ภายในโรงน้ำชา กู้หลานที่ได้ยินคำพูดนั้น แววตาพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันที เขาค่อย ๆ จมดิ่งลงในความคิด
'ฆ่าปิดปาก... จะปิดปากอย่างนั้นเหรอ?'
'เฮอะ เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน ตัวเอกหรือไง?'
กู้หลานจิบชาอย่างสงบ ความคิดนับพันแล่นพล่านผ่านสมอง
'ดูท่าวันนี้คงหลีกเลี่ยงเื่ยุ่งยากไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเราไม่ยอมล่ะ?'
สำนักฮวาเจี้ยนเบียดเบียนคนดี สมคบคิดกับปีศาจเข่นฆ่าราษฎร
ด้วยอิทธิพลจากปณิธานบัณฑิตรักชาติของเ้าของร่างเดิม ทำให้กู้หลานรู้สึกโกรธขึ้นมาจริง ๆ อีกอย่าง ต้วนเซียวคนนี้ก็ทำตัวน่าสะอิดสะเอียนเหลือเกิน เป็แค่ตัวประกอบที่ไม่ได้เป็แม้แต่ตัวร้ายระดับสูงด้วยซ้ำ
ถ้าอย่างนั้น... ฆ่าทิ้งไปเลยดีไหมนะ?
กู้หลานคิดในใจ ครั้งก่อนจักรพรรดินีก็เพิ่งจะเข้ายึดทรัพย์ตระกูลไช่เข้าคลังหลวงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ตัดหน้าชิงทรัพยากรก้อนโตของพระเอกไปได้อย่างหน้าตาเฉย!
ซึ่งหลังจากนั้น เนื้อเื่ในโลกนี้ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเป็พิเศษ...
เื่ที่ต้องเสี่ยงอันตรายหรือทำตัวเด่นเกินเหตุ กู้หลานจะไม่ทำเด็ดขาด แต่สำหรับงานที่ 'เคี้ยวหมู' และได้ผลประโยชน์เน้น ๆ แบบนี้... ทำไมต้องยกให้พระเอกด้วยล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น จะว่าไปแล้ว ‘เราเองก็อยากได้ไข่เฟิ่งหวงใบนั้นอยู่เหมือนกันนะ!’
ต้วนเซียวที่พูดออกมาอย่างไม่เกรงกลัวใคร ใช้สายตาจ้องมองอู๋เฟิงอย่างเ็า
"ไอ้หนู ข้ารู้ว่าในมือเ้ามีหินบันทึกภาพอยู่ก้อนหนึ่ง ทำลายมันซะตอนนี้ แล้วข้าจะให้เ้าเลือกวิธีตายที่สบายหน่อย!"
หินบันทึกภาพถือเป็ของที่แปลกประหลาดมากในโลกใบนี้
มันมีความสามารถในการบันทึกภาพและเก็บรักษาไว้ได้นานมาก แต่การจะเปิดดูภาพหรือทำลายข้อมูลภายในนั้น จะต้องใช้พลังิญญาของผู้ที่บันทึกเท่านั้น คนอื่นต่อให้จะมีตบะถึงระดับเซียนก็ไร้ประโยชน์!
เพื่อป้องกันไม่ให้หินก้อนนั้นตกไปอยู่ในมือของจักรพรรดินีหลังจากฆ่าอู๋เฟิงแล้ว ต้วนเซียวจึงต้องยอมเสียเวลาพูดเกลี้ยกล่อม
"เฮอะ ฝันไปเถอะ!"
ดวงตาของอู๋เฟิงเริ่มแดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเศร้าโศก!
"อยากฆ่าก็เข้ามา! ต่อให้ข้าตาย ภาพในหินก้อนนี้ก็จะคงอยู่ตลอดไป เื่โสโครกที่พวกเ้าทำไว้! ไม่ช้าก็เร็วจะต้องถูกเปิดโปงให้คนทั้งโลกได้รับรู้!"
หลังจากะโระบายความอัดอั้นในอกออกมา อู๋เฟิงก็ไม่ถอยหนีแต่กลับพุ่งตัวเข้าหาต้วนเซียวพร้อมดาบในมือ!
ในขณะเดียวกัน เขายังะโบอกชาวบ้านรอบ ๆ ว่า "พ่อแม่พี่น้อง! ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันไว้ให้เอง พวกท่านรีบหนีไปเร็วเข้า ต้องส่งข่าวเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ออกไปให้ถึงเมืองหลวงให้ได้!!"
