นุ๊กไม่ได้แค่วิ่งหายไปเฉย ๆ แต่มันแทบจะหายไปจากชีวิตของเราเลย ั้แ่วันนั้นก็เหมือนมันพยายามหลบหน้าเราตลอด ไปหาที่บ้านก็ไม่เจอ บางทีพี่นิดหน่อยมาเปิดประตูให้ ก็บอกว่านุ๊กไม่อยู่ออกไปเล่นกับเพื่อนแล้ว
เราพยายามหาทางเพื่อจะเจอหน้ามันทุกวิธี แต่ก็ดูเหมือนกับว่ามันไม่อยากจะเจอหน้าเรา เราไปตามหามันตามที่ที่เคยไปเล่นด้วยกัน ทุกห้างทุกที่ที่คิดว่ามันอาจจะไป แต่ไม่ว่าไปที่ไหนก็ดูเหมือนว่าจะไม่เจอมันเลย
เราอาการหนักจนถึงขั้น ทำแบบนี้ทุกวันเพราะเป็่ปิดเทอม และในทุกวันที่เราออกมาเดินตามหามันคนเดียว ก่อนที่เราจะกลับบ้าน เราจะไปนั่งกินน้ำจับเลี้ยงคนเดียวบนลู่สะเก็ตบอร์ดที่ชั้นสี่ของเซ็นทรัลชิดลม
แล้วก็นั่งคิดว่ามันหายไปไหน? มันกำลังทำอะไร? มันไปอยู่ที่ไหน? เราทำแบบนี้บ่อยจนขนาดพี่รปภ.ยังจำเราได้
"มาคนเดียวอีกแล้วหรอ? เพื่อนที่เคยมาด้วยกันไม่มาด้วยหรอ?"
พี่รปภ.ที่เซ็นทรัลชิดลมน่ารักมากจริง ๆ เพราะเค้าจะทำมือสวัสดีลูกค้าทุกคนที่เดินเข้าออก รวมถึงเด็กแปดขวบที่เดินเข้ามาคนเดียวแบบเราด้วย
เราทำแบบนี้จนกระทั่งวันนึง เราก็เจอเพื่อนรุ่นเดียวกับนุ๊ก ก็เลยลองถามดู ซึ่งจริง ๆ เราก็เจอเพื่อนคนนี้ทุกวันที่มาห้าง เพราะ "แจ๊ค" จะเป็เด็กขายของชำร่วยให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่มากับรถทัวร์ ที่มาลงที่ห้างอิเซตันหน้าปากซอยบ้าน แล้วใน่เย็น แจ๊คก็จะย้ายไปขายที่หน้าโคคาสุกี้ตรงถนนอังรีย์ฯข้างๆสยาม
"แจ๊ควันนี้เป็ไงบ้าง?" เราทักเพราะเห็นมันนั่งทำหน้าหงอยๆ
"เออวันนี้ยังขายไม่ได้เลย"
บ้านแจ๊คจะทำอาชีพเดียวกัน คือทำตุ๊กตานกกวัก ที่ทำมาจากไหมพรม ลูกบอลพลาสติกลูกเล็ก ตะเกียบ เส้นเอ็น แล้วก็ช้อนพลาสติก บ้านของแจ๊คจะนำทั้งหมดมาประกอบกันเป็ ตุ๊กตานกกวัก ที่มีตะเกียบเป็ตัวเชิดผ่านเส้นเอ็น
"มึงไปเล่นคนเดียวอีกละ?"
"เออดิ... แล้วเห็นไอ้นุ๊กบ้างป่ะ? ว่าจะถามหลายทีละกูลืม มันหายไปไหนไม่รู้ไม่เห็นหน้าเลย"
"อ้าวนี่มึงไม่รู้หรอ?" เราที่ได้ยินก็งงว่ารู้เื่อะไร
"รู้อะไรวะ?"
"ก็่นี้มันเป็อะไรก็ไม่รู้ เอาแต่ไปนั่งเล่นเกมอยู่ที่พันธุ์ทิพย์ทุกวัน มันชวนกูไปเล่นจนเงินซื้อหนังสือการ์ตูนกูจะไม่พอแล้วเนี่ย"
"ห๊ะ! ที่พันธุ์ทิพย์หรอ?"
