จักรพรรดิคนที่ 11

    บทที่ 49: เซี่ยหวู่จุน

            คลื่นมอนสเตอร์ที่ถาโถมเข้ามาจากเกทที่เปิดกว้างไม่ได้เป็นเพียงการโจมตีที่รุนแรงและต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับความผิดปกติที่น่าสะพรึงกลัว 'เงาแห่งหายนะ' องค์กรลึกลับที่อยู่เบื้องหลังภัยคุกคามเหล่านี้ กำลังเคลื่อนไหวอย่างโจ่งแจ้งและรวดเร็วขึ้น พวกมันไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอีกต่อไป แต่เริ่มที่จะโจมตีเมืองใหญ่และสถานที่สำคัญที่มีฮันเตอร์ระดับสูงประจำการอยู่โดยตรง การโจมตีแต่ละครั้งไม่ได้เป็นเพียงการบุกรุก แต่เป็นการแสดงออกถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่และเจตนาที่ชั่วร้าย

            ในมหานครอันกว้างใหญ่ที่มีตึกระฟ้าเสียดฟ้าและแสงสีนีออนส่องสว่างตลอดทั้งคืน ราวกับเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล 'เซี่ยหวู่จุน' จักรพรรดิสายลม หนึ่งในสิบผู้ปกป้องโลก กำลังยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกที่สูงที่สุด มองลงไปยังการต่อสู้ที่ดุเดือดและวุ่นวายเบื้องล่าง เมืองทั้งเมืองกลายเป็นสนามรบขนาดมหึมา ฮันเตอร์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังต่อสู้กับฝูงมอนสเตอร์ที่หลุดออกมาจากรอยแยกแห่งความว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นใจกลางเมืองอย่างกะทันหัน

            เซี่ยหวู่จุนเป็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดำยาวสลวยปลิวไสวเล็กน้อยตามสายลมที่พัดแรง แสงจากเปลวไฟที่ลุกไหม้ในเมืองสะท้อนประกายในดวงตาคมกริบสีเขียวมรกตของเขา ซึ่งเปล่งประกายราวกับมรกตที่เจิดจ้า เขาสวมชุดคลุมสีเข้มที่ดูเหมือนจะทำจากสายลม และแผ่ออร่าของสายลมที่รุนแรงและอิสระออกมา ราวกับว่าเขาเป็นสายลมที่พัดผ่านไปทุกที่ ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งเขาได้

    "รายงานสถานการณ์" เซี่ยหวู่จุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงอำนาจ เสียงของเขาดังแว่วมาตามสายลมที่พัดผ่านไปทั่วเมือง

            "รายงานเข้ามาว่าสถานการณ์วิกฤตครับท่านจักรพรรดิ!" ผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งซึ่งเป็นฮันเตอร์แรงค์ S รายงานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความกังวล "คลื่นมอนสเตอร์ระลอกใหม่นี้... แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัดจากคลื่นก่อนๆ พวกมันมีพลังงานที่แปลกประหลาดและเข้มข้นกว่าปกติ และดูเหมือนจะมีการนำโดยผู้ปลุกพลังชั่วร้ายระดับสูงที่แข็งแกร่งมากครับ! พวกมันกำลังพยายามจะบุกเข้าไปในศูนย์บัญชาการหลักของเมือง!"

            เซี่ยหวู่จุนขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาของเขาจับจ้องไปยังรอยแยกแห่งความว่างเปล่าที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว "พวก 'เงาแห่งหายนะ'..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความไม่พอใจ "พวกมันไม่เคยหยุดเลยจริงๆ... พวกมันต้องการจะทำลายโลกนี้ให้เป็นเถ้าถ่านเลยหรือไง"

            เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจที่จะลงมือด้วยตัวเอง เขาไม่ได้ต้องการให้เมืองนี้ถูกทำลายไปมากกว่านี้ ไม่ต้องการให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตไปมากกว่านี้ เขาไม่ได้ต้องการที่จะยืนอยู่บนหอคอยและมองดูการต่อสู้ที่ดุเดือดเบื้องล่างอีกต่อไป

            เซี่ยหวู่จุนกระโดดลงจากดาดฟ้าตึกสูง ร่างของเขากลายเป็นสายลมที่รวดเร็วและว่องไว เคลื่อนที่ไปในเมืองอย่างเงียบเชียบและไร้ร่องรอย เขาพุ่งเข้าสู่แนวหน้าของการต่อสู้ เข้าร่วมกับฮันเตอร์คนอื่นๆ ในการต่อสู้กับฝูงมอนสเตอร์ที่บ้าคลั่งและผู้ปลุกพลังชั่วร้ายที่ชั่วร้าย

