ตอนที่ 3 ท่านอ๋องข้างบ้าน (2)
เมื่อครั้งเ้ากำเนิดขึ้นมาดาวทานหลางได้ปรากฏ โหราจารย์บอกว่าทานหลางนั้นเป็ธาตุไม้ เป็ทั้งพรและหายนะของพระเ้า ข้าคิดว่าเ้าจะเป็ผู้มีปัญญาและความสามารถเหนือคนอื่นคอยช่วยเหลือเกื้อกูลต้าฉีของข้า แต่ไม่คิดว่าเ้ากลับเป็หายนะทำลายแคว้นต้าฉีของข้า! หากไม่ใช่เพราะข้ามีความเมตตาในความเป็พ่อลูกที่ลึกซึ้ง คอยปราบทานหลางที่กลืนกินดวงอาทิตย์เช่นเ้า แผ่นดินต้าฉีของข้าคงล่มสลายั้แ่สิบแปดปีก่อนแล้ว
“ดาวทานหลางปรากฏ หายนะของแคว้นอย่างนั้นหรือ หึหึ เสด็จพ่อได้โปรดวางใจ การกลับมาของลูกในครั้งนี้ จะต้องทำให้ต้าฉีของท่านไม่เหมือนเดิม!”
นึกมาถึงจุดที่ทำให้โกรธแค้น ฉู่อวี้ทุบลงบนเตียงอย่างรุนแรง แต่ไม่คิดว่าสถานที่และเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป หมัดนี้ทุบลงไปบนพื้นไม้ว่างเปล่าอย่างนั้นหรือ
มองดูมิติเวลาที่ไม่คุ้นเคยและคับแคบ แม้ฉู่อวี้ที่ผ่านประสบการณ์การตายแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ก็ยังเกิดความสับสนกระวนกระวาย
ที่นี่ที่ใดกัน หรือว่าข้าตายไปแล้วหรือ ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อสักครู่คือความเพ้อฝันหรอกหรือ เขาไม่กลัวตาย สิ่งที่เขากลัวก็คือตายตาไม่หลับ ความหวังเล็กๆ ของการแก้แค้นที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นพังทลายลง สิ่งนี้ยากจะทนได้เสียยิ่งกว่าการกรีดทำลายเขาทั้งเป็เสียอีก
เท้าฝ่ามือดันตัวลุกขึ้นอย่างไม่ยินยอม เขาลองเดินสำรวจห้องที่กว้างและโล่งไปหนึ่งรอบ สุดท้ายมาหยุดยืนมั่นคงอยู่ตรงหน้ากำแพงที่มีความเคลื่อนไหวยุ่งเหยิง ยื่นมือดันออกไป
หากมีประตู ก็คงจะอยู่ตรงนี้กระมัง
โซ่วอ๋องที่อยู่ในชุดกลาง[1]สีขาวทั้งร่างไม่รู้ ว่าฝั่งตรงข้ามเองก็มีสาวน้อยเท้าเปล่ากำลังลูบคลำกำแพงเดียวกันกับเขาอยู่
สิ่งที่แตกต่างไปจากโซ่วอ๋องคือ อวี๋เจียวที่เคยอ่านนิยายเกี่ยวกับมิติเวลานั้นเข้าใจกลอุบายของมิติเวลาเป็อย่างดี เธอเพียงรู้สึกประหลาดใจต่อกำแพงที่เคลื่อนไหวยุ่งเหยิงตรงหน้า ‘ตามปกติแล้ว ลักษณะการเคลื่อนไหวยุ่งเหยิงเช่นนี้ธรรมดาต้องเปิดมิติเวลาในอีกฝั่งด้วย เพียงแต่ไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่อัปเกรดขึ้นมามันคืออะไร มิติเวลาฝั่งตรงข้ามนั้นมีอะไร น้ำแรู่เาตราหนงฟูหวานเล็กน้อย[2]หรือ หรือว่าจะเป็เซียนที่กลับเนื้อกลับตัวเป็คนดีกันเล่า’
เพียงแต่ “แบบนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ต่อไปผักกาดขาวที่ไม่มีมารดาเช่นข้า ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีชีวิตรอดอย่างไร มีสถานที่เช่นนี้ อย่างน้อยก็ได้ซ่อนอาหารเครื่องดื่มเอาไว้ได้บ้าง เก็บเงินส่วนตัวได้เล็กๆ น้อยๆ”
อวี๋เจียวที่พึงพอใจเต็มเปี่ยมะโออกไปว่าฉันอยากออกไปแล้ว ชั่วพริบตาก็มาปรากฏตัวอยู่ที่เตียงนอนของตนเอง
อีกด้าน โซ่วอ๋องที่สูญสิ้นความอดทนแล้ว ะโออกมาเสียงดังด้วยความโมโหว่าให้ข้าออกไป กลับมาโผล่ที่ห้องนอนของตนเองเช่นกัน
โชคดีว่าเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วในมิติเวลานั้นสามารถมองข้ามได้ มิเช่นนั้น คิดว่าคงเป็วันที่วุ่นวายอีกวันแน่
...
