Chapter 20
ขู่บังคับ
ร่างเล็กของผู้หญิงลูกครึ่งไทยอังกฤษ ใบหน้าจะสวย จิ้มลิ้มน่าเอ็นดู ผมยาวไปถึงกลางหลังสีน้ำตาลเข้ม เธอเดินถือกระเป๋าสีดำใส่ไอแพดเและสวมเสื้อไหมพรมสีครีมกับกระโปรงหนังสีดำพร้อมกับถุงน่องหนังสีเนื้อ กำลังจะเดินไปเรียนที่มหาวิทยาลัยตามปกติ
แต่แล้วก็เจอกับชายชุดดำสี่คนดักหน้าเอาไว้ หนึ่งในนั้นมีเบนลูกน้องของผู้ชายคนนั้นซึ่งเป็เ้าของรถที่ขับชนเธอด้วย
“อะไรของพวกคุณ มาขวางทางฉันทำไมคะ?”
ชายทั้งสี่ยังคงเงียบ เอรียานิ่วหน้าไม่พอใจ
“หลบไปนะ ฉันจะไปเรียน”
เธอพูดพร้อมกับเดินหลบหลีกชายหนุ่มทั้งสี่ที่ขวางเอาไว้ แต่ก็โดนกระชากข้อมือเอาไว้โดยเบน
“คุณต้องไปกับผม นายผมอยากเจอคุณ”
“เจอฉัน จะเจอฉันไปทำไมคะ?”
ขึ้นชื่อว่านายของเบนก็คงจะเป็ผู้ชายที่ชื่อแบรนดอน ที่เป็คนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลตอนที่เกิดอุบัติเหตุให้กับเธอ
“มีเื่สำคัญอยากจะคุยด้วย”
“เื่สำคัญ? แต่ฉันคิดว่าฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนายของคุณ”
อารียาพูดพร้อมกับนิ่วหน้าแล้วถอนหายใจ ตาคนนั้นจะเอาอะไรกับเธออีกล่ะ
“ไปกับพวกเราเดี๋ยวนี้”
เบนพูดอย่างเด็ดขาดพร้อมกับกระชากข้อมือเล็ก
แต่มีหรือที่เอรียาจะยอม เธอสะบัดข้อมือออกจากเขา
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ พวกนายไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้!”
เมื่อเห็นบอดี้การ์ดทั้งสี่ไร้มารยาท เอรียาก็ไม่จำเป็จะต้องมีมารยาทด้วย เธอสะบัดข้อมือจนสุดแรงจนหลุดออกจากพันธนาการของเบน
บอดี้การ์ดสี่คนมองหน้ากัน เห็นท่าทีว่าหญิงสาวจะไม่ยอมง่ายๆจึงช่วยกันจับตัวเธอแล้วยัดขึ้นรถตู้คันหรูไปในทันที
“กรี๊ดไอ้บ้า ปล่อยฉันไปนะ!”
เอรียากรีดร้องทุบตีประตูรถ ทุบตีกระจก แต่ก็ไม่สามารถลงจากรถได้
“เฮ้ย! อย่าโวยวายได้ป่ะวะ กูรำคาญ”
บอดี้การ์ดคนนึงชักปืนมาจ่อหลังของเอรียาจนเธอสะดุ้งแต่ก็เงียบปากลงได้
“ใจเย็นเว้ยมึง นายจำเป็ต้องคุยกับยัยนี่ อย่าทำให้มันตายเลยเดี๋ยวเรานี่แหละจะโดนเล่น”
ชายอีกคนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนเริ่มโมโห
“ก็รำคาญนี่หว่า กูโคตรเกลียดเสียงกรี๊ดผู้หญิง รำคาญ”
อารียาได้แต่นั่งเงียบให้พวกเขาคุยกันไป...แม้จะไม่ชอบใจ แต่อะไรที่ปลอดภัยก็ต้องรักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน
เกลียดที่สุดเลยการบีบบังคับแบบนี้! นี่มันเข้าข่ายลักพาตัวเธอแล้วนะ!
พวกบอดี้การ์ดพาอารียามาที่บริษัทแห่งหนึ่ง กดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้นสามสิบห้า คนตัวเล็กถูกพาตัวเข้ามาภายในห้องทำงานที่แสนจะใหญ่อลังการ เห็นวิวทั่วเมืองนิวยอร์ก ร่างหนานั่งเอนหลังอยู่กับเก้าอี้หนังสีดำ เขาอยู่ในชุดสูทสีดำพร้อมกับยกขาขึ้นพาดโต๊ะทำงานแล้วยกมือขึ้นเท้าคาง
“พาตัวเธอมาแล้วครับนาย”
อารียาถูกดึงแขนแล้วผลักเข้ามาภายในห้อง ดวงหน้าสวยเชิดขึ้นมองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคู่คมจ้องเธออย่างเอาเื่ สีหน้าของเขาในตอนนี้ดูน่ากลัวกว่าที่เคยเป็
แม้เขาจะดูน่าหวาดกลัวเพียงใด แต่อารียาก็ทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไป คนตัวเล็กรู้สึกหวั่นเกรง
“บอกฉันมาซิ…ไอ้ตระกูลสเบอร์ตันในลอนดอนมันมีบ้านหรือทรัพย์สินที่ไหนบ้าง?”
แบรนดอนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม แววตาคมคายแฝงไปด้วยความน่ากลัวและเืเย็น ทำเอาอารียาที่ยืนอยู่ตรงข้ามถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ
“ฉันไม่รู้หรอกค่ะ ฉันไม่ใช่ลูกของคุณหญิง ฉันเป็แค่ลูกเมียน้อยเท่านั้น”
อารียาตอบออกไป เธอพูดความจริง...แม้แต่ทุนการศึกษาที่เรียนอยู่ในตอนนี้ก็ชิงทุนมาเอง ไม่ได้ไปรบกวนคุณพ่อเลยด้วยซ้ำ มีเพียงเงินในการใช้ชีวิตเล็กน้อยเท่านั้นที่รับมา
“อย่าโกหกอารียา”
“ฉันไม่ได้โกหกนะ แต่ฉันไม่รู้จริงๆ”
“แล้วพ่อเธอตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”
“พ่อฉันงั้นเหรอ พ่อฉันอยู่ที่โรงพยาบาล...ท่านป่วยติดเตียงมาซักระยะแล้ว”
แม้จะไม่ได้อยากพูดคุยเสวนากับเขาคนนี้ แต่อารียาก็ยังมีความรักตัวกลัวตายอยู่บ้าง
“ไปสืบมา”
“อะไรนะคะ!?” อารียาทวนถามอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ จะให้เธอไปสืบอะไรล่ะ
“ไปสืบมาว่าที่อยู่ของไอ้พี่ชายเธอ ไอ้แอชตันน่ะ มันอยู่ที่ไหนตอนนี้”
“พี่ชายฉันงั้นเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก...ฉันไม่อยากยุ่ง เขาน่ากลัวจะตาย”
คนตัวเล็กเอ่ยไปตามความจริง ปกติเธอเคยไปยุ่งกับคนในตระกูลซะที่ไหน โดยเฉพาะพี่ชายที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่เคยเจอหน้าด้วยซ้ำ
ร่างแกร่งเอาขาลงจากโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะหยิบปืนขึ้นมาจ่อเข้าตรงหน้าของอารียาที่ยืนอยู่ตรงข้าม
“ก็เลือกเอาแล้วกัน...จะไปสืบมาดีๆ หรืออยากจะกินลูกปืน”
“คุณ...”
อารียามองกระบอกปืนตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว ก็เพราะการยุ่งเกี่ยวกับมาเฟียมันน่ากลัวเธอจึงพยายามจะอยู่ห่างไกลจากมันให้มากที่สุด แต่นี่อะไรกัน? โชคชะตาฟ้าลิขิตอันใดให้เธอได้มาเจอกับเขา
“ไปสืบมา...อย่าให้กูต้องพูดเยอะ”
แบรนดอนกล่าวเสียงเรียบ ส่วนอารียาก็ได้แต่สะอึก
“ก็ได้...ฉันจะไปสืบมาให้คุณ แต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำอะไรฉัน”
“แน่นอน คนอย่างฉันคำไหนคำนั้น”
อารียาเบาใจลงนิดหน่อยที่ได้ยินเขารับปาก แต่เธอไม่อยากยุ่งกับเื่นี้เลยจริงๆ...
นี่ฉันกำลังจะเอาตัวเองมาเสี่ยงอันตรายอีกแล้วงั้นเหรอ ฮือ สงสารตัวเองจังเลยยัยอารียาเอ๊ย ร่างเล็กได้แต่ครวญครางกับตัวเองในใจ
คุยธุระกันเสร็จเธอก็ถูกบอดี้การ์ดพากลับไปส่งยังที่เดิม
คนตัวเล็กเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยตามปกติ อีกเพียงปีการศึกษาเดียวเธอก็จะเรียนจบแล้ว ตั้งใจว่าจะทำงานอยู่ที่นิวยอร์กและไม่กลับไปที่เมืองไทย ซึ่งบ้านของแม่เธออยู่ที่นั่น แต่ในตอนนี้แม่ของเอรียาอยู่ที่ลอนดอนแล้ว เพราะถูกเรียกตัวให้ไปเฝ้าคุณพ่อที่กำลังป่วยหนัก
หลังจากเรียนเสร็จก็กลับมายังหอพักอพาร์ทเม้นท์ภายในนิวยอร์ก ซึ่งเป็หอพักไม่ใหญ่มากเป็ห้องนอนมีห้องน้ำเล็กๆ แล้วก็มีโซนครัว
ร่างเล็กโยนกระเป๋าลงบนเตียงพร้อมกับแผ่ตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน
“เฮ้อ นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหาแม่ในทันที ทั้งที่ไม่อยากทำแท้ๆแต่กลับต้องมาทำเพราะความจำเป็ พ่อของเธอเองก็ป่วยอยู่ไม่อาจร้องขอความช่วยเหลือได้ ครั้นจะขอให้พี่ชายช่วย ตัวของอารียาเองก็ไม่รู้จักแอชตันสักนิด
‘ว่าไงจ๊ะเอรียาลูกรัก ทำไมวันนี้โทรมาหาแม่เร็วจัง’
“หนูมีอะไรอยากจะถามแม่หน่อยค่ะ”
‘หืม อะไรล่ะลูก?’