            เขาใช้พลังสายลมของเขาอย่างเชี่ยวชาญและสร้างสรรค์ สร้างพายุหมุนขนาดเล็กแต่ทรงพลังเพื่อกวาดล้างมอนสเตอร์จำนวนมากที่เข้ามารุมล้อม หรือใช้สายลมที่ทรงพลังและคมกริบราวกับคมดาบเพื่อฉีกร่างศัตรูให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เขาใช้สายลมในการเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของตนเองและพันธมิตร ทำให้พวกเขาเคลื่อนที่ได้รวดเร็วและว่องไวยิ่งขึ้น หรือสร้างบาเรียอากาศที่แข็งแกร่งขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากระยะไกล

    "ท่านจักรพรรดิ!" ฮันเตอร์คนหนึ่งตะโกนด้วยความดีใจและโล่งอกเมื่อเห็นเซี่ยหวู่จุนเข้าร่วมการต่อสู้ "ท่านมาช่วยพวกเราแล้ว!"

    "พวกเราจะสู้ไปพร้อมกับท่าน!" ฮันเตอร์อีกคนตะโกนด้วยความฮึกเหิม

            เซี่ยหวู่จุนไม่ได้พูดอะไรมากนัก เขากวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อประเมินสถานการณ์โดยรวม เขาสังเกตเห็นว่ามอนสเตอร์ที่ออกมาจากรอยแยกแห่งความว่างเปล่านั้นแข็งแกร่งและอันตรายกว่าที่คาดไว้ พวกมันมีพลังงานที่แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัว และบางตัวก็มีความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

            เขายังสังเกตเห็นว่ามีกลุ่มผู้ปลุกพลังชั่วร้ายกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามจะเปิดประตูมิติขนาดใหญ่ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง พวกมันมีพลังเวทมนตร์เงาที่ทรงพลังและสามารถควบคุมมอนสเตอร์ระดับสูงได้ พวกมันกำลังใช้พิธีกรรมที่น่าขนลุกและพลังงานมืดที่เข้มข้นเพื่อเร่งกระบวนการเปิดประตูมิติ

    "พวกแกจะไม่มีวันทำสำเร็จ!" เซี่ยหวู่จุนคำรามด้วยความโกรธ เขาพุ่งเข้าหาพวกมันด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ เคลื่อนที่ไปในอากาศราวกับสายลมที่พัดผ่าน

    เขาใช้ [เพลงดาบสายลม] สกิลที่เขาพัฒนาขึ้นเอง สร้างคมดาบสายลมจำนวนมากพุ่งเข้าโจมตีพวกมันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ คมดาบสายลมเหล่านั้นสามารถตัดผ่านเกราะพลังงานและร่างกายของผู้ปลุกพลังชั่วร้ายได้อย่างง่ายดาย

    ผู้ปลุกพลังชั่วร้ายเหล่านั้นพยายามจะป้องกันตัวและตอบโต้ แต่ความเร็วและพลังของเซี่ยหวู่จุนนั้นเหนือกว่าพวกมันมาก พวกมันถูกสังหารลงในพริบตาเดียว โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมา

    จากนั้น เซี่ยหวู่จุนก็ใช้พลังสายลมของเขาในการเร่งความเร็วของเขาให้ถึงขีดสุด และพุ่งเข้าหารอยแยกแห่งความว่างเปล่าที่กำลังจะเปิดออกอย่างรวดเร็ว 

    ฉึ-------บ!

    เสียงเงียบเชียบของการตัดผ่านมิติและพลังงานดังขึ้นในอากาศที่สั่นสะเทือน รอยแยกแห่งความว่างเปล่าถูกทำลายลงในพริบตาเดียว ป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมและพลังงานที่มืดมิดกว่าเดิมออกมาจากอีกฝั่ง

            หลี่ชิงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นซากปรักหักพังของอาคารที่พังทลายอย่างหมดแรง เขาหอบหายใจถี่รัว ร่างกายปวดร้าวไปหมดจากการต่อสู้ที่ดุเดือดและยาวนาน 

    เขามองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิดและบิดเบี้ยวของมิติพิเศษแห่งนี้ และพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า