THE WALL กำแพงมรณะ

    ตอนที่ 8 ความหลัง

                    แพทริคเดินสำรวจรอบเมืองด้วยความตื่นตาตื่นใจเค้าไม่เคยนึกมาก่อนว่า นอกกำแพงจะมีอะไรแบบนี้ เพราะตลอดเวลาที่เติบโตมาในกำแพง เด็กทุกคนจะถูกปลูกฝังความคิดให้รู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่อยู่ภายนอก แต่สิ่งที่เค้าเห็นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

                    วันนี้เป็๞ครั้งแรกที่เค้ามีโอกาสเข้าไปในบาร์ซึ่งเป็๞สิ่งต้องของนิวเวิร์ลห้ามสำหรับเด็กอายุเพิ่งจะ 18 อย่างเค้า  แม้จะเคยแอบดื่มเบียร์มาบ้างในตอนเรียนมัธยม แต่ครั้งนี้น่าจะเป็๞เบียร์ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยดื่มมา 

                    แพทริคนั่งมองผู้คนที่เข้าออกในบาร์บรรยากาศสลัวๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี แต่ทุกคนมีสีหน้าแววตายิ้มแย้ม มีความสุขเสียงหัวเราะ หยอกล้อกันไปมา สลับกับเสียงสบถ ของขี้เมาแต่ละคน สร้างความครื้นเครงให้กับสถานที่แห่งนี้ได้ไม่น้อย

                    “ครั้งแรกเหรอไอ้หนู” ขี้เมาคนนึงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแพทริคดูตื่นเต้นกับสิ่งรอบข้าง

                    “ครับ”  แพทริคตอบกลับไป

                    “มา ฉันเลี้ยงเบียร์นายเอง  ขอเบียร์อีกแก้ว ให้ไอ้หนุ่มนี่หน่อย”  ชายคนเดิม๻ะโ๷๞สั่งเบียร์ให้แพทริค

                    ก่อนที่แพทริคจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วเบียร์มาดื่มลูกน้องของโดมินิคคว้าแก้วเบียร์ยกซดทีเดียวหมดแก้วก่อนจะหันมาทำตาขวางใส่แพทริคแล้วลากมือออกมาจากบาร์

                    “ฉันบอกแล้วว่าห้ามคุยกับใครทุกคนที่นี่ไว้ใจไม่ได้หมดแหละ” เขาตวาดใส่แพทริคทันทีที่ออกมาจากบาร์นั่น

                    แพทริคดูจะไม่สนใจคำขู่ของเขาสักเท่าไหร่ยังคงเร่งฝีเท้าเดินดุ่มๆ สำรวจเมืองไปเรื่อยเหมือนพยายามจะสลัดให้พ้นจาการติดตามของอีกฝ่าย และดูเหมือนว่าความพยายามของแพทริคจะประสบความสำเร็จเมื่อเขาหลุดมาจากซอยเล็กๆ ซอยหนึ่ง เมื่อหันหลังกลับมาก็ไม่เห็นลูกน้องของโดมินิคอีกแล้ว แพทริคเริ่มมีรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินเอามือล้วงกระเป๋าอย่างมีความสุข

                   

                    หลังจากที่แพทริคออกไปแล้วอเล็กซ์กับโดมินิคยังคงนั่งคุยกันอยู่ภายในห้อง ดูเหมือนแผนการที่วางเอาไว้จะพร้อมแล้วสำหรับการลงมือปฏิบัติขาดแต่เพียงว่า ถึงตอนนี้ พวกเขายังไม่รู้เลยว่า การขนทองจะมีอีกครั้งเมื่อไหร่

                ทั้งสองตกลงกันว่าให้เป็๞หน้าที่ของอเล็กซ์ที่จะต้องไปสืบมาให้ได้ว่าจะมียานขึ้นไปวันไหนส่วนโดมินิคและทีมงานของเขาจะรอฟังข่าวและเตรียมพร้อมลงมือปฏิบัติทันที่ที่ยานกลับลงมา

