“ยินดีด้วยนะเถาเถา ผ่านงานหมั้นไปก็จะเป็งานแต่งแล้ว” เจิ้งซิงอีถามต่ออย่างสงสัย “แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกแกไม่จัดงานแต่งกันไปเลย จะมาจัดงานหมั้นเพื่อรออะไร”
“ฉันอยากให้เถาเถาได้ใช้ชีวิตของตัวเองก่อนน่ะ ยังไงเราก็เพิ่งเรียนจบกลับมาไม่ใช่เหรอ ได้ทำงานตามความฝันของตัวเองก่อนจะดีกว่า” เย่จื่อหานตอบ
“นายช่างเป็คู่หมั้นที่แสนประเสริฐ จะมีสักกี่คนที่คิดอย่างนายกันนะ ฉันเห็นมีแต่คนเขาอยากแต่งงานกันไวไวเพื่อให้ได้อยู่กับคนรักตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่นายกลับอยากให้คนรักของนายได้ใช้ชีวิตโสดต่อไปอีกยาวๆ”
“นั่นก็เป็เหตุผลหนึ่ง แต่ความจริงคือฉันไม่อยากแต่งงานก่อนพี่ใหญ่ เพราะตอนฉันแต่งงาน ฉันอยากยกน้ำชาให้เหนิงเหนิงในฐานะพี่สะใภ้” หลิงผูเถาหันไปยิ้มให้โจวต้าเหนิง
“แกก็ดีแต่มาล้อฉัน ถ้าไม่ใช่เพราะฉันปฏิเสธพี่ชายแกไม่ได้ ฉันคงเลื่อนงานแต่งออกไปอีกสักปีสองปี” โจวต้าเหนิงบอก
“ก็แล้วทำไมแกไม่เลื่อนงานแต่งออกไปล่ะ พี่ซีฮันตามใจแกทุกอย่างไม่ใช่เหรอ” เจิ้งซิงอีหันไปถาม
“แต่คราวนี้เขาไม่ยอมน่ะสิ เขาบอกว่าเขาอยากรีบแต่งงานแล้วก็จะมีลูกเลย” โจวต้าเหนิงพูดออกมาตรงๆ
“พี่ซีฮันเห็นแกเป็เครื่องผลิตทายาทไปแล้วเหรอ”
โจวต้าเหนิงตีแขนเจิ้งซิงอีอย่างแรง “ฉันไม่ใช่แม่หมูที่จะคอยมีลูกอย่างเดียวนะ เป็เพราะเขาไม่อยากอยู่ห่างฉันต่างหาก”
“อ้าว...ก็ฉันเห็นแกยังไม่ทันแต่งก็พูดถึงเื่มีลูกแล้วนี่” เจิ้งซิงอีลูบแขนพร้อมกับทำหน้าเศร้า “พี่เฟยอวี่ พี่ดูสิ ยัยเหนิงเหนิงตีแขนผมเจ็บไปหมดเลย”
“ไม่เป็ไรนะ รอให้เสร็จงานก่อน เดี๋ยวขากลับพี่จะพาเราแวะไปหาหมอที่คลินิก” เว่ยเฟยอวี่บอก
“แกกับพี่เฟยอวี่ก็หวานกันให้น้อยๆ หน่อย นี่มันงานหมั้นของเถาเถากับจื่อหานนะ เ้าภาพเขายังไม่แสดงออกมากเท่าคู่ของแกเลย” โจวต้าเหนิงกลอกตาให้เพื่อน
“อิจฉา? ให้พี่ทำแบบพวกเขาไหมล่ะ” หลิงซีฮันถามคนรัก
“ไม่ต้องค่ะ เื่แบบนั้นเอาไว้ทำเวลาที่เราอยู่กันสองคนก็พอ” โจวต้าเหนิงกระซิบ
หลิงผูเถาเห็นว่าได้เวลาแล้ว “ทุกคนนั่งอยู่ตรงนี้กันก่อนนะคะ ฉันกับจื่อหานจะขึ้นไปบนเวทีก่อน นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว”
“ฉันจูงมือเธอนะ” เย่จื่อหานยื่นมือออกไปหาคนรัก
