“กรี๊ด!พี่ต้องขา จีน่าขอถ่ายรูปคู่ด้วยได้มั้ยคะ”สาวน้อยหน้าใสในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังของไทย รีบวิ่งถลาเข้าหาชายหนุ่ม
“เอ่อ…ได้ครับ แต่…ถ่ายได้แป๊บเดียวนะครับพี่ต้องรีบไปเข้าเรียนแล้ว สายแล้วครับ” ต้องกล้าไม่ปฏิเสธ
ไม่ใช่แค่สาวน้อยนางนั้นเพียงคนเดียวที่ขอถ่ายรูปด้วยนักศึกษาสาวอื่น ๆ อีกหลายคนล้วนรอคิวถ่ายรูปด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มรูปงามจึงจำต้องบอกกับสาวๆ เ่าั้ที่มาคอยถ่ายรูปว่า
“น้องๆ ครับ เรามาถ่ายรูปหมู่กันดีมั้ยครับ ถ่ายครบทุกคนด้วยและไม่เสียเวลาเข้าเรียนพี่ด้วยนะครับถ่ายรูปนี้เสร็จแล้วพี่ต้องขอตัวไปเรียนก่อนนะครับ ขอโทษทุก ๆ คนด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มพูดพร้อมรอยยิ้มที่มีลักยิ้มบุ๋มตรงมุมปากตามสไตล์ของดาราดัง เพื่อไม่ให้เสียฐานแฟนคลับไป เขาไม่ควรจะปฏิเสธเมื่อเหล่าแฟนคลับมาขอถ่ายรูป
กิจวัตรประจำวันหลักๆ ของต้องกล้าในมหาวิทยาลัย ถ้าไม่นับเื่เรียนแล้ว เขาจะต้องบิลด์อารมณ์ตัวเองให้สดใสไม่หงุดหงิดเมื่อแฟนคลับมาขอถ่ายรูปแม้ว่าในใจเข้าจะรุ่มร้อนสักเพียงใดก็ตาม
ต้องกล้าจำเป็ต้องเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจภาคภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศไทยแทนการเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามคำขอของกานตามารดาที่รักของเขาซึ่งเหตุผลของกานตาก็ยากที่ต้องกล้าจะปฏิเสธได้
“ลูกเป็คนไทยโดยสายเืถึงเวลาที่ควรจะกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อหัดเรียนรู้วัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริงและเพื่อสร้างคอนเนคชั่นด้านธุรกิจต่าง ๆ กับคนไทยด้วยที่สำคัญลูกควรเรียนคณะบริหารธุรกิจเพื่อเป็พื้นฐานมาสืบต่องานธุรกิจของพ่อในประเทศไทยเพื่อจะได้ช่วยพ่อทำงาน และช่วยเป็หูเป็ตาให้พ่อได้เมื่อเรียนจบเื่ธุรกิจในต่างแดนเราจะต้องระมัดระวัง อย่าไว้วางใจใครมากเกินไปถ้าลูกมารับ่ธุรกิจต่อ พ่อคงสบายใจขึ้น เพราะมีคนที่ไว้วางใจได้มาช่วยดูแลและที่สำคัญคือ ถึงเวลาแล้วที่ลูกจะต้องกลับไปทำภารกิจที่เมืองไทยให้สำเร็จ”
กานตาพยายามอธิบายโดยชักแม่น้ำทั้งห้ามาเข้าล่อเพื่อหวังให้ต้องกล้าคล้อยตาม
“ต้องเข้าใจเหตุผลข้ออื่นๆ ของแม่ที่อยากให้ต้องไปเรียนต่อที่เมืองไทย แต่ต้องไม่เข้าใจว่าจะต้องไปทำภารกิจสำคัญอะไรอีก ภารกิจสำคัญคืออะไรจ๊ะแม่ ?” ต้องกล้าถามด้วยความฉงนสนเท่ห์
“เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วหลวงตากันต์จะบอกลูกเอง ลูกรักของแม่” กานตามองสบตาลูกชายด้วยความเป็ห่วง
