เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 4: ชีวิตวัยรุ่นอันสงบสุข (Peaceful Teenager Life)

    ภายในห้องเรียนอันกว้างใหญ่และเรียบหรูในมหาวิทยาลัยสุเมรากิที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนระดับคุณหนูไฮโซ ประกอบไปด้วยโต๊ะเก้าอี้ขนาดยาวที่สามารถบรรจุผู้คนได้ถึง 9 คน ซึ่งมีทั้งหมด 50 ตัว แบ่งเป็นสองแถว แถวละ 25 ตัว พื้นห้องเรียนมีลักษณะความชันที่ราวกับขั้นบันไดที่มีถึง 25 ขั้นโดยเรียงจากแถวหน้าที่อยู่ต่ำสุดไปจนถึงแถวหลังที่อยู่สูงสุด พื้นระเบียงที่หน้าห้องเรียนนั้นชันสูงราวกับขั้นบันไดหนึ่งขั้น มีกระดานไวท์บอร์ดขนาดยาวติดอยู่ที่หน้าชั้นเรียน และมีโต๊ะสูงที่ใช้สำหรับการสอนตั้งตระหง่านที่กลางระเบียงหน้ากระดาน“สัญลักษณ์นั้นเปรียบเสมือนกับภาษาที่สื่อถึงเรื่องราวในอดีต หลายคนคงจะยังไม่รู้ ว่าแค่ภาพ 1 ภาพก็สามารถสื่อถึงความหมายได้อย่างหลากหลาย แล้วมันสื่อถึงความหมายยังไงได้บ้าง”เซมิกาว่า ฮิโรชิ ศาสตราจารย์ภาควิชาสัญลักษณ์วิทยาในคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุเมรากิ กำลังยืนสอนหนังสือกับเหล่านักศึกษาในภาควิชาทั้ง 450 ชีวิตที่กำลังนั่งฟังและจดเลคเชอร์ลงบนสมุดอย่างใจจดใจจ่ออยู่ภายในห้องเรียนอันกว้างใหญ่ในคาบวิชาสอนของเขา ภายในห้องเรียนอันเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศที่ราวกับได้ขึ้นไปสู่สวรรค์ที่เกือบจะมืดมิด เพราะยังพอมีแสงจากด้านนอกที่ส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่างและประตูที่ปิดสนิทภายในห้องเรียนที่เกือบจะมืดมิดนั้น มีแสงจากจอภาพโปรเจคเตอร์ที่ฉายบนแผ่นสไลด์สีขาวที่ทับซ้อนกับกระดานขาวที่อยู่หน้าห้องเรียนส่องสว่างไปเกือบจะทั้งห้องเรียน“สัญลักษณ์ที่เห็นนี้มันสื่อถึงความหมายยังไงได้บ้าง ไหนขอลองฟังความเห็นจากนักศึกษาหน่อย ว่าแต่ละคนนั้นมีความเห็นยังไงกับภาพที่เห็น”อาจารย์ฮิโรชิ ผู้มีผมสีบลอนด์ยาวสลวยกับดวงตาสีม่วงนั้นเปิดภาพๆ หนึ่งขึ้นบนหน้าจอโปรเจคเตอร์ ซึ่งเป็นภาพสีแดงสด“สังหารหมู่”“การนองเลือด”“ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”มีนักศึกษาอยู่ประมาณสามคนที่แสดงความเห็นออกมา“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดนะ แต่หากในประเทศนี้ ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี รูปนี้คือชุดที่สวมโดยมิโกะที่ดูแลศาลเจ้า...”อาจารย์ฮิโรชิย่อภาพที่แสดงบนจอโปรเจคเตอร์ลง เผยให้เห็นภาพมิโกะในศาลเจ้า“ในอดีตนั้น มิโกะได้รับการศรัทธาจากชาวบ้านในฐานะเป็นผู้ติดต่อสื่อสารกับเทพเจ้าในลัทธิชินโต...”