เช้าวันนี้ชนะชนม์ต้องไปเรียน จริงๆเขาก็อยากใช้โน้ตบุ๊คแต่คิดว่า ผู้อาศัยของเขาอาจจะใช้เลยทิ้งไว้ให้ก่อนออกจากห้องชนะชนม์ซื้อโจ้กกับปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้วางให้เขากินตอนตื่นขึ้นมา เพราะกลัวว่าเขาจะหิว อาการเขาคงหายเป็ปกติแล้ว ยาที่หมอให้มาก็หมดแล้ว ั้แ่มีเขามาอยู่ชนะชนม์ก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรขนาดนั้น เขาไม่ค่อยพูดคุยกับคนอื่นดูเป็คนเ็าด้วยซ้ำ เหมือนคนมีโลกส่วนตัวสูง แต่ชนะชนม์รู้ว่าร่างสูงพยายามชวนเขาคุยเสมอ พยายามเข้าใกล้ คงอยากจะสนิทกันมากขึ้นในเมื่อต้องอยู่ด้วยกันก็ต้องสนิทสนมกันไว้ แต่นานๆ จะเห็นเขายิ้มสักทีเวลาที่ชนะชนม์ทำอะไรเอ๋อ ๆ ตลกๆ แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาหัวเราะเสียงดังสักครา ไม่เหมือนชนะชนม์ที่เป็คนปกติ หัวเราะ ร่าเริงได้ทั้งวัน ไม่คิดอะไรมากเวลาว่างๆ ก็อ่านหนังสือ เล่นกีตาร์บ้างจริงๆหลายครั้งที่ชนะชนม์อยากถามเกี่ยวกับเื่ที่เขาโดนทำร้าย มันคงมีเบื้องลึกเื้ัที่กระทบจิตใจเขา แต่ก็ไม่เคยกล้าถามรอสักวันที่เขาไว้วางใจตนแล้ว เขาคงเล่าให้ฟังเอง เขาไปที่คาเฟ่กับชนะชนม์ทุกวันนั่งโต๊ะตัวเดิม สั่งอาหารเดิมๆ เอาคอมพิวเตอร์ไปหาข้อมูลด้วย เขาก็ทนนั่งได้ทุกวันไม่รู้จักเบื่อและที่สำคัญเขาค่อนข้างเป็ที่สนใจของสาวๆ ส่วนใหญ่ที่มักมองเขาไม่วางตาบ้างก็แอบถ่ายรูปก็มี บ้างก็กล้าเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับเขาแต่ก็เห็นเขาเพียงเงยหน้าขึ้นมาและก้มลงไปเล่นคอมพิวเตอร์ต่อ ใครขอเบอร์ขอไลน์หรือขออะไรก็ตามแต่ ไม่เคยได้ เพราะเขาปฏิเสธไปแบบไม่สนใจความรู้สึกคนขอความมีมนุษยสัมพันธ์ของเขาช่างติดลบจนน่ากลัวจริงๆ
ตกเย็นชนะชนม์กลับมาถึงห้องหันไปเห็นคนร่างสูงกำลังหลับฟุบคาโต๊ะโน้ตบุ๊คยังเปิดทิ้งไว้ แต่ขึ้นรูปพักหน้าจอแสดงว่าหลับสักพักแล้ว เขาดูอะไรเนี่ย ด้วยความอยากรู้ชนะชนม์จึงลองคลิกเม้าท์ดูเห็นข่าวอุบัติเหตุสองข่าวคนละหน้าจอ และยังมีกราฟหุ้น ผลประกอบการบริษัทย้อนหลัง 5 ปีของบริษัท? กำลังจะอ่านชื่อบริษัทคนหลับก็ตื่นขึ้นมา ชนะชนม์ใรีบวางเมาท์ หน้าตาตื่นเขาทำตัวเหมือนคนเข้ามาขโมยของในบ้านตัวเอง
“กลับมาแล้วเหรอ”วัชรพลงัวเงียตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่า คนที่เขารอคอยมาทั้งวันกลับมาแล้ว
