เกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 ข้าไม่ได้ตาฝาด

            ครั้นหลี่อันหรานตื่นขึ้นในวันต่อมา มันก็เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว นางหลับลึกและนานมากจริงๆ

            ในตอนที่ลุกขึ้นนั่ง นางยังคงรู้สึกวิงเวียนศีรษะ นางรู้ว่าร่างกายตัวเองไม่ค่อยดีนัก อีกทั้งเมื่อวานก็มีไข้เล็กน้อย แต่นางไม่มีเงินไปหาหมอ ทำได้เพียงดื่มน้ำให้มากและอดทนไว้

            ตอนนี้นางรู้สึกหมดแรง คิดว่าหากกินอะไรสักหน่อยก็คงรู้สึกดีขึ้น จากนั้นล้างหน้าบ้วนปากแล้วแบกห่อผ้าเตรียมออกไป

            ก่อนจะจากไป นางอยากกล่าวขอบคุณเจี่ยรั่วเฉิน อย่างน้อยเขาก็ช่วยนางไว้ นางควรต้องขอบคุณเขาก่อนไป

            ทว่าเมื่อนางแบกห่อผ้าลงมาสอบถามพนักงาน นางกลับพบว่าเจี่ยรั่วเฉินไปจากที่นี่ตั้งแต่เช้าแล้ว เขายังกำชับเป็นพิเศษก่อนไปว่าห้ามไปปลุกนาง นอกจากนี้ยังจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเตรียมอาหารให้นางกินหลังจากตื่นนอน

            หลี่อันหรานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาไปที่ใด?”

            “พวกข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าไปที่ใด? พวกท่านไม่ได้มาด้วยกันหรอกหรือ?”

            หลี่อันหรานถูกถามแบบนี้ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร นางยิ้มแห้งๆ ว่า “จริงสิ เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเขาเพิ่มเงินให้ข้าทานมื้อเที่ยงที่นี่หรือ?”

            พนักงานพยักหน้า “ใช่ นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว จะทานเลยหรือไม่?”

            นางพยักหน้าพลางลูบท้องที่ร้องมาทั้งคืนของตัวเองและตอบทันที “แน่นอน ยกมาได้เลย”

            จากนั้นนางมองหาที่นั่งริมห้องโถงมานั่งลง พนักงานยกอาหารมาไวมาก ก่อนที่หลี่อันหรานจะต้องตกตะลึงเมื่อเห็นอาหารเบื้องหน้า

            นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นอาหารที่หรูหราขนาดนี้ตั้งแต่ทะลุมิติมา ชาติก่อนนางมีข้าวปลาอาหารอันอุดมสมบูรณ์ให้กินจนเคยชินและจุกจิกกับการกินมาก ทว่าหลังจากที่ทะลุมิติมาอยู่ในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น ขอแค่มีอาหารให้กินอิ่มก็ไม่เลวแล้ว จะกล้าพูดถึงข้าวปลาอาหารอันสมบูรณ์ได้อย่างไร

            หลังจากที่นางเผชิญเหตุการณ์เหล่านั้นและความยากลำบาก นางซาบซึ้งใจจนแทบน้ำตาไหลเมื่อเห็นอาหารเต็มโต๊ะ

            พนักงานขมวดคิ้วด้วยความงุนงงเมื่อเห็นท่าทีของนาง ราวกับว่าเขาดูถูกในท่าทีที่ราวกับไม่เคยเห็นโลกมาก่อนของนาง แต่หลี่อันหรานหาได้สนใจเขาไม่ นางวางห่อผ้าของตัวเองแล้วเริ่มลงมือทานอาหาร

            ตัวนางคนเดียวไม่มีทางกินอาหารทั้งโต๊ะหมด นอกจากนี้นางก็เลือกกินเพียงสองอย่าง อีกสามอย่างที่เหลือไม่ได้แตะต้องแม้แต่คำเดียว นางขอให้พนักงานช่วยห่ออาหารที่เหลือก่อนกลับ จากนั้นค่อยเก็บเข้าห่อผ้าของตัวเอง นางตั้งใจไว้ว่าจะนำกลับไปให้น้องชายน้องสาวได้กิน

            ระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน หลี่อันหรานคิดอยู่ตลอดว่าถ้าได้เจอเจี่ยรั่วเฉินอีก นางจะตอบแทนเขาอย่างดี

            บางทีสำหรับเขาแล้ว การช่วยเหลือนางอาจเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ทว่าสำหรับนางแล้วกลับเป็นบุญคุณที่ยากจะลืมเลือน

            นางรู้สึกอบอุ่นภายในหัวใจเมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ ดูแล้วก็ไม่ใช่ว่าที่นี่จะไม่มีคนดีเลยเสียทีเดียว นอกจากนี้นางยังมีความมุ่งมั่นมากขึ้น นางจะใช้ความพยายามมุมานะเพื่อให้ตัวเองได้กินอาหารอันอุดมสมบูรณ์และสวมชุดผ้าแพรให้จงได้

            วันใดที่นางมีเงิน นางจะได้ไม่ต้องคอยมาเกรงใจเถ้าแก่หวางอีก นางจะทำให้เขากลายเป็นฝ่ายต้องพินอบพิเทาต่อนางแทน นางจินตนาการถึงอนาคตของตัวเองอย่างมีความสุข ก่อนจะหลุบตามองห่อผ้าบนหลังตัวเองอีกครั้งและแบกมันออกจากเมือง

            ตอนนี้เพิ่งจะเลยเวลาเที่ยงมาไม่นาน ดวงอาทิตย์กำลังร้อนระอุ นางอยากรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ท่านแม่กับพวกน้องชายน้องสาวคงเป็นห่วงนางกันทั้งคืน แต่นางอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงว่าหากพวกเขาเห็นอาหารที่นางนำกลับมาแล้ว ย่อมต้องดีใจแน่นอน

            อีกด้านหนึ่ง เจี่ยรั่วเฉินกับเจียงเสี่ยวเตี๋ยกำลังเตรียมตัวออกจากเมืองแห่งนี้เพื่อเดินทางสู่จุดหมายถัดไป แต่ในจังหวะที่พวกเขาเดินทางผ่านถนนที่ผู้คนพลุกพล่านสายหนึ่ง อยู่ๆ เจียงเสี่ยวเตี๋ยก็ชี้ไปยังทิศหนึ่งพร้อมกับร้องด้วยความตกใจ “ดูนั่นสิ นั่นมันเจียงเฉิงมิใช่หรือ?”

            เจี่ยรั่วเฉินมองไปทางทิศที่นางชี้แต่เห็นเพียงแผ่นหลังของบุรุษผู้หนึ่งที่คล้ายกับเจียงเฉิงมาก ทั้งสองคนรีบวิ่งไปยังทิศนั้น ทว่าเมื่อพวกเขาวิ่งมาถึงและมองไปรอบด้าน พวกเขากลับไม่พบคนที่ตัวเองกำลังตามหา

            เจียงเสี่ยวเตี๋ยร้อนใจมาก “คนที่ข้าเห็นเมื่อครู่คือท่านพี่หลินชัดๆ เหตุใดอยู่ๆ จึงหายไปแล้ว? เขาต้องอยู่ที่นี่เป็นแน่ รีบหาเร็วเข้า”

            เจี่ยรั่วเฉินมองไปรอบๆ เช่นกัน “หากเป็นคุณชายของพวกเราจริงก็ต้องหาเจอแน่”

            เจียงเสี่ยวเตี๋ยพูดต่อ “พวกเราแยกกันหาเป็นสองกลุ่ม หากอีกครึ่งชั่วยามหาเจอหรือหาไม่เจอก็มารวมตัวกันที่นี่”

