ชายชรารู้สึกเครียดเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากชายชุดดำ รวมถึงประสบการณ์ที่เขาได้เผชิญกับเจียงหยุนมากับตัวเอง เขาอดคิดไม่ได้ว่าเจียงหยุนต้องการที่จะทำอะไรต่อไป
"อมตะแห่งสวรรค์ระดับสูงสุด ในวัยเพียง 20 ปี... แถมยังมีความเข้าใจและใช้เทคนิคที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน"
ชายชราพึมพำขณะครุ่นคิด "ว่าแต่... เขาจำเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตได้แล้วหรือยัง?"
ชายชุดดำคนหนึ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงเบา "เขาน่าจะจำได้แล้วขอรับ"
คำตอบนั้นทำให้ชายชรายิ่งวิตกขึ้น เขามองไปยังเหล่าชายชุดดำอย่างเงียบงัน ก่อนจะถอนหายใจและบ่นพึมพำ
"ปัญหานี้จะต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม หากไม่เช่นนั้น จากที่จะมีจักรพรรดิอมตะอีกหนึ่งคนในตระกูลเจียง มันอาจกลายเป็นว่าตระกูลเจียงจะได้ศัตรูที่เป็นจักรพรรดิอมตะที่แข็งแกร่งที่สุดแทน..."
ชายชุดดำทั้งหลายเงียบฟังด้วยความเคารพ ชายชรานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
"พวกเจ้าส่งคนไปติดต่อกับ เว่ยหนิงซะ และเรียกเจียงฮ่าว กลับมาโดยเร็ว นอกจากนี้ ให้ส่งคนไปตามบรรพบุรุษลำดับที่ 13 และบรรพบุรุษลำดับที่ 107 ด้วย เราต้องเตรียมการให้พร้อม"
"รับทราบขอรับ!" ชายชุดดำตอบรับพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะแยกย้ายไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทิ้งชายชราไว้กับความคิดที่หนักอึ้ง
เมื่อชายชราเหลือบมองไปทางหอคัมภีร์ เขารู้ว่าการตัดสินใจของเขาในเวลานี้อาจจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของตระกูลเจียงไปไม่ดีสุดที่สุดก็เลวร้ายที่สุด เขาจึงออกคำสั่งเสริมให้ชายชุดดำที่เหลืออยู่
"พวกเจ้าจงรออยู่ข้างนอก อย่าให้ใครเข้ามาใกล้หอคัมภีร์นี้ได้เด็ดขาดในช่วงเวลานี้"
"ขอรับท่านผู้อาวุโส" ชายชุดดำกล่าวพร้อมกัน ก่อนจะยืนเฝ้าหอคัมภีร์ด้วยความตั้งใจ
เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ชายชราก็หายตัวเข้าไปในรูปแบบที่เจียงหยุนสร้างขึ้นในหอคัมภีร์ทันที
ภายในหอคัมภีร์ เจียงหยุนกำลังยืนเงียบอยู่หน้าชั้นวางคัมภีร์โบราณ และรู้สึกถึงการปรากฏตัวของชายชรา เขาไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ ชายชรารู้สึกถึงความหนักอึ้งในอากาศที่แผ่ออกมาจากเด็กหนุ่มผู้นี้ และชายชราเดินผ่านรูปแบบเวลาที่เจียงหยุนสร้างขึ้น ขณะที่เขาก้าวเท้าเข้าไป เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจ
“เวลาที่ไหลผ่านไปถึงหนึ่งล้านเท่า... แต่กลับไม่กระทบต่ออายุขัยเลย..นี้มันรูปแบบบ้าอะไรกัน..”