“อืม กำลังไปทำงาน ไปด้วยกันไหม”
“ไปสิ แต่ขอไปล้างหน้าล้างตาก่อน”
สองหนุ่มนั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่ทำงาน ร่างสูงถือโอกาศกอดเอวคนร่างบางแน่นอย่างกลัวว่าอีกฝ่ายจะตกจากรถ
“ไม่ต้องกลัว ผมจะขับระวัง กายปลอดภัยแน่นอนไม่ต้องกอดแน่นขนาดนั้นก็ได้” ชนะชนม์คิดว่าอีกฝ่ายกลัวตกจึงกอดเขาแน่น
“ผมไม่ได้กลัว” วัชรพลบอกเสียงเรียบ
“ไม่ได้กลัวจะกอดทำไมแน่นขนาดนี้จะสิงกันอยู่แล้วเนี่ย”วัชรพลได้แต่อมยิ้มกับคำพูดของอีกฝ่ายแต่ก็ยังกอดแน่นเช่นเดิม ทำไงได้โอกาสใกล้ชิดและได้แตะเนื้อต้องตัวมันน้อยเขาจึงต้องสะสมแต้มบุญไว้
วันนี้ที่ร้านคาเฟ่ลูกค้าเยอะมากชนะชนม์และคนอื่นๆ ทุกคนทำงานกันมือเป็พัลวัน
“มีอะไรให้ช่วยไหม”วัชรพลเดินมาถามเมื่อเห็นว่าทุกคนไม่ได้หยุดพักเลย เขาอยากช่วยคนที่เขารักบ้างถึงเขาจะไม่เคยทำงานใช้แรงงาน แต่แค่เสิร์ฟไม่ได้ยากที่จะทำหากมันจะช่วยแบ่งเบาภาระของคนที่เขารักให้น้อยลงบ้าง
“ไม่มี ไปนั่งเถิดน่า ไม่ต้องยุ่ง”ชนะชนม์โบกมือร้องห้าม ด้วยเพราะเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่เคยทำงานหนักจริงๆน่าจะไม่เคยทำงานอะไรด้วยซ้ำเขารู้สึกเป็ห่วงหากอีกฝ่ายต้องมาเหนื่อยทำงานกับเขา
“อยากช่วย ให้ช่วยเถิดนะ”วัชรพลยังยืนยันและมองไปที่เ้าของร้านเพื่อขอความเห็น เ้าของร้านดีใจจนออกนอกหน้าด้วยเพราะนอกจากได้แรงงานเพิ่มแล้วยังเป็แรงงานที่หน้าตาเรียกแขกซะด้วย จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะห้ามไม่ให้ทำ
สุดท้ายก็ให้เขาเป็พนักงานเสิร์ฟ สาวๆในร้านทั้งลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาจ้องมองกันใหญ่ทุกคนดูกรี๊ดกร๊าดไม่แพ้เ้าของร้าน ชนะชนม์คิดว่าหากเขาเป็ผู้หญิงก็คงกรี๊ดกร๊าดในความหล่อเหลาของเขาเหมือนกันทุกคนสั่งอาหารกันใหญ่ คงอยากให้เขาไปเสิร์ฟอาหาร แบบนี้เ้าของร้านต้องดีใจมากแน่ๆเพราะกิจการรุ่งโรจน์ ร่างบางมองร่างสูงไม่วางตาวันนี้เขาใส่เสื้อยืดสีเขียวทหารกับกางเกงยีนส์ ซึ่งเป็ชุดที่ร่างบางซื้อมาให้เขาถึงแม้จะราคาถูกแต่ทำไมพอเขาใส่แล้วถึงได้ดูดีนัก
“หลีกไป เกะกะอยู่ได้”ชายร่างใหญ่อวบอ้วนคนหนึ่งเดินมาชนวัชรพลที่กำลังจะเสิร์ฟลาเต้ร้อนๆให้โต๊ะเขาหลังจากเขากลับจากห้องน้ำ ทำให้ลาเต้ร้อนๆหกลวกมือวัชรพลจนเป็รอยแดงและหกเลอะเต็มพื้น เป็เหตุให้ลูกค้าโต๊ะอื่นๆหันมามองอย่างให้ความสนใจ
