"เออ กูฝากด้วยแล้วกันอีกไม่เกินสามวันกูก็กลับแล้ว เกิดปัญหาสุดวิสัยอะไรก็โทรมาหรือถ้ามีงานด่วนอะไรที่ต้องผ่านกูก็ส่งมาทางเมลได้เลย อืม ขอบใจมาก"
ภพกดวางสายพร้อมกับยกแก้วกาแฟดำในมือขึ้นดื่ม ถามว่าเขาห่วงงานไหมก็ห่วงแหละแต่ที่เขาวางใจยอมทิ้งงานมาก็เพราะเขามีมือขวาที่ไว้ใจได้คอยดูแลให้ทำให้หายห่วงไปได้เยอะ เขาไม่ได้มีแค่ผับที่ต้องดูแลเขายังมีกิจการของครอบครัวที่พ่อกับแม่และพี่ชายบังคับให้เขาเข้าไปดูแลอีก ครั้นจะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะพ่อกับพี่ชายก็งานล้นมือมากแล้ว ภพถอนหายใจออกมาเบาๆใครว่าเกิดมารวยแล้วไม่ต้องดิ้นรน หึ..ไม่จริงเลยสักนิด
"แอ้มม.." ภพที่กำลังตกอยู่ในห้วงของความคิดเมื่อได้ยินเสียงกระแอมก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับหันไปมองอย่างหงุดหงิด จบกันความรื่นรมกับความเป็ส่วนตัวของเขา..ถึงแม้ว่าเขาจะไม่หันไปมองก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ใคร
"ว่าไงครับ มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า" ภพถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนที่จะเอ่ยถามคนตรงหน้าออกไป
"ก็ไม่ได้มีธุระอะไรหรอกแค่กลัวว่าใครบางคนจะเหงา..ก็แค่นั้น"
"แต่เผอิญผมไม่ใช่คนที่ขี้เหงาเสียด้วยสิครับ.." ภพตอบอีกฝ่ายไปอย่างไม่ยี่หระ
"ว้าา..แย่จัง! ว่าจะชวนไปถ่ายรูปที่น้ำตกซะหน่อย เช้าๆแบบนี้บรรยากาศโคตรดีเลยน้ำใสที่เย็นเฉียบจนไอหมอกลอยขึ้นสู่ผิวน้ำแถมยังมีเหล่าบรรดาผีเสื้อน้อยใหญ่บิ.."
"โอเค ผมไป" ทันทีที่ได้ยินอีกคนบรรยายบรรยากาศน้ำตกจนเห็นภาพทำให้เขาอยากจะเห็นเองกับตาขึ้นมา
"..."
"คุณรอผมแป๊บเดียวขอไปหยิบกล้องถ่ายรูปก่อน" พูดเสร็จภพก็รีบเดินเข้าไปบนโฮมสเตย์เพื่อไปหยิบกล้องถ่ายรูปตัวโปรดที่เขาจะพกไปด้วยเสมอเวลาที่ได้ไปพักผ่อนกับธรรมชาติที่ไหนสักที่เหมือนกับเช่นตอนนี้
"เดี๋ยวน้อง!..เอ่อ คะ..คุณ อย่าลืมใส่เสื้อคลุมหนาๆด้วยนะครับเพราะเช้าๆแบบนี้อากาศค่อนข้างจะเย็นเลยทีเดียว"
เตโชที่หลุดปากเรียกอีกคนว่าน้องถึงกับกลับคำแทบไม่ทันเลย เพราะว่าสายตาคมดุของอีกคนถูกส่งมายังเขา จนเขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หึ..'ดุเหมือนที่พี่นายบอกไว้จริงๆด้วยแฮะ'
เตโชมองชายหนุ่มที่สวมเสื้อสเวตเตอร์คอกลม ผ้าไหมพรมสีเทาดำกับกางเกงยีนส์สีเข้มและรองท้าวผ้าใบที่กำลังเดินลงมาอย่างชื่นชม 'หล่อและดูดีแบบสุดๆไปเลย'
"มองอะไร..ร่างกายผมมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า" ภพอดเอ่ยถามคนที่เอาแต่จ้องมองเขาด้วยสายตาแวววาวไม่ได้ ไม่รู้ว่าถามทำไมเหมือนกัน..ถามเพื่อลดความประหม่าหรือว่าถามเพื่อแก้เขิน..
