กัณฑ์ถูกบังคับให้นอนเตียงเดียวกันกับพัฒน์ แต่เขายังคงรักษาสัญญาที่จะไม่ยอมมีอะไรด้วยก่อนแต่งงานเด็ดขาด เช้าวันถัดมากัณฑ์ตื่นก่อนพัฒน์ จึงพบว่าเขานอนกอดเธอทั้งคืน เธอจึงค่อยๆ ยกแขนเขาออก แล้วค่อยๆ ย่องเพื่อหลบหนี เธอเดินมาถึงประตูได้ แต่แล้ว ก็ต้องผงะเพราะที่ลูกบิดมีฝาครอบพร้อมกับมีกุญแจล็อคไว้อีกที
“จะไปไหนหรอครับกัณฑ์ ยังตีห้าอยู่เลยนี่ครับ มานอนกันต่อเถอะ” พัฒน์พูดยิ้มๆ เพราะเขารู้ทันเธอ
ในใจกัณฑ์คิดว่า “นี่เขากลายเป็คนแบบนี้ไปั้แ่เมื่อไหร่นี่ หรือเขาเป็แบบนี้มาตั้งนานแล้วแต่เธอไม่รู้กันแน่” กัณฑ์ไม่อยากนอนต่อแล้ว เลยรีบไปอาบน้ำแต่งตัวทันที เธอทำทุกอย่างเสร็จตอนหกโมงเช้า แล้วนั่งรอเขาตรงโซฟาที่อยู่ภายในห้องนอน
พัฒน์ลุกขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้กับเธอ เขาเลยรีบไปอาบน้ำและแต่งตัวทันที แต่พัฒน์เป็คนทำอะไรรวดเร็ว ดังนั้นเวลา 6:30 น. เขาจึงไขกุญแจ และเปิดห้องนอน จากนั้นก็จูงมือกัณฑ์ลงไปทานข้าวพร้อมกัน
“แต่วันนี้กัณฑ์ต้องไปทำงานนะคะ และกัณฑ์ก็ยังไม่ได้สวมชุดทำงานเสียด้วย” กัณฑ์กล่าว
“ผมเตรียมให้แล้วครับ พอดีเมื่อคืน ผมให้ป้าแช่มซักและรีดให้ทั้งคืน เลยยังไม่ได้นำมาให้กัณฑ์สวม ทานข้าวก่อนนะครับ ค่อยไปเปลี่ยน” พัฒน์กล่าว
กัณฑ์จำต้องนั่งทานข้าวพร้อมกับพัฒน์ โดยมีป้าแช่มคอยตักข้าวและเสิร์ฟอาหารให้
วันนี้กัณฑ์ทานข้าวได้น้อย ดังนั้นเธอทานไปได้แค่เพียงครึ่งจานก็อิ่มเสียแล้ว
“ทานน้อยจังเลยนะครับกัณฑ์” พัฒน์กล่าว
“พัฒน์คะ คุณปล่อยกัณฑ์ไปเถอะนะ” กัณฑ์พยายามขอร้อง แต่เขาก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรกับเธออีกเลย
กัณฑ์เลยลุกไปหยิบเสื้อผ้าที่ป้าแช่มเตรียมให้เธอแล้วไปเปลี่ยน ซึ่งมันก็เป็ชุดทำงานผู้หญิง ในใจเธออยากจะทักท้วง แต่ก็รู้แก่ใจดีว่าเขาคงไม่พูดกับเธออยู่ดี ก็คงต้องเปลี่ยนเป็ชุดนี้ไปก่อน
ในตอนนี้กัณฑ์ได้กลายเป็ผู้หญิงเต็มตัว เพราะพัฒน์ได้ถือวิสาสะหยิบวิกของเธอไปทิ้งแล้วเรียบร้อย
พัฒน์เดินมาเห็นกัณฑ์ เขาก็ยิ้มอย่างพอใจจนกัณฑ์นึกหมั่นไส้ขึ้นมา เขาจูงมือเธอไปขึ้นรถอย่างหน้าตาเฉย
