ตอนที่ 20 เหลียนนั่วมาถึงตระกูลเดอร์เร็ตแล้ว (1)
การแข่งขันกระชับมิตรคือการแข่งขันที่โรงเรียนทหารแห่งจักรวรรดิจัดขึ้นร่วมกับโรงเรียนทหารอื่นๆ อีกสามแห่ง มุ่งเน้นการกระชับมิตรเป็หลัก การแข่งขันเป็รอง
โรงเรียนทหารทั้งสี่แห่งของจักรวรรดิโซเดียร์ แบ่งเป็โรงเรียนทหารแห่งจักรวรรดิโซเดียร์ วิทยาลัยการทหารลั่วเค่อโซเดียร์ มหาวิทยาลัยเครื่องจักรกลโซเดียร์ และสถาบันการศึกษาระดับสูงแห่งชาติโซเดียร์
ในจักรวรรดิโซเดียร์ มีเพียงสถาบันสี่แห่งนี้เท่านั้นที่สามารถรับผู้ที่มีพลังพิเศษได้
โรงเรียนทหารแห่งจักรวรรดิโซเดียร์ เป็โรงเรียนทหารที่เหล่าองค์ชายแต่ละยุคแต่ละสมัยของราชวงศ์โซเดียร์เข้ารับการศึกษา จึงถูกขนานนามด้วยชื่อของจักรวรรดิ องค์รัชทายาทสิงเหยียนเป็ผู้ที่มีดัชนีพลังพิเศษสูงที่สุดในบรรดาองค์ชายแต่ละยุค จึงถูกโรงเรียนทหารแห่งจักรวรรดิยกย่องว่าเป็อัจฉริยะ
สิงเหยียนเหลือบมองบัตรเชิญในมือธอร์ การแข่งขันกระชับมิตรของโรงเรียนทหารในปีก่อนๆ โรงเรียนทหารแห่งจักรวรรดิก็จะส่งบัตรเชิญมา
“องค์รัชทายาท หลังการแข่งขันกระชับมิตรของโรงเรียนทหาร ก็เป็วันเกิดครบ 200 ปีของท่านนายพล” ธอร์กล่าวเตือน เขาเป็ผู้ช่วยประจำตัวสิงเหยียนที่คอยอยู่เคียงข้างมาั้แ่เกิด เหมือนคาดิสและบิดาของสิงเหยียน
องค์ชายทุกพระองค์ของราชวงศ์ล้วนมีคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน จนสามารถเรียกได้ว่าเป็เงาของตนเอง
และนายพลที่ธอร์พูดถึงก็คือซีเหล่ย บิดาของสิงเหยียนนั่นเอง
สิงเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความไม่พอใจปรากฏขึ้นให้เห็นจางๆ แต่ยังคงพยักหน้า
ใน่ระหว่างปี สิงเหยียนจะหาเวลาว่างให้ตนเองหยุดพักงานได้ราวสองสามเดือน ยานโจรสลัดที่โจมตียานโดยสารในครั้งนี้ช่างโชคไม่ดีเอาเสียเลย เนื่องจากสิงเหยียนอยู่ข้างใน
วันหยุดปีนี้ถูกรบกวนแล้ว นี่ทำให้สิงเหยียนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
ผลของการไม่พอใจก็คือ นำความฉุนเฉียวไปลงที่โจรสลัดทั้งหมด
“จุดลงจอดสุดท้ายของยานโจรสลัดเป็ที่แน่นอนแล้วหรือยัง” สิงเหยียนเตรียมการที่จะลากหัวโจรสลัดเ่าั้ออกมา
“เนื่องจากปัญหาของสนามแม่เหล็ก จึงยังไม่สามารถระบุพิกัดได้ แต่บริเวณใกล้ๆ ที่ลงจอดนั้นค้นหาแล้ว ไม่พบร่องรอยใดๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ” ธอร์รายงาน “สนามแม่เหล็กบริเวณนั้นไม่เสถียรเป็อย่างมาก”
“พบปัจจัยที่ทำให้สนามแม่เหล็กไม่เสถียรแล้วหรือยัง”
“ยังพ่ะย่ะค่ะ ฝ่ายเทคนิคกำลังค้นหาอยู่” ธอร์ตอบ คำตอบนี้สำหรับองค์รัชทายาทแล้ว จะต้องไม่เป็ที่พอใจอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่สามารถหาข้อแก้ตัวได้อยู่ดี และเขาก็ไม่กล้าที่จะหาข้อแก้ตัวอย่างขอไปทีต่อหน้าสิงเหยียนด้วย
“เข้าใจแล้ว ให้พวกเขาหาต่อไป” แม้สิงเหยียนจะเอาจริงเอาจังและเ็า แต่ก็ตระหนักดีถึงศักยภาพของฝ่ายเทคนิคของจักรวรรดิ และเขายุติธรรมต่อคนทำงานเสมอ
“พ่ะย่ะค่ะ”
ณ ตระกูลหลักของตระกูลเดอร์เร็ต
ในฐานะที่เป็หนึ่งในสี่นายพลซึ่งเป็บุคคลสำคัญของกองทัพ อีกทั้งยังเป็ตระกูลเดอร์เร็ตชนชั้นสูงที่สูงส่ง พื้นที่ขนาดใหญ่ที่บ้านหลักของพวกเขานั้น ไม่จำเป็ต้องบอกก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน
หลังจากรถของนายพลเดอร์เร็ตแล่นเข้าสู่บ้านหลักของตระกูล เหลียนนั่วก็มองไปทางนั้นทีทางนี้ทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น สิ่งที่เขามองคือการทำงานของชุดเทคโนโลยีระดับสูง แต่ในสายตานายพลเดอร์เร็ต นี่คือลักษณะของคนที่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง ซึ่งไม่สามารถนำออกงานสังคมได้ ด้วยเหตุนี้ คิ้วของนายพลเดอร์เร็ตจึงยิ่งขมวดแน่นขึ้นอีก คนแบบนี้...จะต้องทำให้องค์รัชทายาทต้องกล้ำกลืนฝืนทนแล้วจริงๆ แต่โชคชะตาของเด็กคนนี้ช่างดีนัก เขาเป็คนเดียวในคลังพันธุกรรมของจักรวรรดิที่จับคู่กับพันธุกรรมขององค์รัชทายาทได้ พันธุกรรมเช่นนี้สามารถเจริญเติบโตดีขนาดนี้ได้อย่างไรกัน
นายพลเดอร์เร็ตไม่อาจยอมรับได้ว่า เป็พันธุกรรมขององค์รัชทายาทเองที่เจริญเติบโตแปลกเกินไป
“วงศ์ตระกูลของเราให้ความสำคัญกับกฎระเบียบ ในฐานะชายาขององค์รัชทายาท กฎระเบียบยิ่งสำคัญมากเป็พิเศษ” ในที่สุดนายพลเดอร์เร็ตก็เปิดปากพูด นี่คือประโยคแรกที่เขาพูดกับเหลียนนั่วหลังขึ้นรถ
เหลียนนั่วถอนสายตาจากสภาพแวดล้อมภายนอก มองไปยังคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นก็กะพริบตาปริบๆ พลางคิดว่าเขาไม่มีระเบียบตรงไหน
เมื่อเห็นแววตางุนงงของเด็กหนุ่ม นายพลเดอร์เร็ตก็ถอนหายใจ บางทีเด็กคนนี้อาจไม่มีอะไรดีเด่น แต่แววตานั้นกระจ่างใสมาก คนที่มีแววตาเช่นนี้ ต่อให้มีคุณสมบัติต้อยต่ำเพียงใด แต่กมลสันดานย่อมไม่เลวร้าย ดังนั้นขอแค่เขาสามารถให้กำเนิดทายาทแก่องค์รัชทายาทได้ ก็น่าจะเพียงพอ
แต่แล้วนายพลเดอร์เร็ตก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง
เด็กคนนี้ยังมีจุดที่ทำให้ผู้คนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์อยู่อีกหนึ่งอย่าง นั่นคือเขาเป็นักโทษ
เมื่อนึกถึงเื่นี้ จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น “ตอนอยู่ที่ดาวนักโทษ เคยถูกรังแกไหม”
ถูกรังแกเหรอ เหลียนนั่วย้อนนึกถึงความทรงจำของเ้าของร่างเดิม จากนั้นก็พยักหน้า พยักหน้ายังไม่เท่าไร แต่ยังกล่าวเสริมขึ้นอีกประโยค “โดนรังแกทุกวัน และจากหลายคนพร้อมกัน”
ได้ยินเช่นนี้ คิ้วของท่านนายพลเดอร์เร็ตยิ่งขมวดมุ่นมากขึ้น “หลายคนงั้นเหรอ” น้ำเสียงน่าเกรงขามแต่ไม่แฝงความโกรธเกรี้ยว แน่นอนเขาย่อมรู้ดีว่าสถานที่คุมขังนักโทษนั้นสกปรกโสมมมากเพียงใด แต่นักโทษเ่าั้ก็สมควรได้รับโทษทัณฑ์ เพียงคิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งจะมีนักโทษมาครองคู่กับองค์รัชทายาท
“นั่นนับเป็อดีตไปแล้ว คาดิสน่าจะเคยบอกนายแล้วว่า เื่ที่ผ่านมาเ่าั้ จะเป็การดีที่สุดถ้านายจะเก็บซ่อนมันไว้เพียงในใจ ห้ามพูดถึงมันอีกตลอดกาล นับแต่วินาทีแรกที่เราได้พบกัน นายคือเหลียนนั่ว เดอร์เร็ต ถ้าภูมิหลังของนายถูกเผยแพร่ออกไปเมื่อไร ชีวิตของนายก็จะถึงจุดจบเมื่อนั้น” นี่ไม่ใช่คำขู่ เป็เพียงคำเตือนที่นายพลเดอร์เร็ตกล่าวออกมาอย่างใจเย็น แต่คำพูดนี้ก็ฟังดูเหมือนคำขู่ไม่มีผิด