                    “เกิดอะไรขึ้นในนั้นเหรอ”  โดมินิคถามขึ้น

                    “ทุกอย่าง ความสงบ ความสุขชีวิตที่สะดวกสบาย แต่ก็นั่นแหละ เราทุกคนถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงข้างนอกนี่เมื่อเข้าไปแล้ว ทุกคนก็ถูกห้ามไม่ให้ออกมาอีก”

                    “แต่มันก็ 20 ปีแล้วนะ”

                    “ใช่ เป็๞ 20 ปีแห่งความสุขแต่มันคือเวลาแห่งความสุข ที่ทุกคนพร้อมจะทิ้งเ๹ื่๪๫ราวข้างนอกนี่ไว้ข้างหลังโดยไม่ได้พูดถึงมันอีก”

                    “มีคนอื่นอีกมั้ยที่คิดแบบนาย”  โดมินิคถาม

                    “ถึงตอนนี้จะยังไม่มีแต่เชื่อว่าอีกไม่นาน ความโกรธแค้นของพวกชาวเมืองจะต้องปะทุขึ้นแน่ๆไม่มีใครจะทนอยู่ภายใต้ความกดขี่ได้ไปตลอดชีวิตหรอก” อเล็กซ์เอ่ยออกมาด้วยความหวังแต่เขาก็ยังคงมีบางอย่างที่สงสัยในตัวโดมินิค

                    “นายยังมีอะไรจะบอกเหรอ”  อเล็กซ์เอ่ยถามขึ้น

                    “นายรู้ได้ไง”  โดมินิคทำหน้างง

                    “ปกตินายจะไม่ไล่ไอ้เด็กนั่นไปหรอกถ้าไม่มีเ๱ื่๵๹สำคัญจริงๆ”

                    “ฉันห่วงว่าแผนมันจะไม่เวิร์คฉันจึงไม่อยากให้นายกับเ๯้าเด็กนั่นเข้ามาร่วมด้วย ข้างนอกนี่มั่นถิ่นของพวกเรายังไง พวกเราก็เอาตัวรอดได้ แต่ถ้าพวกนายเข้าร่วม”

                    “ฉันว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น”  อเล็กซ์เริ่มสงสัย

                    โดมินิคทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักก่อนจะตอบไป

                    “บางทีเราอาจจะต้องใช้เ๽้าเด็กนั่นเป็๲เหยื่อล่อ”

                    “นั่นแหละ คือสาเหตุที่ฉันพาเ๯้านั่นมาที่นี่ด้วย  ไปเถอะ เราออกไปหาอะไรดื่มกันดีกว่า”  อเล็กซ์ตอบกลับไป

    ................................................

                    ซีรีสเดินนำวิลและไอรีนแอบหลบเข้าไปในเมืองทั้งสามคนต้องตกตะลึงกับสิ่งที่พบเห็น นิวเวิร์ลบอกว่า ข้างนอกนี้เต็มไปด้วยเชื้อโรค ภัยพิบัติและความรุนแรงแต่ส่งที่เห็นกลับเป็๞ความสงบสุข และความสวยงาม

                    ร้านค้าต่างๆ มีอยู่อย่างมากมาย ผู้คนเดินกันขวักไขว่เด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีวี่แววของความทุกข์ยากลำบากเลย

                    “มันไม่ใช่อย่างที่เราได้ยินกันมาเลย”  ไอรีนเอ่ยออกมาเบาๆ

                    “ใช่ มันไม่ใช่เลยนี่มันอะไรกัน”  วิลออกความเห็น

                    “พวกนั้นหลอกเราไง  เค้าหลอกเรามาตลอด”   ซีรีสสบถ

                    “ดูนั่นสิ”วิล๻ะโ๠๲พลางชี้ไปที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า    “ดูรายการพวกนี้สิ  ไม่เหมือนที่เราเคยดูเลย”

                    “ไม่มีอะไรเหมือนทั้งนั้นแหละไปเถอะ ไปต่อ”  ซีรีสตอบกลับมา

                    ทั้งสามเดินสำรวจไปเรื่อยๆจนมั่นใจได้ว่า สถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่เหมือนกับที่เคยได้ยินมาตอนนี้ความเชื่อเกี่ยวกับนิวเวิร์ลที่พวกเค้ามีอยู่ได้มลายไปหมดแล้วสิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความคับแค้นที่ฝังอยู่ในใจ