เมื่อพัฒน์ขับรถมาถึงบริษัท พัฒน์กลับจูงมือกัณฑ์เดินเข้าไปในบริษัทเพื่อประกาศให้ลูกน้องได้รู้ว่ากัณฑ์เป็แฟนของเขา กัณฑ์รู้สึกอายเพราะนอกจากที่จะต้องแต่งเป็ผู้หญิงแล้ว เธอยังต้องประกาศตัวว่าเป็แฟนของประธานบริษัทอีก ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเดินไปส่งถึงที่แผนกที่เธอประจำอยู่เสียด้วย เสียงฮือฮาในแผนกดังอยู่เซ็งแซ่
“โห กัณฑ์ พอได้เป็แฟนท่านประธานบริษัท ดูสวยขึ้นเยอะเลยนะ” เพื่อนร่วมงานแซว
“ฝากดูแลแฟนผมด้วยนะครับ และอย่าแซวแฟนผมมากนัก เธอยิ่งเป็คนขี้อายอยู่ด้วย ผมไปก่อนนะครับ” พัฒน์กล่าว
“ครับ/ค่ะ ท่านประธาน”
หลังจากนั้นทุกคนในแผนกก็พากันรุมเข้าไปถามกัณฑ์ทันที ว่าเป็ยังไงมายังไงถึงได้กลับใจมาเป็ผู้หญิง และได้เป็ถึงแฟนของประธานบริษัทเลยทีเดียว
ตอนนี้กัณฑ์รู้สึกปวดหัวไมเกรนขึ้น เพื่อตัดปัญหาให้จบๆ ไป เธอเลยแต่งเื่ตอบๆ ไปมั่วๆ ว่า เธออกหักจากพันธ์ เพราะพันธ์ไปคบคุณพลศักดิ์แทน กัณฑ์เลยยอมเปิดใจหันมาคบผู้ชาย ซึ่งท่านประธานก็ยังโสด เลยเป็ฝ่ายไปจีบท่านประธานเอง
เื่เล่ามั่วๆ ของเธอพากันลือไปทั่วทั้งบริษัท จนรู้ไปถึงหูของท่านประธาน ซึ่งพัฒน์ถึงกับหัวเราะกับเื่ที่เธอแต่งขึ้นเอง
ตกบ่ายกัณฑ์อยากจะหาเื่หนีพัฒน์ เลยนัดลูกค้าให้ไปพบแถวๆ ใกล้ละแวกบ้านของเธอ กัณฑ์สามารถเดินทางออกจากบริษัทได้อย่างราบรื่น จนเธอได้มาพบลูกค้าตามเวลานัดหมาย
“โห คุณกัณฑ์ จำแทบไม่ได้เลยนะคะ เปลี่ยนจากสาวทอมกลายเป็สาวสวยขนาดนี้” ณีกล่าว
“เลิกชมเถอะค่ะ กัณฑ์เขิน แล้วคุณณีมีความเห็นยังไงกับผลงานที่กัณฑ์ออกแบบให้ล่ะคะ” กัณฑ์กล่าว
“ณีว่ามันก็โอเคแล้วนะคะ หลังจากที่คุณกัณฑ์ยอมปรับให้เล็กน้อยไปแล้วด้วย เอาเป็ว่า ณีตกลงยอมทำโฆษณาตามที่คุณออกแบบค่ะ” ณีกล่าว
“ขอบคุณมากค่ะคุณณี” กัณฑ์กล่าว แล้วรีบตัดบทเพื่อเธอจะได้รีบกลับบ้าน “งั้น กัณฑ์ขอตัวเลยนะคะ”
“เดี๋ยวก่อนสิคะคุณกัณฑ์” ณียังรั้งตัวเธอไว้
“มีอะไรงั้นหรอคะ” กัณฑ์สงสัย
“ทานข้าวด้วยกันก่อนค่ะ ณีนัดเพื่อนไว้ อีกเดี๋ยวเขาก็มาแล้วค่ะ” ณีกล่าว