“พี่ชายของหนูน่ะ...ที่ชื่อแอชตันอ่ะแม่”
‘ทำไม ลูกมีอะไรกับพี่เขางั้นเหรอ?’
“ตอนนี้พี่เขาอยู่ที่ไหนเหรอคะแม่?”
อารียาเอ่ยถามออกไป เธอต้องเอาข้อมูลนี้ไปบอกแบรนดอนในวันพรุ่งนี้ เขาต้องเอาพวกบอดี้การ์ดมาดักเธออีกแน่ ไม่รู้ว่าเ้าพี่ชายของเธอไปทำอะไรให้มาเฟียใหญ่อย่างนั้นรู้สึกไม่ดีก่อน ไม่สิ…ต้องบอกว่าพี่แอชตันของเธอก็เป็มาเฟียใหญ่เหมือนกัน เพียงแต่คนละประเทศเท่านั้นเอง
‘แล้วหนูจะอยากรู้ไปทำไมล่ะลูก’
ผู้เป็แม่เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ แน่นอนว่าตัวของเธอรู้ความเป็อยู่ของคนในตระกูลสเบอร์ตันดี ตอนนี้เธอเองก็คอยเฝ้าดูแลปรนนิบัติสามีที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลเมืองลอนดอน ภายในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่ดีที่สุด
“ก็แค่สงสัยนี่คะ เผื่อว่าหลังเรียนจบ...หนูอาจจะย้ายไปอยู่กับแม่ที่นั่นก็ได้”
‘จริงเหรอ!? มาแปลกนะเราวันนี้น่ะ’
เสียงของหญิงวัยกลางคนกรอกถามมาอย่างไม่ไว้วางใจ
“มาแปลกตรงไหนคะ หนูก็ปกติดีออกนี่นา”
‘ก็ร้อยวันพันปีไม่ยักเคยเห็นพูดเื่นี้ มีแต่จะปฏิเสธพ่อ ไม่อยากรับเงินจากพ่อ แถมยังผลักไสท่านออกอีก ลูกเคยนั่งยันนอนยันว่ายังไงก็จะไม่มาอยู่ที่ลอนดอนกับคุณพ่อกับพี่ชาย แล้วทำไมวันนี้ ถึงคิดเปลี่ยนใจล่ะลูก’
“ก็แค่…คิดถึงแม่ค่ะ แต่แพลนหนูก็คืออยากจะทำงานอยู่ที่นิวยอร์กแหละ เพียงแต่ว่าถ้ามีโอกาสได้กลับก็จะกลับค่ะ...”
‘ลูกก็รู้ว่าตอนนี้แม่เฝ้าพ่ออยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนปกติเราจะต้องอยู่กันที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล’
“พี่แอชตันก็อยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่งั้นเหรอคะ?”
คนตัวเล็กถามออกไป เธอกำลังจะได้ข้อมูลที่ตานั่น้าแล้วสินะ...
‘ไม่หรอก พี่เขาไม่ค่อยชอบอยู่ที่คฤหาสน์เพราะหลังมันใหญ่โตเกินไปกว่าที่จะอยู่คนเดียว คุณพ่อเองก็ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย’
“อ้าว แล้วแบบนี้เขาไปซุกหัวนอนอยู่ที่ไหนกันล่ะคะ?”
เธอไม่จำเป็ต้องใช้คำพูดที่ดีต่อแอชตันเพราะไม่ใช่พี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวอะไรกันนัก
‘นี่ ยัยเอรียา พูดถึงพี่เขาให้มันดีหน่อยลูก’
“ค่ะ หนูก็แค่ถามว่าตอนนี้พี่เขาไปอาศัยอยู่ที่ไหนคะแม่?”
‘ไปอยู่เพนท์เฮาส์น่ะ ใจกลางเมืองแถวนี้แหละ’
“หนูขอชื่อเพนท์เฮาส์ได้ไหมคะแม่?”
