ผมลุกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลเต็มอยู่บนใบหน้า พร้อมกับเดินถือปืนจ้ำอ้าวไปที่ปะทะ
ทหารหมวดของเราส่วนมากล้อมวงกันเพื่อดูหน้าเชรยที่จับได้ เสียง ผู้คนเจี้ยวจ้าวฟังไม่ได้ศัพท์ บางคนก็ยุให้ฆ่าทิ้งซะ บางคนก็บอกให้ข่มขืนก่อนฆ่า บ้างก็บอกให้รุมโทรม ความมืดในจิตใจของมนุษย์มักจะผุดขึ้นมาในยามานี่หละครับ ด้วยความแค้นส่วนหนึ่งเลยทำให้ทหารเดนตายนั้นกลายเป็สัตว์ป่าโดยฉับพลัน
"พวกเราเป็คน!!ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน!!พวกเรามีอารยะธรรม!!!"
เสียงพูดอย่างหนักแน่นเสียงดังของผู้กองจอมทรหดคนนั้น ทำให้เสียงสาบแช่งด่าทอเงียบไปโดยฉับพลัน
ผู้กองมัดผู้หญิงทั้ง2คนใว้ที่ที่ต้นไม้ แล้วลงมือสอบถามจากปากเชรยคู่นั้น เสียงตอบโต้คุยกันเป็ภาษาพม่า ดังไแม่ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงโมง ผมในขณะนั้นนั้งห่างจากผู้กองเพียง10เมตรเท่านั้น มือไม้สั่นระริกด้วยความโกรธแค้นอย่างมาก ใจจริงอยากจะเดินไปยิงกระบานเชรยคนนั้นเป็อย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในหัวผมคิดถึงแต่พวกเพื่อนๆทุกคนรวมถึงแจ๊คที่จากไป "เห้อ~เพื่อนเอ๋ยไปดีเถอะหว่ะ ขอให้พระเ้านำพาด้วยิญญาของนักรบผู้กล้าคนนี้ไปสู่สรวง์ด้วยเถอะ อาเมน"" ผมเอ่ยออกมาด้วยความห่วงใย พร้อมกับทำมือแตะที่หัวกับอกวาดเป็รูกไม้กางเขน
ผ่านมาครึ่งชั่วโมงก็ได้ความว่าทหารของศตรู1คนตายด้วยะุปืนเจาะเข้าที่หัว ส่วนที่เหลือโดนสะเก็ดะเิของRPGและm79ตายกัน เชรยให้ปากคำว่า ทั้งสองหลบซ่อนตัวอยู่หลังหินใหญ่ที่เป็ที่กำบังได้ดี เลยทำให้ไม่าเ็
และแล้วความจริงก็ได้เปิดเผย เชรยหญิงทั้งสองคนไม่ใช่ทหารของกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่แต่อย่างใด แต่เป็หน่วยอาสาสมัครพลร่ม ของพม่า(gtl)ที่จัดตั้งขึ้นมาไม่นาน ความสามารถของหน่วยทหารอาสาสมัครนี้ การทำงานปฏิบัติการคืนการะโร่มมาในเขตหลังแนวข้าศึก ซุ่มโจมตีและก่อวินาศกรรม โดยทีมหนึ่งจะมี5-6คน
การปลอมตัวเป็ทหารไทใหญ่ในครั้งนี้ถือว่าเป็เื่แปลกใหม่ของเหล่าทหารกะเหรี่ยงมากแล้วเป็ข้อควรระวังในภายภาคหน้าต่อไป
ผมเดินดิ่งไปหาเชรยที่ถูกมัดไร้หนทางสู้ด้วยความโมโห เท้าขวาของผมฟาดไปที่ปากของเธอรองเท้าหนังจังเกิ้ลหน้ฝาเตะ เลาะฟันหน้าของเธอ2ซี่ปากชีกออกมา โลฮิตสีแดงทะลักของมาไม่หยุดแต่ผมยังไม่หยุดแค่นั้น ในขณะเท้าขวาของผมกำลังจะง้างออกไป ผัก!!! เสียงพานท้ายปืนm16ของผู้กองกระทุ้งกลางหลังผมอย่างรุนแรง ผมเซทะหลาไปสองสามก้าวทันใดที่ผมหันกลับมาพูดกองก็พูดใส่ผมด้วยความโมโห "ไอ่ลีฟาเราจะไม่ทำร้ายเชรยเด็ดขาด!โดยเฉพาะผู้หญิง!!" "ครับ!" ผมตอบกลับไปทันที ผมได้แต่เก็บความโกรธแค้นใว้ในใจที่เพื่อนผมต้องมาตายด้วยน้ำมือข้าศึกผู้หญิงอย่างนี้
ถ้าให้พูดถึงวุฒิภาวะของผมในตอนนี้ผมเสียใจที่ลงมือทำกับผู้หญิงคนนั้นอย่างโหดร้ายทารุ่นทั้งหมดที่ทำไปนั้นก็เพราะอารมณ์ชั่ววูบบวกกับวุฒิภาวะที่ในขณะนั้นอายุ13ปี ผมกล่าวขอโทษผู้กองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ผู้กองพยักหน้าเบาๆผมหันหลังสาวเท้าออกไปจากตรงนั้นทันที
ตีสองกว่าแล้ว ผมนั้งลงหลังพิงต้นไม้ด้วยความอิดโรยยวกกับไข้ที่ขึ้น ผมหลับตาลงทำใจให้สงบปล่อยตัวให้สบายก่อนจะหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ตึก!ตึก!ตึก!ตึก!ตึก!ตึก!!
ผมลืมตาตื่นด้วยความดังของเสียงใบพัด ฮิวอี้5ลำนั้น ทั้งหมดลงมาจอดขนศพแล้วก็ขนทหารกลับ ผมลุกขึ้นแล้วจับหมวกเดินไปที่ฮ. ทันที ผมมองไปที่ฮิวอี้ลำแรก แจ็คที่บัดนี้คลุมด้วยธงกะเหรี่ยงอย่างสมเกียติพร้อมกับมีทหารใส่ชุดอ่อนยศร้อยโทสองคนมารับศพ ผมทำความเคารพแจ๊คเป็ครั้งสุดท้ายวีรกรรมความกล้าหาญของเขาจะถูกจดจำใว้ในใจของผมไม่มีวันลืมเลือน ผมก้าวเท้าขึ้น ฮ. ลำที่4ที่มีทหารขึ้นไปรออยู่แล้ว3คน ทันใดที่ก้าวเท้าก็มีมือยืนมาตรงหน้าผม จ่อวีทหารกระเทยเอ่ยกับผมต่อว่า"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ต้องเดินต่อไปเพื่อน" ผมจับมือจ่อวีพร้อมกับดึงตัวเองพยุงขึ้นไปบนฮ. คนที่ผมคิดมาตลอดว่าเป็หญิงในร่างชายทำอะไรไม่เอาไหนบัดนี้ผมเห็นมุมของคนคนนั้นแมนขึ้นมาทันที ฮิวอี้ยินกลับด้วยความเร็วคงที่ผมถอนหายใจด้วยความโล้งอกที่ตัวเองยังไม่ตายผมหลับตาลงในหัวก็มีภาพหนึ่งผุดขึ้นมาโดยไม่รุ้ทีมาที่ไป จิว สาวไทใหญ่นั้นทำไมกันผมถึงคิดถึงเธอได้ขนาดนี้นี่ผมหลงรักเธอเข้าแล้วหรือผมตัดสินใจแล้วว่าถ้ากลับถึงกองพันผมจะไปหาฝ่ายธุรการเพื่อนถามหารายชื่อของเธอว่าอยู่สังกัดไหนให้ได้ วันหยุด15วันที่จะถึงนี้ขอให้ผมได้คุยกับเธอสักครั้งก็คงดีเป็ความสุขเล็กๆน้อยๆของทหารเด็กเดนตายอย่างผม.
จบแล้วนะครับกับเื่การปะทะที่เทือกเขาราซู เื่ราวชีวิตของลีฟายังไม่จบแค่นี้นะครับสำหรับตอนหน้าจะเป็การตามหารักของเด็กน้อย ต่อด้วยเื่ นรกเนิน400 ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านกันนะครับ❤️