บทที่ 27 ชุ่มฉ่ำโดนใจ
ตำหนักหย่างซิน ห้องบรรทมของฮ่องเต้
"ทำไมเ้าจึงบอกให้ข้าเลือกเซียวว่านจวินในคืนนี้?"
เซวียนหยวนจิ้งนั่งอยู่บนเก้าอี้ั
นางรู้สึกรำคาญใจ นี่หมายความว่าคืนนี้นางต้องทนอึดอัดอีกแล้ว จ้าวอู่เจียงนั่งลงข้างกายฮ่องเต้หญิง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและกระตือรือร้น
"เป็เพราะท่านนั่นแหละ!"
"ข้าหรือ?" ฮ่องเต้หญิงมีสีหน้าสับสน
"เซียวว่านจวินเป็น้องสาวของรองหัวหน้ากองกำลังรักษาพระองค์เซียวเฟิง การให้น้องสาวของเขาเข้ามารับใช้ฝ่าา เป็การส่งสัญญาณไปถึงท่านรองหัวหน้าว่าไม่ต้องเป็ห่วง ฝ่าากับเขายังคงเป็พวกเดียวกันอยู่! ฝ่าาเชื่อใจเขา เขาเชื่อใจพระองค์ แล้วฝ่าาจะดูแลน้องสาวของเขาเป็อย่างดี! อะไรประมาณนั้นพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือ เน้นย้ำทีละคำ
"ท่านแม่ทัพใหญ่เซียวหยวนซาน ที่ประจำการอยู่ทางแดนใต้ก็จะได้รับทราบข่าวเช่นกันสินะ?"
ดวงตางดงามของฮ่องเต้หญิงหรี่ลงเล็กน้อย นางจ้องมองขันทีหนุ่มด้วยความชื่นชมมากขึ้นเรื่อย ๆ
"นับว่าเ้าช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก"
จ้าวอู่เจียงทำได้เพียงยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย
"ขอบพระทัยฝ่าา นี่เรียกว่าผู้ที่อยู่ใกล้หมูมักจะอ้วน แม้เป็ชาด แต่หากใกล้ดำย่อมกลายเป็หมึก เมื่อกระหม่อมได้มาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกับองค์ฮ่องเต้ ได้นอนอยู่บนแท่นบรรทมเดียวกับพระองค์ กระหม่อมก็เริ่มมีวิธีคิดแบบนักปกครองมากขึ้น จึงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลเช่นนี้!"
เมื่อรับฟังคำชื่นชมจากจ้าวอู่เจียง ฮ่องเต้หญิงก็ยิ้มกว้าง แต่แล้วรอยยิ้มก็ชะงักไปเล็กน้อย หืม? นอนอยู่บนเตียงเดียวกับข้าหมายความว่าอย่างไร?
"ฝ่าา หม่อมฉันมาแล้วเพคะ"
ทันใดนั้น เสียงอ่อนหวานพลันดังขึ้นหน้าประตู
มาถึงเร็วจริง ๆ!
ทำไมถึงได้ใจร้อนเช่นนี้นะ? ฮ่องเต้หญิงถอนหายใจและสั่นศีรษะ ตู๋กูิเยว่ก็เป็เช่นนี้ หลิวเหม่ยเอ๋อร์ก็เป็เช่นนี้ แม้แต่เซียวว่านจวินก็เป็เช่นนี้อีกเหมือนกัน
นางเป่าตะเกียง ให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด
ได้ยินเสียงประตูเปิดออก ปรากฏเงาร่างงดงามก้าวเดินเข้ามา สายลมและแสงจันทร์อันอ่อนโยนอาบไล้เรือนร่างเย้ายวน
กลางวันหลับใหล กลางคืนผงาดง้ำ!
จ้าวอู่เจียงก้มมองความปรารถนาของตนที่ชูชันขึ้นมา พร้อมกับเดินเข้าไปหาเซียวว่านจวินในความมืด
ได้เวลาจู่โจม!
ผ้าม่านโปร่งบางเบา เตียงสั่นะเื ฮ่องเต้หญิงซ่อนตัวอยู่ข้าง ๆ เสียงครวญครางน่าอับอาย ทำให้ใจฝ่าาสั่นไหว
จ้าวอู่เจียงบุกตะลุยเข้าไปในหุบเขาที่เงียบสงบและเล็กแคบ
ให้ตายเถอะ เซียวว่านจวินช่างตอดรัดได้ดีจริง ๆ!
ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ นี่คือ่เวลาอันแสนพิเศษ ่เวลาที่แม้แต่ทองคำพันชั่งก็ไม่อาจซื้อได้
นี่คือ่เวลาแห่งการรังสรรค์ผลงานศิลปะชั้นเลิศ
ั์ใหญ่บุกตะลุยห่วงไฟ สายลมโหมกระโชกรุนแรง วังน้ำวนปั่นป่วนโกลาหล
แร่หินแห่งชีวิตของจ้าวอู่เจียงเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความชุ่มฉ่ำ ชายหนุ่มนำหมอนมารองไว้ใต้เอวของเซียวว่านจวิน ก่อนที่ดอกไม้จะบานสะพรั่ง หยาดน้ำค้างโปรยปรายลงมาราวพายุฝน
ไม่ต้องหลับต้องนอน!