กัณฑ์รู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆ “อย่าว่านะ ไม่ใช่ ใช่มั้ย” และแล้วมันก็เป็ไปตามที่เธอรู้สึกจริงๆ เสียด้วย
“รอผมนานมั้ยครับคุณณี พอดีรถติดไปหน่อย ผมเลยมาช้านิดนึง ว่าแต่ทำไมพวกคุณนัดคุยงานไกลบริษัทจังเลยนะครับ” พัฒน์กล่าว
“ก็นั่นน่ะสิคะ คุณกัณฑ์ ทำไมนัดมาถึงนี่เลย” ณีเห็นด้วย
“ที่นี่อาหารอร่อยค่ะ เลยอยากให้มาชิม” กัณฑ์ตอบไปอย่างนั้น
“เอ้อ ใช่ คุณพัฒน์ ไหนคุณจะแนะนำแฟนคุณ ให้ณีรู้จักไงคะ” ณีท้วง
“อ้าว กัณฑ์ คุณยังไม่บอกณีอีกหรอครับ ว่าพวกเราเป็แฟนกัน” พัฒน์กล่าวยิ้มๆ
“โห นั่นนะสิคุณกัณฑ์ งุบงิบเชียวนะคะ ถึงว่าคุณกัณฑ์ถึงเปลี่ยนลุคใหม่กลายเป็ผู้หญิง ที่แท้ก็ตกลงปลงใจกับคุณพัฒน์นี่เอง” ณีกล่าว
“จะว่าไป อาหารที่นี่อร่อยจริงๆ ด้วยครับ สมแล้วที่กัณฑ์เลือกมาทานไกลขนาดนี้” พัฒน์กล่าว
ในเวลานี้กัณฑ์ทำได้เพียงแต่ยิ้มให้กับพัฒน์และคุณณี โดยที่เธอหมดคำจะพูด เพราะขนาดเธอคิดแผนจะหนีพัฒน์ เขาก็ยังสามารถตามเธอมาถึงที่นี่ได้เลย กัณฑ์ทำได้แต่ตักอาหารทานและมองดูทั้งสองคนคุยกันอย่างสนุกสนาน
“ณีขอตัวก่อนนะคะ อย่าลืมแจกการ์ดให้ด้วยล่ะคะ ณีไม่ยอมพลาดงานนี้แน่นอน” ณีกล่าว
“ขอบคุณนะครับคุณณี” พัฒน์กล่าว
**************************************************
สีหน้าที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อสักครู่นี้ของพัฒน์ แปรเปลี่ยนเป็จริงจังแลเคร่งขรึมโดยฉับพลันทันด่วน
จนกัณฑ์เองก็ใกับความน่ากลัวของพัฒน์ เป็ลักษณะที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“ผมไม่นึกเลยว่ากัณฑ์จะหนีผมมาไกลขนาดนี้ คิดจะกลับไปหาพ่อแม่คุณล่ะสินะ” พัฒน์กล่าวอย่างรู้ทัน
“แต่กัณฑ์ก็หนีไม่พ้นไม่ใช่หรอคะ คุณอยากจะให้กัณฑ์ไปไหนก็บัญชามาเถอะค่ะ” กัณฑ์กล่าวอย่างประชด
“งั้นพรุ่งนี้พวกเราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน ผมให้คุณลางานได้หนึ่งวัน คุณอยู่ที่บ้านผมไปก่อน ผมเคลียร์งาน่เช้าเสร็จจะกลับมารับคุณตอนบ่ายนะครับ” พัฒน์กล่าว
“มันจะมากไปแล้วนะคะพัฒน์ กัณฑ์จะกลับบ้านค่ะ” กัณฑ์พูดจบก็เดินหนีเสียดื้อๆ
พัฒน์จับแขนกัณฑ์แน่นมาก เขาจูงเธอกลับไปขึ้นรถทันที