“ซุ่มซ่ามจริงที่ร้านจ้างคนแบบนี้ได้ยังไง” ชายร่างใหญ่ยังโวยวายไม่หยุด วัชรพลกำหมัดแน่นคงอดทนอย่างมากที่จะไม่ตอบโต้
“คุณตำรวจหรือครับ ที่ร้านคาเฟ่ถนนxx มีคนก่อกวนในร้านให้รีบมาในที่เกิดเหตุด่วนๆเลยนะครับ”ชนะชนม์ทำทีเป็กดวางสายที่โทรหาเ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขู่ให้อีกฝ่ายกลัวและหันไปคุยกับชายร่างใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่หวั่นกลัว
“ผมแจ้งตำรวจแล้วถ้าจะรอด้วยกันเพื่อไปโรงพักก็รอสักครู่ แต่หากไม่อยากเจอตำรวจและยุติความวุ่นวายนี้ก็วางค่าอาหารแล้วกลับไปซะ”น้ำเสียงชนะชนม์ดังกว่าปกติ แต่ไม่ดังขนาดดูก้าวร้าวเพราะอย่างน้อยก็มีลูกค้าคนอื่นๆ ดูอยู่ตอนนี้เขากำลังพยายามบังคับน้ำเสียงตัวเองไม่ให้ดังเกินไปเพราะอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่นอยู่ในอกที่ชายร่างใหญ่คนนี้กล้าทำร้ายคนของเขาให้าเ็
“แก”ชายร่างใหญ่ดวงตาวาวโรจน์เพราะโกรธจัดแถมพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างต่ำและพูดผ่านไรฟัน ก่อนจะยกมือขึ้นทำท่าจะชกชนะชนม์ด้วยความไววัชรพลเข้ามาจับข้อมือเขาไว้และบีบแน่นกดแขนของเขาให้ต่ำลงและบิดข้อมือเพื่อสร้างความเ็ปให้อีกฝ่าย ชายร่างใหญ่ทำหน้าเหยเกและรีบสะบัดมือออก ก่อนจะรีบร้อนดึงแขนแฟนเขาออกจากร้าน และหันมามองวัชรพลอย่างโกรธแค้น
“เดี๋ยวก่อน ค่าอาหารกรุณาวางไว้ด้วย”เสียงห้วนนี้เป็ของเ้าของร้านฝ่ายผู้หญิงจึงวางเงินไว้และลากผู้ชายออกจากร้านทันที
“ไปทำแผลหลังร้านก่อนไป” เ้าของร้านหรือพี่ดวงตาสั่งชนะชนม์พร้อมชี้นิ้วไปยังหลังร้าน ร่างบางจึงลากมือคนเจ็บไปหลังร้าน ค่อยๆดึงมือมาล้างที่อ่างล้างจานปล่อยให้น้ำไหลผ่านมือของเขาจะได้ไม่ปวดแสบปวดร้อน แล้วไปหยิบเจลว่านหางจระเข้มาทาให้เขาต่ออย่างเบามือ ที่ร้านมีอุปกรณ์ทำแผลค่อนข้างครบ เพราะทำงานกับน้ำร้อนและอุปกรณ์มีคมบางอย่างอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
“ไหนบอกว่า ลูกค้าคือพระเ้าไง”ร่างสูงถาม สายตาที่ทอดมองอีกฝ่ายให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน
“ลูกค้าบางคนก็ซาตานดีดีนี่เอง”ร่างบางพูดอย่างเหลืออด