“แล้วสัญลักษณ์นี้หล่ะ ใครจะตอบ” อาจารย์ฮิโรชิเลื่อนสไลด์มายังภาพถัดไป ซึ่งเป็นรูปแพะสีดำ“ตัวแทนของซาตาน” นักศึกษาที่เอ่ยตอบก็คือมัทสึไดระ ยูกินะ เธอเป็นลูกสาวคนโตที่เกิดในครอบครัวนายทหารใหญ่แห่งกองกำลังป้องกันตนเอง“ก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่คำตอบนั้นมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น” อาจารย์ฮิโรชิย่อภาพบนจอโปรเจคเตอร์ลง เผยให้เห็นภาพเทพเจ้าธอร์ถือค้อนบนรถแพะในท่ามกลางสายฟ้า“เทพเจ้าธอร์ เทพเจ้าแห่งอัสนี บุตรแห่งเทพเจ้าโอดิน เทพกษัตริย์บนดินแดนแอสการ์ดตามความเชื่อของชาวนอร์สโบราณที่เคยอาศัยอยู่ในแถบสแกนดิเนเวีย” อาจารย์ฮิโรชิเฉลยคำตอบ“แล้วสัญลักษณ์นี้หล่ะ” อาจารย์ฮิโรชิเอ่ยถามพลางเลื่อนสไลด์มายังภาพถัดไป ซึ่งเป็นภาพของปีกของเทพีองค์หนึ่งในอียีปต์โบราณ“ปีกเทพีไอซิส”“ปีกเทพีเนฟทีส”มีนักศึกษาในห้องเรียนเอ่ยตอบออกมาสองคน“เกือบจะถูกอยู่นะ แต่ว่า...” อาจารย์ฮิโรชิย่อขนาดภาพลงมาจนเผยให้เห็นภาพเต็มของตราสัญลักษณ์แฟแรแวแฮร์“ในภาพนี้คือตราสัญลักษณ์แฟแรแวแฮร์ เป็นตราสัญลักษณ์ของศาสนาโบราณที่นับถือกันโดยเหล่าชาวเปอร์เซียในช่วงยุคก่อนคริสตกาลอย่างโซโรอัสเตอร์ ซึ่งเป็นศาสนาที่ว่าด้วยการบูชาไฟ ตราสัญลักษณ์ถูกค้นพบขึ้นโดยเมืองโบราณแห่งหนึ่งในประเทศอิหร่าน...”อาจารย์ฮิโรชิถอนหายใจสักพักก่อนจะสอนต่อ“ความเข้าใจในอดีตคือตัวกำหนดให้มีการเกิด เป็นศักยภาพที่จะทำให้รู้ถึงความเป็นมาของปัจจุบัน เราจะวิเคราะห์ และคัดกรองความจริงออกมาจากความเชื่อได้ยังไง เราจะจารึกประวัติศาสตร์ยังไงในแบบของตัวเองหรือตามวัฒนธรรม เราจะนิยามตัวเราเองยังไง เราจะเจาะเวลาหลายร้อยกว่าปีผ่านการบิดเบือนทางประวัติศาสตร์เพื่อให้ได้รู้ถึงความเป็นจริงที่ถูกต้องได้ยังไง และนี่ก็คือชิ้นงานที่อาจารย์จะให้นักศึกษาทุกคนลองนำกลับไปเขียนเป็นเรียงความในแบบของตัวเองดู”ในระหว่างที่กำลังยืนสอนอยู่นั้น มีการแสดงภาพประกอบที่เป็นรูปตราสัญลักษณ์ชนิดต่างๆ ขึ้นที่หน้าจอโปรเจคเตอร์ด้วย ก่อนจะหมดคาบเช้า อาจารย์ฮิโรชิได้สั่งชิ้นงานให้นักศึกษาในห้องเรียนทำในคาบเรียน ยูกินะกับแก๊งค์เพื่อนสนิทอีก 3 คนของเธอที่นั่งอยู่แถวเดียวกัน คือแถว 7 ทางด้านซ้ายมือ ต่างก็กำลังนั่งเขียนเรียงความกันอย่างใจจดใจจ่อ เช่นเดียวกับนักศึกษาคนอื่นๆ ในห้องเรียนปิ๊ง ป่อง ปิ๊ง ป่องหลังจากที่ทุกคนในห้องเรียนเขียนเรียงความกันเสร็จ เวลาในคาบเรียนก็ได้หมดลง เหล่าบรรดาคุณหนูไฮโซที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างก็พากันเก็บข้าวของ และลงมาพักกลางวันตามที่ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยทันที“ในที่สุดก็ถึงเวลาพักซะที” ซาเองุสะ เคียวโกะเดินพลางยืดแขน และลำตัวเพื่อสลัดความเมื่อยล้า“วันนี้ก็ไม่มีคาบบ่าย และพรุ่งนี้ก็วันเสาร์ด้วย จริงสิ เดี๋ยววันนี้ฉันจะไปซื้อของที่ย่านชินจูกุไปเซอร์ไพร์สวันเกิดให้แม่ที่โรงเรียนหน่อย ไปด้วยกันกับฉันนะยูกินะจัง เธอจะได้ไปรับน้องสาวเธอที่โรงเรียนด้วยเลยไง”“อืม ก็ไม่เลวนะ” ยูกินะตอบรับคำชวนจากนานามิ ฮารุกะ“จริงสิ ฉันเองก็กะจะไปเดินเล่นที่ย่านชินจูกุอยู่เหมือนกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ทำไมพวกเราไม่ไปด้วยกันเลยหล่ะ”โยสึบะ อาโออิกล่าวเสนอความเห็นออกมา“งั้นพวกเราก็ไปกันหมดนี่แหละ” หลังจากนั้น ยูกินะและแก๊งค์เพื่อนอีกสามคนก็มุ่งหน้าไปที่ย่านชิจูกุทันทีภายในห้องเรียนขนาดกลางภายในโรงเรียนสาธิตฯ แห่งหนึ่งที่ประกอบไปด้วยชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งเรียนประมาณ 45 ชุด และมีกระดานดำติดอยู่ที่หน้าชั้นเรียน พร้อมกับโต๊ะที่ใช้สำหรับการสอนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางระเบียงหน้าชั้นเรียน มีประตูทางเข้าออกของห้องเรียนอยู่ทางด้านซ้าย และมีหน้าต่างของห้องเรียนเรียงรายอยู่ทางด้านขวาHanna isn’t only Layne’s elementary school friend, but also she is Joulie’s older sister.ฮันน่าไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนสมัยประถมของเลนย์เท่านั้น อีกทั้งยังเป็นพี่สาวของจูลี่ย์อีกด้วยLayne who’s Hanna’s elementary school friend has only one younger sister who’s junior high school student.เลนย์มีน้องสาวเพียงคนเดียวที่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมต้นPhairy is Layne’s only one younger sister.แฟร์รี่เป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเลนย์นักเรียนมัธยมปลายหญิงคนหนึ่งที่มีผมสีขาวลาเวนเดอร์ยาวสลวยไว้ทรงฮิเมะคัทที่ปล่อยปอยผมยาวไว้ด้านหน้าทั้งสองข้าง และดวงตาสีเขียวมรกต ซึ่งกำลังจรดปลายชอล์กสีขาวเขียนตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษบนกระดานดำอยู่หน้าชั้นเรียนนั้น ก็คือมัทสึไดระ สึบากิ น้องสาวของยูกินะและเป็นลูกสาวคนเล็กในครอบครัวนายทหารใหญ่เธอเป็นเด็กที่เรียนเก่งและมีความสามารถทางด้านกีฬา และภาษาต่างประเทศที่เป็นเลิศ ที่สำคัญเธอเป็นถึงดาวเด่นของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิ และเป็นถึงระดับประธานนักเรียนอีกด้วยหลังจากที่หมดคาบวิชาภาษาอังกฤษของอาจารย์ชาวต่างชาติ สึบากิพร้อมกับเพื่อนสนิทอีกสามคนของเธอที่เป็นถึงรองประธานนักเรียน คืออากิยามะ อาซึสะ, นิชิกิโนะ ริโกะ และนิบุทานิ ซานาเอะ ต่างก็มุ่งหน้าไปเคลียร์เอกสารที่ค้างไว้ต่อที่ห้องสภานักเรียนทันที“นี่ๆ พรุ่งนี้ไปเดินเล่นข้างนอกกันมั๊ย” เป็นริโกะที่เริ่มเปิดการสนทนาเป็นคนแรกในท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้องสภานักเรียน“ไปสิ ฉันเองก็กะจะไปรีแล็กซ์ข้างนอกอยู่พอดี” มีอาซึสะเป็นคนแรกตอบรับคำชวน อันเนื่องจากตัวเธอเองก็เคยคิดจะออกไปเดินเล่นข้างนอกในช่วงวันเสาร์ที่จะถึงนี้เช่นกัน“แล้วพรุ่งนี้เราจะไปที่ไหนกันดีหล่ะ...” ซานาเอะเอ่ยถามความเห็นจากเพื่อนๆ“ยังคิดไม่ออกเลยแฮะ” อาซึสะถอนหายใจเบาๆ“สึบากิจัง พอจะมีสถานที่แนะนำบ้างไหม” ริโกะขอคำแนะนำสถานที่เที่ยวจากสึบากิ“พรุ่งนี้ฉันกับพี่สาวจะไปเดินเล่นกันที่อาคารศาลาว่าการกรุงฯ ในเขตชินจูกุหน่ะ พวกเธอโอเคกันไหม”กลุ่มเพื่อนทั้งสามต่างก็ตอบตกลงกับสถานที่แนะนำจากสึบากิ ในระหว่างที่กำลังเคลียร์เอกสารอยู่นั้นก็ได้มีเสียงประกาศเรียกสึบากิให้ไปพบผู้อำนวยการโรงเรียนที่ห้องอำนวยการทันที