บทที่ 28 จัดทัพเตรียมรบ
เนี่ยเฉินลุกขึ้นเดินออกไปทางทิศเหนือ สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำในภายหลังนั้น ตอนนี้จำเป็ต้องทำแล้ว
กล้าแย่งภรรยาข้า ข้าจะฆ่าเ้าให้ตายเลย พวกสุนัขชั่ว!
หลังจากเขาออกไป เวิงชิวฉานก็จ้องมองเงาหลังของเขาด้วยสายตาเหม่อลอย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
หัวหน้าใหญ่และต้าจ้วงสบตากัน ต่างหัวเราะพรืด
"แค่ก แค่ก!"
เสียงไอแห้ง ๆ ของหัวหน้าใหญ่ดึงความคิดของเวิงชิวฉานกลับมา
นางหันกลับมา เห็นใบหน้าสองคนที่กำลังยิ้มอย่างมีเลศนัยจ้องมองนางอยู่
"มองข้าด้วยเหตุใด!"
เวิงชิวฉานตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน
"ลูกเอ๋ย เ้าชอบเนี่ยเฉินหรือไม่?"
หัวหน้าใหญ่ถามด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเวิงชิวฉานก็แดงขึ้นมาทันที นางกล่าวอย่างแค้นเคือง
"ข้าชอบเขาหรือ? เป็ไปไม่ได้ ถึงข้าจะแต่งงานกับหัวหน้าใหญ่แห่งเขาเฮยเฟิง ข้าก็จะไม่แต่งงานกับเขา หึ!"
พูดจบเวิงชิวฉานก็ส่ายก้นเล็ก ๆ จากไปอย่างโกรธเคือง
เมื่อคืนก้นถูกกระแทกแรงไป ตอนนี้ยังเจ็บอยู่เล็กน้อย
หัวหน้าใหญ่พยักหน้า
"อืม มีความก้าวหน้า คราวนี้อย่างน้อยก็ไม่ะโลงหน้าผา"
"หัวหน้าใหญ่ พวกข้าไม่ได้พูดถึงเื่ให้นางแต่งงานกับเนี่ยเฉิน นางพูดเื่นี้ขึ้นมาเอง"
"เอ่อ..."
เนี่ยเฉินออกจากโถงจวี้อี้ ตรงดิ่งมายังโรงตีเหล็ก เมื่อนั่งลงแล้วก็หยิบสิ่วไม้ขึ้นมาเริ่มลงมือทำงานทันที
ส่วนหัวหน้าใหญ่ไปเรียกพี่น้องในค่ายทั้งหมดมารวมตัวกัน จากนั้นก็แจกจ่ายอาวุธพวกหน้าไม้และดาบดำให้พวกเขา
หลังจากแจกอาวุธเสร็จ หัวหน้าใหญ่ก็บอกพวกเขาว่า “หัวหน้าใหญ่แห่งเขาเฮยเฟิงนั้นหน้าเนื้อใจเสือ ้าบังคับให้เวิงชิวฉานแต่งงาน แต่ถูกข้าปฏิเสธไป ทว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่นอนว่าจะต้องมาหาเื่แน่ ดังนั้นพวกเ้าต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างเข้มแข็ง”
เมื่อพวกโจรได้ยินว่าเขาเฮยเฟิงกล้ามาหมายปองเวิงชิวฉาน ต่างก็เดือดดาลด้วยความโกรธแค้น อารมณ์พลุ่งพล่าน สาบานว่าจะสู้กับเขาเฮยเฟิงจนถึงที่สุด
พูดเล่นหรือไร ในค่ายหลายปีมานี้ เวิงชิวฉานเป็สตรีเพียงคนเดียวในค่าย นางทั้งงดงาม และยังเป็ลูกสาวของหัวหน้าใหญ่ จึงกลายเป็เทพธิดาในใจของพวกเขามานานแล้ว
แม้ว่าตนเองจะไม่มีโอกาส แต่ก็ไม่อาจให้พวกคนนอกมาแย่งชิงไปได้!
เทพธิดาจะถูกลบหลู่เช่นนี้ได้อย่างไร? พวกเขาจะฆ่ามันให้ตาย!