การสอบเข้าคณะบริหารธุรกิจภาคภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังติดอันดับของประเทศไทยไม่ใช่เื่ยากของต้องกล้า เพราะเขาเป็ชายหนุ่มที่เพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบแทบทุกเื่
เื่การเรียนและกีฬา เขาเรียนเก่งทุกวิชาเป็อันดับต้น ๆ ของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศในสหรัฐอเมริกาและเป็ตัวแทนนักกีฬาของโรงเรียนไปแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ อีกด้วย
เื่ภาษาไม่ต้องห่วง ภาษาไทยเขาสามารถอ่านออก เขียนได้ ฟังและพูดได้ชัดเสมือนเป็คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากกานตาสอนเขามาั้แ่ยังเป็เด็กน้อยส่วนภาษาอังกฤษเขาได้เปรียบที่เติบโตในต่างประเทศทำให้เขามีความชำนาญในการพูดภาษาอังกฤษเหมือนภาษาแม่
ที่สำคัญเขายังเป็นายแบบ โฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์ดังต่าง ๆในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วยในระหว่างที่เรียนชั้นมัธยมปลายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะเขา้าหาเงินเรียนด้วยตัวเองตามแบบฉบับวัยรุ่นอเมริกาส่วนใหญ่ที่มีค่านิยมในการช่วยเหลือตนเองเมื่อเริ่มเข้าสู่่วัยรุ่นด้วยหน้าตาหล่อเหลาแบบหนุ่มตี๋อินเตอร์ รูปร่าง ผิวพรรณ และความสามารถทักษะต่าง ๆ ที่โดดเด่นมีเสน่ห์เป็ที่สะดุดตากว่าเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกันจึงทำให้เขาได้ทำงานด้านนี้โดยไม่ยาก
ยิ่งไปกว่านั้นกานตาได้จ้างติวเตอร์ชื่อดังวิชาต่าง ๆ ของเมืองไทยติวสอบต้องกล้าผ่านทางสื่อออนไลน์เป็การส่วนตัวเพื่อเตรียมความพร้อมด้านวิชาการของประเทศไทยให้กับต้องกล้าก่อนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยอีกทางหนึ่งดังนั้นการสอบข้อเขียนด้านวิชาการและสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยที่ประเทศไทยของต้องกล้าจึงผ่านฉลุย
เมื่อต้องกล้าเริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยความเป็ซุปเปอร์สตาร์ดาวเจิดจรัสฟ้าของเขาก็พุ่งแสงเปล่งประกายออกมาชัดเจนจากเดือนมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในมหาวิทยาลัยและในโลกโซเชียลมีเดียก็เริ่มเป็ที่หมายตาของเหล่าบรรดาโมเดลลิ่งเอเจนซี่ทั้งหลายต่างเข้ามาทาบทามให้ทำงานมากมายในวงการบันเทิงทั้งงานนายแบบถ่ายโฆษณา ถ่ายมิวสิกวีดีโองานอีเวนต์ ฯลฯ
