื่อย่างซ่อนนักโทษผู้กระทำความผิดหรอก ท่าน......”
“อย่าไร้สาระ... เข้าไปหา”
นายทหารบังคับบัญชาที่นำหน้ามาผลักผู้ใหญ่บ้านออก แล้วสั่งการ ทหารกลุ่มหนึ่งจึงเดินเข้าไปในบ้าน
บ้านหลังนี้เพิ่งสร้างใหม่ เครื่องเรือนยังมีไม่มาก นอกจากต้นฝ้ายหนึ่งแปลงยังมีหนังหมาป่าที่แขวนตากไว้บนต้นไม้ หนังผืนนั้นถูกชายที่สวมเครื่องแบบทหารเห็นเข้า
ทหารนายนั้นดึงหนังหมาป่าลงมา จับคลำอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยกมันไปให้หัวหน้า
“หัวหน้า หนังผืนนี้ใช้ได้ทีเดียว ท่านเอาไปทำชุดเกราะได้ แล้วยังเอาไปทำถุงมือได้อีกด้วย”
“สายตาเฉียบแหลม”
คนที่เป็หัวหน้าเผยรอยยิ้มออกมา แล้วเอาหนังหมาป่าผืนนั้นพาดลงไปบนตัวพลทหาร
หนิงเยี่ยนมองหนังหมาป่าผืนนั้นแล้วกัดฟันขบกราม เธอมองไปที่หน่วยทหารม้าอีกครั้งแล้วสงสัยขึ้นมา เครื่องแบบของทหารพวกนี้ดูเหมือนจะผิดแปลกไป
ครั้งที่แล้วเธอเกือบจะเสียท่าให้ยายแก่ต้าหลี่ชื่อ เธอจึงไปไหว้วานให้คนหาหนังสือตำราเกี่ยวกับกฎหมายมาให้ ตำรานี้ไม่ใช่ตำรากฎหมายธรรมดา แต่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ข้อกำหนดระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับชุดเกราะหรืออาวุธประจำกาย ชุดที่คนเหล่านี้ใส่ต่างไปจากระเบียบที่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันกำหนด
หนิงเยี่ยนเก็บอาการและไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแล้วถอยหลังไป ถ้าความคิดของเธอไม่ผิดละก็ คนพวกนี้ไม่ใช่ทหารปกติ
อะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้ว่ามนุษย์จะมีอารยธรรมมานานนับพันปี แต่คนที่เคยผ่านสนามรบมา มีประสบการณ์ชีวิตที่โหดร้ายป่าเถื่อน เกิดเป็ประสาท จิตผิดปกตินั้นก็มีเยอะแยะไป
หนิงเยี่ยนเดินไปอยู่ข้าง ๆ ผู้ใหญ่บ้าน แล้วกระซิบถาม
“ไอ้นักโทษของราชสำนักเนี่ยหน้าตาเป็ยังไง?”
“เ้าอย่าไปคิดมากเลย” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ย
“อื้อ!”
หนิงเยี่ยนพยักหน้า
เ้าพลทหารพวกนี้เดินไปทางไหนก็เหมือนกับพวกตั๊กแตน ทุกที่ที่พวกมันผ่านไปเหลือแต่ความว่างเปล่า ข้าวสารในห้องครัวก็ถูกนายทหารคนหนึ่งแบกขึ้นหลังไป ผ้ากระสอบที่เตรียมไว้ในบ้านก็ถูกม้วนไปจนโล่ง
หนิงเยี่ยนกำหมัดแน่น หายใจเข้าลึกพยายามสะกดอารมณ์โกรธเกรี้ยวไว้ในใจ
“ที่นี่ไม่มีคน ถอนกำลัง”
พอไม่พบนักโทษ หัวหน้าหน่วยทหารจึงออกคำสั่งถอนกำลัง กองทหารม้าพวกนี้เอาข้าวของหลายอย่างออกไปจากบ้านของหนิงเยี่ยน
หนิงเยี่ยนกลับเข้าไปในบ้าน มองโต๊ะเก้าอี้ที่พลิกคว่ำ เครื่องจานชามตะเกียบที่ถูกทำแตกจนเสียหาย สีหน้าที่ไม่ดีอยู่แล้วของหนิงเยี่ยน ยิ่งทวีคูณความโกรธ
หันกลับไปมองกองทหารม้าที่เพิ่งจากไป แล้วเดินกลับมาหาผู้ใหญ่บ้านอีกครั้ง
“ลุงผู้ใหญ่ ท่านขุนนางผู้นั้นกินข้าวที่ไหน?”
