เสียงคลื่นกระทบฝั่งและลมเย็นเยียบจากแม่น้ำเทมส์พัดวูบเข้าปะทะท่าเรือยามเย็นกลิ่นคาวปลาและไอเกลือเข้มข้นจนชวนให้แสบจมูก ทันใดนั้นกลางอากาศที่ว่างเปล่ากลับบิดเบี้ยวจนเกิดเป็ช่องว่างสีดำทมิฬขนาดพอดีตัวคน มีประตูมิติไร้ที่มาปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนสลัดร่างของผมให้ร่วงลงสู่พื้นโลก
ผมลอยละลิ่วลงมาตามแรงโน้มถ่วงแต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดทำให้ผมพลิกตัวลงััพื้นหินแข็งได้อย่างมั่นคงตามมาด้วยเสียงกระทบพื้นดัง กึก ของเศษเหล็กมีชีวิต
“ลงพื้นอย่างสง่างามสิบเต็มสิบครับนายท่าน!”
เกียร์อีกากลคู่ใจของผมส่งเสียงใสพุ่งออกมาหลังจากมันร่วงลงพื้นตามหลังผมมาติดๆมันขยับฟันเฟืองที่ปีกเล็กน้อยเพื่อสลัดฝุ่นออก
“ดีนะที่รอบนี้เตรียมตัวไว้ก่อน เลยไม่ต้องลงไปวัดพื้นให้เจ็บตัวเหมือนคราวก่อน”ผมพึมพำพลางปัดเศษผงตามเสื้อโค้ทสีดำยาวตรวจดูตามเนื้อตัวว่ามีส่วนไหนบุบสลายหรือไม่
เกียร์เมื่อตั้งหลักได้ก็เริ่มกระพือปีกบินวนรอบตัวผมดวงตาเฟืองของมันซูมเข้าซูมออกเพื่อสแกนหารอยแผล “ยืนยันผลการสำรวจ...ไม่พบอาการาเ็ทางกายภาพครับมีเพียงความหล่อที่ลดลงไปหนึ่งเปอร์เซ็นต์เพราะผมยุ่งนิดหน่อย”
ผมไม่สนใจมุกฝืดของมันแต่เลือกที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อยืนยันพิกัดปัจจุบัน รูปร่างของอาคารอิฐแดงที่ตั้งเรียงรายป้ายชื่อถนนที่เป็ภาษาอังกฤษโบราณ และบรรยากาศอึมครึมที่เป็เอกลักษณ์ทำให้ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ยังอยู่ที่ลอนดอนเหมือนเดิมสินะ...แค่ย้ายจากจุดหนึ่งมาอีกจุดหนึ่ง”
ผมหยิบสมุดพกเล่มหนาออกมาจากกระเป๋าเสื้อเปิดไปยังหน้าที่เต็มไปด้วยลายแทงซับซ้อนก่อนจะใช้ปากกาขีดฆ่าตำแหน่งพิกัดของประตูมิติที่เพิ่งส่งผมออกมาทิ้งอย่างไม่ใยดี
“ประตูนี้ก็ใช้ไม่ได้...ทางตันอีกแล้ว”
“เราจะทำยังไงกันดีครับนายท่าน?”เกียร์หยุดบินแล้วร่อนลงมาใช้ขาโลหะทั้งสองข้างเดินเตาะแตะเข้ามาหาผมท่าทางของมันดูหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด“เราติดอยู่ที่โลกนี้นับรวมได้หนึ่งเดือนเต็มแล้วนะครับ ประตูมิติที่ ‘หายใจได้’พวกนั้นดูเหมือนจะรังเกียจที่จะส่งเรากลับบ้านเหลือเกิน”
“ไม่รู้สิ...ในเมื่อประตูนี้ไม่ใช่ทางออก เราก็แค่ต้องเดินหาประตูถัดไป”
ผมหันไปบอกมันด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความมุ่งมั่นผมกำลังจะก้าวเดินออกจากลานกว้างท่าเรือเพื่อมุ่งหน้าไปยังย่านชุมชนทว่าจังหวะนั้นเอง...
“มีคนตาย!ช่วยด้วยค่ะ มีคนถูกฆ่าตายในนี้!”