“ปล่อยนะคะพัฒน์ กัณฑ์เจ็บนะ” กัณฑ์ดิ้นและพยายามสะบัดแขน
พัฒน์ไม่อยากเป็จุดสนใจมากเขาเลยอุ้มกัณฑ์ไปที่รถทันที พร้อมกับกล่าวกับคนอื่นว่า “แฟนผมเขาท้องครับ ่นี้อารมณ์แปรปรวนบ่อย เดี๋ยวงอนเดี๋ยวโกรธแบบนี้แหละครับ”
กัณฑ์พยายามดิ้นก็รู้ว่ามันไปเป็ผล สุดท้ายพัฒน์ก็พาเธอมาขึ้นรถอยู่ดี ตอนนี้กัณฑ์โกรธพัฒน์มาก เธอเลยไม่ยอมคุยกับเขาอีก และหันหน้าหนีประกอบกับเธอปวดหัวไมเกรนั้แ่เช้า เธอเลยนอนหลับตาเพื่อบรรเทาอาการปวดจนกระทั่งเธอหลับไป
พัฒน์เห็นว่ากัณฑ์นั่งกุมขมับมาตลอดทางก็รู้ทันทีว่าเธอปวดหัวเพราะเขา เขารู้สึกผิดก็จริง แต่เขาก็ยังคงอยากเป็ผู้กำหนดชะตาตัวเอง เขาเริ่มสงสารเธอ เมื่อขับมาถึงบ้านของเขา พัฒน์ไม่ได้ปลุกเธอ แต่อุ้มไปส่งที่เตียงนอนก่อน แล้วค่อยปลุก
“กัณฑ์ ตื่นเถอะครับ” พัฒน์ยอมพูดดีๆ
กัณฑ์สะลึมสะลือ เลยพูดอย่างแ่เบาว่า “กัณฑ์ปวดหัวค่ะ ขอกัณฑ์นอนพักนะคะ”
แล้วเธอก็หลับต่อ
พัฒน์จึงสั่งให้ป้าแช่มมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กัณฑ์ เมื่อเรียบร้อยแล้วเขาจึงยกแก้วน้ำพร้อมกับยาแก้ปวดมาให้เธอทาน
กัณฑ์ลุกขึ้นอย่างเบลอๆ เพื่อทานยาและน้ำ แล้วเธอก็หลับต่อไปจนถึงเช้า
กัณฑ์รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ปาไปเก้าโมงเช้าแล้ว เธอนอนตื่นสายมาก พอตื่นขึ้นมาแล้วตั้งสติได้ เธอก็ใเพราะเมื่อวานเธอไม่ได้แต่งชุดนี้ แล้วใครเป็คนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอกันแน่ จะใช่ป้าแช่มหรือเปล่า เธอเก็บคำถามไว้ในใจ แล้วรีบลุกพรวดไปอาบน้ำ และเดินลงมาทันที
กัณฑ์ได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง น่าจะวัยประมาณ 22 ปี เธอนั่งเล่นอยู่บนโซฟา พอหญิงสาวเห็นเธอก็รีบเดินมาทักทันที
“พี่กัณฑ์ตื่นแล้วหรอคะ วันนี้ตื่นสายนะ เห็นพี่พัฒน์เขาไปทำงานแต่เช้าเลย เนี่ย อ้อยว่าอ้อยมาเช้าแล้ว ก็ยังไม่ทันพี่พัฒน์เลย” อ้อยบ่น
“อ้าวตื่นแล้วหรือคุณกัณฑ์ นี่นังอ้อยหลานสาวป้าเอง คุณอย่าถือสามันเลยนะ มันก็เป็คนไม่รู้จักความแบบนี้แหละ” ป้าแช่มกล่าว
“ไม่หรอกค่ะ อ้อยก็คุยสนุกดีนี่คะ เอ่อ ป้าแช่มคะ แล้วใครเป็คนเปลี่ยนชุดให้กัณฑ์ล่ะคะ” กัณฑ์ถาม