‘เอ๊ะ ยัยคนนี้ แล้วจะไปสงสัยอะไรล่ะลูก’
ผู้เป็แม่เอ่ยถามย้ำกลับมาเมื่อลูกสาวถามซอกแซกจนเกินเหตุ
“ก็แค่สงสัยค่ะ คิดว่าปิดเทอมหนูอาจจะไปเยี่ยมพี่เขาที่เพนท์เฮาส์แล้วซื้อกระเช้าผลไม้ไปฝากสักหน่อย”
‘จริงเหรอ นี่ลูกจะมาที่ลอนดอนจริงงั้นเหรอ...’
เพราะความตื่นเต้นที่ลูกสาวพูดว่าจะไปเยี่ยมที่ลอนดอนทำเอาคนเป็แม่ลืมความสงสัยที่มีมลายหายสิ้นไปหมด
“ใช่ค่ะ หนูขอชื่อเพนท์เฮาส์หน่อยนะแม่”
‘ได้จ้ะ…เดี๋ยวแม่ส่งโลเคชั่นเพนท์เฮ้าส์ที่พี่แกอยู่ไปให้ในแชทนะ ลูกพูดแล้วนะ ยังไงก็ต้องมาเยี่ยมแม่ที่ลอนดอนนะ่ปิดเทอมนี้’
“ค่ะแม่ ส่งมาให้หนูทีนะ ไว้เจอกันนะคะ”
พูดคุยกันอีกนิดหน่อยอารียาก็วางสายโทรศัพท์ลง
ติ๊ง
[ แม่ : ส่งสถานที่ตั้ง ]
เอรียาเปิดดูตำแหน่งแผนที่ที่ส่งให้มา ไม่แปลกที่แม่ของเธอจะรู้ว่าแอชตันผู้เป็พี่ชายอยู่ที่ไหน ถึงแม้จะไม่ใช่แม่แท้ๆและเป็เพียงเมียน้อย แต่ก็เป็คนจัดการดูแลเื่งานในบ้านที่คฤหาสน์หลังใหญ่ให้ ก่อนหน้านี้แม่ของเธอก็อาศัยเป็บ้านเล็กอยู่ที่ไทย แต่ั้แ่ภรรยาหลวงของคุณพ่อเสีย คุณแม่ของเธอก็ถูกเชิญไปดูแลพ่อที่ป่วยอยู่ที่คฤหาสน์ แต่หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลซึ่งแม่ของเธอก็ตามไปเฝ้าอีกนั่นแหละ
[ เอรียา : ฉันได้ที่อยู่ของพี่ชายแล้วนะ ]
เธอใช้นิ้วเรียวกดส่งข้อความไปหาผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่บ้าอำนาจและแสนจะไม่เป็มิตร
เมื่อได้รับข้อความนั้น ร่างแกร่งที่กำลังจะแช่น้ำพร้อมกับดื่มไวน์ไปด้วยรีบชะงักลงแล้วกดส่งข้อความไปหาเอรียา
[แบรนดอน : ส่งที่อยู่มาสิ ]
[ เอรียา : ไม่ คุณต้องสัญญาก่อนว่าหากได้ไปแล้วจะไม่ทำให้พี่ชายของฉันเป็อันตราย ]
แม้จะไม่เคยเจอ ไม่ได้รักกันฉันท์พี่น้อง แต่แน่นอนว่าที่อยู่ของมาเฟียมันย่อมเป็ความลับ อารียารู้ข้อนี้ดีและไม่้าให้อันตรายไปถึงตัวพี่ชายของเธอ
[ แบรนดอน : เออ รู้แล้วน่า รีบส่งมาเถอะ ]
แบรนดอนตอบปัดๆ สิ่งที่้าในตอนนี้คือที่อยู่ของแอชตัน ไม่รู้ป่านนี้น้องสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจะเป็ยังไงบ้างแล้ว...บีน่าผู้น่าสงสาร
[ เอรียา : ส่งสถานที่ถึงคุณ ]
เอรียากดส่งโลเคชั่นให้กับแบรนดอน
มือหนารีบเปิดดู พบว่าสถานที่ตั้งที่ส่งมาเป็เพนท์เฮาส์ใจกลางเมืองลอนดอน
ดวงหน้าคมคายหยักยิ้มขึ้นมุมปากอย่างพึงพอใจ ในที่สุดก็ได้ที่อยู่ของมันแล้ว ไอ้คนเลวที่ลักพาตัวน้องสาวของเขาไป
แบรนดอนเนี่ยแหละจะลากตัวมันมาศิโรราบใต้ตีนเอง กล้ามากที่มาลักพาตัวน้องสาวของเขา
“เดี๋ยวมึงเจอกูแน่…”