ร่างที่แหลกสลายยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องขณะที่คลื่นสั่นะเืก็ตรวจสอบิญญาของเฟิงชิงหยูไปพร้อมๆ กัน จนกระทั่งแน่ใจว่าไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากร่างของนาง ราวกับว่าบุคคลตรงหน้าไม่มีสติสัมปชัญญะรับรู้เื่ราวภายนอกใดๆอีก
มันจึงค่อยๆเริ่มกระทำการบางอย่าง...
ความเร็วในการตกลงสู่ก้นหุบเหวนรกของเฟิงชิงหยูเริ่มเชื่องช้าลง รวมทั้งาแบนร่างกายที่เริ่มสมานตัวทีละนิด ภายใต้หุบเหวอันดำมืด
ิัใหม่เริ่มงอกขึ้นมาดันเนื้อที่ตายแล้วออกและกลายเป็สะเก็ดเืบนิัขึ้นมาทดแทน
เฟิงชิงหยูไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ปล่อยให้เ้าของเสียงนั้นกระทำกับร่างกายตนเองต่อไป
หลังจากดูดซับชิ้นส่วนความทรงจำที่แปลกประหลาดเข้ามาความอดทนของเฟิงชิงหยูก็ดูเหมือนทรหดขึ้นอย่างมาก นางอดทนอดกลั้นได้โดยไม่ปริปากโอดครวญ ลองหากในชาติก่อนนางมีความคิดเช่นนี้ติดตัวสักนิด คงไม่ตกหลุมพรางถูกสองผัวเมียวางแผนอันโหดร้าย
ที่สำคัญ เมื่อหวนนึกถึงสถานการณ์ในตอนนี้เฟิงชิงหยูไม่มีสิทธิ์แม้แต่ตัดสินความเป็ตายของตนเอง เพราะฉะนั้นนางจึงตระหนักคิดได้ว่าไม่สู้เสแสร้งหมดสติต่อไปเรื่อยๆ ดีกว่า และคอยสังเกตว่าิญญาที่เจาะเข้าไปในทะเลจิตสำนึกของนาง้าทำอะไรกันแน่
หากมัน้าและกลืนกินิญญาของนางจริงๆ นางต้องยอมต่อสู้จนตัวตายเพื่อตอบแทนอีกฝ่ายให้สาสมคิดดูเถิดว่าอุตส่าห์รอดพ้นจากขอบเหวแห่งความตายแล้วกลับมาอีกครั้งได้ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เฟิงชิงหยูกลัวอีกต่อไปแล้ว
เหวลึกไม่มีที่สิ้นสุดแม้แต่เวลาก็เหมือนหยุดไหลเวียน เหลือเพียงร่างกายที่ห่อหุ้มด้วยสะเก็ดเืนี้ที่ดิ่งลงหุบเหวอย่างไม่รู้จบท่ามกลางหมอกความตายที่ไม่มีแสงสว่างแม้แต่น้อย
หลังจากที่ิญญาเข้าสู่สภาวะจำศีลอยู่เป็เวลานาน ในที่สุดเฟิงชิงหยูก็ได้ย่อยและดูดซับชิ้นส่วนความทรงจำที่เหลืออยู่จนครบถ้วนสมบูรณ์ ในเวลานี้แม้ว่านางจะเหมือนคนตาย แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่นางหมดสติล้วนยังจดจำได้รวมถึงความทรงจำที่แปลกประหลาดเหล่านี้ว่ามาจากไหนด้วยก็เช่นกัน
เฟิงชิงหยูไม่ทราบเหมือนกันว่าิญญาพวกนั้นเข้ามายังสถานที่นี้ได้อย่างไรและเข้ามาในร่างกายของนางได้ด้วยวิธีไหน แต่แน่ใจอยู่ข้อหนึ่งนั่นคือดวงิญญานั้นได้ถูกิญญาของนางดูดซับเข้าไปภายในทะเลจิตสำนึกและหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวในที่สุด
กระดูกเซียนของนางถูกถอดออกรากเซียนถูกแย่งชิงไป แต่ิญญานี้ยังคงเป็เทพเซียนอย่างแท้จริง แม้ว่าจิติญญาจะถูกทรมานอย่างโเี้ขนาดไหน แต่แก่นแท้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ตราบใดที่ยังคงเป็ิญญาเซียน ย่อมสามารถต่อต้านิญญาดวงอื่นได้ง่ายดาย
ิญญาดวงนั้นอยากวิ่งเข้าไปในทะเลจิตสำนึกของนางเองจะไม่ให้จิติญญาของนางดูดกลืนมันเข้าไปได้อย่างไร?
แต่ว่าเมื่อพูดถึงเื่นี้ ก็นึกถึงเื่เล่าหนึ่งขึ้นทันที ที่เล่าขานกันว่าหุบเหวแห่งนรกสามารถเชื่อมต่อกับโลกแห่งิญญาที่เบื้องล่างได้แท้จริงแล้วเป็ตามเื่ราวที่เล่าลือกันอย่างนั้นหรือ?