แน่นอนว่า หากพวกเขารู้ว่าเทพธิดาของพวกเขาถูกเนี่ยเฉินล่วงเกินไปแล้ว คงจะคว้าดาบมาสู้กับเนี่ยเฉินถึงตายในทันที
หัวหน้าใหญ่เคยเป็แม่ทัพมาก่อน ปกติก็ฝึกฝนพวกโจรในค่ายชิงเฟิง สอนพวกเขาถึงวิธีบุกโจมตีศัตรู รวมถึงการใช้กระบวนทัพและวิชาทหารต่าง ๆ แม้ว่ากลุ่มโจรจะไม่ได้เข้มงวดเหมือนกองทัพปกติ แต่พลังรบโดยรวมของโจรในค่ายชิงเฟิงก็ยังเหนือกว่าค่ายอื่น ๆ อยู่มาก
เพราะค่ายอื่น ๆ ล้วนแต่เป็พวกคนเลวที่รู้แต่จะฆ่าคน ปล้นสะดม กินเหล้า และเล่นการพนันเท่านั้น
หัวหน้าใหญ่ประกาศกฎเหล็ก หากฝึกฝนสำเร็จมีสุราเป็รางวัล หากพลาดท่าต้องฝึกหนักทดแทน
ด้วยแรงจูงใจอันแสนเย้ายวน เหล่าเสือสิงห์จึงทุ่มเทฝึกปรือกันอย่างแข็งขัน
เวิงชิวฉานเดินกลับเข้าห้อง นั่งครุ่นคิดเพียงครู่ก็รู้สึกละอายใจ เหตุใดผู้อื่นยอมเสี่ยงชีวิตปกป้องนาง แต่ตัวนางกลับเอาแต่นั่งนิ่ง นางจึงตัดสินใจออกไปหาเนี่ยเฉิน หวังช่วยแบ่งเบางาน
ทันทีที่พบหน้าเนี่ยเฉิน ร่างสูงกำลังคร่ำเคร่งกับงานไม้ รอบกายเต็มไปด้วยขี้เลื่อย
"ข้ามาช่วยงานเ้าแล้ว มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่"
"ไปรินน้ำให้ข้าสักหน่อย"
แม้หญิงสาวตรงหน้าจะเป็ถึงคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ทว่าเนี่ยเฉินกลับไม่ปรานี สั่งงานราวกับนางเป็เพียงสาวใช้
"อื้อ"
เวิงชิวฉานเดินออกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหวนกลับมาพร้อมกาและถ้วยชา นางรินน้ำด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
"ป้อนข้า"
เนี่ยเฉินเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า
เวิงชิวฉานเบิกตากว้าง
"เ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก!"
เนี่ยเฉินเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง
"พี่สาว เห็นหรือไม่ว่ามือข้าเต็มไปด้วยขี้เลื่อย สกปรกเช่นนี้จะดื่มน้ำได้อย่างไร การล้างมือก่อนกลับมาหาเ้า มิใช่เสียเวลาหรือ เร็วเข้า"
ได้ยินดังนั้น เวิงชิวฉานรู้สึกละอายใจเล็กน้อย รีบคุกเข่าลง หยิบถ้วยขึ้นมาป้อนน้ำให้เนี่ยเฉินดื่ม
ฉากนี้ทำเอาเหล่าช่างไม้และเหล่าโจรข้างกายที่ยืนมองอยู่ถึงกับตาค้าง
โอ้์ นี่หรือคุณหนูใหญ่ผู้แสนอ่อนโยนของพวกข้า
"คุณหนูใหญ่ ข้าเองก็กระหายน้ำ"
"โอ้ย คอข้าแห้งเป็ผุยผงแล้ว"
“เอ๊ะ ปากข้ามีแต่ขี้เลื่อย อยากได้น้ำมาล้างปากเสียจริง”
พวกโจรร้ายต่างพากันหัวเราะ
เวิงชิวฉานจึงจ้องเขม็ง “หุบปากเดี๋ยวนี้นะ! มิเช่นนั้นข้าจะเอากาน้ำมาราดหัวพวกเ้าเสียเลย”
“เหตุใดรองหัวหน้าถึงได้ดื่มน้ำล่ะ” โจรหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับหัวเราะ
“เ้าอยากได้เหมือนเขาหรือ” เวิงชิวฉานตอบโดยไม่ต้องคิด
“โอ้!”
“ฮิ้ว!”