จากหน้าตาหล่อเหลาแบบหนุ่มตี๋อินเตอร์พิมพ์นิยมรูปร่าง บุคลิกที่มีสไตล์เป็ของตนเอง ความสามารถที่หลากหลาย ผลงานต่าง ๆ ที่โดดเด่นและเป็คนทุ่มเท ตั้งใจ รับผิดชอบในการทำงานสูงทำให้เป็ที่สะดุดตาต่อเ้าของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลช่องดังในประเทศ ต้องกล้าได้เข้าเป็นักแสดงในสังกัด เริ่มจากบทพระรองน้องชายพระเอก เพื่อนพระเอก ในที่สุดเขาก็ขึ้นแท่นยืนหนึ่งเป็พระเอกลูกรักของช่องสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ในเวลาเพียงไม่ถึง3 ปีที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทย
แต่...มารดาของต้องกล้าไม่้าให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังมากในเมืองไทยคำพูดของพระอาจารย์กันต์ยังคงดังก้องหูของกานตาอยู่แม้เวลาผ่านมานานมากเกือบ 22 ปีแล้วก็ตาม
“โชคชะตาของเด็กน้อยคนนี้ เกิดมาจะเป็คนมีชื่อเสียงโด่งดังคับฟ้าในบ้านเกิดเมืองนอนเป็ดาวส่องแสงจรัสฟ้า นำชื่อเสียงเงินทองมาสู่ตัวมากมายและจะนำภัยภยันตรายมาสู่ตัวเองมากมายด้วยเช่นกัน เพราะชื่อเสียงคืองูพิษหากใช้ในทางที่ผิด อาจนำพิษร้ายมาสู่ตนเองได้”
พระอาจารย์กันต์มีความชำนาญเก่งกล้าด้านโหราศาสตร์และวิชาอาคมสายขาวมาั้แ่ก่อนบวชได้ทำนายดวงชะตาของหลานชายในวันที่กานตาคลอดลูกให้กานตารู้เพื่อจะได้ป้องกันและระมัดระวังตนในการเลี้ยงดูต้องกล้าให้เติบใหญ่มาด้วยความปลอดภัย
ดังนั้น จึงเป็เหตุผลหนึ่งจากหลายเหตุผลสำคัญที่กานตาตัดสินใจพาต้องกล้าย้ายข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและพยายามไม่ให้ลูกชายของตนเข้าสู่วงการบันเทิงใด ๆ ทั้งสิ้นเธออยากให้ลูกเป็เพียงคนธรรมดาสามัญเท่านั้น
แต่…นิสัยที่ดื้อรั้นแบบเงียบ ๆ ของต้องกล้าหากแม่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ รวมถึงความรัก ความชอบและพร์ด้านงานแสดงที่์ได้จัดสรรมาให้เขาก็มิอาจมีอะไรขวางกั้นไม่ให้ต้องกล้าเข้ามายืนเด่นเป็สง่าเป็ซุปเปอร์สตาร์ในวงการบันเทิงนี้ได้
“เฮ้ย ! ไอ้ต้องวันนี้มึงมีนัดกับอาจารย์ที่ปรึกษา เื่โปรเจกต์จบ ตอนบ่ายโมงครึ่งไม่ใช่เหรอวะแล้วมึงมานั่งทำสากกะเบือกินอะไรอยู่ที่นี่ ใช่มั้ยไอ้ภู”
เจได หรือผู้มีชื่อจริงว่าเจตรินลูกชายคนสุดท้องทายาทนายแพทย์นักธุรกิจเ้าของโรงพยาบาลชื่อดังระดับประเทศ ะโถามต้องกล้าด้วยความสงสัยเขาจำได้ว่าเมื่อวันก่อนต้องกล้าได้พิมพ์ข้อความบอกให้เพื่อน ๆ ช่วยเตือน ผ่านทางแอปพลิเคชันแชทออนไลน์ในกลุ่มชื่อ3 ทหารเสือซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มนี้เพียง 3 คนเพื่อนรัก คือ เขา ต้องกล้าและภูผา
“กูบอกมึงหลายหนแล้วนะไอ้เจได ว่าให้เรียกชื่อกูว่าภูผาเต็ม ๆ ไม่ใช่เรียกพู มันดูไม่แมนเลย เหมือนหมีพูห์ น่ารัก อาโนเนะไม่เข้มแข็ง กูไม่ชอบ เออ ! ใช่ ไอ้ต้องมึงมีนัดกับอาจารย์ที่ปรึกษาวันนี้”