ฉัวะ! ฉัวะ!
สิ้นเสียงะโ กระบี่ของเหล่านักฆ่าก็ฟาดฟันลงบนร่างของอู๋เฟิงจนเกิดแผลเหวอะหวะหลายแห่ง
เพียงชั่วพริบตา เืสีแดงฉานก็ย้อมถนนสายยาวจนแดงเถือก!
ชาวบ้านรอบข้างเริ่มได้สติ ต่างพากันวิ่งหนีเข้าไปตามตรอกด้วยดวงตาแดงก่ำ
"สำนักฮวาเจี้ยนสมคบคิดกับปีศาจ ขอให้ล่มจมตายตกไปตามกัน!"
"รีบไปเร็ว อย่าให้จอมยุทธ์อู๋ต้องตายเปล่า!"
"หนีเร็ว!"
"..."
แต่ทว่า!
ในจังหวะนั้นเอง กรงเล็บปีศาจขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ปกคลุมพื้นที่รัศมีหลายลี้ไว้ทั้งหมด ปิดตายทางรอดของชาวบ้านทุกคน!
ท่ามกลางความตื่นตระหนกขวัญเสีย ร่างที่ดูชั่วร้ายร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ร่องรอย!
"ผู้าุโหู ท่านถึงขั้นมาด้วยตัวเองเลยหรือ?!"
ต้วนเซียวเห็นเขาแล้วก็ดีใจจนออกนอกหน้า
แน่นอนว่านี่คือาาปีศาจที่สำนักฮวาเจี้ยนสมคบคิดด้วยนั่นเอง
"บิดาของเ้าไม่วางใจ ข้าเลยแอบตามเ้ามาตลอด" าาปีศาจโบกมือพลางกล่าว "เื่นี้ยืดเยื้อมานานเกินไปแล้ว ข้าเองก็ี้เีจะให้เ้าฝึกฝนวิชา รีบฆ่าไอ้พวกแกะสองขาเหล่านี้ทิ้งให้สิ้นเื่สิ้นราวไปเลยดีกว่า!"
ในสายตาของเผ่าปีศาจ มนุษย์เป็เพียงแกะสองขาที่ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน!
เมื่ออู๋เฟิงเห็นเขาปรากฏตัว ก็หมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนต่อทันที
เขารู้ดีว่าาาปีศาจนั้นแข็งแกร่งเพียงใด เขาค่อย ๆ หลับตาลง หวังเพียงว่าในอนาคตจะมีใครสักคนที่สามารถเปิดหินบันทึกภาพที่เขาแลกด้วยชีวิตก้อนนี้ให้จักรพรรดินีดูได้
ชาวบ้านที่ถูกขังอยู่ต่างก็สิ้นหวังเช่นกัน
แม้พวกเขาจะไม่เคยเห็นผู้ฝึกวิชาสายปีศาจมาก่อน แต่เพียงแค่ััถึงกลิ่นอายที่กระหายเืและน่าหวาดกลัวนี้ ก็รู้แล้วว่าโอกาสรอดนั้นช่างริบหรี่เหลือเกิน!
ในวินาทีนั้นเอง!
าาปีศาจยื่นกรงเล็บแหลมคมทะลวงผ่านความว่างเปล่า พุ่งตรงเข้าหาอู๋เฟิง พร้อมกับิญญาปีศาจที่ดุจหมอกดำนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากร่าง กระจายตัวเข้าจู่โจมชาวบ้านโดยรอบในทันที!
เมืองหลางโจวครึ่งเมืองพลันถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกปีศาจ เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังระงมไปทั่ว
ทันใดนั้น มีแสงกระบี่เจิดจ้าบาดตาพุ่งทะลุหมู่เมฆผ่าแสงอาทิตย์ ปรากฏขึ้นจากเส้นขอบฟ้าอย่างกะทันหัน
ิญญาปีศาจที่ัักับแสงนั้นมลายหายไปในพริบตา ถูกเผาผลาญจนกลายเป็ความว่างเปล่า
'เอ๊ะ! มีผู้แข็งแกร่งลงมือแล้วเหรอ? ดูท่าจะรีบร้อนกว่าเราอีกแฮะ...'
กู้หลานที่นั่งอย่างมั่นคงอยู่ในโรงน้ำชาเลิกคิ้วขึ้น จ้องมองแสงกระบี่นั้นตาไม่กะพริบ!