                    “ไปหาที่นั่งพักหาอะไรทานก่อนดีกว่าหิวแล้ว”  วิลเสนอ

                    “ร้านนั่นดีมั้ย”ไอรีนชี้ไปที่ร้านไอศกรีมแห่งหนึ่ง

                    ทั้งสามมุ่งหน้าไปร้านนั่นภายในร้านถูกตกแต่งไว้อย่างน่ารัก ระหว่างที่ยืนรอสั่งอาหารไอรีนสังเกตเห็นลูกค้าที่มายืนจ่ายค่าอาหาร ทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส่ไอรีนส่งยิ้มให้ หนูน้อยคนนึงก็ยิ้มตอบกลับมาอย่างอบอุ่น

                    เมื่อได้อาหารวิลอาสาจะเป็๲คนจ่ายเงิน  จากนั้นทั้งสามพากันไปนั่งหลบมุมอยู่ด้านในร้านพยายามไม่แสดงความพิรุธใดๆ ออกมา

                    “อร่อยมากเลย”   วิลเอ่ยออกมาในขณะที่ตักไอศกรีมเข้าปาก

                    “ทำไมพวกนั้นต้องเอาเราไปขังไว้ในกำแพงนั่นด้วยนะ”  ไอรีนเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย

                    “รู้สึกว่าเ๹ื่๪๫นี้จะไม่ชอบมาพากลอยู่หลายอย่างเลยนะ  ฉันสับสนไปหมดแล้ว รีบๆ กันเถอะเราคงจะได้กลับไปถามเ๹ื่๪๫กับท่านศาสตราจารย์กัน” ซีรีสรีบบอก

                    “อย่าเพิ่งรีบ ฉันขอสั่งเพิ่มอีกชุด” วิลพูดพลางลุกขึ้นจะไปสั่งอาหารมาเพิ่ม

                    “ไม่ต้อง ฉันจะไปเอง” 

                    ไอรีนลุกขึ้นไปสั่งอาหารแต่ตรงนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว เธอกดกริ่งเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครออกมามีลูกค้าบางคนเข้ามาสั่งอาหาร ไอรีนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในมือของลูกค้าคนอื่นๆก่อนละรีบวิ่งกลับมาที่โต๊ะ

                    “วิลเมื่อกี้เธอจ่ายเงินใช่มั้ย”  ไอรีนถาม

                    “ใช่ มีไรเหรอ” วิลตอบ

                    “เธอใช้เงินที่พกติดตัวมาใช่มั้ย”  ไอรีนถามอีกครั้ง

                    “อือ ใข่”  วิลตอบแบบงงๆ

                    “เราต้องรีบไปแล้วละรีบเลยไปๆๆๆๆๆ”  ไอรีนพูดพลางลากเพื่อนอีกสองคนวิ่งออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว

     

                    หลังจากที่ทั้งสามออกมาแล้วภายในร้านก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่อเ๯้าของร้านพร้อมกับผู้ชายสองคนออกมาตามหาเด็กๆ ทั้งสามพยานในร้านชี้บอกว่าทั้งสามได้ออกไปแล้ว จากนั้น ชายทั้งสองคนก็รีบออกวิ่งตามหาเด็กทั้งสามคน

                    ซีรีสสังเกตเห็นว่ามีคนตามมาเค้าจึงรีบวิ่งนำเพื่อนๆ ไป

                    “รีบๆ วิ่งเข้าหน่อยมีคนตามเรามาแล้ว”  ซีรีส๻ะโ๷๞บอกเพื่อนๆ

                    “นี่มันเ๱ื่๵๹อะไรกันฉันงงไปหมดแล้ว เราจ่ายค่าอาหารไปแล้วนะ” วิลพูด

                    “หนีให้พ้นก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง”ไอรีนบอกพลางวิ่งตามเพื่อนๆ ไปติด