ภูผา ผู้มีชื่อจริงและชื่อเล่นเป็ชื่อเดียวกันผู้ชอบให้ตนเองดูเข้มแข็งตลอดเวลา และเป็ลูกชายเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งหมด5 คนของนักการเมืองใหญ่ระดับประเทศกล่าวสำทับเตือนต้องกล้าอีกครั้ง
วันนี้เจตรินและภูผาซึ่งมีนิสัยขี้ลืมอยู่เป็นิจด้วยกันทั้งคู่ ได้โทรศัพท์หาต้องกล้าเพื่อแจ้งเตือนเขาเื่นัดอาจารย์ที่ปรึกษาเมื่อ่สิบเอ็ดนาฬิกาแล้วแต่เขาไม่ได้รับโทรศัพท์ เพราะลืมเอาโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็ปัจจัยที่ 5 ของชีวิตมนุษย์เกือบทุกคนในยุคนี้มาด้วย
โดยปกติแล้วเื่การนัดหมายงานต่าง ๆต้องกล้าจะมีผู้จัดการดาราช่วยดูแลจัดคิวงานและคอยช่วยเตือนเวลานัดหมายล่วงหน้าให้ทุกครั้งแต่ในเื่เกี่ยวกับการเรียนต้องกล้าเกรงใจที่จะให้ผู้จัดการฯ มาช่วยดูแลเพราะแค่ดูแลคิวงานด้านวงการบันเทิงของเขาเพียงอย่างเดียวผู้จัดการของเขาก็หัวหมุนมากพอแล้ว
ชายหนุ่มจึงมักฝากความหวังไว้กับเพื่อนรักทั้งสองให้คอยช่วยย้ำเตือนเื่สำคัญเกี่ยวกับการเรียนของเขาตลอดมาแต่...เขาลืมไปว่านัดหมายนี้คือวิชาที่สำคัญที่สุดการฝากความหวังไว้ที่เพื่อนรักทั้งสองดูจะเป็การเสี่ยงมากเกินไป มิหนำซ้ำยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่ตนเองลืมบันทึกตารางนัดหมายเพื่อแจ้งเตือนลงในโทรศัพท์มือถืออีกด้วย
“โอ๊ย !! ลืมสนิทเลย กูลืมหยิบโทรศัพท์มือถือมาจากบ้านเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลย กว่าจะถ่ายละครเสร็จเกือบตีสี่ เบลอไปหมดแล้วขอบใจพวกมึงทั้งคู่มาก ๆ ว่ะ ไอ้เพื่อนเลิฟทั้งสอง กูจะไปทันมั้ยเนี่ยนี่บ่ายโมงสิบห้าแล้ว”
ต้องกล้าใวิ่งกระหืดกระหอบด้วยความลนลานตรงไปยังตึกคณะระยะทางจากศูนย์อาหารของมหาวิทยาลัยไปยังตึกคณะไม่ไกลนัก ถ้าเทียบกับเวลาที่จำกัดเขาไม่อยากรบกวนเพื่อนทั้งสองซึ่งจอดรถไกลจากศูนย์อาหารพอสมควร หากเขาจะขับรถไปเองที่จอดรถใกล้คณะก็หายากเต็มทีถ้าจะขับรถไปคงต้องวนหาที่จอดรถจนเลยเวลานัดหมายกับอาจารย์เป็แน่ส่วนวินมอเตอร์ไซค์ก็ยังไม่มา เพราะเป็่เวลาเที่ยงที่คนใช้บริการเยอะ
ต้องกล้าไม่อยากไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาสายเกินเวลาที่อาจารย์ได้นัดไว้เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาขึ้นชื่อว่าเป็ผู้ที่ตรงต่อเวลามากที่สุดเป็อันดับหนึ่งของคณะถ้าเขาไปสายก็ไม่อยากคิดเลยว่าตนจะต้องฟังคำบ่นของอาจารย์ไปอีกกี่ชั่วโมง
“โอ๊ย !! เจ็บ !!” เสียงหญิงสาวร้องดังลั่น ร่างสูงโปร่งบอบบางเซถลาล้มลงไปบนพื้นถนนมือและแขนถูไปบนพื้นคอนกรีตเป็แผลถลอกปอกเปิกเืออกซิบ ๆเนื่องจากถูกบางสิ่งบางอย่างพุ่งเข้าชนอย่างแรง