“ไม่คิดว่าจะกล้าไล่ลูกค้านะเนี่ยเห็นปกตินอบน้อมซะปานนั้น” ร่างบางเงยหน้ามองคนพูดแซว สายตาทั้งสองมองสบตากันนิ่ง ก่อนร่างบางจะหลุบตาต่ำและรีบทำแผลต่อ
“ถ้าเขาไม่ทำกาย ผมก็ไม่โกรธแบบนี้หรอกเห็นชัดๆว่าหาเื่เพราะหึงเมียตัวเองที่เอาแต่มองกาย”
“รู้ได้ไงว่าเมียเขาเอาแต่มองผมหรือว่าชลมองผมอยู่ตลอด”
“นั่งทางในเอาสิ” ร่างบางตอบกลับกวนๆชนะชนม์มองอีกฝ่ายอยู่ตลอด จึงได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเขาเห็นั้แ่ผู้หญิงคนนั้นดึงเสื้อลงให้เห็นเนินอกเห็นผู้หญิงคนนั้นส่งสายตาหวานให้เขาซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่สามีเธอก็มาเห็นพอดีก็เลยทำให้เกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้น
“มองอยู่เหรอ” ร่างสูงถามย้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถามให้ชัดเจน
“ไม่อยากมองก็ต้องมองป่ะก็คุณผู้หญิงเล่นถลกเสื้อลงจนจะถึงเอวอยู่แล้ว”ผมบอกเขาน้ำเสียงรำคาญเมื่อโดนอีกฝ่ายย้ำถามไม่หยุด
“เป็ไงบ้าง” ดวงตาเดินมาถามหลังร้านด้วยความเป็ห่วงทั้งสองหนุ่ม
“ทำแผลเสร็จแล้วครับ ผมขอโทษพี่ตาด้วยนะครับที่ทำให้เกิดเื่ขึ้น”วัชรพลก้มศรีษะแสดงความขอโทษเ้าของร้านเขารู้สึกผิดที่เป็ต้นเหตุสร้างเื่วุ่นวายในวันนี้
“ไม่เป็ไร ไม่ใช่ความผิดเธอ ผัวบ้ากับเมียขี้อ่อยเจ๊เห็นแล้วรำคาญอยากไล่ไปนานแระ ไม่เป็อะไรมากก็ดีแล้ว ตอนนี้ลูกค้าเริ่มซากายก็พักเถอะ ไปนั่งที่ประจำก็ได้ ไม่มีคนแล้ว รอชลเคลียร้านแปบนึงนะ เจ๊ไปละ”ดวงตาเอ่ยล่ำลาก่อนจะเดินไปหน้าร้าน ชนะชนม์เดินตาม
“ขอบคุณนะครับพี่ตา ที่ไม่ว่าพวกเรา ผมเกรงใจพี่ตาจังเลย วันนี้เกิดเื่ไม่รู้จะส่งผลกับลูกค้ารึปล่าว ผมกลัวเค้าจะมองว่าร้านเราเถื่อน”ผมบอกพี่ดวงตาเสียงเบา
“ไม่หรอกน่า อย่าคิดมาก ลูกค้าเค้าเห็นอยู่ว่าอะไรเป็อะไร”
“ไม่รู้กายไปมองเมียเขาตอนไหน ถึงหึงขนาดนั้น”
“กายเขาไม่มองใคร นอกจาก” ดวงตาพูดพร้อมหันกลับมามองจ้องตาอีกฝ่าย
“เขามองพี่ตาเหรอ”ชนะชนม์ถามกลับเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องหน้า
“ช่ายแล้ว วันๆ เขาเอาแต่นั่งมองเจ๊ทั้งวันเลย” ดวงตาพูดก่อนสะบัดหน้าค้อนขวับหมั่นไส้อีกฝ่ายที่ไม่เคยรู้ตัว
“นี่กายเล่นของสูงนะครับเนี่ย” ดวงตาหันกลับมาหาอีกฝ่ายเพราะไม่เข้าใจคำว่า ‘เล่นของสูง’
“ของสูงอะไร”
