เช้าวันต่อมา
ณ โถงทางเดินชั้น 5 เวลา 09.00 นาฬิกา
"หาว~ ง่วงนอนชะมัดเลย"เมื่อวันก่อนผมต้องนั่งเขียนรายงานส่งคุณโอซุมะให้ทันก่อนเที่ยง แต่กลับโดนแก้แล้วแก้อีกจนประมาณสองทุ่มถึงเสร็จสมบูรณ์จริงๆ นั้นทำให้เมื่อคืนผมนอนหลับเป็ตายจากการจ้องหน้าจอนานๆจนตอนนี้ผมยังรู้สึกง่วงอยู่ดี
ครืน~
"อรุณสวัสดิ์ทุกคน (^^)"วันนี้ผมเลือกมาทานมื้อเช้าที่ห้องอาหารเพราะอยากได้ของกินบำรุงสายตา แถมดื่มกาแฟทุกวันๆมันไม่ดีต่อสุขภาพด้วย เมื่อผมก้าวเข้ามาให้ห้องก็พบสองพี่น้องซาโตรุกับซาโตชินั่งอยู่ตรงมุมห้อง เฮอิจิที่กำลังเลือกเครื่องดื่มและเคย์ที่กำลังเดินสวนผมมาทางนี้
"ไม่ได้นอนหรือไงขอบตาดำเชียว?"
"ฮะๆ ประมาณนั้นแหล (^^)"ไอย๊ะ! เห็นชัดขนาดนี้เลยเหรอ สงสัยต้องหาครีมดีๆมาใช้บ้างซะแล้ว
"ไม่ได้นะครับพี่ ต้องดูแลตัวเองบ้างสิ"ซาโตชิรีบเดินเข้ามาหาผมทันทีพร้อมมองด้วยสายตาเป็ห่วง นั้นทำให้ผมรู้สึกนุ่มนิ่มอย่างบอกไม่ถูก หว่า...เ้าพวกนี้เป็ห่วงผมด้วยเหรอเนี่ย น่ารักจัง~
"ที่ห้องมีครีมดีๆอยู่นะ เดี๋ยวจะเอามาให้ถ้าอยากได้ (^^)"เฮอิจิเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาพร้อมถือน้ำผลไม้ขวดเล็กติดมือมาด้วย เอ...เฮอิจิก็ดูหน้าใสตลอดเวลางั้นคงเชื่อถือได้แหลเนอะ
"โอ้! เอาสิ ช่วยได้มากเลย"
"แต่ ว่า ต้อง ตรง นี้ ก่อน~ (^^)"เฮอิจิจงใจพูดเว้น่พร้อมชี้มาที่แก้มของตัวเองเป็การเชิญชวน เหอะๆ ว่าแล้วต้องไม่ได้มาง่ายๆแน่นอน -_-
โป๊ก!
"ไม่ต้องมาเล่นลิ้นเลยไอนี้นี่!"ซาโตรุเดินเข้ามาเขกหัวเฮอิจิไปทีหนึ่งจนต้องยกมือลูบหัวตัวเองเบาๆ นั้นทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยที่พวกเขากลับมาคืนดีกันได้สักที อา...เห็นแล้วรู้สึกใจฟูชะมัดเลย ^^
"แล้วบาจิละ? เขาไปไหนเหรอ"ผมที่มองหารอบๆห้องแต่ไม่เจอบาจิเลยสักที่ ปกติเขาจะมาห้องอาหารทุกวันนี้น่าหรือว่าวันนี้ไม่อยากอาหาร?
"อ๋อ! เมื่อเช้าเห็นขึ้นไปชั้น 9 นะ"ซาโตรุเป็คนบอกพร้อมหันไปโบกมือลาเคย์ที่กำลังเดินออกจากห้อง ผมจึงหันไปโบกมือด้วยแม้จะได้นิ้วกลางส่งกลับมาก็ตามและหันมาสนใจเื่บาจิต่อ
"เขาไปทำอะไรชั้น 9 เหรอ?"
"น่าจะออกกำลังกายเหมือนเดิมมั่ง จะลองขึ้นไปดูก็ได้นะ"
"เอ๋! ไปได้เหรอ?"