มองเห็น่ระยะเวลาสั้นๆ ของเ้าของร่างเดิมแล้ว อีกทั้งยังตื่นตระหนกไปกับมิติเวลาที่อันตราย อวี๋เจียวคิดว่าเป็ไปไม่ได้ที่จะใช้เวลาไม่นาน แต่รู้ได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นยังไม่ถึงเวลาสองถ้วยชา[3]ด้วยซ้ำ
ยามนี้สาวใช้ทั้งสองที่กำลังยืนเฝ้าหน้าประตูกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด มองเห็นชายหนุ่มอายุราวๆ สิบห้าสิบหก โฉมหน้าหล่อเหลา รูปร่างผอมบาง เดินเข้าประตูเรือนมาอย่างเร่งรีบ
เซียงป่ายมองเห็นชายหนุ่มผู้นั้นไม่เพียงดวงตาวาววับ รีบวิ่งเข้าไปย่อตัวคารวะราวกับเห็นที่พึ่งสุดท้าย เอ่ย “นายน้อยรอง ท่านรีบช่วยคุณหนูสี่ของเราด้วยเ้าค่ะ ั้แ่เมื่อวาน่เช้าแล้วที่คุณหนูสี่สลบไสลน้ำอาหารไม่แตะต้อง เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาก็สลบไปอีกครั้งแล้ว หากคุณหนูสี่เป็อะไรไป บ่าวคงต้องตามไปขอโทษอี๋เหนียงด้วยความตายแล้วเ้าค่ะ” นี่ไม่ใช่คำพูดเหลวไหล บ่าวรับใช้ที่ปรนนิบัติดูแลเ้านายไม่ดีจะมีสักกี่คนที่มีจุดจบที่ดีกันเล่า ต้องตายสถานเดียว เพียงจะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น
“หุบปาก!” เสียงทุ้มต่ำเอ่ย อวี๋จือรุ่นขมวดคิ้วแน่นกวาดสายตาไปยังเซียงป่าย ผลักประตูเปิดเข้าไปในห้องของอวี๋เจียว รอจนเขาเดินเข้ามาถึงห้องด้านในยกมือเปิดผ้าม่านออก มองเห็นแก้มอ้วนราวเด็กทารกในความทรงจำนั้นผอมลงไปเล็กน้อย หัวใจที่เครียดตึงชั่วพริบตาหดตัวเป็ก้อนกลม
เชิงอรรถ
^ ชุดกลาง หมายถึง ชุดที่เอาไว้สวมระหว่างชุดตัวในและชุดตัวนอกในเครื่องแบบของฮั่นฝูซึ่งเป็นชุดประจำชาติของชาวฮั่น^ น้ำแร่ภูเขาตราหนงฟูหวานเล็กน้อย เป็นการเล่นคำโฆษณาของน้ำดื่มตราหนงฟูที่มีชื่อเสียงในประเทศจีน ที่บ่งบอกลักษณะส่วนบุคคลว่าเป็นชาวนา (หนงฟู) ซึ่งมีสิทธิมนุษยชน ปัจจัยหลักครบถ้วนและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ยิ่งกว่านั้นที่บ้านยังพอมีที่นาท้องไร่ไว้ปลูกอาหารดำรงชีวิตเป็นของตัวเอง กล่าวคือเป็นชีวิตที่ไม่ขัดสน ขาดแคลน^ ถ้วยชา เป็นหน่วยนับเวลาแบบโบราณของจีน หนึ่งถ้วยชาเทียบได้กับ 15 นาที