เสียงนั้นดังมาจากอาคารอิฐเก่าที่ตั้งอยู่ถัดไปไม่ไกลบานประตูไม้หนาหนักของสิ่งที่ดูเหมือนห้องสมุดชุมชนถูกผลักกระแทกออกมาอย่างแรงจนกระดิ่งเหนือวงกบสั่นรัวไม่ยอมหยุดตำรวจสองนายกรูออกมาด้านนอกด้วยท่าทีตื่นตระหนก หนึ่งในนั้นหันมาเห็นผมยืนอยู่กลางท่าเรือพอดีเขาชะงักกึกไปชั่วขณะ
ชายผมดำขลับในชุดโค้ทสีเขม่าหมวกปีกกว้างที่เปียกละอองฝนจางๆ และบรรยากาศประหลาดที่แผ่ออกมา...มันคือภาพลักษณ์เดียวกับคำให้การของพยานที่พวกเขาเพิ่งได้รับมาเป๊ะ!
“หยุดอยู่ตรงนั้น!จับเขาไว้!” เ้าหน้าที่หนุ่มะโลั่นพร้อมชักปืนสั้นออกมา“พยานยืนยันว่าเห็นชายในชุดโค้ทดำลักษณะแบบนี้เดินสวนออกมาในจังหวะเดียวกับที่พบศพ!”
ผมถอนหายใจยาวพลางค่อยๆยกมือขึ้นช้าๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าฝ่ามือของผมว่างเปล่า ไร้อาวุธ “ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณเ้าหน้าที่ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหนีไปไหน...”
“ผมชื่อดัสก์บอร์น ครับ... ผมแค่ผ่านมาแถวนี้เท่านั้น”
เ้าเกียร์ขยับปีกโลหะเสียงดังแก๊ก ก่อนจะบินขึ้นมาเกาะที่ไหล่ของผม มันขยับคอที่เป็ฟันเฟืองอย่างมีมารยาท“ผ่านมา... จากอีกมิติหนึ่งน่ะครับรสชาติอากาศที่นี่ดูจะตึงเครียดเกินไปนิดนะครับว่าไหม?”
คำพูดของเ้านกเหล็กทำให้ตำรวจหนุ่มทำหน้าเหวอเหมือนเห็นผีหลอกกลางวันทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย นายตำรวจอีกคนที่ดูาุโกว่าก็เดินแทรกตัวออกมาแม้เขาจะดูหนุ่มแน่นแต่เครื่องหมายยศบอกชัดว่าเขาคือสารวัตรผู้คุมพื้นที่ใบหน้าของเขาคมเข้มทว่าแฝงความชั่งใจ
“ผมสารวัตรเฮย์ส...” เขาเอ่ยพลางจ้องเขม็งมาที่ผม“คุณมีธุระอะไรแถวนี้ในเวลาที่มีคดีอุกฉกรรจ์แบบนี้ คุณดัสก์บอร์น?”
“มาสำรวจเมืองเพื่อหาลู่ทางครับ”ผมตอบความจริงที่ผสมความนิ่งสงบลงไป “ผมเป็ ช่างซ่อมนาฬิกา...และบางเวลาก็รับงานเสริมเป็นักสืบด้วย ถ้าข้างในนั้นมีปัญหาที่แก้ไม่ตกผมอาจจะช่วยให้คุณได้คำตอบที่รวดเร็วขึ้นกว่าการมาเสียเวลายืนจับคนผิดตัวตรงนี้นะครับ”
ตำรวจหนุ่มแค่นหัวเราะอย่างหยามหยัน“ช่วยอย่างนั้นเหรอ? จะช่วยยังไงในเมื่อพยานเขาชี้ตัวคุณชัดเจนขนาดนี้!”
“ผมขอเวลาแค่สี่ชั่วโมงครับสารวัตร”ผมย้ำด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ถ้าภายในสี่ชั่วโมงผมไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้คุณจะใส่กุญแจมือพาผมไปขังลืมที่ไหนก็ได้ตามสะดวก แต่ตอนนี้...อนุญาตให้ผมและผู้ช่วยตัวจิ๋วนี่เข้าไปสำรวจห้องเกิดเหตุก่อนเถอะครับ”
สารวัตรเฮย์สนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งสายตาคมกริบของเขาไม่ได้จ้องเพียงแค่ใบหน้าของผมแต่เขากลับก้มลงมองต่ำไปที่รองเท้าบูตหนังที่ผมสวมอยู่
“รองเท้าสะอาดเกินไป...”เฮย์สพึมพำกับตัวเอง“ฆาตกรที่เพิ่งลงมือสังหารในห้องสมุดที่ชื้นแฉะและเต็มไปด้วยคราบหมึกพิมพ์แบบนั้นไม่มีทางที่ก้าวออกมาด้วยรองเท้าที่ไร้รอยเปื้อนดินโคลนแบบนี้ได้แน่”
เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมอีกครั้งแต่คราวนี้สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยที่มีต่อนกบนไหล่ของผม “แล้วนกตัวนี้ล่ะ?ทำไมมันถึงขยับและพูดจาโต้ตอบได้เหมือนมนุษย์แบบนี้?”