"ได้คีย์การ์ดจากผู้จัดการมาแล้วนี้ คีย์การ์ดนั้นเข้าออกได้ทุกห้องเลยแม้แต่ห้องพวกเราด้วย"
"แบบนี้ไม่อันตรายเหรอ?"ถ้าคีย์การ์ดอันเดียวเข้าได้ทุกห้องแบบนี้โดนโจรขโมยก็หวานหมูนะสิ! อา...ดีนะที่ผมเก็บไว้กับตัวเสมอแม้จะไม่ได้ใช้เลยก็ตาม
"ถ้าเป็ห้องทั่วไปสามารถเข้าได้เลย แต่ถ้าเป็ห้องพักของพวกเราต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเข้าได้ มันจะส่งข้อความมาให้ในมือถือ ถ้ากดยินยอมประตูจะเปิดให้นั้นเองแต่ถ้ากดปฏิเสธประตูจะถูกล็อคทันที"
"โห้!! ไฮเทคเหมือนกันนะเนี่ย (*_*)"
"ใช่มะ~ ผู้จัดการสั่งทำขึ้นมาเองเลยนะเพื่อความปลอดภัยของพวกเรา (^^)"เฮอิจิดูเหมือนอยากมีส่วนร่วมจึงพูดแทรกขึ้น นั้นทำให้ซาโตรุยกขาเตะเข่าเฮอิจิอย่างแรงจนคนโดนเตะทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเ็ป อา...รู้สึกเจ็บแทนขึ้นมาเลย
"ก็นั้นแหล แต่ถ้าเป็ฮาจิมะจะยอมให้เข้าก็ได้ถ้าอยากเข้า (-///- )"
"ฮ่าๆๆ ไม่เข้าไปหรอกเดี๋ยวเจอของน่าอายจะซวยเอา"
"ตามใจ แล้วก็..."ซาโตรุพูดเว้น่ไว้พร้อมก้มลงมากระซิบข้างหูผมให้ได้ยินแค่สองคน
"/เดี๋ยวคืนนี้ไปหาอย่าเพิ่งนอนละ/"
"!?"เอ่อ...เกือบลืมไปเลยว่าเ้าพวกนี้มาสารภาพรักกับผมเมื่อวาน เพราะมัวแต่ทำงานเลยลืมเื่นี้ไปเลย อะ! แบบนี้ผมไม่สามารถหลบหน้าได้แล้วนะสิ!
"แล้วเจอกันนะครับ (^^)"สองพี่น้องโบกมือลาผมพร้อมเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ส่วนผมได้แต่ยืนนิ่งๆเหมือนร่างไร้ิญญา อื้อ...ไม่นะ! คืนนี้ผมต้องเป็บ้าแน่ๆ
"เห...มีซัมติงกันจริงๆด้วยสินะ"ผมสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงพูดข้างๆ นั้นทำให้ผมนึกได้ว่าเฮอิจิยังอยู่ที่นี้ ให้ตายสิ...ใหมดเลย
"ก็ประมาณนั้นแหลครับ ยังงงๆอยู่เหมือนกันว่าพวกนั้นมาชอบผมได้ยังไง"
"โถ่...นึกว่าจะมีแค่ฉันที่ตกหลุมรักซะอีก แถมโดนตัดหน้าไปซะงั้น (-3-)"
"ไม่ต้องมาหลอกเลยครับ คุณก็แค่อยากแกล้งผมเท่านั้นเอง (-_-)"
"ไม่ได้แกล้งสักหน่อย แค่หยอกเล่นเฉยๆ (^^)"
"ไม่ต่างกันเลยสักนิด (-_-)"ผมที่เอือมกับจิ้งจอกเ้าเล่ห์แถวนี้จึงเดินมาสั่งอาหารไปพลางๆก่อนจะเดินไปกดน้ำดื่มตรงตู้หยอดเหรียญ อืม...เอาน้ำผลไม้หรือชาเขียวดีละ
"นี้...ว่างๆมาหาบ้างสิ~ อยู่คนเดียวเหงามากเลยนะรู้มั้ย...(._.)"
"ถ้ามีเื่สำคัญเดี๋ยวจะไปหาเองครับ อีกอย่างคุณอยู่คนเดียวมาตั้งนานแต่เพิ่งมาเหงาผมไม่เชื่อหรอก (-_-)"
"ฮ่าๆ ไม่หลงกลกันเลยนะ แต่ว่า...ฉันเหงาจริงๆนะถ้าไม่ได้อยู่กับฮาจิมะ..."
"งั้นว่างๆเดี๋ยวไปหาก็ได้ครับ เชิญกลับไปได้แล้วน้ำผลไม้ละลายหมดแล้วครับ"
"อื้ม~ดีใจจัง งั้นจะตั้งตารอนะ (^^)"
ฟอด~
"อ่ะ!!"เฮอิจิทำท่าจะเดินออกไปแต่กลับหันมาจุ๊บแก้มผมทีหนึ่งและค่อยเดินออกจากห้องอาหารด้วยสีหน้าแจ่มใส นั้นทำให้ผมที่มัวแต่เลือกน้ำในตู้หันไปโวยใส่ไม่ทันจึงได้แต่ขบกรามตัวเองไปมาอย่างหงุดหงิด ให้ตายเถอะ แบบนี้มันน่าไปหามั้ยละ -*-
.
.
20 นาทีผ่านไป
"อื้ม~ อิ่มจังเลย~"หลังจากทานมื้อเช้าจนอิ่มแปล้ผมจึงตัดสินใจไปหาบาจิที่ห้องฟิตเนสซึ่งอยู่ชั้น 9 และด้วยความไม่เคยสำรวจมาก่อนจึงรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าข้างบนมีอะไรบ้าง วันนี้แหลผมจะได้สำรวจให้เต็มที่เลย
ติ๊ด~
เมื่อลิฟท์ส่งสัญญาณว่าถึงที่หมายแล้ว ผมจึงก้าวเดินออกมาพร้อมมองโถงทางเดินที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา จากที่อ่านในเอกสารรู้สึกชั้น 9 จะเป็พวกห้องสันทนาการต่างๆ มีทั้งฟิตเนส ห้องนั่งเล่น ห้องประชุม ห้องจัดแสดงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โล่ง ห้องครัวเล็กๆสำหรับทำอาหารกินเอง และอื่นๆอีกมากมายที่ผมอ่านไม่หมด
แก๊ก! แก๊ก! แก๊ก!
เมื่อเดินมาได้สักพักก็เจอห้องฟิตเนสซึ่งกินพื้นที่ห้องปกติไปประมาณ 5 ห้อง อุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายมีครบทุกอย่างแม้กระทั่งบาร์โหนที่ใช้สำหรับนักกีฬายิมนาสติก ผมเดินตามเสียงเหล็กกระทบกันจนมาเจอบาจิที่กำลังเล่นสมิทแมชชีนอยู่ เขาตั้งอกตั้งใจมากจนไม่ทันสังเกตเห็นผมที่กำลังยืนมองเขาอยู่ไกลๆ ผมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆพร้อมส่งเสียงเรียกให้เขารู้ตัว
"บาจิ~"
แก๊ก!
บาจิหยุดมือลงพร้อมเหลือบสายตามองผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ผมไม่เข้าใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่และกำลังจะทำอะไรต่อเพราะสีหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ออกมาเลย เฮ้อ...คนแบบนี้รู้สึกเข้าใจยากจัง
"มีอะไร?"
"แค่มาสำรวจชั้นนี้เฉยๆ แต่ว่ากล้ามเนื้อนายสวยมากเลยนะ(*0*)"แม้อยากชวนคุยเื่อื่นแต่มันอดชมไม่ได้ว่ากล้ามเนื้อเขาสวยจริงๆ บาจิใส่กางเกงขาสั้นสีดำ ไม่ได้สวมเสื้ออะไรไว้ทำให้เห็นกล้ามเนื้อเรียงแถวได้รูปของเขาชัดเจน อื้ม...ผมอิจฉาคนมีกล้ามแบบนี้จัง ผมเคยออกกำลังกายอย่างจริงจังแต่กล้ามไม่ขึ้นมาเลยสักนิดจนเริ่มท้อและหยุดเล่นไป
"ขอบใจที่ชม แต่กว่าจะได้แบบนี้ใช้เวลาหลายปีเลยละ"บาจิลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับเหงื่อเบาๆ แต่ยอมรับเลยว่ากลิ่นตัวเขาแรงจริงๆ ขนาดผมยืนอยู่ห่างๆยังได้กลิ่นเลย ควรบอกเขาดีมั้ยนะ...