"อือ..แม่งเป็ไรก็ไม่รู้ ่นี้ทำตัวแปลกๆ"
"เดี๋ยวมึงพากูไปหามันหน่อยดิ เดี๋ยวกูเลี้ยงเกมเอง"
"ได้ ๆ เดี๋ยวกูเอาของไปเก็บที่บ้านก่อน วันนี้เซ็ง ๆ ไงไม่รู้ขายไม่ได้เลย"
พันธุ์ทิพย์ เป็ห้างที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคลอง เยื้องๆกับแฟลตของนุ๊ก และจะมองเห็นได้ชัดมาก ถ้ามองมาจากบ้านของอีตุ้ม เพราะบ้านของมันจะอยู่ตรงข้ามคลอง ใกล้กับด้านหลังของห้างพันธุ์ทิพย์พอดี
เรารู้จักห้างพันธุ์ทิพย์ว่ามีเกม แต่เราไม่รู้ว่ามีเกมเพลย์วันให้เช่าเล่นเป็รายชั่วโมงในราคาที่ไม่ถูกมากด้วย ถ้ายิ่งเช่าเล่นแบบหลายชั่วโมงก็จะยิ่งถูก
"ตามมา ๆ ทางนี้ ๆ" แจ๊คพาเราเดินขึ้นบันไดเลื่อนตัวยาว
ที่อยู่ข้างร้านA&W ใกล้กับประตูทางเข้าด้านหน้าห้าง เพื่อขึ้นไปยังชั้นลอย ที่เราเข้าใจมาตลอดว่ามันคือชั้นสอง ที่ชั้นลอยเมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมา จะเจอเป็สวนอาหารที่มีคนกำลังเดินไปเดินมาเยอะมากๆ แล้วที่ชั้นนี้ก็จะมีกลิ่นของอาหารหอมๆ ลอยมาเตะจมูกเต็มไปหมด
"แล้วนี่จะไปทางไหนต่อวะ?"
"มานี่ๆตามมา"
แจ๊คพาเราเดินฝ่าวงล้อมผู้คนที่กำลังเดินเลือกซื้ออาหาร อ้อมไปยังอีกฝั่งของห้าง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็โซนด้านหลัง เพราะทางเดินปกติในชั้นหนึ่งจะค่อนข้างซับซ้อน การเดินมาจากทางชั้นลอย จะลงมาที่โซนด้านหลังตรงนี้พอดี
"เดินลงบันไดนี่ไปก็ถึงแล้ว"
"โห..แม่งโคตรลึกลับซับซ้อนอ่ะ" เราบ่นเพราะว่ามันลึกลับมากสำหรับเรา
ด้วยความที่กลัวว่านุ๊กมันจะหนีหน้าเราอีก เราเลยให้แจ๊คเดินเข้าไปก่อน
"แจ๊ค..มึง เดินเข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป"
"อ้าวมึงจะไปไหนอ่ะ?"
"เดี๋ยวกูขอไปแลกตังแป๊ป"
"เออ ๆ อย่าเบี้ยวนะที่มึงบอกว่าจะเลี้ยงอ่ะ"
"เออน่า.."
ความจริงคือเราไม่ได้ไปไหน แต่ยืนทำใจอยู่ตรงบันไดนั่นแหละ พอรวบรวมความกล้าได้ ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในโซนที่ให้เช่าเกมเล่น ยืนมองหาไม่นานก็เจอไอ้แจ๊คที่กำลังนั่งข้าง ๆ ของนุ๊กอยู่
"ไอ้ไนท์ ๆ ทางนี้ ๆ" แจ๊คะโเรียกเรา
ดูเหมือนว่าไอ้แจ๊คจะไม่ได้บอกนุ๊กว่าเราตามมาด้วย นุ๊กถึงกับสะดุ้งตอนที่ได้ยินชื่อเรา ก่อนจะหันกลับไปมองที่จอตามเดิม
"เนี่ยแม่งนั่งขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวัน จนแทบจะกินนอนที่นี่อยู่ละ"
คำพูดของไอ้แจ๊คทำให้นุ๊กเริ่มทำหน้าหงุดหงิด แต่มันทำให้เรายิ่งใ
'มันมาหลบอยู่ที่นี่มาตลอดเลยหรอ'
"มึงพามันมาทำไมวะเนี่ย!!!"
"อ้าว..แล้วมาโกรธเชี่ยอะไรกูวะเนี่ย?!!"