'สามารถซ่อนตัวได้นานขนาดนี้โดยที่เราไม่รู้ตัว พอลงมือปุ๊บก็รุนแรงทันที แถมยังไม่เปิดเผยกลิ่นอายพลังออกมา... ระดับของคนคนนี้คงจะไล่เลี่ยกับเราแน่ ๆ '
'แต่แบบนี้ก็ดี เมืองหลางโจวจะได้ปลอดภัย เราจะได้ไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย!'
กู้หลานรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที เขานั่งดูเหตุการณ์ภายนอกอย่างใจเย็น
ชั่วพริบตานั้นเอง าาปีศาจดูเหมือนจะััได้ถึงบางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นแสงกระบี่นั้นชัดเจน ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง!
"ปราณกระบี่สีทอง... เป็เซียนกระบี่ของเผ่ามนุษย์!"
เขารีบชักมือที่กำลังจะแทงอู๋เฟิงกลับมา แล้วพยายามตั้งรับไว้ที่หน้าอกอย่างลนลาน!
แต่ทว่า ช่องว่างระหว่างปีศาจระดับาากับเซียนกระบี่นั้น จะใช้คำว่าห่างชั้นกันราวฟ้ากับดินมาบรรยายก็ยังไม่เพียงพอ!
ปราณกระบี่สีทองพุ่งผ่านไปโดยไม่หยุดชะงักแม้แต่ชั่วขณะเดียว ก่อนจะแทงทะลุหน้าอกของาาปีศาจจนเป็รูเืขนาดใหญ่
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
อู๋เฟิงยังไม่ทันได้ตอบสนอง แต่การที่จู่ ๆ ได้รับความช่วยเหลือ ทำให้เขารู้สึกเหมือนไม่ใช่เื่จริง
ต้วนเซียวเองก็เพิ่งจะได้เห็นแสงกระบี่ แต่ทางด้านผู้าุโหูกลับส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเ็ปออกมาเสียแล้ว!
"เซียนกระบี่... เป็ไปได้อย่างไร เมืองเล็ก ๆ อย่างหลางโจวจะมีเซียนกระบี่อยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน!?"
ต้วนเซียวทั้งใและโกรธแค้น!
ยอดฝีมือวิถีกระบี่ของเผ่ามนุษย์มีเพียงหยิบมือเดียว ในแคว้นจิ้งยิ่งแทบจะนับนิ้วได้ ไฉนเขาถึงซวยขนาดที่ออกมาไล่ล่าสังหารคน แล้วต้องมาเจอกับยอดคนระดับนี้!
าาปีศาจฝืนทนต่อความเ็ปจากปราณกระบี่ที่กำลังทำลายอวัยวะภายใน ร่างของเขาค่อย ๆ ทรุดลง
ในยามนี้ เขาไม่สามารถคงรูปลักษณ์ของมนุษย์ไว้ได้อีกต่อไป เพียงชั่วครู่ก็คืนร่างกลับเป็สุนัขจิ้งจอกเพลิงที่มีขนชุ่มไปด้วยเื ปรากฏต่อสายตาของทุกคน!
มันค่อย ๆ หมอบราบลงกับพื้น ทิ้งความโอหังที่มีก่อนหน้านี้ไปจนสิ้น แล้วร้องขอชีวิตอย่างนอบน้อมที่สุด
"ท่านาุโเซียนกระบี่ผู้สูงส่ง ข้าไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินท่าน สิ่งที่ทำลงไปในวันนี้ล้วนเป็คำสั่งของสำนักฮวาเจี้ยนทั้งสิ้น หากท่านเมตตาไว้ชีวิต ข้าจะรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้... อีกทั้งข้ายังสามารถช่วยท่านกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากได้ด้วยนะขอรับ!"
ฟังดูสิ สมกับเป็จิ้งจอกจริง ๆ ความหมายของการมีอยู่ของพวกพ้องก็คือ เอาไว้ใช้ขายเพื่อนเพื่อเอาตัวรอดนี่เอง
การโยนความผิดหน้าตาเฉยแบบนี้ ทำเอาต้วนเซียวถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก
"ผู้าุโหู... ท่านพูดเื่อะไรกัน!"
"ไอ้สารเลว! ถ้าไม่ใช่เพราะเ้า ข้าจะต้องมาเจอกับเซียนกระบี่เช่นนี้รหรือ?"
แม้าาปีศาจจะอยู่ในสภาพสะบักสะบอม แต่การจะฆ่าต้วนเซียวนั้นก็ยังถือว่าทำได้ง่ายเหมือนปอกกล้วย
ิญญาปีศาจสายหนึ่งพุ่งออกไป เพียงพริบตาเดียวก็สูบกินร่างของนายน้อยสำนักฮวาเจี้ยนจนเหลือแต่โครงกระดูกสีขาว!
ชาวบ้านในที่นั้นรวมถึงอู๋เฟิงต่างพากันยืนอึ้ง
บารมีของเซียนกระบี่ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก
ถึงขนาดบีบให้าาปีศาจต้องหันกลับไปฆ่าพวกเดียวกันเอง!
กู้หลานเห็นแล้วก็เกือบจะหลุดขำ ไม่นึกเลยว่าเซียนกระบี่ที่ลงมือคนนั้นจะทำให้เกิดรายการตลกแบบนี้ขึ้นมาได้
หมากัดกันเอง เป็เื่ที่ดูแล้วเพลินตาจริง ๆ !
'แต่ไม่รู้ว่าเซียนกระบี่คนนี้จะยอมปรากฏตัวออกมาไหม หากมีชื่อเสียงเรียงนามล่ะก็ ในนิยายต้นฉบับอาจจะมีเขียนถึงเอาไว้บ้าง...'
กู้หลานยังคงเฝ้ารอดูต่อไป ทว่าเซียนกระบี่ผู้นั้นก็ยังคงไม่ปรากฏกาย
ซึ่งเซียนกระบี่คนนั้น ย่อมเป็ใครอื่นไปไม่ได้นอกจากองค์จักรพรรดินี มู่อวี่เยียนนั่นเอง
หากไม่มาเห็นกับตา นางคงไม่อยากจะเชื่อว่า พวกเผ่าปีศาจจะกล้าเหิมเกริมถึงเพียงนี้
ถึงขั้นบุกเข้ามาในเขตเมืองหลางโจว และลงมือเข่นฆ่าราษฎรแคว้นจิ้งกลางวันแสก ๆ !
มู่อวี่เยียนมีสีหน้าเ็าถึงขีดสุด มือเรียวงามประสานมุทรากระบี่พลันปรากฏปราณกระบี่สีทองอีกสามสายควบแน่นขึ้นบนท้องฟ้า!
แสงสว่างเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิม และดูรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน!
เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้าาปีศาจรอดไปได้!
เมื่อาาปีศาจเห็นท่าไม่ดี ก็ร้องะโเสียงแหลมออกมา "เ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ ข้าเป็ศิษย์ของวังปีศาจศักดิ์สิทธิ์ หากเ้ากล้าฆ่าข้า... เหล่าผู้าุโในวังจะต้องตามล้างแค้นเ้าไม่จบไม่สิ้นแน่!"
ได้ยินเช่นนั้น จักรพรรดินีก็หลุดยิ้มเยาะออกมาเบา ๆ
หากนางปรากฏตัวออกมา นางย่อมต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นต้าจิ้งกับวังปีศาจศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่กับโลกปีศาจ
แต่ทว่า นางไม่เคยปรากฏตัวเลยแม้แต่นิดเดียว!
เมื่อไร้ซึ่งหลักฐานยืนยัน ผู้ใดในอาณาจักรปีศาจจะกล้าโยนความผิดนี้มายังนางได้?
กระบี่เคลื่อนคล้อยตามใจนึก!
แสงสีทองสาดจ้าเจิดจรัส!
ท่ามกลางวิกฤตเป็ตาย าาปีศาจจึงตัดสินใจสู้สุดกำลัง!
มันพ่นลูกแก้วสีดำออกมาจากปาก แล้วบังคับให้พุ่งเข้าชนกับแสงกระบี่!
วินาทีต่อมา ปราณกระบี่ก็สลายไป ลูกแก้วลูกนั้นสามารถต้านทานพลังทั้งสามกระบี่ของจักรพรรดินีไว้ได้จริง ๆ !
'โอ้โฮ ระดับาากลับใช้ของสิ่งนี้ต้านรับการโจมตีของระดับเซียนได้ในครั้งเดียว... นี่มันเป็ของล้ำค่าชนิดใดกันเนี่ย?'
ั์ตาของกู้หลานทอประกายขึ้นมาทันควัน!
าาปีศาจตนนั้นอาศัยจังหวะที่ลูกแก้วช่วยคุ้มภัย รีบเผาผลาญโลหิตทิพย์ในกายเพื่อหลบหนีหายลับไปทางเส้นขอบฟ้าด้วยความรวดเร็ว!