“อ๋อ เป็ป้าเองค่ะ เมื่อวานคุณกัณฑ์ปวดหัวมาก และลุกไม่ไหว คุณพัฒน์เลยให้ป้าเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ค่ะ” ป้าแช่มกล่าว
กัณฑ์อยากถือโอกาสตอนที่พัฒน์ไม่อยู่ คอยหนีอีกครั้ง กัณฑ์แกล้งเดินออกไปนอกบ้านอย่างเนียนๆ
แต่อ้อยนี่สิ เธอไม่ยอมเนียนด้วย เธอรีบะโทันที “จะหนีไปไหนล่ะคุณกัณฑ์ คุณพัฒน์สั่งมาว่าให้อ้อยติดตามคุณไปทุกที่ และคอยกันไม่ให้คุณกัณฑ์หนีไปได้น่ะ คุณอย่าหนีเลยนะ อ้อยี้เีตามจริงๆ แต่ถึงกระนั้นอ้อยก็ไม่อยากให้ป้าแช่มถูกหักเงินเดือนด้วย เห็นใจพวกเราเถอะนะคะคุณกัณฑ์” อ้อยกล่าว
กัณฑ์รู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้พูดตรงเสียจนเธอใจหาย และกัณฑ์คงจะรู้สึกผิดมากที่เป็ต้นเหตุให้ป้าแช่มถูกหักเงินเดือน ในใจกัณฑ์คิดว่า “นี่เขากำลังทำกับเธอเหมือนนักโทษหรือนี่”
กัณฑ์ตัดสินใจจะเผชิญหน้ากับพัฒน์และพูดกับพัฒน์ตรงๆ ไม่หนีอีกแล้ว และตอนนี้เธอก็ไม่มีอะไรทำ เธอเลยไปนั่งดูทีวีกับอ้อยด้วย
“นี่พี่กัณฑ์ พี่มีอะไรดีน่ะ ทำไมคุณพัฒน์ถึงชอบพี่นักหนา” อ้อยถามตรงๆ
“แล้วจะให้พี่ตอบยังไงดีล่ะอ้อย” กัณฑ์บอกไม่ถูก
“พี่ก็ดูสวยอยู่หรอกนะ แต่พี่ไม่เห็นจะเป็สาวเปรี้ยว ดูดีมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเลย” อ้อยวิจารณ์
บางทีกัณฑ์ก็ขำ ที่อ้อยเป็คนพูดตรงๆ แลเป็คนจริงใจ โชคดีที่เธอเป็คนไม่ค่อยถือสากับคำพูด เลยพอฟังอ้อยพูดได้ “นั่นน่ะสิอ้อย ในเมื่ออ้อยเป็ผู้หญิงสวย เปรี้ยว ดูดีมีเสน่ห์ แล้วพัฒน์ เขาไม่สนใจอ้อยบ้างหรอ”
อ้อยหยุดชะงัก “เออใช่ คุณพัฒน์ไม่สนใจอ้อยจริงด้วย พี่ก็ดูน่าอิจฉาเหมือนกันนะเนี่ย”
“งั้นก็แสดงว่า ความชอบมันขึ้นกับสเป๊คของแต่ละคนไง” กัณฑ์กล่าว
“อืออือ เอาเป็ว่าอ้อยเข้าใจก็แล้วกัน” อ้อยกล่าว
อ้อยเดินไปหยิบขนมมาทานหน้าทีวี สักพักเธอก็นอนหลับไป
ความเป็จริงกัณฑ์สามารถถือโอกาสหลบหนีเวลานี้ก็ได้ แต่เพราะเธอสงสารป้าแช่ม เธอไม่อยากให้ป้าเขาเดือดร้อน เลยเลือกที่จะอยู่รอเขาที่นี่
กัณฑ์ไม่มีอะไรทำ ก็เลยเพ่งสมาธิมองสาววัยใสชื่ออ้อย ทันใดนั้นภาพนิมิตก็ปรากฏ