“สูงอายุคร้าบ” ชนะชนม์พูดเสร็จก็วิ่งกลับไปทำงานเหมือนเดิม ปล่อยให้ดวงตายกมือบางค้างไว้แบบนั้นเพราะตบอีกฝ่ายไม่ทัน สายตามองหนุ่มน้อยอย่างเอ็นดู กฤษฎาเพื่อนเธอก็ชอบชนะชนม์แต่เธอคิดว่าเขาคงหมดสิทธิ์แล้ว ถึงจะตามจีบมาระยะหนึ่งแต่ชนะชนม์ก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจ เหมือนกับที่สนใจคนาเ็ที่อยู่หลังร้าน
กว่าลูกค้าจะหมดพนักงานและเ้าของร้านก็หมดเรี่ยวแรง หลังจากช่วยกันเก็บร้านดวงตาก็เดินมาหาชายหนุ่มทั้งสอง
“วันนี้ขอบใจมากนะ วันนี้ยอดที่ร้านทะลุเป้า”ดวงตาบอกพร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีความสุขกับยอดขายในวันนี้
“อ่ะ เจ๊ให้สองแรง” ดวงตายื่นซองให้ชายหนุ่มทั้งสองคนละซอง
“ไม่ต้องครับ ผมแค่อยากช่วยชลทำงานบ้างอีกอย่างวันนี้ก็ทำให้เกิดเื่ไม่ดีขึ้น” วัชรพลเอ่ยอย่างร้อนรนด้วยเพราะยังรู้สึกผิด เขาไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายก็ดีเท่าไหร่แล้วทั้งแก้วกาแฟที่แตก พนักงานคนอื่นก็ต้องตามมาเก็บกวาด
“ไม่ได้หรอก ทำงานเหนื่อยก็ต้องได้เงินถ้าไม่อยากใช้เองก็พาชลไปเลี้ยงสุกี้ก็ได้อีกอย่างเื่วันนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ อย่าคิดมาก ยังไงวันนี้ยอดก็ทะลุเป้าถือว่าเจ๊ให้รางวัลละกัน” ดวงตายืนยัน สุดท้ายร่างสูงก็ยอมรับมาจนได้ ถึงเงินที่ได้จะไม่ได้มากมายอะไร แต่วัชรพลก็รู้สึกมีความสุขและั้แ่กลับถึงบ้าน ร่างบางก็เห็นร่างสูงเอาแต่นั่งมองเงิน 500 ที่เ้าของร้านให้เขา
“ทำอะไร” ร่างบางถามเขาเพราะอดไม่ได้จริงๆ
“เงินก้อนแรกที่ใช้แรงงานแลกมา”
“เคลือบใส่กระเป๋าเลยไหมล่ะ”
“พรุ่งนี้ไปกินสุกี้กัน”
“กายแน่ใจนะ นี่เงินที่ได้จากหยาดเหงื่อแรงงานนายเลยนะไม่เอาไปเคลือบแน่นะ” ร่างบางสัพหยอกพร้อมกลั้นขำไว้อย่างเต็มที่
“อืม อยากให้เราได้ใช้เงินก้อนแรกร่วมกัน” ร่างสูงพูดพร้อมมองสบตาอีกฝ่ายอยากให้เขารับรู้ความหมายพิเศษในคำพูดนั้น
วันนี้วันหยุดทั้งสองหนุ่มจึงตัดสินใจไปกินสุกี้ตามที่วัชรพลเคยรับปากไว้ว่าจะเลี้ยงด้วยเงินก้อนแรกที่ขายแรงงานได้มา ชนะชนม์เลือกสุกี้ร้านดัง แน่นอนว่าเงิน 500 ไม่มีทางพอหรอก แต่ร่างบางรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดือดร้อนเื่เงินเลยตั้งใจถล่มเ้ามือให้ยับซะหน่อย สองหนุ่มแต่งกายสบายๆ เสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงยีนส์เช่นเคยเมื่อถึงร้านก็มีพนักงานมาต้อนรับ ร่างบางเดินลิ่วไปก่อนเพราะหิวมากแล้ว เมื่อพนักงานเสิร์ฟอาหารตามที่สั่ง ทั้งสองกินสุกี้กันอย่างเอร็ดอร่อยแต่จริงๆ แล้วคนที่กินอย่างเอร็ดอร่อยคงเป็ชนะชนม์คนเดียวเนื่องจากวัชรพลเอาแต่คีบอาหารดีๆ ให้ชนะชนม์หมด
“ทำไมนายไม่กิน ตักให้ผมอยู่ได้ นี่เวทนาผมอยู่เหรอ”ร่างบางถามอย่างอดไม่ได้เพราะอีกฝ่ายไม่คิดจะตักอาหารเข้าปากตัวเองเลย
“ยังไม่ค่อยหิว”
“ไม่หิวได้ไง นี่จะบ่ายแล้ว”
“เห็นนายกินก็อิ่มแล้ว”
“นายอิ่มทิพย์เหรอ ดี งั้นผมจะกินให้หมด”พูดเสร็จร่างบางก็ตักทุกอย่างใส่ปากแบบตั้งใจจะไม่เหลือให้คนตรงหน้ารู้สึกอยากแกล้งให้หิวตายไปเลย
“ค่อยๆ กิน เดี๋ยวก็ติดคอ” ร่างสูงบอกพร้อมกลั้นขำอีกฝ่ายเต็มที่ั้แ่เขาอยู่กับชนะชนม์เขาก็รู้ตัวเองดีกว่าตัวเองหัวเราะบ่อยขึ้นและพูดเก่งกว่าเดิม
“น้องขอข้าวผัดกะเทียมที่นึง” ร่างสูงบอกพนักงาน เมื่อรู้สึกท้องเริ่มร้อง
“เริ่มหิวแล้วเหรอ”
“ใช่ เห็นชลกินอย่างเอร็ดอร่อยขนาดนี้ กายก็อยากกินแล้ว”ร่างสูงพูดพร้อมมองตาอีกฝ่าย มองลึกลงไปในดวงตา
“หึ” ร่างบางค้อนขวับ พยายามมองไปทางอื่นด้วยเขินอายกับสายตาคมคู่นั้น
หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จสองหนุ่มก็เดินย่อย เข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ จนทั้งสองเริ่มเหนื่อย วัชรพลพาอีกฝ่ายไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้าส่วนใหญ่ก็เป็ของชนะชนม์ แต่เขาเป็คนจ่ายเงินทั้งหมด
“ผมไม่เอา ไม่ต้องซื้อให้ ผมทำงาน ซื้อเองได้” ร่างบางบอกอีกฝ่ายที่เ้ากี้เ้าการซื้อของให้เขา
“ผมอยากซื้อให้ รับไว้เถอะ ถือซะว่า แทนคำขอบคุณของผม”ร่างสูงยื่นข้าวของทั้งหมดที่ซื้อให้
“ไม่เอา” ร่างสูงไม่ฟัง เดินไปให้พนักงานคิดเงินเสร็จสรรพเขาซื้อเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า แว่น ทั้งสองตัวเองและของร่างบาง มือหนาหิ้วของพะรุงพะรัง โดยมีร่างบางช่วยถือบ้าง
“อ้าว นี่เราเจอใครเนี่ย ไหนเพื่อนชลบอกวันนี้ติดธุระ นี่นะหรือธุระของเพื่อน แอบมาเที่ยวกันสองต่อสอง”ชาติชายเพื่อนสนิทของชนะชนม์มาเดินห้างกัน ก่อนหน้านี้เขาชวนชนะชนม์แล้วแต่อีกฝ่ายปฏิเสธเห็นบอกว่าติดธุระนี่นะหรือธุระของเขามาเที่ยวกับรูมเมทนี่เอง