“แค่งานหมั้นยังได้รับการดูแลขนาดนี้ ถ้าถึงวันแต่งจะขนาดไหนกัน ฉันล่ะอิจฉาเธอจริงๆ หลิงผูเถา” หานซูฉีพูดประชด
“ใครเชิญพวกเธอมา” เย่จื่อหานถามเสียงเข้ม
“พวกเรามาแสดงความยินดีกับเพื่อนเก่า และอยากมาอวยพรให้พวกนายเท่านั้น” หานซ่งเฉวียนเดินมาขวางน้องสาวไว้ “ฉันต้องขอโทษแทนฉีฉีด้วย เธอแค่ล้อพวกนายเล่น”
“ฉันถามว่าใครเชิญพวกนายมาร่วมงาน ฉันจำได้ว่าฉันไม่เคยส่งบัตรเชิญให้ตระกูลหานกับตระกูลหวง” เย่จื่อหานถามย้ำ
“ฉันเอง ฉันเห็นว่าพวกเราเป็เพื่อนกัน ก็เลยเอาบัตรเชิญของคุณพ่อคุณแม่ให้พวกเขามาร่วมงานแทน” เว่ยเฟยอวี่รีบบอก “ขอโทษนะจื่อหานที่ฉันไม่ได้บอกนายก่อน”
“พี่เฟยอวี่ รู้ทั้งรู้ว่าพวกเขาไม่ถูกกัน ทำไมพี่ต้องเอาบัตรเชิญให้หานซ่งเฉวียนด้วย” เจิ้งซิงอีถามคนรักอย่างไม่พอใจ
“ไหนๆ พวกเขาก็มากันแล้วก็ให้พวกเขาอยู่ร่วมงานเถอะ” หลิงผูเถากอดแขนคนรักอย่างเอาใจ “วันนี้เป็วันหมั้นของเรา ถือซะว่าทุกคนอยากมาแสดงความยินดีกับเราก็แล้วกัน”
“รุ่นพี่เว่ย ผมหวังว่าครั้งหน้าจะไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีกนะครับ” เย่จื่อหานพูดด้วยท่าทางจริงจัง ก่อนจะจูงมือคนรักเดินขึ้นเวทีเพื่อไปทำพิธีหมั้นต่อหน้าแขกที่มาร่วมเป็สักขีพยาน
“ครั้งนี้พี่ทำไม่ถูก เ้าภาพเขาไม่ได้เชิญ แล้วพี่มีสิทธิ์อะไรไปตัดสินใจแทนเขา” เจิ้งซิงอีบิดเอวคนรัก “พี่ไม่ต้องมาเจอผมสักห้าวันนะ ผมไม่อยากทะเลาะกับพี่”
“ไม่ได้ๆ เอาไว้พี่จะซื้อของขวัญมาขอโทษเถาเถากับจื่อหานก็แล้วกัน ส่วนเื่ห้าวัน พี่ไม่เอาด้วยหรอก” เว่ยเฟยอวี่รีบบอก
“มันจะเกินไปแล้วนะซินดี้ ยังไงพวกเราก็เป็เพื่อนกัน แกทำไมถึงทำท่าทางรังเกียจฉันกับพี่ชายขนาดนั้นด้วย” หานซูฉีถาม
“เพื่อนเหรอ? ตลกแล้ว เราไม่เคยนับเธอเป็เพื่อน” โจวต้าเหนิงเป็คนตอบคำถามแทน
“แต่เราเรียนอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งหลายปีนะ ถ้าไม่เรียกว่าเพื่อนแล้วจะเรียกว่าอะไร”
“ก็แค่เพื่อนร่วมชั้น อย่างอื่นก็ไม่ได้พิเศษอะไร” โจวต้าเหนิงยิ้มเยาะ “ถ้าเธอคิดว่าอยากเห็นภาพบาดตาบาดใจที่เถาเถากับจื่อหานทำพิธีหมั้น แกกับพี่ชายก็เชิญดูให้เต็มตา”
ขณะที่หานซูฉียังทะเลาะกับโจวต้าเหนิง หานซ่งเฉวียนกลับนั่งมองภาพที่เย่จื่อหานกับหลิงผูเถากำลังเข้าพิธีหมั้นกันอย่างถูกต้องตามประเพณี และทั้งคู่ก็ดูจะมีความสุขกันมาก