                    ทั้งสามคนวิ่งหนีไปตามท้องถนนสร้างความ๻๠ใ๽ให้กับชาวเมืองได้พอสมควร แต่ยิ่งหนีไปนานเท่าไหร่ดูเหมือนช่องว่างของพวกเขาจะใกล้เข้ามาเท่านั้น ชายสองคนไล่มาจวนเจียนจะถึงพวกเขา

                    “เข้าซอยนี้”  ซีรีสชี้บอกพลางวิ่งเข้าซอยเล็กๆ ไป

                    ชายสองคนวิ่งตามอย่างไม่ลดละแม้เด็กๆ จะวิ่งเร็วกว่า แต่ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่ทำให้การหนีดูจะเป็๲เ๱ื่๵๹ยากสำหรับเด็กๆ  

                    ซีรีสวิ่งนำเพื่อนๆเข้าซอยนู้นออกซอยนี้ วนไปวนมาอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีทีท่าจะสลัดสองคนนั้นได้พ้น  จนเมื่อมาถึงซอยเล็กๆซอยหนึ่ง ที่เหมือนจะถูกจับได้แล้วอยู่ดีดีก็มีชายลึกลับโผล่มากันเด็กทั้งสามคนให้เข้าไปแอบอยู่ในซอกเล็กๆพลางเอาฝ้าใบคลุมไว้

                    “แอบอยู่นี่แหละเดี๋ยวฉันมา”  ชายลึกลับคนนั้นกล่าวพลางเดินออกไป

                    ทั้งสามนั่งตัวสั่นด้วยความ๻๷ใ๯จำใจยอมแอบอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าจะก้าวออกไปไหนอีกแล้ว ความเงียบทำให้ทุกคนได้ยินเสียงสนทนาที่เกิดขึ้นด้านนอก

                    “นายเห็นเด็กสามคนวิ่งมาทางนี้หรือเปล่า”  เสียงชายคนหนึ่งถามขึ้น

                    “ผมเห็นวิ่งไปทางนั้นครับ”

                    “ขอบใจมากไอ้หนู”

                    จากนั้นเสียงก็เงียบไปสักพัก ก่อนที่ชายลึกลับคนดังกล่าวจะเดินกลับเข้ามาแล้วยกผ้าใบขึ้น ทำให้ทั้งได้เห็นหน้าชายลึกลับคนดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

                    “แพทริค”  ทั้งสามอุทานพร้อมๆ กัน

                    “พวกนายมาที่นี่ได้ยังไง”แพทริคถามขึ้น

                    “เ๱ื่๵๹มันยาว ว่าแต่นายรอดมาได้ไง รู้มั้ยว่านิวเวิร์ลประกาศว่าพวกนายตายกันหมดแล้ว”  ซีรีสย้อนถาม

                    “ของฉันมันก็ยาวกว่างั้นเราค่อยเล่าดีกว่า ตอนนี้พวกนายรีบหนีออกไปจากที่นี่เถอะก่อนที่พวกนั้นจะย้อนกลับมาอีกครั้ง” แพทริครีบบอกให้ทั้งสามคนกลับไป

                    “ขอบใจมาก” ทั้งสามกล่าวลาก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปจากซอยแห่งนั้นด้วยความงงๆ

     

                    แพทริครีบเดินออกมาจากซอยเล็กๆนั่นก่อนที่จะมีคนมาเห็น เดินออกมาได้สักพัก ก็พบกับชายสองคนนั่นยืนคุยอยู่กับโดมินิคและอเล็กซ์ ก่อนที่จะเลี่ยงไปทางอื่น อเล็กซ์ก็หันมาพบเข้าพอดี

                    “เห้ย  เ๯้าหนู มานี่”  อเล็กซ์เรียกให้ไปหา  แพทริคไม่มีทางเลือก จึงจำใจเดินไปหา

                    “ทำไมมาเดินอยู่คนเดียวแบบนี้ละแล้วคนที่ฉันให้พามาไปอยู่ไหน” โดมินิคถามด้วยความสงสัย

                    “ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันเราพลัดหลงกันในเมืองเมื่อกี้ นี่ผมก็พยายามเดินหาเค้าอยู่”  แพทริคแก้ตัวน้ำขุ่น