"เมื่อเช้าไม่เห็นที่ห้องอาหารเลย ไม่ได้กินข้าวเหรอ?"ผมตัดสินใจไม่บอกพร้อมเปลี่ยนเื่ทันที ถ้าเกิดบอกแล้วเขาโกรธอาจโดนขย้ำได้ ไม่เสี่ยงดีกว่า -0-
"มีไอนี้อยู่ก็เลยไม่ได้ไป"บาจิชูกระป๋องโปรตีนโบกไปมา นั้นทำให้ผมถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมถึงมีกล้ามสวยขนาดนี้ เขาดูแลตัวเองดีมากจริงๆ
"แล้วเื่บทมีปัญหาอะไรมั้ย?"
"มี! มีมากด้วย (-*-)"เมื่อพูดถึงบทบาจิก็เริ่มทำสีหน้าไม่พอใจทันที นั้นทำให้ผมเกิดสงสัยขึ้นมาว่าเขาได้บทอะไรกันแน่
"ทำไมละ? ไม่ชอบแนวที่เล่นเหรอ?"
"ป่าว ลองอ่านดู"บาจิยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้ผมพร้อมเลื่อนไปหน้าที่มีปัญหา ผมลองไล่สายตาอ่านดูก็พบว่าเป็แนวข่มขืนแต่เป็ฝ่ายชายที่โดน แต่ผมลองอ่านบทพูดดูก็ไม่พบความผิดปกติอะไร นั้นทำให้ผมเงยหน้ามองบาจิอย่างสงสัยพร้อมถามไปด้วย
"เอ่อ...นายไม่ชอบแนวนี้เหรอ หรือมีตรงไหนที่ไม่ชอบอีก"
"ฉันเล่นได้ทุกแนวแต่มันมีฉากหนึ่งที่ไม่ชอบ"บาจิย้อนเอกสารไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่บทสนทนาและชี้ไปที่บรรทัดที่สอง มันเป็ฉากที่พวกผู้หญิงกำลังเล่นกับร่างกายของเขา ผมจึงลองอ่านอีกครั้งแต่ยังไม่เจอความผิดปกติตรงไหน บาจิที่เห็นผมยังไม่เข้าใจจึงยอมเฉลยออกมา
"หัว..นม (-*-)"
"หะ?"
"ฉัน...ไม่ชอบให้ใครเล่นหัวนม (-*-)"
"..."
"(-*-)?"
"ฮะ!ฮ่าๆๆๆๆ ขะ ขอโทษนะที่หัวเราะแต่กลั้นไม่ไหวแล้ว"เมื่อได้ยินที่เขาพูดผมจึงเผลอหัวเราะออกมาอย่างอดกลั้นไม่ได้ โอ้ย...ก็นึกว่าเื่ร้ายแรงเห็นทำหน้าจริงจังขนาดนั้น ที่แท้เป็เื่ร่างกายนี้เอง
"นี้จริงจังนะ ฉันไม่อยากเล่นบทนี้ขอเปลี่ยนได้มั้ย (-*-)"
"แต่มันมีแค่ฉากเดียวเองนะ แล้วเท่าที่อ่านแค่เขี่ยครั้งเดียวเอง แบบเนี่ย"
จึก
ตุบ!
"อ้ะ!"ผมที่กำลังสาธิตว่าแค่เขี่ยครั้งเดียวมันไม่ได้นานเลย จึงใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดอกเขาไปนิดเดียวจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกเจ็บบริเวณลำคอและแผ่นหลังที่ชิดติดกำแพงตอนไหนไม่รู้ ภาพตรงหน้าของผมเห็นบาจิกำลังใช้มือข้างหนึ่งกดไหล่ผมไว้ส่วนมืออีกข้างกำลังบีบคอผมอยู่
"บอกแล้วนี้ว่าไม่ชอบ!"
"แค่จะ...ทำให้ดู...มัน...ไม่ได้นานเลย"
"ชิ!"บาจิบ่นพึมพำกับตัวเองพร้อมปล่อยมือออกจากลำคอและหัวไหล่ของผม นั้นทำให้ผมกลับมาหายใจสะดวกอีกครั้งแต่ยังรู้สึกปวดๆที่ลำคออยู่ดี
"ถึงจะแปบเดียวแต่ก็ไม่ชอบอยู่ดี ฉันอาจเผลอทำร้ายนักแสดงเข้าก็ได้ นั้นแหลปัญหา"เมื่อพูดจบเขาก็เดินดุ่มๆออกจากห้องฟิตเนสไปทันที ส่วนผมได้แต่ยืนคลำลำคอของตัวเองพร้อมใช้สมองอันน้อยนิดว่าจะช่วยยังไงเขาได้บ้าง
.
.
.