"มองหนุ่มเมืองกรุง คนเมืองกรุงนี่หล่อดีนะ..คุณภพว่าจริงไหมครับ"
"ผะ..ผมไม่รู้แล้วจะไปได้หรือยังเดี๋ยวก็สายพอดี" เตโชหลุดหัวเราะออกมาเบาๆให้กับท่าทางเง๊อะง๊ะนั่น
"ไปครับ ให้ผมช่วยถือกระเป๋าให้ไหมครับ"
"ไม่ต้องเดี๋ยวผมถือเองไม่ได้หนักอะไร..แล้วเราจะไปกันยังไง เดินเหรอ?"
"ด้วยเ้านั่น.." ภพมองตามมือของเตโชไปก็พบกับรถมอเตอร์ไซค์วิบากคันสีน้ำเงินที่จอดอยู่แถวแปลงดอกไม้เยื้องๆกับโฮมสเตย์หลังที่เขาพัก ทำไมเขาไม่ได้ยินเสียงตอนที่อีกคนขี่มาเลยนะภพได้แต่ครุ่นคิดอย่างสงสัย
เตโชก็รีบบอกออกมาเหมือนรู้ความคิดของภพก็ไม่ปาน
"ผมดับเครื่องแล้วปล่อยให้มันแล่นลงเนินมาน่ะเพราะกว่ามันจะหมดแรงส่งก็ถึงหน้าบ้านพักคุณพอดี เลยอยากประหยัดน้ำมัน"
ภพเบะปากให้กับคำพูดแบบไปเรื่อยของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะถือสาหรือว่าคิดตามกับคำพูดของอีกคน เดินตามกันมาจนถึงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่จอดอยู่ เตโชวาดเรียวขายาวขึ้นคร่อมพร้อมกับพยักหน้าให้ภพขึ้นมานั่งซ้อนท้าย
"หมวกกันน็อกล่ะ..ไม่ใส่เหรอ" ภพทวงถามพร้อมกับเหวี่ยงขาแกร่งคร่อมซ้อนด้านหลังและใช้มือแตะเอวของเตโชเพื่อยึดเป็หลักให้กับตัวเอง
"ไม่ต้องใส่หรอกครับผมจะค่อยๆไปรับรองว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็น แน่ะ! แอบแต๊ะอั๋งผมเปล่าเนี่ย.." เตโชตอบเพื่อให้อีกฝ่ายมั่นใจและสบายใจพร้อมกับหันมาเอ่ยแซวพร้อมกับยกยิ้มให้อีกคนอย่างหยอกล้อ
"ใครจะไปอยากแต๊ะอั๋งคุณกันหลงตัวเองฉิบ!"
"หึหึ..เกาะแน่นๆนะครับทางไม่ค่อยดีเดี๋ยวจะหล่นตุ๊บเอา ผมไม่เลี้ยวรถกลับไปเก็บนะบอกไว้ก่อน"
"จะไปได้ยัง!ถ้าไม่ไปผมจะลงแล้วนะ!" ภพถามเสียงเขียวเพราะเริ่มโกรธกรุ่นอีกคนเข้าให้แล้ว
"ไปแล้วค้าบบ.." เตโชกระตุกยิ้มตอบพร้อมกับกระตุกรถให้เคลื่อนออกตัวไป ภพเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์สองข้างทาง บางจังหวะก็ยกกล้องขึ้นเก็บภาพสวยงามอย่างอดไม่ได้
"จะแวะไปจุดชมวิวก่อนไหมคุณ ไปดูทะเลหมอกกับแปลงดอกไม้กัน แต่ถ้าคุณอยากเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่จะค่อยๆโผล่พ้นขอบฟ้าด้วยต้องมาแต่เช้าตรู่ผมบอกเลยว่าสวยจนคุณลืมไม่ลงเลยหละ ถ้าสนใจพรุ่งนี้ผมจะมารับคุณแต่เช้ามืดเลย"
ภพนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่
"งั้นจุดชมวิวเราเอาไว้ไปดูทีเดียวพรุ่งนี้เช้าเลย วันนี้เราไปดูน้ำตกกับไร่สตรอว์เบอร์รี่ก่อนดีกว่านะ"
ภพยื่นใบหน้าไปบอกคนข้างหน้าจนจมูกโด่งสวยของเขาเกือบชิดแก้มของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว..เตโชได้โอกาสก็แกล้งเบรกรถแบบกะทันหันทำให้จมูกโด่งๆของภพกดประทับลงมาบนแก้มของอีกฝ่ายจนเต็มรัก
ตึก!ตึก!
"นี่คุณ!.." ภพที่เสียหลักจนจมูกทิ่มลงไปบนแก้มของคนขับไม่พอลำตัวของเขายังแนบไปกับแผ่นหลังกว้างของอีกคนด้วย ภพเม้มปากพร้อมกับแก้มร้อนอย่างควบคุมไม่ได้แต่กลบเกลื่อนความเขินโดยการดุอีกฝ่ายไปเสียงเขียว
"ขอโทษครับ..ผมหลบหลุมน่ะครับมัวแต่มองวิวเพลินเกือบตกหลุมระ.. เลย"
ภพรู้ว่าอีกคนจงใจแต่ทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่ส่งค้อนไปให้กับแผ่นหลังกว้างจนตาแทบกลับ
"ขอโทษครับ..คราวหน้าจะระวังให้มากกว่านี้"
แถจนสีข้างถลอก! ภพขมุบขมิบปากว่าให้อีกคนอย่างฉุนๆ
ภพตะลึงมองกับภาพตรงหน้าจนลืมคนกวนประสาทข้างๆไปชั่วขณะ สวย สวยมากๆเลย
ภาพน้ำตกขนาดกลางที่มีน้ำใสไหลตกกระทบลงมาเป็ชั้น ความสูงไม่มากนักมีก้อนหินน้อยใหญ่ทั่วบริเวณด้านล่างของน้ำตก ซึ่งเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำและมอส ป่าไม้ที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณน้ำตกให้ความร่มรื่นและร่มเย็น ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความสวยงามเป็อย่างมาก เสียงน้ำที่ตกลงมาตกกระทบกับแท่นหินขนาดใหญ่ดังซู่ซ่ากึกก้องไปทั่วบริเวณ
ภพสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปกักตุนไว้ในปอดจนเต็มแรง มองน้ำตกด้านหน้าที่มีธารใสไหลเย็นและมีแอ่งน้ำตามจุดต่างๆจนเขานึกอยากจะลงไปแช่น้ำเล่นแบบชิลๆแต่ติดตรงที่น้ำเย็นจนขึ้นไอควันกันเลย ด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ทำให้เป็ที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิดรวมถึงต้นไม้ที่เขียวชอุ่มที่ปกคลุมไปจนทั่วบริเวณส่งผลให้มีความร่มรื่นและร่มเย็นบวกกับอากาศตอนเช้าที่ให้ความเย็นอยู่แล้วทำให้ภพเผลอห่อไหล่เข้าหากัน แต่ใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความสุขจนล้น ยกกล้องที่คล้องอยู่ที่คอเก็บภาพความสวยงามตรงหน้าไว้แบบละเอียดยิ๊บกันเลยทีเดียว
"ชอบไหมคุณ" ภพที่กำลังยกกล้องเก็บความสวยงามตรงหน้าอยู่ก็ลดกล้องลงพร้อมกับมองคนที่เดินมายืนข้างๆกันตอนนี้
"ก้อ..ชอบ สวยมากเลยสวยจนอยากลงไปลอยคอเพื่อซึมซับกับความสวยงามให้ชุ่มฉ่ำ แต่มาคิดดูแล้วคงไม่ไหวกลัวช็อก.."
"หึหึ..เอาไว้ก่อนกลับกรุงเทพฯผมจะพามาอีกนะ แต่ต้องมา่บ่ายแทนรับรองคุณได้ลงเล่นน้ำสมใจอยากแน่"
"ขอบคุณนะ.." ภพตอบยิ้มๆพร้อมกับเลิกสนใจคนข้างๆแล้วหันไปเก็บเกี่ยวความสวยงามตรงหน้า..ส่วนเตชินก็ทอดมองความสวยงามตรงหน้าอย่างไม่ลดละเช่นกัน แต่ความสวยงามที่ว่าคือหนุ่มเมืองกรุงหน้าหล่อตรงหน้าเขานะไม่ใช่ธรรมชาติที่เขาเห็นจนเบื่อแล้ว..