ฮ่องเต้หญิงนั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้ เสียงครางจากแท่นบรรทมยังลอยเข้าหู นี่ก็ผ่านมาได้เกือบสองชั่วยามแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจ้าวอู่เจียงกับเซียวว่านจวินจะหยุดมือเลยแม้แต่น้อย
นับว่าเ้าเด็กคนนี้ไม่ได้โกหกนางเลยจริง ๆ เขาต้องทำงานหนักเป็อย่างยิ่ง
…
รุ่งเช้า
ฮ่องเต้เดินเข้าสู่ท้องพระโรงในสภาพอิดโรย มีรอยคล้ำใต้ดวงตา ส่วนเซียวซูเฟยก็เดินกลับไปตำหนักของตนด้วยสีหน้าสดใส ดวงตาเป็ประกาย แม้จะปวดเอวเป็อย่างมากก็ตาม
จ้าวอู่เจียงถือโอกาสนี้นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่
ราชเลขาหลิวเจ๋อเดินไปตามถนนปูพื้นหินที่ทอดนำไปสู่ตำหนักนางสนมด้วยฝีเท้าที่แก่ชราแต่มั่นคง
เมื่อคืนนี้ เขาได้ข่าวว่าฮ่องเต้เรียกเซียวซูเฟยเข้าไปรับใช้ วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส เขาจึงออกมาเดินชมบรรยากาศ
ขณะนี้ แคว้นต้าเซี่ยและแคว้นไป๋เยว่จากแดนประจิมกำลังจะสงบศึกสร้างสันติภาพ ในตำหนักนางสนมกำลังจะมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ซึ่งถือเป็ 'ภัยคุกคาม' อันใหญ่หลวงต่อหลานสาวทั้งสองของเขาเป็อย่างยิ่ง
หากฮ่องเต้ไม่สนใจบรรดานางสนมเหมือนแต่เก่าก่อนก็คงไม่เป็ปัญหาหรอก แต่บัดนี้ เมื่อฝ่าาเริ่มเรียกตัวนางสนมเข้าไปรับใช้ การแข่งขันในกลุ่มนางสนมก็จะยิ่งทวีความดุเดือดมากยิ่งขึ้น
ในฐานะที่เป็ขุนนางเก่าแก่ เขาย่อมพยายามผลักดันให้หลานสาวได้อยู่ในตำแหน่งสูงส่งมากที่สุด
…
ณ ตำหนักของหลิวเหม่ยเอ๋อร์
นางกำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่กับท่านปู่ของตน
"ขอบคุณท่านปู่ที่ช่วยหลานเ้าค่ะ"
ราชเลขาหลิวเจ๋อนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ หนวดเคราสีขาว แววตาใจดี รับจอกน้ำชาที่หลานสาวส่งให้ พยักหน้ายิ้ม ๆ จิบน้ำชาหอมกรุ่น ก่อนจะเลิกคิ้วสูง
"เหม่ยเอ๋อร์ เ้าเองก็ทำได้ดีมาก แต่หลังจากนี้ต้องระวังให้ดี หากฝ่าาจะโปรดปรานตู๋กูิเยว่ก็ไม่ใช่เื่ผิดปกติ แต่หลานอย่าให้เซียวซูเฟยหรือคนอื่น ๆ ฉวยโอกาสได้อย่างเด็ดขาด"
สำหรับหลิวชิงชิง
ราชเลขาหลิวเจ๋อหันไปมองอีกด้านหนึ่ง หลิวชิงชิงผู้สวมชุดกระโปรงสีเขียวกำลังนั่งทำหน้ายุ่งไม่ต้อนรับแขก ชายชราถอนหายใจออกมา และพูดด้วยความกระตือรือร้น
"เ้าเองก็ต้องเร่งมือแล้ว อย่าได้นิ่งเงียบอยู่เช่นนี้ เ้าต้องหาโอกาสเข้าไปรับใช้ฮ่องเต้ให้จงได้"
"ฝ่าาทรงมีความคิดเป็ของตนเอง หลานจะเข้าใกล้ฝ่าาได้อย่างไร หลานจะไปรับใช้พระองค์ได้อย่างไร!" หลิวชิงชิงตอบกลับมาด้วยความขุ่นเคืองใจ นิ้วมือขยำชายกระโปรงด้วยความหงุดหงิด
"ก็ดูอย่างพี่สาวของเ้าสิ พวกเ้าทั้งสองคนต้องคอยช่วยเหลือกันและกัน เหตุใดไม่ขอรับคำแนะนำจากพี่สาวบ้าง?"
ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หลิวชิงชิงมีแววตาแง่งอนเหมือนเด็ก ๆ ก่อนจะบ่นพึมพำว่า "ก็พี่เหม่ยเอ๋อร์เกิดมามีหน้าตางดงามนี่นา"
ชายชราขมวดคิ้ว เอื้อมมือไปขยี้หัวหลานสาว และกล่าวช้า ๆ ว่า
"ชิงเอ๋อร์ เ้าเองก็เกิดมางดงามเช่นกัน พวกเ้าสองพี่น้องต่างก็เป็ยอดบุปผางามทั้งคู่ จงมั่นใจในตัวเองให้มากกว่านี้ เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ" หลิวชิงชิงมีสีหน้าเศร้าสร้อย หันมองท่านปู่ ก่อนจะรีบก้มหน้าลง
"ท่านปู่เ้าคะ น้ำชาที่หลานชงเป็อย่างไรบ้าง?" หลิวเหม่ยเอ๋อร์ยิ้มแย้มอย่างอ่อนหวาน และรีบเปลี่ยนเื่พูด
ชายชราพยักหน้า "ยอดเยี่ยม ดีกว่าตัวบัดซบอย่างพ่อเ้าชงเยอะ!"
หลิวเหม่ยเอ๋อร์ปิดปากหัวเราะคิกคัก ดวงตาเป็ประกายขบขัน
"ว่าแต่ มีบุคคลผู้หนึ่งที่เ้าควรให้ความสนใจเป็อย่างยิ่ง เขาน่าจะช่วยเ้าให้เข้าใกล้ฝ่าาได้มากขึ้น"
ราชเลขาหลิวมีสีหน้าขึงขังขึ้นมาในพริบตา
"จ้าวอู่เจียงใช่หรือไม่เ้าคะ?" หลิวเหม่ยเอ๋อร์กล่าวออกมาโดยทันที
"ดูเหมือนเ้าจะเคยพบเขามาแล้วสินะ" ชายชราพยักหน้า
"ในวังหลวงมีข่าวลือกระจายไปทั่วว่า การที่ฝ่าาจะทรงเลือกผู้ใดเข้าไปรับใช้นั้น พระองค์จะรับฟังคำแนะนำของขันทีผู้นี้ แต่ในสายตาของปู่ นั่นเป็เื่ไร้สาระยิ่ง ฮ่องเต้ก็คือฮ่องเต้ หากพระองค์จะรับฟังคำแนะนำจากผู้ใด ก็สมควรรับฟังคำแนะนำจากพวกเราขุนนางเก่าแก่ผู้มากประสบการณ์ต่างหาก ฝ่าาจะไปรับฟังขันทีน้อยผู้ต่ำต้อยเช่นนั้นได้อย่างไร?"
"แต่ก็ต้องยอมรับว่าจ้าวอู่เจียงเป็คนมีความสามารถจริง ๆ ทุกครั้งที่หมอหลวงเข้าไปตรวจร่างกายของฝ่าา พวกเขาล้วนถูกสังหารจนหมดสิ้น แต่ขันทีผู้นี้นอกจากจะรอดชีวิตแล้ว ฝ่าายังเก็บเขาไว้ข้างกายในตำหนักหย่างซิน นี่จึงแสดงให้เห็นว่าคนผู้นี้คงมีความสามารถทางการแพทย์เป็เลิศ และสามารถเอาชนะใจฝ่าาได้สำเร็จ!"
"ในเมื่อฝ่าาเชื่อใจเขามากถึงเพียงนี้ เ้าก็ต้องตีสนิทกับเขาเข้าไว้ เหม่ยเอ๋อร์ เ้าเป็คนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เมื่อเ้าสนิทสนมกับจ้าวอู่เจียง ปู่ก็คงไม่ต้องพูดอีกว่าเ้าควรทำอย่างไร"
ริมฝีปากสีแดงสดของหลิวเหม่ยเอ๋อร์เหยียดยกตัวเป็รอยยิ้มงดงาม ดวงตาของนางเป็ประกายระยิบระยับ
"ส่วนเ้า ชิงเอ๋อร์ เ้าจำได้หรือไม่ว่าปู่พูดว่าอย่างไร?" ราชเลขาหลิวพูดจบก็เห็นว่าหลานสาวคนเล็กก้มหน้าต่ำ พลางพยักหน้า
"จำได้แล้วเ้าค่ะ ท่านปู่" หลิวชิงชิงมีดวงตาสดใส และฟันขาวสะอาด นางคงจะงดงามมากขึ้นหากรู้จักยิ้มให้มากกว่านี้
ราชเลขาหลิวพูดด้วยความกระตือรือร้น "ลองพูดอีกครั้งสิ"
"หลานต้องตีสนิทกับเขาให้ได้" หลิวชิงชิงเม้มริมฝีปากแน่น
"เขาคือใคร!"
หลิวชิงชิงก้มหน้าต่ำลงเล็กน้อย นิ้วมือทั้งสองข้างเกี่ยวพันกันไปมา
"จ้าวอู่เจียง"
เมื่อเห็นสีหน้าของหลานสาวคนเล็ก ชายชราก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเชยคางนางขึ้น "เหม่ยเอ๋อร์ เ้าต้องสอนน้องสาวบ้างนะ ว่าควรเข้าหาผู้คนอย่างไร"
"รับทราบเ้าค่ะ ท่านปู่" หลิวเหม่ยเอ๋อร์ผงกศีรษะรับคำ