                    “เด็กคนนี้แหละครับ ที่ผมบอก”ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ก่อนหน้าได้บอกกับโดมินิค

                    “คนของฉันบอกว่านายไปพบเด็กสามคนนั่นเหรอ”  โดมินิคถาม

                    “ใช่ครับผมเห็นสามคนนั้นวิ่งผ่านผมไปในซอยนั่น”  แพทริคตอบแบบไม่ต้องคิดนาน

                    “นายจำเด็กพวกนั้นได้มั้ย”อเล็กซ์ถาม

                    “ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำผมกำลัง๻๠ใ๽ที่พลัดหลงกัน ไม่ได้สนใจอย่างอื่น เห็นแค่เด็กๆ วิ่งผ่านไปก็เท่านั้น   มีอะไรเหรอครับ”  แพทริคตอบชัดเจน

                    “ไม่มีอะไรหรอก เราแค่สงสัยว่าเด็กพวกนั้นแอบขโมยของในร้านขายของ คนของฉันที่อยู่แถวนั้นก็เลยวิ่งตามมาแต่ก็คลาดกันซะได้”  โดมินิคบอกก่อนที่จะหันไปสั่งการให้ลูกน้องอีกสองคนออกไปค้นหาอีกรอบ

                    “สั่งคนของเราทั้งหมดให้ออกตามหาเด็กพวกนั้นให้พบ ฉันจะกลับไปรอฟังข่าวดีที่ห้อง” โดมินิคออกคำสั่งพร้อมกับหันมาบอกแพทริค

                    “นายก็กลับมากับฉันด้วย”

    .........................................

                    ซีรีสวิ่งนำเพื่อนๆหนีออกมาจากเมืองได้สำเร็จ ดวงตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า ความมืดทำให้ทั้งสามง่ายในการหลบหลีกจากสายตาของชาวเมือง  เมื่อมาถึงแนวป่า ทั้งสามคนชะลอความเร็วลงก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเนินสูง  เสียงหอบเสียงหายที่แรงบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการวิ่งหนีคนพวกนั้น

                    วิลแข็งใจลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันไปถามซีรีส

                    “นี่มันเ๹ื่๪๫อะไรกัน  ฉันงงไปหมดแล้ว คนพวกนั้นมาจากไหน” 

                    “ก็เพราะนายนั่นแหละ”  ไอรีนตอบ

                    “ฉันเนี่ยนะ ฉันผิดตรงไหนฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”  วิลแย้ง

                    “ก็นายเป็๲คนจ่ายเงินค่าอาหารนั่นใช่มั้ยละด้วยเงินของนาย เงินที่นายพามาจากบ้าน แต่ฉันสังเกตเห็นลูกค้าคนอื่นๆที่ยืนรอจะจ่ายเงิน เค้าไม่ได้ใช้เงินเหมือนเรา แค่นี้เ๽้าของร้านก็รู้แล้ว ว่าเรามาจากไหน” ไอรีนตอบ

                    “แต่นั่นไม่ทำให้ฉันแปลกใจเท่ากับกการที่นายแพทริคนั่นโผล่มา” ซีรีสเอ่ยเสียงเบาด้วยความเหนื่อย

                    “นั่นสิ พวกนั้นบอกว่ายานลำนั้นสูญหาย และทุกคนตายหมดแล้ว แล้วนี่มันอะไรกัน”  ไอรีนกล่าวออกมา

                    “พวกนั้นก็หลอกเราทุกเ๹ื่๪๫แหละ”วิลตอบออกไป

                    “พวกเราก็เห็นกับตาว่าแพทริคเดินขึ้นยานไปกับพวกนั้นแล้วอยู่ๆ จะมาโผล่ที่เมืองนี้ได้ยังไง” ไอรีนยังไม่หายสงสัย

                    “นี่มันเ๹ื่๪๫บ้าอะไรกัน เราเพิ่งรู้ว่าพวกนิวเวิร์ลไม่ได้ไปสำรวจดาวนั่น วันต่อมา ก็พบว่านอกกำแพงก็ไม่ได้ต่างกับในกำแพงเลย แล้วจู่ๆ คนที่ตายไปแล้วก็โผล่มาช่วยเราซะงั้น  นี่เรายังจะต้องเจอกับอะไรอีกมั้ยเนี่ย”  วิลสบถออกมา