‘เมื่อก่อนเธอเคยรักฉันมากไม่ใช่เหรอเถาเถา แล้วทำไมเธอถึงเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น ั้แ่ตอนที่ฉันถอนหมั้นกับหวงเหมยลี่ เธอต้องกลับมาอ้อนวอนขอความรักจากฉันสิ แต่ทำไมเธอไม่ทำ ไม่เป็ไร...นี่เป็แค่งานหมั้น ฉันจะไม่มีทางให้เธอกับมันได้เข้าพิธีแต่งงานกันหรอก’ หานซ่งเฉวียนแอบกำมือไว้อย่างไม่ให้ใครสังเกต
หลังงานหมั้น ตระกูลหลิงส่งสัญญาณเตือนด้วยการชะลอการเช่าพื้นที่สำหรับเปิดร้านขายไวน์นำเข้าในห้างสรรพสินค้าของตระกูลเว่ย ส่วนตระกูลเย่ก็ระงับโครงการที่กำลังหารืออยู่กับตระกูลเว่ยทั้งหมดเช่นกัน คุณพ่อเว่ยกับคุณแม่เว่ยได้รู้สาเหตุจากเว่ยเฟยอวี่ว่าเื่ทั้งหมดเกิดจากที่เขาเอาบัตรเชิญงานหมั้นไปให้หานซ่งเฉวียน คุณพ่อกับคุณแม่เว่ยต่อว่าลูกชายไปยกใหญ่ จากนั้นทั้งคู่ก็หาช่องทางเพื่อเข้าพบกับตระกูลหลิงและตระกูลเย่เพื่อปรับความเข้าใจ ทั้งยังสั่งให้เว่ยเฟยอวี่ไปขอโทษหลิงผูเถากับเย่จื่อหานด้วยตัวเอง
หลิงผูเถากับเย่จื่อหานไม่ได้ติดใจ มีแค่เตือนเว่ยเฟยอวี่ให้รู้ว่าพวกเขากับตระกูลหานไม่มีวันที่จะญาติดีกันได้ ครั้งหน้าอย่าได้ตัดสินใจโดยพลการอีก ส่วนเื่ที่คุณพ่อหลิงกับคุณพ่อเย่ชะลอการลงทุนกับตระกูลเว่ย พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ
“ดูเอาเถอะ เป็เพราะนายคนเดียวที่ทำให้ครอบครัวฉันต้องเสียโครงการมูลค่าหลายร้อยล้านไป” เว่ยเฟยอวี่พูดอย่างหัวเสีย “ตกลงว่าครอบครัวของนายไปทำอะไรไว้กับเถาเถากันแน่ ทำไมเื่ราวมันถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้ แล้วนายก็ไม่ต้องคิดจะโกหกฉันเลยนะว่าเป็เพราะนายกับเถาเถาเคยหมั้นกันมาก่อน ทำให้เย่จื่อหานไม่พอใจ ตลอดเวลาที่ฉันรู้จักกับพวกเขา พวกเขาไม่เคยเก็บเื่ของนายมาสนใจ”
“ถ้าฉันบอกว่าฉันคิดเหตุผลอื่นไม่ออกจริงๆ นายจะเชื่อฉันไหม” หานซ่งเฉวียนถามกลับ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมหลิงผูเถากับเย่จื่อหานถึงดูจงเกลียดจงชังครอบครัวเขากับคนตระกูลหวงนัก เพราะั้แ่หลิงผูเถาย้ายออกจากตระกูลหวงเพื่อไปอยู่กับตระกูลหลิง เธอก็เอาแต่ตีตัวออกหาก ทั้งยังบอกว่าไม่เคยรู้สึกพิเศษอะไรกับเขา ส่วนตัวเขาที่ไม่เคยสนใจเธอมาก่อน กลับรู้สึกรักและไม่อยากเสียเธอไป แม้กระทั่งถอนหมั้นกับหวงเหมยลี่ เขาก็ยอมทำโดยไม่สนใจว่าตระกูลหวงจะไม่พอใจเลยด้วยซ้ำ เขาใช้เวลาคิดทบทวนมาหลายปี แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมหลิงผูเถาจึงเปลี่ยนใจไปจากเขาได้