นุ๊กตวาดไอ้แจ๊คก่อนทำท่าจะเดินออกไป
"แล้วมึงจะไปไหน?!!" แจ๊คงงที่อยู่ดีๆนุ๊กก็ลุกออกไป
"กูไปพักแป๊ป เดี๋ยวกูมา.." นุ๊กพูดจบก็เดินไปทางประตูที่อยู่ใกล้ที่สุด
เราที่เห็นแบบนั้นก็เลยจะวิ่งตามไป
"อ้าวแล้วมึงจะไปไหนอีกคนเนี่ย?!!" ไอ้แจ๊คคว้าแขนเราไว้
"อ่ะนี่ค่าเกม เดี๋ยวกูไปหาไอ้นุ๊กแป๊ป!" เราเอาเงินยัดใส่มือไอ้แจ๊คแล้วรีบวิ่งตามนุ๊กออกไปทันที
"อะไรของพวกมันวะ! เฮ้ยย!! งั้นกูไปเลือกเกมใหม่นะ!!" เสียงไอ้แจ๊คะโไล่หลังของเรามา
แต่ว่าเราก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะว่าเรากลัวนุ๊กมันจะเดินหนีหายไปอีก เราวิ่งออกจากประตูมาก็มองไม่เห็นนุ๊ก และประตูทางออกตรงนี้ พอออกมาจะเป็ที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้มีรถเข้าออกอยู่เป็ระยะ
ขณะที่เรากำลังมองหาว่านุ๊กเดินไปทางไหน ตอนนั้นเองก็มีเสียงของมันลอยมาจากที่ใกล้ ๆ
"มึงมาทำไม? ..แค่ก ..แค่ก ๆ !"
เราหันไปเห็นมันกำลังยืนพิงเสา ในมือมีบุหรี่มวนหนึ่งที่ถูกจุดแล้วกำลังส่งควันสายบาง ๆ ขึ้นมาช้า ๆ แล้วมันก็ไอออกมาเหมือนเพิ่งกำลังหัดสูบ
'นี่มันกำลังหัดสูบุหรี่งั้นหรอ!'
เราใมากกับการเปลี่ยนแปลงของนุ๊ก ใน่ที่ไม่เจอหน้ากันแค่ไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมานี้
"กูก็มาหามึงไง มึงเป็อะไร?.. มึงบอกกูดิ๊?"
"........." มันยืนถือบุหรี่นิ่งแล้วก็ไม่ยอมมองหน้าเรา
"มึงโกรธอะไรกูมึงก็บอกดิ"
"........"
"จะให้กูขอโทษหรือให้กูทำอะไรมึงก็บอกมาดิวะ"
"........" มันยืนนิ่งเหมือนเดิม แล้วก็ไม่ยอมหันมามองหน้าเรา
"มึงอย่าเอาแต่เงียบแบบนี้ดิ!"
"........."
"ถ้ามึงไม่ตอบ กูก็จะมาหามึงอีก" คราวนี้มันหันมามองหน้าเรา
"ถ้ามึงมา.. กูจะไปที่อื่น"
"นี่..มึงไม่อยากเจอหน้ากูขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ใช่ กูไม่อยากเห็นหน้ามึง"
“...............”
