ปากถ้ำแห่งหนึ่ง ณ ประเทศคอนพาเทียร์
อัสพาน ชายชราในชุดผ้าสีเทาเข้ม ผมและหนวดเคราสีขาวล้วนเอนตัวงีบหลับบนเก้าอี้โยกตัวโปรดใต้ร่มไม้ที่หน้าของเขามีหมวกทรงสูงสีเทาเข้มเข้ากับชุด ปิดบังสายตาเขาผ่อนคลายกับแสงรำไรจากช่องว่างของใบไม้ จู่ๆ แสงยามบ่ายก็มืดลงเป็เงาขนาดใหญ่มีบางสิ่งจากท้องฟ้าได้บดบังแสงเอาไว้ เสียงกิ่งไม้กระทบกันและลมรุนแรงขึ้นเศษใบไม้ปลิวกระจายไปทั่ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้อัสพานใแต่อย่างใดเขาเพียงใช้มือจับหมวกสีเทาไม่ให้ปลิวไปตามแรงลม นอนเอนหลังอย่างสงบในท่าเดิมนกสีน้ำตาลราวกับเหยี่ยว ขนาดของมันนั้นใหญ่กว่าวัวทั้งตัวบินลงมาจากท้องฟ้ายืนตรงหน้าเขา บนหลังของมันมีชายวัยกลางคนผมสีดำไว้เคราสวยเป็ระเบียบในชุดสีขาวลวดลายสีแดง เนื้อผ้าและการตัดเย็บประณีตสวยงามทำให้ดูไม่ยากว่าเขาคงเป็ชายที่มีฐานะ ไม่ก็อาจจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่สูงกว่าคนทั่วไปเขาะโลงมาอย่างสง่างาม ขยับดาบยาวในฝักสีเงินข้างเอวให้เข้าที่ก่อนจะเดินตรงไปหาอัสพานที่ยังหลับตาพักผ่อนข้างหน้า
“เซอเทนต์เ้ารู้จักม้าไหมมันเป็การเดินทางที่เร็วและไม่ก่อความวุ่นวายในวันสบายๆ แบบนี้นะ”อัสพานพูดทั้งที่หมวกสีเทาปิดหน้าเขาอยู่ดังเดิม
“แต่มันไม่เร็วและนุ่มนวลเท่าอิงกริดของข้าหรอก อัสพานดูท่านจะใช้วันสบายๆ ได้ดีนะ”
“ข้ามีบางอย่างให้ท่านดู บอกข้าทีท่านคิดว่ายังไง”เซอเทนต์ส่งม้วนกระดาษให้
อัสพานเปิดมันออกและหรี่ตาอ่านข้อความในนั้นก่อนสีหน้าจะจริงจังขึ้น
“ท่านคิดว่าไง” ชายในชุดสีขาวทวงคำตอบอีกครั้ง
“ไปกันเถอะ เซอเทนต์ เื่นี้ถ้าเราจัดการยิ่งไวได้ยิ่งดี”อัสพานลุกขึ้นและโบกไม้เท้าประจำตัวกระแทกมันลงพื้นเบาๆแสงสีฟ้าปรากฏบนพื้นเป็วงรอบทั้งคู่ ทันใดนั้นทั้งสองคนก็หายไปเหลือเพียงเ้านกั์ที่ยังยืนอยู่
ณ ปราสาทคอนพาเทียร์ที่ตั้งของสำนักราชวังรวมถึงศูนย์การปกครองของประเทศ ห้องประชุมหนึ่งในปราสาทชายหญิงในเกราะและชุดทางการกำลังหารือกันภายใต้บรรยากาศเคร่งเครียดการกระทำทั้งหมดถูกหยุดลง ทุกคนได้ถูกดึงดูดสายตาด้วยแสงสีฟ้าที่จู่ๆ ปรากฏขึ้น อัสพานและเซอเทนต์เดินออกมาจากแสงนั้นก่อนที่แสงสีฟ้าจะค่อยๆจางหายไป
“อัสพาน เ้ามาก็ดีแล้ว เราต้องหาที่มาของมัน”เสียงใหญ่ห้าวดังมาจากโต๊ะประชุม เ้าของเสียงคือชายสูงวัยรูปร่างใหญ่ราวกับหมีหนวดเครารุงรัง ผมสีส้มแซมด้วยสีเทาที่เกิดขึ้นตามอายุภายใต้ชุดเกราะที่ดูจะหนักเกินที่คนธรรมดาจะยกไหวเอ่ยถามทันทีที่แสงสีฟ้าจางลง
“มีฝูงมอนสเตอร์จำนวนมากออกมาจากหมอกสีดำเข้าโจมตีตามหมู่บ้านและเมืองต่างๆหลายจุด” ชายร่างใหญ่กล่าวต่อด้วยเสียงดังพร้อมชี้ไปที่แผนที่บนผนัง
“มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การที่พวกมันจะรวมตัวกันแบบนี้”ชายคนเดิมพูดต่อ
ใบหน้าของทุกคนในห้องประชุมดูเป็กังวลกับเื่นี้อัสพานมองทุกคนรอบๆ
“ข้ารู้แล้วเราต้องหาสาเหตุและเราต้องจัดการเื่นี้ให้เร็วที่สุด เมื่อปีกสีเงินมากันพร้อมเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนออกเดินทางเซอเทนต์เ้าทิ้งคำสั่งให้คนรับหน้าที่แทนระหว่างที่เ้าไม่อยู่”
ทุกคนรีบผละออกจากห้องประชุมเพื่อเตรียมการเหลือเพียงอัสพาน เซอเทนต์ และชายร่างั์
“โยฮันผมของเ้าที่เคยส้มล้วนเริ่มมีสีเทาั้แ่เมื่อไหร่กันนะสหาย”อัสพานนั่งลงก่อนทักทายเพื่อนเก่า
“เ้าเองต่างหากที่กลายเป็สีเทาทั้งหัวเวลามันไม่ได้หยุดเดินลงนี่” โยฮันยุ่งกับการทำเครื่องหมายจุดสำคัญต่างๆ บนแผนที่มากกว่าจะหันไปมองอัสพาน
“ท่านยังไม่ตอบข้านะอัสพาน ท่านคิดว่าอย่างไร”เซอเทนต์ทวงคำตอบจากอัสพานอีกครั้ง
“ข้าบอกไปแล้วนี่ เราต้องรีบจัดการมันให้เร็วที่สุด”อัสพานตอบกลับ
เซอเทนต์นั่งลงมองไปยังแผนที่บนผนังก่อนจะพูดต่อ
“ข้ารู้ แต่ตอนนี้พวกท่านไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว พวกเราเป็มนุษย์เวลามันพรากหลายสิ่งไปจากเรา พลัง ความสามารถ และอีกหลายอย่าง”
“ข้ายังฟิตและแข็งแกร่งเหมือนเดิมนะเ้าหนูข้ายังโยนเ้าลงน้ำได้เหมือนสมัยก่อน” โยฮันหันมามองด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองเล็กๆ
“เราไม่มีทางเลือกมากนัก แต่สิ่งที่เรามีเพิ่มขึ้นคือประสบการณ์ที่จะส่งต่อให้คนรุ่นหลังเพื่อรับมือกับปัญหาเพราะครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น”อัสพานกล่าวขึ้นในขณะที่ทุกคนได้แต่นิ่งยอมรับ
ไม่นานนักประตูในห้องประชุมก็เปิดขึ้นอีกครั้งกลิ่นหอมราวกับดอกไม้จางๆ แผ่กระจายรอบๆ จากหญิงสาวผมสีทองหน้าตางดงามเธอเดินเข้ามาในชุดสีฟ้าดึงดูดสายตาทุกคน ไม่เว้นแม้แต่อัสพาน เมื่อประตูปิดลงหญิงสาวนั่งลงเงียบๆ ที่โต๊ะประชุม
“เ้ายังคงงดงามเช่นเคย ฟิโลน่า”อัสพานกล่าวขณะที่ยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาคุ้นเคย
แต่คำชมนั้นกลับถูกปฏิเสธโดยโยฮันที่กำลังเดินกลับมาที่โต๊ะ
“ก็แค่เทคนิคเวทมนตร์หลอกลวงของป้าคนนึงเท่านั้นแหละเ้าเองก็รู้ดีว่าพวกเราอายุเท่าไหร่กันแล้ว”
หญิงสาวนั่งนิ่งเธอยิ้มเล็กๆที่มุมปาก “รูท” เธอพูดเบาๆ จนแทบจะไม่ได้ยิน
“โครม!!!” โยฮันล้มลงหน้าคะมำบนพื้นเท้าของเขานั้นได้ถูกตรึงกับพื้นด้วยแสงสีเขียวจางๆ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่าทำให้ผู้หญิงโกรธ ท่านไม่เคยเรียนรู้บ้างเลย”เซอเทนต์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะการเอาคืนของเธอ
โยฮันลุกขึ้นด้วยสีหน้าเหยเกเขาทำได้แค่ลุกไปนั่งลงบนเก้าอี้ยอมรับความจริงกับคำพูดของเซอเทนต์
“ในเมื่อพร้อมแล้ว เราต้องรีบออกเดินทางให้เร็วที่สุด หาสาเหตุของเื่นี้ ก่อนที่มันจะกระจายไปทั่วจนเราไม่สามารถทำอะไรได้”
อัสพานเริ่มกลับเข้าเื่
“แล้วเวสต้าล่ะ เราจะไม่รอเธองั้นรึ”ฟิโลน่าถามถึงหนึ่งในสมาชิกปีกสีเงินที่เหลือ
“เวสต้าเดินทางไปแล้วเมื่อ2วันก่อนเพื่อหาข้อมูลเพิ่ม เธอถนัดเื่นี้มากกว่าพวกเราเราจะตามไปเจอกันแถวหมู่บ้านคอนปา ซึ่งถ้าโชคดีเราอาจจะไปทันก่อนหมอกจะมาถึง”เซอเทนต์เป็คนเดียวที่รู้ความเคลื่อนไหวของสมาชิกทุกคนในกลุ่มปีกสีเงินเขามักติดต่อและไปมาหาสู่กับทุกคนเป็ระยะ
“ข้าแจ้งไปยังหมู่บ้านต่างๆ ให้อพยพเมืองที่พอมีกำลังพลก็ให้เตรียมการรับมือแล้วทันทีที่รู้เื่ข้าไปพบพระาาเพื่อให้ประกาศสถานการณ์นี้และเตรียมพร้อมรับมือเราจะออกเดินทางกันทันทีพรุ่งนี้ พวกท่านเตรียมตัวให้พร้อมระหว่างนี้ข้าจะไปสั่งการให้เตรียมห้องพักไว้ให้” พูดจบเซอเทนต์ก็เดินออกจากห้องไป
ค่ำคืนที่ไร้ซึ่งความเงียบสงบจากการเตรียมพร้อมของเหล่าทหารเสียงฝีเท้าที่วิ่งวุ่นปะปนกับเสียงะโสั่งการทำให้ค่ำคืนนี้วุ่นวายเป็พิเศษเหนือขึ้นไปจากความวุ่นวายนั้นมีเพียงฟิโลน่าที่ยืนมองอย่างเงียบๆ บนระเบียง
“เสียงดังเกินกว่าจะหลับลงงั้นหรือ”อัสพานเดินมายังระเบียงและมองทหารพวกนั้นร่วมด้วย
“ข้าไม่คิดว่าการเดินทางครั้งนี้จะเหมือนที่เราเคยผ่านกันมาเราไม่ใช่หนุ่มสาวกันอีกแล้ว พละกำลังและความว่องไวหรือแม้แต่การตัดสินใจที่ฉับไวที่เคยมีต่างก็ลดลง การเดินทางครั้งนี้คงไม่ง่าย”ฟิโลน่าพูดพร้อมทอดสายตาไกล
“ข้าก็คิดเช่นนั้นแต่สิ่งที่เราผ่านกันมาอาจจะเป็ตัวช่วยทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปการเดินทางครั้งนี้แน่นอนว่าคงไม่ง่ายแต่ตอนนี้เราไม่มีตัวเลือกมากนักนอกจากจะต้องช่วยกัน” อัสพานพูดด้วยเสียงเรียบสายตาที่เต็มไปด้วยความผูกพันของเขายังคงจ้องมองใบหน้าที่งดงามของเธอตลอดเวลา
ทั้งสองได้แต่มองเหล่าทหารที่วิ่งวุ่นเพียงครู่เดียวเสียงฝีเท้าจากเซอเทนต์ก็เดินมาสมทบ
“ข้าเข้าใจว่าพวกท่านไม่เจอกันนานแต่ควรพักเอาแรงก่อนออกเดินทางนะ”
“เรากำลังพูดถึงการเดินทางครั้งนี้มันน่าจะยากลำบากกว่าที่ผ่านมา” ฟิโลน่าหันมามองขณะที่เขาเดินเข้ามาเซอเทนต์หันหลังพิงระเบียงก้มหน้าด้วยสีหน้ารู้สึกผิด พูดกับทั้งสอง
“ข้าขอโทษด้วยเื่นี้ควรเป็คนรุ่นข้าที่แก้ไขปัญหาแต่กลับต้องขอความช่วยเหลือจากพวกท่าน”
“เ้าเด็กน้อยที่เราช่วยไว้ตอนนั้นโตขึ้นเยอะแล้วรึนี่เ้าคิดมากเกินไปเซอเทนต์ เรายังพร้อมจะช่วยเ้าเสมอ”ฟิโลน่ามองดูเขาด้วยความเอ็นดูราวกับเขายังเป็เพียงเด็กหนุ่มเธอยิ้มและพูดต่อ
“พูดถึงคนรุ่นใหม่คนที่จะรับ่ต่อจากข้าเองก็ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่าจะพร้อมสำหรับหน้าที่นี้”
เซอเทนต์ยังคงก้มหน้าพูดต่อ
“ถึงข้าจะไม่เก่งกาจเท่าพวกท่านแต่ข้าเองก็มองผู้สืบทอดเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังขาดๆเกินๆ ไปหน่อย จะให้รับหน้าที่นี้ก็เสี่ยงมากเกินไป”
“แล้วเ้าล่ะอัสพาน”ฟิโลน่าหันไปถามชายชราที่ยังคงมองทอดยาวไปไกล
“ข้าเองยังไม่แน่ใจว่าเส้นทางนี้จะเหมาะกับเขาไหมข้าอยากให้เขามีชีวิตที่สงบสุข คงต้องให้เ้าตัวตัดสินใจเอง”คำตอบของอัสพานทำให้ทั้งสองคนได้แต่เงียบพวกเขารู้จักกันมานานจึงรู้และเข้าใจความรู้สึกรวมถึงเหตุการณ์ที่ชายชราได้พบในอดีต
“ข้าว่าท่านควรไปพักกันได้แล้ว พรุ่งนี้เราต้องเดินทางกันข้าเองยังต้องเตรียมสั่งการอีกหลายอย่างก่อนจะออกเดินทางยังดีที่มีบางคนหลับได้ตามใจสั่ง ข้าเลยลดเื่ปวดหัวในคืนนี้ได้อย่างนึง”
ทั้งสามหันมองหน้ากันส่งยิ้มอย่างขบขันเพราะรู้ว่าคนที่เซอเทนต์หมายถึงคือใครคนหนึ่งที่ขาดไป ก่อนจะแยกย้ายกันไปพัก