ชายชราพูดในใจ “เฮ้อ..ข้าได้แต่ภาวนาขอให้เรื่องนี้จบลงด้วยดีด้วยเถอะ”
เขามองไปที่เจียงหยุนยืนอยู่ท่ามกลางกองคัมภีร์โบราณมากมาย เด็กหนุ่มผู้นั้นกำลังอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ ใบหน้าไร้ความกังวลใด ๆ ท่าทางเหมือนไม่ได้สนใจชายชราที่เพิ่งเข้ามาเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าคิดจะทำอะไรต่อไป?" ชายชราถามอย่างเยือกเย็น
เจียงหยุนยิ้มบาง ๆ และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าแค่เพียงอ่านหนังสือเท่านั้น"
บรรยากาศตึงเครียดราวกับพายุที่กำลังจะปะทุขึ้น
"เจ้าหนู เจ้ายังจำเรื่องในวัยเด็กได้หรือ?" ชายชราถามเสียงนิ่ง
เจียงหยุนหยุดมือและยิ้มเล็กน้อย "จำได้สิ... มันคงค้างอยู่ในใจข้ามาตลอด ความทรงจำเหล่านั้นที่ถูกปิดผนึกเอาไว้นะ มันถูกฟื้นคืนขึ้นมาแล้วละ ทุกการกระทำที่พวกเจ้าได้ทำกับข้าในตอนนั้น มันยังคงชัดเจนไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย"
ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ขณะนั้น ชายชรารู้ตัวแล้วว่าเหตุการณ์นี้จะไม่จบลงง่าย ๆ ตามที่เขาหวัง เขาเข้าใจความรู้สึกของเจียงหยุนดี เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"แล้วพวกเราสามารถชดเชยอะไรให้เจ้าได้บ้าง? หากจะมีสิ่งใดที่ทำให้เจ้าอภัยให้เราได้..."
เจียงหยุนไม่ได้ตอบในทันที เขาหยิบหนังสือเล่มถัดไปจากชั้นวางมาเปิดอ่านด้วยความตั้งใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ข้าไม่ขออะไรเลย นอกจากให้ข้าได้อ่านคัมภีร์ทั้งหมดนี้ให้จบ ท่านจะตกลงหรือไม่?"
ยังไม่ทันที่ชายชราจะตอบอะไร ชายชราอีกสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า พร้อมกับชายชุดดำอีกสองคนที่ตามติดตามมาด้วย หนึ่งในนั้นคุกเข่าลงและรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านบรรพบุรุษ ... เทพธิดาเว่ยหนิง บอกว่า นางไม่สนใจที่จะพบ และตอนนี้กำลังเดินทางไปที่งานวันเกิดของนายน้อยเจียงเฟิง ที่ทวีปอมตะสายลมขอรับ ส่วนท่านเจียงฮ่าว เองก็เช่นกันขอรับ"
ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากยืนฟังอย่างเงียบ ๆ อีกสองชายชราที่เข้ามาทีหลัง ต่างก็พึมพำขึ้นมาเบา ๆ เมื่อมองดูรูปแบบที่เจียงหยุนสร้างขึ้น "รูปแบบนี้... ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ข้าเชื่อว่าบรรพบุรุษลำดับที่ 5 หากได้เห็นคงจะสนใจเป็นอย่างมาก"
ในหอคัมภีร์ที่เงียบสงัด หลังจากชายชราได้ส่งชายชุดดำออกไป ตอนนี้เหลือเพียงเจียงหยุนและกึ่งจักรพรรดิอมตะสามองค์ บรรพบุรุษลำดับที่ 13 เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงท้าทาย "เจ้าหนู เจ้าจะไม่ทักทายพวกเราหน่อยหรือ?"
เจียงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย ราวกับคำพูดนั้นไม่มีน้ำหนักในใจเขาแม้แต่น้อย ก่อนจะตอบกลับไปอย่างเฉยเมย
"ยินดีที่ได้พบ แต่พวกเจ้าคือใครกัน หากไม่มีธุระอะไรสำคัญ ช่วยกรุณาออกไปจากที่นี่ด้วย"
ทันทีที่ได้ยิน คำพูดนั้นเหมือนจะเป็นการยั่วยุให้โกรธ บรรพบุรุษลำดับที่ 13 และลำดับที่ 107 ต่างปล่อยพลังออกมาด้วยความไม่พอใจ พลังกึ่งจักรพรรดิอมตะของพวกเขาท่วมท้นไปทั่วทั้งหอคัมภีร์ แต่ถึงแม้พลังนั้นจะกดดันได้ขนาดไหน เจียงหยุนก็ยังคงอ่านคัมภีร์ในมืออย่างไม่สะทกสะท้าน ใบหน้าไร้ความกังวลใด ๆ เหมือนกับว่าทุกอย่างรอบตัวไม่มีความสำคัญต่อเขาเลย
บรรพบุรุษลำดับที่ 107 ไม่อาจทนต่อความเย็นชานั้นได้อีก เขาก้าวเข้ามาใกล้เจียงหยุนอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งคว้าจับไปที่ไหล่ของเจียงหยุน พลางพูดด้วยน้ำเสียงกดดัน "เจ้าหนู ข้าสามารถฆ่าอมตะแห่งสวรรค์อย่างเจ้าได้อย่างง่ายดายและเจ้าต้องรู้เอาไว้ว่าอัจฉริยะที่ยังไม่โตอย่างเจ้าก็ไม่ต่างอะไรจากมดในสายตาของกึ่งจักรพรรดิอมตะเช่นข้าหรอก"
เจียงหยุนยังคงเงียบและไม่แม้แต่จะหันมามอง ตาของเขายังคงจับจ้องอยู่บนหน้าคัมภีร์ ไม่มีทีท่าว่าจะตอบโต้หรือยอมรับคำข่มขู่ บรรพบุรุษลำดับที่ 107 โกรธจัด พลังของเขาเริ่มสะสมขึ้นในร่างก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเตรียมโจมตีเจียงหยุน แต่ก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้น บรรพบุรุษลำดับที่ 13 ได้ก้าวเข้ามาห้ามไว้ทันเวลา
"ใจเย็นก่อน" บรรพบุรุษลำดับที่ 13 กล่าวพลางดันมือของเพื่อนเขาลง
"เจ้าหนู เจ้าสนใจที่จะเป็นบุตรพระเจ้าของตระกูลเจียงหรือไม่?"
เจียงหยุนที่กำลังอ่านคัมภีร์อย่างต่อเนื่อง หยุดชั่วครู่ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ข้าจะได้อะไรละ?"
บรรพบุรุษลำดับที่ 13 กำลังจะอ้าปากตอบ แต่เจียงหยุนก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน "การดูถูกจากพวกคนใช้หรือ? การถูกทุบตีทำร้ายร่างกายของข้า? หรือการดึงต้นกำเนิดร่างกายของข้าไปอีกละ?"
คำพูดนั้นทำให้ทั้งบรรพบุรุษลำดับที่ 13 และลำดับที่ 107 ต้องหยุดชะงัก พวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง ความเงียบปกคลุมชั่วครู่ ก่อนที่บรรพบุรุษผู้เฝ้าหอคัมภีร์จะเอ่ยขึ้น
“ข้าจะเล่าถึงอดีตของเจียงหยุนให้พวกท่านฟังเอง”
เจียงหยุนไม่สนใจพร้อมเดินขึ้นไปยังชั้นถัดไปทันทีและทิ้งคำพูดไว้ว่า
"ข้าไม่สนใจตำแหน่งบุตรพระเจ้าไร้สาระของพวกเจ้าหรอก"
"ข้าสนเพียงแค่สิ่งที่อยู่ในคัมภีร์นี้ หลังจากอ่านจบ ข้าจะจากไป และไม่ต้องการสิ่งใดจากพวกเจ้าอีกเลยและหากไม่มีใครมายั่วยุข้า ข้ากับตระกูลเจียงก็จะไม่เป็นศัตรูกันแต่อย่างใด"
บรรพบุรุษทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้ง ไม่มีคำตอบใดที่เหมาะสมจะให้กับเจียงหยุนได้ ที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเจียงหยุนมากนักเพราะพรสวรรค์ของเจียงหยุน มันทรงพลังมากและมีคุณค่าต่อตระกูลเจียงหากนำมาใช้งานได้ยุคนี้จะมีเพียงชื่อของตระกูลเจียงเท่านั้น