“นี่ป้าแช่ม ป้าเคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมคุณพัฒน์ถึงไม่ยอมสนใจผู้หญิงคนไหนเลยน่ะ” อ้อยถาม
“ก็คุณพัฒน์เขามีแฟนอยู่แล้วไง เธอชื่อกัณฑ์” ป้าแช่มอธิบาย
“แต่อ้อยว่านะ คุณพัฒน์ต้องเป็เกย์แน่ๆ แต่คบคุณกัณฑ์เพื่อบังหน้าน่ะ” อ้อยวิจารณ์
“ว่าไปนั่นนังอ้อย นินทาเ้านายแบบนี้มันไม่ดีรู้มั้ย คุณพัฒน์เขาเป็คนรักเดียวใจเดียวต่างหากล่ะ” ป้าแช่มกล่าว
“งั้น ฉันจะพิสูจน์ คอยดูก็แล้วกัน” อ้อยกล่าวอย่างมุ่งมั่น
**************************************************
ในตอนนั้นพ่อแม่ของพัฒน์ไม่อยู่ไปต่างจังหวัด อ้อยเห็นพัฒน์นั่งดูทีวี อยู่ดีๆ เธอก็แกล้งเต้นยั่ว
แต่พัฒน์กลับเฉยเหมือนพระอิฐพระปูน แล้วรีบพูดว่า “นี่เธอทำบ้าอะไรน่ะอ้อย ถอยออกไปฉันจะดูทีวี”
“นี่คุณไม่รู้สึกมีอารมณ์บ้างเลยหรอคะคุณพัฒน์” อ้อยสงสัย
“มันตลกมากกว่าอ้อย แล้วอย่าไปทำแบบนี้กับใครที่ไหนอีกนะ มันดูไม่ดี” พัฒน์ว่าเสร็จ เขาก็หันไปดูทีวีต่อ
“อ้อยว่าคุณเป็เกย์แน่เลย แต่คบกับคุณกัณฑ์เพื่อบังหน้า” อ้อยกล่าวตรงๆ
“แล้วแต่จะคิดก็แล้วกัน ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย ฉันจะดูทีวี” พัฒน์กล่าว
ั้แ่นั้นมาอ้อยก็คอยติดตามและแอบดูพัฒน์มาโดยตลอด ยิ่ง่เวลาที่กัณฑ์มาหาพัฒน์ที่บ้านเพื่อทำรายงานด้วยกัน ในตอนนั้นกัณฑ์กับพัฒน์ยังอยู่ม.6 ซึ่งเป็่เวลาก่อนที่พัฒน์จะให้คำสัญญาข้อแรกกับกัณฑ์
ในระหว่างที่พัฒน์ทำงานกับกัณฑ์ ซึ่งอ้อยคอยแอบดูอยู่ พัฒน์ทำท่าจะคอยกอดกัณฑ์ แต่เขาไม่กล้า ทำให้พัฒน์ดูเหมือนเป็คนโรคจิตเลย แต่ในตอนนั้นกัณฑ์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพัฒน์เป็อย่างนั้น จนกระทั่งกัณฑ์ทำน้ำหกใส่พัฒน์ กัณฑ์ใมากเลยรีบนำทิชชู่มาเช็ดให้ แล้วในตอนนั้นนี่เอง ที่พัฒน์ดึงกัณฑ์เข้าไปกอดทั้งจูบและหอมเธอ ทำให้กัณฑ์รีบผลักเขาออก แล้วตบพัฒน์อย่างแรง เธอรีบวิ่งหนีพัฒน์ไปทันที
ั้แ่นั้นมาอ้อยถึงยอมเชื่อว่าพัฒน์ไม่ได้เป็เกย์จริงๆ แต่เขากลับเกิดอารมณ์เพียงแค่กับกัณฑ์คนเดียว