เหล่าโจรต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องอย่างกวนประสาท ทำเอาเวิงชิวฉานหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม
"เฮ้อ ไม่เหมือนกัน พวกข้าไม่ได้หล่อเหลาเหมือนรองหัวหน้า และก็ไม่มีฝีมือเหมือนคนอื่น ๆ ไม่แปลกที่คุณหนูใหญ่จะมองพวกข้าต่างออกไป"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า..."
เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าโจรที่พากันโห่ร้อง เวิงชิวฉานจึงใช้วิธีการแก้ปัญหาที่ง่ายและรุนแรงที่สุด
คว้าไม้ขึ้นมาฟาดทีละคน
พวกเขารู้จักกันมาหลายปี คุ้นเคยกันดี เหล่าโจรพวกนี้ไม่ค่อยมีมารยาท ชอบพูดหยอกล้อเล่นกันไปมา
หลังจากฟาดพวกเขาเสร็จ เวิงชิวฉานก็คิดจะหันหลังกลับ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ช่วยงาน จึงเดินกลับไปนั่งยองข้าง ๆ เนี่ยเฉิน
"ข้าพอจะช่วยอะไรได้บ้าง บอกมาตามตรง ถ้าเ้ายังกล้าใช้ให้ข้าปรนนิบัติรับใช้เ้าอีก ข้าจะไม่สนใจเ้าแล้ว"
เวิงชิวฉานถลึงตาขู่เนี่ยเฉิน
"เล่าเื่เขาเฮยเฟิงให้ข้าฟังหน่อยสิ ข้ายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันเลย"
“ได้”
“ที่เขาเฮยเฟิงมีหัวหน้าสามคน พวกเขาทั้งสามเป็พี่น้องกัน หัวหน้าใหญ่คือจางเทาเหนียน หัวหน้ารองคือจางเทาไห่ ส่วนจางเทาซานคือคนที่มากับพวกเราวันนี้
แต่ก่อนพวกเขาสามพี่น้องเป็เพียงอันธพาลในหมู่บ้านที่เขาเฮยเฟิง พวกเขารวมกลุ่มกับพวกอันธพาลและโจรรังแกชาวบ้านไปทั่ว
ต่อมาหมู่บ้านของพวกเขาถูกกลุ่มโจรจากเขาเฮยเฟิงปล้น พวกเขาทั้งสามเห็นว่ากลุ่มโจรนั้นเก่งกาจนัก จึงอาสาขึ้นไปเข้าร่วมกับกลุ่มโจร
เนื่องจากพวกเขาเลวทรามและโเี้ จึงได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว พวกเขามีลูกน้องมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีลูกน้องร้อยคน พวกเขาก็พาลูกน้องร้อยคนนั้นไปฆ่าหัวหน้าใหญ่ แล้วตั้งตนเป็หัวหน้าเสียเอง
หลังจากจางเทาเหนียนได้เป็หัวหน้าใหญ่ ความโหดร้ายและป่าเถื่อนของเขาก็เผยออกมาอย่างเต็มที่
ปกติแล้วกลุ่มโจรจะยึดพื้นที่และเก็บเกี่ยวพืชผลเป็งวด ๆ อย่างมากก็แค่ปล้นทรัพย์สิน พวกเขาไม่กล้าที่จะรุนแรงกับชาวบ้านมากเกินไป มิเช่นนั้นชาวบ้านจะกลายเป็ผู้อพยพ พวกเขาก็จะไม่เหลือใครให้รีดไถอีก
แต่จางเทาเหนียนนั้นแตกต่าง พวกเขาไม่เพียงปล้นพืชผลและเงินทอง ทว่ายังรวมไปถึงการปล้นผู้คน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
หญิงสาวรูปงามที่ถูกพวกเขาจับตัวไปจะถูกทารุณกรรมจนตาย ส่วนชายฉกรรจ์ที่ถูกจับตัวไปจะถูกบังคับให้เป็โจรเหมือนกับพวกเขา และเมื่อลงจากเขาไปก็จะถูกบังคับให้ไปฆ่าคน หากไม่ฆ่า พวกเขาก็จะถูกฆ่าเสียเอง แต่หากฆ่าไปแล้วมือก็เปื้อนเื ทำได้เพียงต้องเดินตามเส้นทางนี้ไปจนสุดทาง
ด้วยเหตุนี้ จำนวนคนบนเขาเฮยเฟิงจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงหลักพัน ถึงได้หยุดการขยายกำลังพล"