เราอึ้งกับคำพูดของมัน ทำให้เราต่างคนต่างเงียบ จนในที่สุดเราก็ต้องยอมพูดบางอย่างออกไป เพราะถ้าขืนยังยืนอยู่แบบนี้ น้ำตาของเรามันจะไหลออกมาแล้ว
"เออ ..ก็ได้ ...งั้นกูจะไม่มาให้มึงเห็นหน้าอีก"
เราเดินกลับด้วยความรู้สึกที่ทุกอย่างในหัวเรามันตีกันไปหมด เราทั้งเสียใจ ทั้งไม่เข้าใจ แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ แต่ที่เรารู้และเราเข้าใจดีคือ "ความรัก มันบังคับใจกันไม่ได้"
การที่ครอบครัวไม่แข็งแรง พ่ออยู่ทางแม่อยู่ทาง ภาพของย่าที่อ่านจดหมายของป้าบัว ได้ชัดขึ้นมาในความคิดของเรา ในเมื่อมันไม่อยากเจอหน้าเรา เราก็ไปบังคับมันไม่ได้ ฝืนไปก็มีแต่จะทรมานด้วยกันทั้งคู่เปล่า ๆ
เราเสียใจมาก แต่ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่านั่นมันคือการอกหักครั้งแรกของเรา เราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะคิดเหมือนกันกับที่เรากำลังคิดมั้ย แต่การที่มันพูดมาแบบนี้ จาก่เวลาที่ไม่ได้เจอกัน
ก็แสดงว่ามันต้องใช้เวลาคิดมาสักระยะแล้ว และน่าจะคิดมาดีแล้ว เราเดินร้องไห้ตลอดทางจนมาถึงบ้าน ไม่ใช่ว่าเราไม่อายสายตาคน แต่น้ำตามันไหลออกมาเองไม่ยอมหยุด เราเลยทำได้แต่ต้องคอยก้มหน้าปาดเช็ดน้ำตา จนเดินกลับถึงบ้าน
หลังจากวันนั้นชีวิตของเราก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก เราเริ่มคบเพื่อนผู้หญิงและเพื่อนตุ๊ด หนึ่งในนั้นก็คือ "อีตุ้ม"เราเริ่มแสดงออกต่างจากเด็กผู้ชายมากขึ้น และเข้าหาเด็กผู้ชายน้อยลง นั่นทำให้เราได้เล่นกับเพื่อนกลุ่มใหม่
ถึงแม้ว่าเราจะเล่นหมากเก็บไม่เก่ง แต่เราสนุกกับการโดดยางมาก ซึ่งโดดหนังยางเราก็ไม่ได้เล่นเก่งหรอก เพราะเราตัวเล็กสุด แต่เรารู้สึกสนุกกับการเล่น และการคอยจับผิดกันในแบบของเด็กผู้หญิง มันได้เปิดโลกอีกใบให้กับเรา
และแล้ว่ปีใหม่ก็ได้วนมาถึงอีกครั้ง
ปกติทุก ๆ ปีเรากับนุ๊ก ไอ้แจ๊ค แล้วก็ไอ้หมี จะไปเค้าดาวน์ที่หน้าเวิล์ดเทรดด้วยกันทุกปี เพราะที่นี่อยู่ใกล้กับบ้านของเรามากที่สุด จะกลับดึกแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวว่ารถจะหมด
แต่ด้วยความที่ยังเป็เด็ก ก็เลยกลับได้ไม่เกินสามถึงสี่ทุ่ม และการที่เรามีเพื่อนหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ก็ทำให้กลุ่มเพื่อนที่ไปเจอกันกลายเป็กลุ่มที่ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย แล้ววันนี้ก็ได้ทำให้เราได้มาเจอนุ๊กอีกครั้ง
ความสนุกของคอนเสิร์ต เสียงเพลง แสงไฟ และพลุสวย ๆ ทำให้เราลืมเื่ที่เกิดก่อนหน้านี้ไปจนหมด หลังจากจบเค้าดาวน์ แต่ละกลุ่มก็ค่อยๆแยกย้ายกันไป เราเลยคิดจะถือโอกาสชวนนุ๊กเดินกลับบ้าน แล้วจะได้หาเื่คุยปรับความเข้าใจ
"ป่ะนุ๊กกลับบ้านกัน!"
"เออ มึงกลับไปก่อนเลย"
"อ้าวแล้วมึงจะไปไหนอ่ะ แต่เดี๋ยวกูไปเป็เพื่อนก็ได้นะ วันนี้กูขอย่ากลับดึกไว้แล้ว"
วันนั้นเป็วันแรกที่เราขอย่ากลับบ้านดึก และตอนนั้นก็ประมาณเกือบตีสองแล้ว
"ไม่เป็ไรมึงไปเถอะ กู...มีนัด"
นุ๊กพูดพร้อมกับมองไปทางกลุ่มเด็กผู้หญิง ที่ยืนห่างออกไปไม่มากนัก เราเองก็เห็นว่ากลุ่มของเด็กผู้หญิงกลุ่มนี้ คอยวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ กับกลุ่มของนุ๊กมาสักพักแล้ว การส่งสายตาของนุ๊กกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มนั้นทำให้เราเข้าใจถึงจุดประสงค์บางอย่าง
"อ่อ.. เออๆงั้นกูกลับก่อนนะ"
นุ๊กไม่ตอบอะไร แต่เอาบุหรี่ขึ้นมาจุด เราเลยเดินออกมา และนี่ก็เป็คืนปีใหม่แรกของเรา ที่เรารู้ว่าจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว..