เข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้เส้นตายครึ่งชั่วโมงเข้าไปทุกที หม่าจงหัวยิ่งร้อนรนจนนั่งไม่ติด เขาเดินงุ่นง่านไปมาหน้าห้องกักตัวราวกับหนูติดจั่น
จางจื้อเห็นสภาพนั้นก็แค่นหัวเราะเยาะ "ผู้อำนวยการหม่า จะเดินให้พื้นสึกไปก็เปล่าประโยชน์ ตาบอดมองคนพลาดจนโดนเด็กเมื่อวานซืนต้มเปื่อย... เื่แบบนี้ไม่ได้น่าเกลียดอะไรหรอกนะ"
หม่าจงหัวปรายตาขวางใส่ ี้เีลดตัวลงไปเสวนาด้วย
จางจื้อยังไม่ยอมจบ ลอยหน้าลอยตาแขวะต่อ "แต่ถ้างานนี้มีเื่รับสินบนหรือผลประโยชน์ทับซ้อนแอบแฝงอยู่ล่ะก็... เบื้องบนคงไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ แน่"
"หมายความว่ายังไง" หม่าจงหัวกัดฟันกรอด โกรธจนเส้นเืขมับปูดโปน
จางจื้อหัวเราะหึๆ ในลำคอ "ก็ไม่ได้หมายความว่ายังไง แค่เวลาใกล้จะหมดแล้ว ถึงตอนนั้นคุณจะโทรเรียกตำรวจมาลากคอมันเข้าซังเตเอง หรือจะให้ผมเป็คนโทรดีล่ะ"
หม่าจงหัวแค่นเสียงหนัก ไม่ตอบโต้
ในบรรดาคนทั้งหมด เยี่ยอี้ิคือคนที่เชื่อใจลั่วหยางสุดลิ่มทิ่มประตู ทว่าเมื่อเวลาบีบคั้นเข้ามา จิ้งจอกเฒ่าก็อดไม่ได้ที่จะชะเง้อมองบานประตูห้องกักตัวด้วยความกระวนกระวาย
จางจื้อก้มมองนาฬิกาโรเล็กซ์บนข้อมือ ก่อนจะแกล้งะโลั่นทางเดิน "เหลืออีกสองนาที... แค่สองนาทีเท่านั้น"
ในหัวของหัวหน้าแผนกตัวแสบเริ่มจินตนาการภาพลั่วหยางโดนสวมกุญแจมือลากตัวออกไป แค่คิดภาพนั้น สารแห่งความสุขก็หลั่งไหลจนแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่
แกร๊ก...
บานประตูห้องกักตัวถูกผลักออก ลั่วหยางก้าวเท้าพ้นกรอบประตูออกมา เ้าหน้าที่สาธารณสุขรีบพุ่งเข้าไปฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อใส่เขาทันที
ทุกสายตาบริเวณนั้นพุ่งเป้าไปที่ชายหนุ่มเป็จุดเดียว
หม่าจงหัวทิ้งมาดผู้อำนวยการจนหมดสิ้น รีบถลันตัวเข้าไปคว้าแขนเสื้อลั่วหยาง ถามเสียงหลง "เสี่ยวลั่ว เป็ยังไงบ้าง"
ลั่วหยางส่ายหน้าช้าๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ยากครับ... ยากจริงๆ"
หัวใจของหม่าจงหัวร่วงหล่นลงไปกองแทบเท้า หน้าซีดเผือด "ล้มเหลวเหรอ"
ลั่วหยางไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้านิ่ง ท่าทางดูอมทุกข์สิ้นหวังราวกับคนแบกโลกไว้ทั้งใบ
"ไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎ มีปัญญาแค่นี้ยังสะเออะมาหลอกฟันเงินฉันห้าแสน เตรียมตัวไปนอนคุยกับรากมะม่วงในคุกได้เลย" จางจื้อดีใจจนเนื้อเต้น ชี้หน้าด่ากราดอย่างได้ใจ
ลั่วหยางปรายตามองสวะตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับไปทางบานประตูที่เพิ่งเดินจากมา เอ่ยเสียงเรียบ "คุณสือครับ ออกมาเถอะ ทุกคนรอรับขวัญอยู่นะครับ"
"มาแล้วครับ"
สิ้นเสียงตอบรับ ร่างของชายวัยกลางคนก็ก้าวฉับๆ ออกมาจากห้อง
สือเฟย—นักบูรณะโบราณวัตถุที่ก่อนหน้านี้นอนรอความตาย บัดนี้กลับมีใบหน้าแดงระเรื่อมีเืฝาด ท่าทางกระปรี้กระเปร่าราวกับคนเพิ่งวิ่งจ็อกกิ้งยามเช้าเสร็จ ไร้ร่องรอยของคนป่วยติดเชื้อร่อแร่แม้แต่น้อย
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของจางจื้อแข็งค้าง ก่อนจะแตกสลายยับเยินในเสี้ยววินาที
หม่าจงหัวหลุดหัวเราะลั่น ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ "ฮ่าๆ สมกับที่เป็หมอเทวะจริงๆ ลงมือปุ๊บหายปั๊บ... ทีไอ้บางคนน่ะ แค่สาเหตุโรคยังหาไม่เจอด้วยซ้ำ ดันมีหน้ามาตั้งข้อสงสัยในฝีมือหมอเทวะลั่ว กลับไปชะโงกดูเงาตัวเองในกะลาบ้างก็ดีนะ"
เขาตอกกลับความอัดอั้นตันใจทั้งหมดทิ้งอย่างสะใจ
"เป็ไปไม่ได้" จางจื้อหน้าถอดสี แต่ยังดึงดันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ รีบงัดข้ออ้างขึ้นมาโจมตีหน้าด้านๆ "คนไข้เดินได้ไม่ได้แปลว่าหายขาด ไวรัสตาเปล่ามองไม่เห็นหรอก ต้องผ่านเครื่องสแกนตรวจเช็กอย่างละเอียดถึงจะยืนยันได้"
ลั่วหยางส่ายหน้าอย่างระอา "หัวหน้าแผนกจาง... การยอมรับว่าตัวเองกระจอกมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ"
"ฉันไม่ได้แพ้" จางจื้อตวาดคอเป็เอ็น "อย่าคิดนะว่าฉันจะดูปาหี่ของแกไม่ออก แกต้มฉันไม่ได้หรอก"
รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนมุมปากของลั่วหยาง "ผมเดาไว้อยู่แล้วว่าหมาจนตรอกอย่างคุณต้องเบี้ยวหนี้... คุณสือครับ รบกวนช่วยเล่าให้ทุกคนฟังหน่อยสิครับว่าตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง"
สือเฟยพยักหน้ารับคำ นิ่งนึกไปครู่หนึ่งก่อนจะอธิบาย "ความรู้สึกผมมันอธิบายยากครับ ก่อนที่หมอเทวะลั่วจะลงมือ ผมรู้สึกเหมือนิญญาหลุดไปติดอยู่ในฝันร้ายที่มองไม่เห็นอะไรเลย มันอึดอัด หวาดกลัว ััได้ถึงกลิ่นอายความตายตลอดเวลา... แต่ตอนนี้โล่งแล้วครับ ผมััได้ถึงพลังชีวิตที่กลับคืนมาเต็มร้อย ต้องกราบขอบพระคุณหมอเทวะลั่วจริงๆ ที่ดึงผมกลับมาจากนรก"
พูดจบ เขาก็คว้ามือลั่วหยางมากุมไว้แน่นด้วยความซาบซึ้งใจ เ้าหน้าที่สาธารณสุขของเมืองลั่วเฉิงต่างพากันปรบมือเกรียวกราว
เยี่ยอี้ิลูบเครา ยิ้มหน้าบานเป็จานเชิง ภูมิใจจนอกแทบแตก... สายตาลูกสาวเรานี่มันระดับสไนเปอร์ชัดๆ
"ฉันไม่ยอมรับ" จางจื้อสติแตก แผดเสียงลั่นระเบียง "นี่มันขบวนการต้มตุ๋น ฉันต้องลากตัวคนไข้ไปตรวจร่างกายให้ละเอียดเดี๋ยวนี้"
ลั่วหยางยักไหล่ ยืนนิ่งไม่ไหวติง
สือเฟยขมวดคิ้วตอกกลับทันที "คุณสั่งให้ตรวจก็ต้องตรวจเหรอ คุณใหญ่มาจากไหนกัน"
จางจื้อโดนย้อนจนจุก ก้อนความโกรธจุกอยู่ที่คอหอยแทบกระอักเื มันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามเค้นเสียงขู่ "เื่นี้... มันเกี่ยวพันกับอาชญากรรม ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะปฏิเสธการตรวจก็ทำได้นะ"
ลั่วหยางหัวเราะเสียงเย็น "ทุกคนเบิกตาดูให้เต็มที่นะครับ โดยเฉพาะเพื่อนๆ จากโรงพยาบาลฮว๋าซี... ดูสันดานหัวหน้าแผนกของพวกคุณเอาไว้ให้ดี กล้าพนันแต่ไม่กล้าเสีย แค่สัจจะพื้นฐานของลูกผู้ชายยังไม่มี เพื่อเศษเงินห้าแสน ถึงกับยอมถุยน้ำลายรดหน้าตัวเองเลยเหรอ"
"แก" จางจื้อโดนด่ากราดกลางแจ้ง โกรธจนเส้นเืขมับเต้นตุบๆ แทบเส้นเืแตกตาย
ลั่วหยางไม่ปล่อยให้พักหายใจ รุกฆาตต่อทันที "หัวหน้าแผนกจาง เอาแบบนี้ไหมล่ะ เรามาเดิมพันกันอีกสักรอบ... ผมจะเกลี้ยกล่อมให้คุณสือยอมเข้าเครื่องสแกนทุกอย่างที่คุณ้า คราวนี้เราวางเดิมพันกันที่หนึ่งล้านหยวน ถ้าผลตรวจออกมาว่าร่างกายคุณสือปกติดี ไร้ร่องรอยไวรัส เงินหนึ่งล้านตกเป็ของผม... แต่ถ้าคุณถูก ผมยอมให้คุณลากคอส่งตำรวจเลย กล้าไหมล่ะ"
ริมฝีปากของจางจื้อสั่นระริก อาการกร่างหายวับไปกับตา พูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
สติปัญญาอันน้อยนิดเพิ่งจะประมวลผลทัน... ไอ้เด็กเปรตนี่ฟันเงินเขาไปห้าแสนยังไม่พอ ยังจะมาขุดหลุมพรางสูบเืสูบเนื้อเขาอีกหนึ่งล้าน มันเพิ่งตระหนักได้ว่าไอ้ท่าทางอมทุกข์ตอนเดินคอตกออกมาเมื่อกี้... คือละครฉากใหญ่ที่ไอ้ปีศาจนี่จงใจเล่นเพื่อล่อให้เขาตายใจ หลอกฟันไปรอบนึงแล้ว ยังกางแหรอตะครุบรอบสองอีก
"หัวหน้าแผนกจาง ถ้าไม่กล้าเซ็นพนันรอบสอง งั้นเงินห้าแสนก็เป็ของผมอย่างชอบธรรม... แล้วทีนี้ คุณก็ช่วยไสหัวไปให้พ้นๆ หน้าผมได้แล้ว ผมรำคาญพวกหมาหวงก้างเวลาทำงาน" ลั่วหยางออกปากไล่ส่งหน้าตาย
จางจื้อแผดเสียงตวาดเฮือกสุดท้าย
"ไอ้เด็กบ้า ทีมฮว๋าซีได้รับคำสั่งเบื้องบนให้มาสนับสนุนลั่วเฉิง แกมีสิทธิ์อะไรมาตะเพิดพวกฉันกลับ แกคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหน"
ลั่วหยางยิ้มมุมปาก ั์ตาเย็นเยียบ "คุณใช้คำว่า 'พวกฉัน' ผิดแล้วล่ะ ที่ผมไล่... คือไล่แค่สวะอย่างคุณคนเดียว ไม่เกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ถ้าคุณยังหน้าด้านเกาะหนึบไม่ยอมไป งั้นผมจะเป็ฝ่ายไปเอง แล้วคอยดูว่าเบื้องบนจะบีบให้หม่าจงหัวไปกราบกรานเชิญผมกลับมา หรือจะเลือกเก็บคุณไว้... ถึงตอนนั้น คุณก็โดนถีบส่งอยู่ดี สู้หอบเศษหน้าตัวเองเดินออกไปเงียบๆ ตอนนี้ จะได้ไม่ทุเรศไปกว่านี้ดีกว่าไหม"
จางจื้อโกรธจนแทบจะกระอักเืตายตรงนั้น ทว่าลั่วหยางตรงหน้ากลับแข็งแกร่งดั่งป้อมปราการเหล็กกล้า ไร้ช่องโหว่ ไร้จุดอ่อน อย่าว่าแต่จะหาจังหวะสวนกลับ แค่จะอ้าปากด่าให้ชนะยังทำไม่ได้
ชายวัยกลางคนยืนอึ้งค้างอยู่หลายวินาที ก่อนจะก้มหน้าเดินคอตกหันหลังมุ่งหน้าไปทางประตูใหญ่ทันที
วินาทีนี้ราวกับโลกทั้งใบหันหลังให้และผลักไสเขาไปยืนอยู่ปากเหว ความอ้างว้างเจ็บช้ำถาโถมเข้าใส่ หยาดน้ำตาแห่งความอัปยศสองหยดกลิ้งหล่นจากหางตา ไหลอาบแก้มอูมๆ อย่างเงียบงัน...
ลูกผู้ชายไม่หลั่งน้ำตาง่ายๆ หากไม่โดนบดขยี้ศักดิ์ศรีจนแหลกสลาย
แต่นี่... แต่นี่มันเหยียบย่ำกันเกินไปแล้ว!
ลั่วหยางมองตามแผ่นหลังห่อเหี่ยวของจางจื้อที่เดินจากไป จู่ๆ เสี้ยวหนึ่งของมโนธรรมก็ร้องประท้วงขึ้นมาจี๊ดหนึ่ง... นี่เราโหดร้ายเกินไปหรือเปล่าวะ สูบเืสูบเนื้อฟันเงินเขามาตั้งห้าแสน แถมยังฉีกหน้าด่าเปิงจนผู้ชายตัวโตๆ ร้องไห้ขี้มูกโป่งคาที่สาธารณะ าแฝังลึกทางจิตใจระดับนี้... สงสัยต้องใช้เวลาเยียวยาจนเกษียณแน่ๆ
"เสี่ยวลั่ว ก้าวต่อไปเอาไงดี" หม่าจงหัวเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงเคารพนบนอบ
ลั่วหยางดึงสายตากลับมา ปรับโหมดเป็จริงจัง "รักษาคนไข้ที่เหลือให้จบครับ เสร็จแล้วคุณค่อยพาผมลงไปที่หลุมบูชายัญ... ที่นั่นคือรากเหง้าของปัญหาทั้งหมด"
"ไม่มีปัญหา จัดให้ตามคำขอเลย" หม่าจงหัวรับคำแข็งขัน
ลั่วหยางไม่รอช้า หมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องกักตัวเป้าหมายถัดไปทันที
นั่นคือห้องพักฟื้นของไป๋จิ้ง