แต่อ้อยยังคงมีเชื้อนักวิทยาศาสตร์ เธอต้องพิสูจน์อีก ในคืนหนึ่งเธอแกล้งสวมเสื้อสายเดี่ยวและใส่กางเกงขาสั้น นอนหลับอยู่บนโซฟา พัฒน์ผ่านมาเห็น เขาถึงกับส่ายหน้า แล้วเดินขึ้นไปบนห้องนำผ้าห่ม มาห่มให้กับอ้อย พร้อมกับเดินไปบอกป้าแช่มว่า “ฝากเตือนหลานป้าแช่มหน่อย แต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อยแบบนั้นมันดูไม่ดี”
และแล้วป้าแช่มก็นั่งเทศนาอ้อยเป็การใหญ่
แล้วอยู่ดีๆ ภาพนิมิตก็ตัดมาที่่เวลาหลังจากที่พัฒน์ได้ให้คำสัญญาไว้แล้วว่าพัฒน์จะไม่ล่วงเกินเธอ ซึ่งอ้อยเองก็ยังไม่วางใจเธอยังคงคอยติดตามสังเกตพฤติกรรมของพัฒน์อยู่ จนกระทั่งถึงตอนที่พัฒน์และกัณฑ์ขึ้นปีหนึ่งและอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ในตอนนั้นชลาวรรณอยู่ม. 6 เธอแอบชอบพัฒน์มานาน เธอตามพัฒน์มาถึงที่บ้าน โดยชลาวรรณได้ขอให้พัฒน์ช่วยติวให้กับเธอ ในระหว่างที่ทั้งสองนั่งติวด้วยกัน ชลาวรรณแกล้งเอามือมาวางที่ขาของพัฒน์ แต่พัฒน์รีบจับมือเธอออกทันที พร้อมกับพูดตักเตือนวรรณว่า “ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ วรรณเป็ผู้หญิงมันดูไม่ดี”
“ทำไมล่ะคะ ในเมื่อวรรณเองก็ดูดีกว่าพี่กัณฑ์ตั้งเยอะ” ชลาวรรณกล่าว
“แต่พี่รักกัณฑ์ ไม่ใช่วรรณนี่ครับ” พัฒน์พูดจบก็เลยรีบลุกพร้อมกับบอกอีกว่า “พี่ว่าวรรณไปติวกับคนอื่นเถอะ พี่ไม่สะดวกจะสอนแล้ว”
พัฒน์เดินหนีจะขึ้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง แต่วรรณไม่ละความพยายาม เธอจึงวิ่งมากอดเขาจากด้านหลัง พัฒน์รีบแกะมือเธอออกทันที แต่วรรณไม่ยอมหยุด เธอกำลังจะเดินเข้าไปกอดพัฒน์อีก อ้อยเลยรีบยกถังน้ำไปสาดวรรณทันที
“นี่เธอ ทำบ้าอะไรน่ะ เห็นมั้ยฉันเปียกไปหมดแล้ว” ชลาวรรณว่า
“ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณชลาวรรณ ฉันเห็นคุณดูแปลกๆ เหมือนเป็คนไม่มีสติ ก็เลยลองสาดน้ำเรียกสติคุณดูค่ะ” อ้อยกล่าว
ชลาวรรณกำลังจะเข้าไปทำร้ายร่างกายอ้อย แต่ถูกพัฒน์เข้ามาขวางไว้ “พี่ว่าวรรณกลับไปเถอะ พี่ไม่อยากทำร้ายผู้หญิง”
ชลาวรรณทั้งเปียกทั้งอาย เธอเลยรีบเก็บของแล้วกลับบ้านของเธอทันที