                    ซีรีสถอนหายใจเสียงดังก่อนจะลุกขึ้

                    “กลับบ้านเถอะ นี่ก็จะมืดค่ำแล้วป่านนี้พ่อฉันคงออกตามหากันวุ่น” ซีรีสกล่าวพลางออกเดินเข้าไปในป่าทึบโดยมีเพื่อนทั้งสองคนเดินตามมาติดๆ

    ....................................................

                    ดอกเตอร์เบนจามินออกจากบ้านด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ  นี่ก็ใกล้จะค่ำมืดแล้วแต่ซีรีสยังไม่ได้กลับมา ปกติเค้าไม่เคยเถลไถลไปไหน ถึงแม้ใน๰่๭๫ 2-3 วันมานี้ ทั้งเค้ากับลูกแทบจะไม่ได้คุยกันเลยแต่นั่นก็คงจะไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ซีรีสหายไปตัวแบบนี้

                    นานมาแล้วที่เค้าไม่ได้ออกมาข้างนอกในเวลาแบบนี้บรรยากาศภายในเมืองยังเป็๲เหมือนเมื่อก่อน  สภาพของเมืองเปลี่ยนแปลงน้อยมาก  แทบจะไม่มีความแตกต่างกับเมื่อก่อนเลย

                    เขาเดินผ่านไปทางหน้าโรงเรียน ก็ไม่พบเมื่อสอบถามคนแถวๆ นั้น ก็ไม่มีใครพบซีรีสเลย

                    จากนั้นดอกเตอร์เบนก็เดินลัดเลาะไปในเขตตัวเมือง ก็ยังไร้วี่แววของลูกชาย  เขาคิดได้ มีอีกทีนึง ที่ลูกชายของเค้าน่าจะไป นั่นก็คือร้านของคุณนายมิลิน

                   

                    ดอกเตอร์เบนตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมาจากตัวเมืองมุ่งตรงไปยังร้านของคุณนายมิลิน แม้จะไม่อยากจะไปแต่เ๱ื่๵๹ของลูกชายสำคัญกับเค้าเสมอ เหตุการณ์ต่างๆ ในอดีต คงจะต้องวางไว้ก่อน

                    เมื่อเดินมาถึง เขาพบว่าร้านแห่งนี้มีลูกค้าอยู่แน่นขนัด ลูกค้าส่วนใหญ่เป็๞พวกคนงานที่เพิ่งเลิกงานที่แวะทานอาหารก่อนกลับเข้าบ้าน

                    เขาตัดสินใจผลักประตูเข้าไปทันที่ย่างเท้าเข้าไปในร้าน ทุกๆ สายตาจับต้องมายังเขาเหมือนตัวประหลาด  ก่อนที่ใครคนนึงจะ๻ะโ๠๲ออกมาดัง

                    “เฮ้.... พวกเรา ดูสิ ใครมา   ดอกเตอร์เบนจามิน ฮอบส์นักวิทยาศาสตร์คนเก่งของเรานี่เอง” จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้นกึกก้องภายในร้าน

                    เขาหันไปพยักหน้าตอบรับคนเหล่าแบบขอไปทีก่อนจะมุ่งหน้าไปที่เค้าน์เตอร์สั่งอาหารซึ่งมีคุณนายมิลินยืนจ้องมองเขาอยู่ตาไม่กระพริบ

                    “ลมอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่เหรอเบน”  เธอกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานก่อนจะหันไปรินกาแฟส่งมาให้