“ศาลบรรพชนในหมู่บ้าน”
“ยังดีที่มากันแค่นี้ ไม่งั้นข้าวที่เก็บไว้ของพวกเราคงมีไม่พอ”
“จริงอย่างเ้าว่า แต่ที่หมู่บ้านเรายังดี หมู่บ้านข้าง ๆ พวกทหารไปเยอะกว่านี้....”
คุยกับผู้ใหญ่บ้านได้ครู่หนึ่ง หนิงเยี่ยนก็ได้ข้อมูลสิ่งที่เธออยากรู้มาพอสมควร หลังจากส่งผู้ใหญ่บ้านกลับไปแล้ว เธอจึงกลับเข้าบ้านไปปล่อยลู่หานจางออกมาจากช่องทางลับ แต่ด้านนอกดันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาอีก
หนิงเยี่ยนเดินออกไปเปิดประตู พบว่ากองทหารที่เพิ่งออกไปกลับเข้ามาอีกครั้ง มีผู้หญิงจากบ้านตระกูลหนิงตามมาด้วย 2-3 คน แล้วยังมีอู๋เหมยที่ยืนอยู่ข้างสวีชื่อมองเธอด้วยสายตาขลาดกลัว
เห็นสายตาแบบคนไม่มีความผิดเช่นนี้ หนิงเยี่ยนนึกอยากจะหัวเราะขึ้นมาทันที
นายทหารในเครื่องแบบสีดำผลักอู๋เหมยออกมา แล้วถามอย่างดุดันว่า
“เ้าว่าบ้านหลังนี้ให้ที่หลบซ่อนแก่คนร้ายใช่หรือไม่?”
“จะ..เ้าค่ะ ท่านขุนนาง ไม่กี่วันก่อนหนิงเยี่ยนล่าหมาป่าลงมาจากูเา นอกจากนางแล้วไม่มีใครขึ้นไปบนูเาเลยเ้าค่ะ”
อู๋หวยซานทำท่าคิ้วขมวด แล้วตำหนิเธอ
“เหมย เ้าอย่าพูดจาไร้สาระ....”
‘เผี๊ยะ!’
แส้ในมือของนายทหารถูกหวดแหวกอากาศจนเกิดเสียงดังขึ้น แส้นั้นถูกหวดเข้าที่หลังของอู๋หวยซาน เสื้อผ้าเนื้อหยาบที่ถูกแส้ฟาดลงไปปรากฏเป็รอยเืขึ้นมา
“ข้าถามเ้าหรือไง?”
อู๋หวยซานส่ายหัว หุบปากเหมือนเป็ใบ้ อยากจะอธิบายบางอย่าง สุดท้ายก็ลังเลและไม่พูดอะไรออกมา
เห็นอู๋หวยซานถูกฟาด ใบหน้าของอู๋เหมยก็ซีดไปหมด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทำอะไรไม่ถูก
นายทหารคนนั้นดูพอใจกับอิทธิพลของตนมาก เขายกแส้ในมือชี้ไปที่อู๋เหมย
“เล่ามาโดยละเอียด”
“ต้องเป็หนิงเยี่ยน นางมีพละกำลังเยอะ มีความสามารถมาก ขนาดหมาป่าบนูเานางยังล่าลงมาได้ หากไม่ใช่นาง ใครจะไปสามารถให้ที่พักพิงแก่นักโทษได้”
อู๋เหมยว่าจบก็ทรุดลงไปกับพื้น ได้ประเดี๋ยวก็นึกถึงอะไรบางอย่างจึงเงยหน้ามองยายแก่ต้าหลี่ชื่อ
“......”