“พี่ขอบคุณนะอ้อย ที่เข้ามาช่วยพี่ แต่ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก พี่ไม่อยากให้อ้อยก่อศัตรู ไม่งั้นในอนาคตอ้อยอาจโดนทำร้ายได้” พัฒน์เตือนด้วยความหวังดี
“รับทราบแล้วค่ะ พี่พัฒน์” อ้อยกล่าว
อ้อยถึงขั้นบ่นว่า “นี่นังวรรณคงยังไม่รู้ล่ะสินะว่า พี่พัฒน์มีอารมณ์เฉพาะกับพี่กัณฑ์คนเดียวย่ะ”
และภาพนิมิตสุดท้ายก็ตัดมาที่ฉากนี้
ในคืนนั้นกัณฑ์เมามาก เพราะไปกินเลี้ยงกับเพื่อนๆ ในคณะ พัฒน์จึงรีบไปรับกัณฑ์กลับ แต่เพราะพัฒน์รู้ดีว่าพ่อแม่ของกัณฑ์ต้องว่ากัณฑ์แน่ๆ ที่เมาหนักขนาดนี้ ดังนั้นพัฒน์จึงให้เพื่อนของกัณฑ์โทรไปบอกแม่ว่า กัณฑ์พักอยู่กับเพื่อนผู้หญิงคนนั้น เพื่อไม่ให้แม่กัณฑ์เป็ห่วง
พัฒน์อุ้มกัณฑ์มานอนที่โซฟาในห้องรับแขก โดยมีอ้อยแอบดูอยู่เช่นเคย ทั้งๆ ที่พัฒน์ก็เคยสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินกัณฑ์ แต่แล้วพัฒน์ก็แอบจูบกัณฑ์ที่โซฟานั่น อ้อยถึงกับเบิกตาโพลง เพราะไม่เคยเห็นพัฒน์เป็คนแบบนั้นมาก่อน ซึ่งสำหรับตัวกัณฑ์เองเธอก็รู้สึกตัวแบบสะลึมสะลือ แต่ในตอนนั้นเธอนึกว่าเธอฝันไป เลยไม่ติดใจอะไร และไม่กล้าพูดหรือถามเื่นี้กับพัฒน์ตรงๆ
หลังจากพัฒน์หยุดจูบเธอ เขาอุ้มเธอไปที่ห้องนอนของเขา แล้วรีบบอกให้ป้าแช่มมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ส่วนตัวเขาก็หอบผ้าห่มและหมอนมานอนที่โซฟาด้านล่างแทน
และแล้วภาพนิมิตก็มลายหายไปคล้ายหมอกควัน เพราะอ้อยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พร้อมกับพูดว่า “โห นี่อ้อยอุตส่าห์เปิดโอกาสให้คุณหนีแล้วนะ คุณกัณฑ์ แต่คุณกลับเลือกที่จะไม่หนีเสียเอง แสดงว่าคุณก็แอบชอบคุณพัฒน์ล่ะสินะ”
“อ้าว ก็เธอเป็คนบอกเองไงว่า ถ้าฉันหนีไป ป้าแช่มจะถูกหักเงินเดือน” กัณฑ์รีบท้วง
“อ๋อ อ๋อ นั่นอ้อยโกหกคุณเองแหละ อ้อยไม่คิดว่าคุณจะเชื่อง่ายขนาดนี้” อ้อยกล่าว
กัณฑ์ถึงกับฉุนขึ้นมา และตัวเธอก็ดันหลงเชื่อด้วยสิ กัณฑ์เลยรีบวิ่งหนีออกจากบ้านเสียดื้อๆ แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะพัฒน์จอดรถมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายกัณฑ์ก็ต้องแพ้ทางอ้อยจนได้เพราะเธอเสียรู้เด็กอย่างอ้อย