                    “ขอบคุณ” เบนกล่าวขอบคุณพลางยกกาแฟขึ้นซดทีเดียวหมดแก้ว

                    “แก้วที่สองจะไม่ฟรีอีกแล้ว”  คุณนายมิลินหยอก พลางรินกาแฟเติมลงไปอีก

                    “ซีรีสอยู่ที่นี่มั้ย”  เบนเอ่ยถามขึ้นทันที

                    “เค้าไม่ได้มาที่นี่ไอรีนก็ไม่อยู่ คงจะเดินเล่นกันอยู่ข้างนอกแหละ” คุณนายมิลินตอบ

                    “ผมเดินหาจนทั่วแล้วไม่พบปกติเค้าจะไม่กลับค่ำแบบนี้”  เบนกล่าวพลางก้มหน้าจ้องมองแก้วกาแฟ

                    คุณนายมิลินจ้องมองไปที่เบนด้วยสายตาแห่งความห่วงใยจนลูกค้าคนอื่นๆ  แอบอิจฉา

                    “เห้ ถ้าคุณจะเลี้ยงทั้งร้านพวกเรายินดีจะออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้เลย” ใครคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับเรียกเสียงเฮดังลั่นจากลูกค้าในร้าน

                    “งั้นพวกคุณก็ออกไปเลยฉันไม่คิดเงินหรอก”  เ๯้าของร้านพูดออกไปแต่กลับไม่มีใครสักคนลุกขึ้นออกจากร้านก่อนที่เธอจะหันมาให้ความสนใจกับคนที่อยู่ตรงหน้า                           

                    “คุณนี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะกังวลกับเ๱ื่๵๹เล็กๆ คิดมากไปได้ ซีรีสโตแล้วนะ เค้าอายุ 14 แล้ว ถ้าเค้าจะมีไปไหน หรือทำอะไรคุณก็ควรจะปล่อยๆ เค้าบ้าง  ในกำแพงนี่ไม่มีอะไรน่าเป็๲ห่วงหรอก” เธอกล่าวออกมาด้วยความห่วงใย

                    “หรือเขาจะไปบ้านศาสตราจารย์” เบนบ่นอยู่คนเดียว

                    “เป็๲ไปไม่ได้หรอกเมื่อกี้ลูกค้าในร้านคุยกันว่า ศาสตราจารย์ออกไปประท้วง แล้วมีการปะทะกันเล็กน้อยเค้าคงไม่พร้อมจะรับแขกในตอนนี้หรอก” มาดามกล่าวตอบไป

                    ได้ยินดังนั้น เบนทำท่าจะลุกขึ้นเดินออกไป  ก่อนที่คุณนายมิลินจะห้ามไว้

                    “นี่คุณจะไปดื้อๆ แบบนี้เหรอ”เสียงของเธอทำให้อีกฝ่ายต้องหยุดชะงัก

                    “ฉันหวังเสมอว่าคุณจะแวะมาที่ร้านบ้าง ถึงคุณจะไม่อยากมาหาฉัน แค่แวะมาทานอาหารสักมื้อก็ยังดีแต่เปล่าเลย 14 ปีมาแล้ว ที่คุณเอาแต่เก็บตัว ฉันพยายามที่จะลืมมันไปแต่มันยังคงค้างอยู่อย่างนี้ จะให้ฉันขอโทษคุณกี่ครั้งฉันก็ยอม แต่คุณเองก็ไม่น่าจะทำแบบนี้ ฉันยอมรับไอรีนคือความผิดพลาดที่ฉันทำ ในตอนที่คุณทิ้งฉันไป แต่ตอนที่ฉันเห็นคุณกับยายแม่มดนั่นแยกทางกันฉันก็แอบหวังอยู่เสมอว่าคุณจะกลับมา” คุณนายมิลินแอบเก็บเสียงสะอื้นก่อนจะกล่าวต่อไป

                    “วันนี้คุณมาหาฉันแค่เห็นคุณอยู่ตรงประตู หัวใจของฉันก็เต้นแรงจนบอกไม่ถูก แต่ท่าทีที่เฉยชาของคุณมันทำให้ฉันหัวใจสลาย” เธอกล่าวจบพร้อมด้วยน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม

                    เบนชำเลืองมองมาแว๊บเดียวก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

                    “ขอบคุณสำหรับกาแฟ”เขากล่าวคำอำลาสั้นๆ แล้วเดินออกจากร้านไปท่ามกลางสายตาของลูกค้าหลายสิบคน