แต่ต่อให้หานซ่งเฉวียนจะคิดทบทวนไปอีกหลายปีหรือต่อให้คิดทบทวนไปตลอดชีวิต เขาก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าที่หลิงผูเถากับเย่จื่อหานโกรธแค้นตระกูลหานกับตระกูลหวง เป็เพราะการกระทำอันเลวร้ายที่ทั้งสองตระกูลเคยทำไว้กับพวกเขาในอดีตต่างหาก
“ฉันจะเชื่อนายได้ยังไง ดูที่ตระกูลหลิงกับตระกูลเย่ทำเพื่อเตือนฉันสิ นี่มันต้องเกลียดกันขนาดไหน” เว่ยเฟยอวี่ยกเหล้าขึ้นดื่ม
“ถ้านายไม่เชื่อ ฉันก็ไม่มีอะไรจะอธิบายแล้ว”
“ไม่อธิบายก็ไม่อธิบาย แต่ฉันขอบอกนายไว้ก่อนเลยนะว่าต่อไปนี้ฉันคงช่วยเหลืออะไรนายไม่ได้แล้ว ไม่ใช่ว่าฉันเห็นเงินสำคัญกว่ามิตรภาพ แต่ถ้าตระกูลเว่ยของฉันถูกตระกูลหลิงกับตระกูลเย่เล่นงานจริงๆ ผลลัพธ์ที่ตามมา มันเกินกว่าที่ฉันจะรับผิดชอบไหวจริงๆ นายเข้าใจฉันใช่ไหม”
“ฉันเข้าใจ ฉันขอโทษนายอีกครั้งก็แล้วกันที่ทำให้นายต้องเดือดร้อน” หานซ่งเฉวียนวางกล่องกำมะหยี่สีแดงไว้บนโต๊ะ “ฉันฝากจี้หยกรูปผีเสื้อให้เถาเถาด้วยนะ บอกว่าเป็คำขอโทษจากฉัน”
“นายเป็บ้าไปแล้วเหรอ! นายจะให้ฉันเอาเครื่องประดับของนายไปให้เถาเถาเนี่ยนะ เื่เดิมฉันยังแก้ปัญหาไม่ได้เลย นายยังจะเอาเื่ใหม่มาให้ฉันอีก” เว่ยเฟยอวี่รีบผลักกล่องคืน “เอากลับไปเถอะ ฉันช่วยนายไม่ได้หรอก”
“จี้หยกชิ้นนี้ฉันเคยให้เป็ของขวัญั้แ่ตอนที่เถาเถายังอยู่กับตระกูลหวง ตอนนั้นฉันสั่งทำขึ้นมาเป็พิเศษเพื่อมอบให้เธอ ถ้าเธออภัยให้ฉัน ก็ขอให้เธอเก็บหยกชิ้นนี้ไว้ แต่ถ้าไม่ นายก็บอกให้เธอทิ้งลงถังขยะไป” หานซ่งเฉวียนไม่พูดถึงความหมายที่แท้จริงของการให้หยกชิ้นนี้ให้เว่ยเฟยอวี่ฟัง
เว่ยเฟยอวี่ถอนหายใจ สุดท้ายเขาก็ใจแข็งกับเพื่อนไม่ได้อยู่ดี เพราะเขารู้สึกได้ว่าหานซ่งเฉวียนรักหลิงผูเถาจริงๆ เพียงแต่เพื่อนของเขามารู้ตัวเมื่อทุกอย่างมันสายเกิน เพราะตอนนี้หลิงผูเถามีคู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบไปแล้ว “นี่เป็ครั้งสุดท้ายที่ฉันจะช่วยนายนะ”
“ขอบใจนายมากเลยนะเฟยอวี่” หานซ่งเฉวียนยกแก้วเหล้าขึ้น “มาดื่มกันเถอะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่วานให้นายทำอะไรให้ฉันอีกแล้ว”