หนิงเยี่ยนไม่ได้โง่ ตอนนี้เธอพอเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว อู๋เหมยตกเป็เครื่องมือของยายแก่ต้าหลี่ชื่อ เพียงแต่นายทหารพวกนี้จะทำตามง่ายเพียงนี้เชียวเหรอ?
หรือทหารเหล่านี้จะหลอกง่ายจนยายแก่คนเดียวก็หลอกใช้ได้กันนะ?
หนิงเยี่ยนกังวลใจขึ้นมา กังวลว่าหนิงเชียนฉือมีย่าแบบนี้ ถึงชีวิตจะมีอนาคตแต่คงไม่มีทางออก
สำหรับตัวเธอเองตอนนี้สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีมากนัก นอกจากความสัมพันธ์ทางสายเืแล้วความสัมพันธ์ด้านอื่นกับตระกูลหนิงนั้นเธอไม่มีเลย
เธอเคลียร์ช่องคอ ทำตัวเลียนแบบผู้หญิงหมู่บ้านพวกนั้น แล้วะโออกมา
“ท่านขุนนาง ข้าถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็ธรรม ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เช่นข้าถึงแม้จะมีพละกำลังเยอะจนสามารถขึ้นเขาไปล่าสัตว์ แต่นั่นเป็เพราะความจำเป็ในชีวิต หากข้ามีครอบครัวชีวิตข้าคงไม่ต้องตกอับมาถึงจุดนี้ การให้ที่หลบซ่อนแก่นักโทษนั้นเป็ไปไม่ได้ บ้านของข้าเองก็เองถูกตรวจค้นไปแล้ว หากท่านจะค้นอีกรอบข้าเองก็ไม่กลัว”
หนิงเยี่ยนว่าจบก็ตาแดงขึ้นมา ปล่อยมือที่จิกต้นขาของตนเองออก แล้วเอ่ยกับนายทหารคนนั้นต่อ
“หากใต้เท้าไม่เชื่อ เชิญตรวจค้นได้ หากค้นแล้วพบ ข้าผู้นี้จะขอเข้าเมืองไปรับโทษ หากไม่เป็ดังที่อู๋เหมยว่า ใต้เท้าค้นที่นี่เสร็จแล้วช่วยไปยืนยันให้ข้าด้วยว่าข้าไม่ผิด”
หนิงเยี่ยนเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น
ทหารหน่วยนี้ถูกข่มขู่เสียแล้ว จะไปแจ้งความได้ยังไงกัน ที่พวกเขาปรากฏตัวอยู่ตอนนี้เป็การทำงานแบบลวก ๆ หากไปแจ้งความ ขุนนางเ่าั้ต้องมองออกแน่ว่าเครื่องแบบที่พวกเขากำลังสวมใส่นั้นมันไม่ถูกต้อง ถึงเวลานั้นคนที่ถูกจับจะเป็พวกเขาเสียเอง
เพียงแต่การค้นหาก็คงต้องค้นอีกครั้ง เผื่อเจอขึ้นมาล่ะ?
งานที่เบื้องบนสั่งการลงมายังไงก็ต้องทำให้สำเร็จ
หน่วยทหารจึงลงมือค้นหาอีกครั้ง แต่ก็ยังหาคนที่้าตัวไม่เจอเหมือนเดิม
พอเห็นหน่วยทหารม้านี้ไม่ได้สิ่งที่หวังกลับไป หนิงเยี่ยนจึงร้องขึ้นมา
“ใต้เท้า ท่านต้องให้ความเป็ธรรมแก่ข้าด้วยนะ!”
“ข้าไม่ว่างขนาดนั้น จะเอาเวลาที่ไหนไปจัดการเื่ของเ้า ไปบอกผู้ใหญ่บ้านของเ้าไป”
หัวหน้าหน่วยทหารว่าจบก็ตรงออกไปจากบ้านทันที
..............