            เจี่ยรั่วเฉินพยักหน้า ทั้งสองคนแยกกันไปตามหาเงาร่างของเจียงเฉิงจากในบริเวณนี้

            ทว่าผ่านไปครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็ยังคงหาเจียงเฉิงไม่เจอ ทั้งสองคนจึงกลับมารวมตัวกันที่เดิม ครั้นเจียงเสี่ยวเตี๋ยเห็นว่าเจี่ยรั่วเฉินไม่มีข่าวคราวเช่นกันก็เศร้าใจ นางกระทืบเท้าด้วยความร้อนรนพร้อมว่า “ผู้ที่ข้าเห็นเมื่อครู่คือท่านพี่หลินชัดๆ เพียงครู่เดียวจะหาไม่เจอได้อย่างไร? ต้องเป็นเขาแน่ๆ”

            เจี่ยรั่วเฉินปลอบประโลม “ไม่แน่ว่าผู้ที่เจ้าเห็นจะไม่ใช่คุณชายของพวกเรา เขาเพียงแต่ดูคล้ายก็เท่านั้น”

            เจียงเสี่ยวเตี๋ยยังคงร้อนใจ นางขมวดคิ้วมองไปในฝูงชนอย่างจนปัญญา “ข้าสอบถามจากผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาที่เมืองหลวงมาแล้ว เขาน่าจะเคยมาแถวนี้ แต่พวกเราตามหาทั่วเมืองหลายแห่งในบริเวณนี้ก็ยังไม่เจอ เจ้าว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านพี่หลินใช่หรือไม่? หรือว่าเขาจะ…” นางไม่กล้าพูดประโยคที่เหลือต่อ

            “พวกเราลองหาที่นี่อีกหน่อยเถอะ ตอนนี้ยังยืนยันอะไรไม่ได้ ลองหาดูก่อนค่อยว่ากัน” เจี่ยรั่วเฉินว่า เขายังไม่ด่วนสรุปอะไรทั้งนั้น

            เดิมทีทั้งสองคนจะออกจากเมืองแห่งนี้เพื่อไปตามหาในเมืองถัดไป เจี่ยรั่วเฉินจึงเสนอแนะว่า “พวกเราอยู่ที่เมืองนี้อีกสักพักเถอะ ตามหาเพิ่มอีกหน่อย บางทีคนที่พวกเราเห็นเมื่อครู่อาจเป็นคุณชายจริงๆ หากเป็นเช่นนั้น ไม่แน่ว่าเขาจะยังอยู่ที่นี่”

            เจียงเสี่ยวเตี๋ยพยักหน้าระรัวเพราะคิดแบบนี้เช่นกัน ในตอนที่ทั้งสองคนเตรียมตัวจะเดินทางต่อนั้น เจี่ยรั่วเฉินพลันเสริมเพิ่มว่า “พระสนมเสียนเฟยกำลังเสด็จกลับเมืองหลวงจากการไปเยี่ยมบ้านเกิด อีกไม่กี่วันจะเดินทางผ่านที่นี่และจะไปไหว้พระที่วัดเทียนหยวน พวกเราอยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยดีกว่า ถึงเวลาจะได้ไปเข้าเฝ้าพระสนมเสียนเฟย หากพระนางมีกำลังคนจะได้ขอให้ช่วยพวกเราตามหาอีกแรง เจ้าคิดเห็นอย่างไร”

            เจียงเสี่ยวเตี๋ยฟังแล้วพยักหน้า “ได้ คงมีแต่ต้องรอให้ท่านอาหญิงของข้ามาก่อนค่อยว่ากัน ข้าหวังเหลือเกินว่าท่านอาหญิงมาแล้วคนของนางจะช่วยตามหาท่านพี่หลินให้เจอ ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นอะไร เขาต้องไม่เป็นอะไรแน่ เขาเก่งกาจถึงเพียงนั้น ต่อให้มีคนลอบสังหารเขาจริงๆ ก็ต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน”

            นางเอาแต่พูดแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ในใจเป็นกังวลแสนสาหัส ท่านพี่หลินของนางคือวีรบุรุษผู้ไม่เป็นสองรองผู้ใด เป็นขุนนางคนสำคัญของราชสำนัก ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ จะมาถูกนักฆ่าเพียงไม่กี่คนสังหารได้อย่างไร

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี [จบ] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498