เฟิงชิงหยูพยายามค้นหาคำตอบในความทรงจำที่แปลกปลอมนี้อย่างระมัดระวัง
แต่น่าเสียดายที่มันดูเหมือนยังไม่ค่อยสมบูรณ์ เพราะนอกจากความทรงจำบางส่วนที่เกี่ยวกับแดนปีศาจแล้วก็มีเพียงวิชาแปลกๆ บางอย่างเท่านั้นที่นางระลึกได้ และวิชาเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่ใช้จัดการกับผู้ฝึกตนทั้งสิ้นไม่ได้มีประโยชน์กับผู้บำเพ็ญเซียนเช่นนางเลยสักนิด
เฟิงชิงหยูเฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของดวงิญญาในทะเลจิตสำนึกระหว่างนี้ก็ศึกษาแนวทางเ่าั้ไปด้วยกระทั่งเวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปทีละนิด ศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนเวียนอยู่เช่นนั้น ั้แ่ต้นจนจบเฟิงชิงหยูก็ไม่ประมาทเปิดเผยตัวตนให้คลื่นจากอุกกาบาตรู้ตัวแม้แต่น้อย
ขณะเดียวกันคลื่นรังสีที่แผ่ออกมาจากอุกกาบาตนั้น ก็ยังคงอยู่ในทะเลจิตสำนึกของนางเพื่อฟื้นฟูอย่างเงียบเชียบ
นอกจากจะแยกพลังิญญาออกมาเพื่อปกป้องร่างกายนี้แล้วคลื่นนั้นก็ไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ อีก ราวกับว่าได้ละทิ้งความคิดที่จะกลืนกินิญญาของนางไปเรียบร้อยแล้ว
แม้มันดูเหมือนจะละทิ้งความตั้งใจที่อยากกลืนกินิญญานางแต่เฟิงชิงหยูไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ในขณะที่ศึกษาแนวทางเ่าั้ นางก็เตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา
พวกเขาร่วงตกลงมายังหุบเหวนรกอยู่เป็เวลานานจนขนตามร่างกายร่วงหล่นไปพร้อมกับสะเก็ดเืเป็เวลานานจนเส้นผมสีดำงอกขึ้นมาจากหนังศีรษะที่เกิดใหม่และยาวกลายเป็ผืนน้ำตกอันสละสลวย แต่แม้จะนานขนาดนั้น เฟิงชิงหยูที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องก็ยังคงไม่ถึงก้นเหวอยู่ดี
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนจนกระทั่งผมยาวของนางเลยข้อเท้า ด้านล่างของเหวลึกที่ไม่รู้จบนั่นถึงเพิ่งเริ่มจะปรากฏจุดแสงสว่างเล็กๆ
ณ แดน์ชั้นที่สามวิหารหยกใส
ภายในวิหารหลักที่ก่อด้วยหยกขาวมหาเสนาบดีคนหนึ่งประสานมือทั้งสองไว้ด้านหน้าร่างกาย เมื่อเขาคำนับลงไปแขนเสื้อยาวก็ไหลลู่ลงมาไปถึงหลังเท้า
“เ้าวิหารท่านไม่คิดจะพิจารณาอีกครั้งจริงๆ หรือ? แม้ว่าด่านเคราะห์กรรมครั้งที่เก้าของท่านจะรุนแรงมากมายเพียงใดแต่ก็ไม่มีเหตุจำเป็ต้องเสี่ยงลงไปยังโลกมนุษย์ถึงขั้นนั้น! ”
บนขั้นบันไดหยกเก้าอี้ที่หันหน้าไปทางดวงอาทิตย์และฝูงสัตว์นับร้อยตัวนั้น ท่านเ้าวิหารชิงเหว่ยใช้มือข้างหนึ่งประคองคางพิงราวพนักหยกอย่างสบายๆ ผมสีเงินยาวราวกับผ้าซาตินเพิ่มความเ็าให้กับใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติ
“หึ เ้าคิดว่าข้าอยากไปมากอย่างนั้นหรือ? แต่เคราะห์กรรมครั้งที่เก้าของข้านี้กลับกลายเป็เื่ความรัก...”สีหน้าของท่านเ้าวิหารชิงเหว่ยแสดงความโกรธบางๆ บนใบหน้า
ให้เขาที่เป็ถึงเ้าวิหารแดน์ไปฝ่าฟันอุปสรรค์เื่ความรักสู้ยอมตายให้สายฟ้า์ทั้งเก้าชั้นฟาดลงมายังดีเสียกว่า!
“เทียนจื่อได้ทำนายให้ข้าแล้วและเคราะห์กรรมครั้งนี้จะเกิดขึ้นกับเซียนตนหนึ่ง หากข้า้าจะทำลายบ่วงเคราะห์ก็มีเพียงหนทางเดียวคือเวียนว่ายตายเกิด...”
เสนาบดี“แต่ท่านเ้าวิหาร หากท่านลงไปยังโลกมนุษย์เพื่อขจัดเคราะห์กรรม แดน์ชั้นสามนี้ใครจะเป็ผู้ดูแลต่อเล่า? ”
ท่านเ้าวิหารชิงเหว่ยเหลือบมองเสนาบดีตรงหน้า“ไม่ใช่ว่ายังมีต้าฉือและอวี่หยูอยู่หรือ? วางใจเถอะท่านเพียงแค่เฝ้าพระราชวังหยกใส ส่วนเื่อื่นๆ ให้พวกเขาจัดการกันเอง”
“เช่นนั้นท่านเ้าวิหารเตรียมจะออกเดินทางเมื่อใด? ” เสนาบดีถามอีกครั้งคิ้วและดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
เ้าวิหารชิงเหว่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “อีกสามวันข้างหน้า ่เวลาเช้า”
ในหุบเหวแห่งนรกร่างของเฟิงชิงหยูยังคงตกลงมา หลังจากผ่านพื้นที่ที่มีจุดด่างเป็แสงเล็กๆจุดนั้นแล้ว ก็ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
กระทั่งจุดแสงกระจายหายไปเหลือเพียงความมืดมิด ความมืดมิดนี้ยิ่งลงลึกก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆและอุณหภูมิโดยรอบก็เย็นะเืสูงขึ้น
ความมืดมิดที่เปล่าเปลี่ยวความหนาวเย็นที่เย็นะเื และความว่างเปล่าที่เงียบเหงา