“ยกชิ้นนี้คือหยกที่หานซ่งเฉวียนเอามาให้เธอเหรอ” เย่จื่อหานหยิบหยกขึ้นมาพลิกดู “มันมีความสำคัญอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีความสำคัญอะไรเลย แต่หยกชิ้นนี้เกือบทำให้ฉันถูกจับข้อหาลักทรัพย์ไปแล้ว” หลิงผูเถานึกไปถึงก่อนงานวันเกิดอายุครบสิบห้าปีของเธอ หานซ่งเฉวียนเอาหยกแกะสลักชิ้นนี้มาให้เธอ เพื่อแลกกับที่เธอต้องยอมเป็ของเขา แต่เธอปฏิเสธ เธอเพิ่งอายุสิบห้า จะกล้าทำเื่น่าอายแบบนั้นได้ยังไง เมื่อเขาเห็นเธอปฏิเสธ เขาก็ะโบอกทุกคนว่าเธอขโมยหยกที่เขาตั้งใจจะเอามาเป็ของขวัญให้หวงเหมยลี่ และยังบอกอีกว่าเธอยั่วยวนและพยายามดึงเขาเข้าไปในห้องพักของเธอ
หวงเหมยลี่ที่ตอนนั้นตกหลุมรักหานซ่งเฉวียนจนหมดหัวใจก็เชื่อคำพูดของคู่หมั้นและโทรแจ้งให้ตำรวจมาจับหลิงผูเถาทันที หลิงผูเถานึกขึ้นได้ว่าที่หน้าห้องพักของเธอถูกคุณแม่หวงติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ เธอจึงขอให้เ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทุกคนจึงได้รู้ความจริงว่าเธอไม่ได้ขโมย
“ฉันได้ยินมาว่าเธอเกือบถูกตำรวจจับเข้าคุกเลยไม่ใช่เหรอ”
“ก็เกือบถูกจับไปจริงๆ ถึงแม้ฉันจะไม่ถูกตำรวจจับ แต่พอตำรวจกลับไป ฉันก็ถูกหวงิเฉินตบตีเพราะคิดว่าฉันไปแย่งคนรักของน้องสาวเขา ฉันนอนเจ็บอยู่หลายวันเลยล่ะ”
“มิน่าล่ะ ตอนนั้นฉันไปรอเธอที่สวนสาธารณะทุกวัน แต่ก็ไม่เห็นเธอเลย” เย่จื่อหานยังพลิกหยกในมือไปมา “เธอคิดว่าที่เขาเอาหยกชิ้นนี้มาให้เธอ มันหมายความว่ายังไง”
“ตอนนั้นเขาคงคิดว่าฉันใจง่าย คราวนี้ก็เลยอยากลองใจฉันดูอีกสักครั้งมั้ง ถ้าพูดอย่างไม่สุภาพก็คงอยากชวนฉันขึ้นเตียงนั่นล่ะ”
เย่จื่อหานคืนหยกให้คู่หมั้นเมื่อรู้ความหมายของมัน ความจริงแล้วเขาอยากจะปามันทิ้งเลยด้วยซ้ำ “แล้วเธอจะทำยังไงกับมัน”
หลิงผูเถากอดคู่หมั้น “ของน่ารังเกียจแบบนี้ฉันไม่อยากเก็บไว้เลยสักนิด แต่ลี่ลี่อยากได้ ตอนที่ยังอยู่เมืองนอกด้วยกัน ลี่ลี่พูดเสมอว่าเธออยากได้หยกชิ้นนี้”
“เธอก็เลยจะเอาไปให้ลี่ลี่อย่างงั้นสิ”
“อืม...ฉันรู้ว่าลี่ลี่ยังตัดใจจากหานซ่งเฉวียนไม่ได้ ถึงแม้เธอกับเขาจะลงเอยกันไม่ได้แล้ว แต่เธอก็คงอยากจะเก็บหยกชิ้นนี้ไว้ดูต่างหน้า งั้นก็ให้เธอเก็บมันไว้เป็ที่ระลึกก็แล้วกัน”