กว่าอีกคนจะยอมกลับก็เอาซะสายโด่งจนเตโชต้องเอาไร่สตรอว์เบอร์รี่มาหลอกล่ออีกฝ่ายถึงได้ยอมกลับ แต่ไม่วายบังคับให้เตโชสัญญาว่าต้องพามาอีกก่อนที่อีกฝ่ายจะกลับกรุงเทพฯ
'กลับกรุงเทพฯเหรอ..ใจหายจัง!'
"โห้วว..คุณ สวยจัง!"
ภาพตรงหน้าคือไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาประกอบด้วยทิวทัศน์ของูเาที่สลับซับซ้อนอยู่เื้ั ไร่สตรอว์เบอรี่ที่ถูกปลูกแบบขั้นบันไดซึ่งคล้ายๆกับไร่ชา ตอนเช้าๆเขาคิดว่าต้องมีทะเลหมอกปกคลุมไปจนทั่วแน่ๆเลยซึ่งไม่ต่างจากไร่ชากับไร่กาแฟ
"ที่นี่เราปลูกแบบปลอดสารพิษต่างๆนอกจากเราจะเก็บผลสดส่งขายแล้วยังมีการนำมาแปรรูปผลิตเป็สินค้าในรูปแบบต่างๆเช่นน้ำสตรอว์เบอร์รี่สด แยมสตรอว์เบอร์รี่ ไวน์ฯ" เตโชอธิบายให้อีกคนฟังอย่างไม่รู้เบื่อเพราะคนตรงหน้าเขามีความสนใจและไคร่รู้เป็อย่างมากทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนใส่ใจจากอีกฝ่ายก็ไม่ปาน
"แต่ไร่เราก็ไม่ได้ปลูกเยอะมากมายเพราะส่วนมากจะเน้นเป็ชากับกาแฟซะส่วนใหญ่แต่ก็แอบปลูกผลไม้ตามฤดูกาลแซมไปด้วย"
ระ..ไร่เรา?! คิดอะไรวะเนี่ย.. ภพสะบัดหน้าก่อนจะเนียนชวนอีกคนคุยต่อ
"โคตรเจ๋งเลย..แบบนี้คุณก็มีผลไม้กินตลอดปีเลยน่ะสิแถมยังมีรายได้แบบเป็กอบเป็กำ คงรวยแย่เลย"
"ไม่ใช่แค่ผม..คนงานทุกคนก็มีสิทธิ์ซื้อกินในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดอยู่มากอีกด้วย ถามว่ารวยไหม?รวยนะ รวยมากด้วยสนใจมาช่วยผมใช้เงินไหมล่ะ"
"คุณนี่มันจริงๆเลยนะ..ชอบชวนออกทะเลอยู่เรื่อย ระวังเถอะ!ไปเผลอพูดกับคนที่เขาคิดจริงจังขึ้นมา คุณจะยุ่งเอา"
"ห่วงผมเหรอ..ดีใจจัง!แต่ถึงผมดูเหมือนคนพูดไปเรื่อยแต่จริงๆแล้วผมไม่เคยพูดกับใครแบบนี้เลยนะ..คุณเป็คนแรก"
"พะ..พูดอะไรของคุณเนี่ยคะ..ใครจะไปห่วงคุณกัน" ปากบ่นแต่แก้มก็อดร้อนวูบวาบไม่ได้
'ผู้ชายคนนี้หยอดเก่งชะมัด'
'ดีนะ..ที่เขาไม่ได้ชอบผู้ชายเหมือนไอ้นาย!ไม่งั้นคงได้หวั่นไหวกันบ้าง'
"แน่ใจเหรอ.."
"ห่ะ!" ภพสะดุ้งใกับคำถามของคนตรงหน้าระ..รู้ได้ไงวะ?!
"หึหึ..ผมถามว่าแน่ใจเหรอที่บอกว่า..ไม่ได้ห่วงผม คุณใอะไร?หรือคุณมีอะไรในใจมากกว่านั้น.."
ภพเลิ่กลั่กกับคำพูดของอีกฝ่าย
"ผม..จะกลับแล้ว ร้อน!"
"อื้มม..เพราะร้อนสินะ แก้มกับหูคุณถึงได้แดงแบบนั้นT_T.."
ตึก! ตึก! ตึก!
จะ..พบเตโชหรือเตโชภพ..?!
>ยังไม่ได้แก้คำผิด