“เออ ธุระเสร็จแล้ว แล้วมาทำไรกันพวกเอ็ง” ร่างบางถามเพื่อนๆ
“ก็ฟ้าเค้าอยาก อุ๊บ” ชาติชายพูดไม่ทันจบมือบางของฟ้ามาปิดปากชาติชายเอาไว้ แล้วหันมาคุยกับชนะชนม์อย่างเขินอาย
“มาซื้อของกันน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ฟ้าลดาบอกเสียงเบาใบหน้าแสดงความเขินอายอย่างแจ่มแจ้ง
“ถ้างั้น ขอตัวก่อนนะ พวกแกตามสบาย” ชนะชนม์บอกเพื่อนๆเขากินอิ่มและเริ่มมีอาการง่วงอีกทั้งเดินมาสักพักก็เริ่มเหนื่อยตอนนี้รู้สึกอยากนอนจะแย่แล้ว
“ชล คือที่อาจารย์สอนเมื่อวันก่อน ฟ้าไม่ค่อยเข้าใจ ชลช่วยสอนฟ้าหน่อยได้ไหม วันนี้ฟ้าไปห้องชลได้ไหม ช่วยสอนฟ้าหน่อยนะ นะ”น้ำเสียงแสนหวานอ้อนฝ่ายชายเต็มที่ มือบางเกาะแขนไม่ยอมปล่อยเขย่าเป็เชิงเร่งเร้าให้ตอบรับ ชนะชนม์มองมือบางที่จับเขาไว้แน่นไม่กล้าดึงออกเพราะกลัวเธอเสียหน้า เขาหันไปหาร่างสูงรู้สึกกังวลอะไรบางอย่างกลัวเขาเข้าใจผิด ก่อนตัดสินใจใช้มือแกะมือบางของสาวน้อยออกแล้วหันไปคุยกับเพื่อนๆ
“เอาสิ มาเลย พวกแกจะมาด้วยรึเปล่าว จะได้สอนทีเดียว” ชนะชนม์ถามคนอื่นๆด้วยเพราะอยากรักษาชื่อเสียงของสาวน้อยตรงหน้าหากเธอมาติวหนังสือกับเขาสองต่อสองเกรงว่าคนอื่นจะดูไม่ดีโดยเฉพาะเขารู้สึกเป็ห่วงความรู้สึกของร่างสูงที่เขาหันไปมองเมื่อสักครู่ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายหน้างอง้ำบึ้งตึง
“เออ เจอกันตอนเย็น” ชาติชาย และคนอื่นๆก็ตกลงมาติวหนังสือที่ห้องชนะชนม์ในตอนเย็นเขาหันไปมองหน้าฟ้าลดาเห็นเธอทำหน้าเบ้อย่างไม่ค่อยพอใจที่มีคนมาติวหนังสือเพิ่ม
ตกเย็นทุกคนมาตามนัดเพื่อติวหนังสือที่ห้องของชนะชนม์
“ฟ้าสงสัยตรงนี้จ๊ะชลช่วยสอนหน่อย” ฟ้าลดาแทรกกายเบียดเสียดเข้ามาระหว่างชนะชนม์กับชาติชาติที่นั่งติดกันอยู่จนชาติชายต้องถอยยอมให้สาวน้อยแทรกระหว่างกลางเพื่อให้ไม่เบียดเสียดกันเกินไปนัก
ชาติชายมองชนะชนม์และฟ้าลดาสลับกันไปมาจริงๆ ชาติชายชอบฟ้าลดามานานแล้ว แต่ไม่กล้าบอก เขารู้ว่าทุกวันนี้ชนะชนม์ต้องรับปากฟ้าลดาทุกเื่เพราะอยากชวนเขาและฟ้าลดาให้ใกล้ชิดกันก็เพื่อหวังให้ความรักของเขากับหญิงสาวคืบหน้า แต่ดูท่าคงอีกนานเพราะชาติชายไม่กล้าแม้แต่จะบอกรักเธอ จะชวนเธอไปเที่ยว ชาติชายไม่มั่นใจในตัวเองกลัวว่าหากบอกหญิงสาวไปเขาอาจเสียเธอไปโดยไม่ได้มีโอกาสแม้ได้ใกล้ชิดแบบนี้