“นี่คือผู้ช่วยของผมครับสารวัตรผมเป็นักมายากลด้วยครับ” ผมรีบอธิบายเพื่อตัดประเด็นเื่เหนือธรรมชาติ“อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าผมเป็ช่างซ่อมนาฬิกา ผมสร้างมันขึ้นมาจากฟันเฟืองและกลไกความร้อนขนาดจิ๋วมันอาจจะดูประหลาดไปบ้าง แต่มันคือเครื่องมือวิเคราะห์ที่แม่นยำที่สุดที่ผมมี”
ผมเสริมความมั่นใจให้เขาอีกระดับ“เราจะทำงานอยู่ภายใต้สายตาของคุณตลอดเวลา นกของผมจะไม่แตะ ไม่เป่า และจะไม่ ‘ชิม’ของกลางชิ้นไหนในที่เกิดเหตุแน่นอน... หน้าที่ของมันมีเพียงอย่างเดียวคือการสังเกตการณ์ครับ”
สารวัตรเฮย์สพ่นลมหายใจออกมาเหมือนยอมจำนนต่อเหตุผลที่ฟังดูประหลาดที่สุดเท่าที่เคยเจอในชีวิตการทำงานเขาเก็บปืนสั้นเข้าซองก่อนจะเบี่ยงตัวเปิดทางให้
“สี่ชั่วโมง...เริ่มนับั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป” เขาขู่ด้วยเสียงเย็นะเื“ถ้าผมเห็นแม้แต่ปลายนิ้วของคุณหรือเฟืองตัวไหนของนกนั่นขยับไปในทางที่ไม่เข้าท่าล่ะก็คุณจะถูกใส่กุญแจมือทันที... เชิญ!”
ภายในห้องอ่านหนังสือขนาดเล็กของห้องสมุดเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเม็ดฝนพัดกระหน่ำใส่บานกระจกโต๊ะไม้สักสองตัวตั้งเรียงชิดติดหน้าต่างทว่าบนโต๊ะตัวหนึ่งกลับมีร่างของชายวัยกลางคนนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งเืสีแดงฉานซึมจากาแบริเวณซี่โครงแผ่ขยายวงกว้างลงบนแผ่นกระดาษจนกลายเป็คราบน้ำตาลคล้ำ
“เหยื่อคือภัณฑารักษ์ผู้ดูแลเอกสารของชุมชนท่าเรือ”เฮย์สอธิบายสั้นๆ ทว่าได้ใจความ “สาเหตุการตายชัดเจนว่าถูกแทงเข้าที่ซี่โครงผู้ตายมีความสำคัญมาก เพราะเขาเป็คนจัดเก็บเอกสารทั้งหมดของท่าเรือรวมถึงรายการสินค้าเข้า-ออกทุกชิ้น ผมสันนิษฐานว่าคนร้าย้าฆ่าปิดปากเพื่อปกปิดความลับบางอย่างในบัญชีเ่าั้”
สารวัตรหนุ่มชี้ไปที่ลูกบิดประตูไม้“เราพบกุญแจตกอยู่ด้านนอกห้องใกล้ๆ กับธรณีประตู และประตูถูกล็อกจากภายนอกมันไม่ใช่คดีห้องปิดตายที่ซับซ้อนอะไร คนร้ายแทงเขาแล้วล็อกประตูทิ้งไว้ เพื่อให้คนที่ผ่านมาเข้าใจว่าห้องยังถูกปิดอยู่และไม่สามารถเข้าได้ซึ่งนั่นเป็การดึงเวลาเพื่อให้ระบุเวลาตายได้ยากขึ้นมีคนมาพบศพเมื่อสักครู่นี้เองครับ แต่เรายังไม่รู้ว่าเขาตายมานานแค่ไหนแล้ว”
ผมพยักหน้าพลางย่อตัวลงให้ระดับสายตาอยู่ระนาบเดียวกับขอบโต๊ะ กลิ่นอายของเกลือทะเลยยังคงอวลอยู่ในมวลอากาศรอบศพผมสังเกตเห็นคราบขาวจางๆ ละเลงเป็เส้นอยู่ที่ขอบโต๊ะฝั่งทางเข้าจึงใช้ปลายนิ้วแตะััดู
“เกลือ...จริงๆ ด้วยสินะ” ผมพึมพำ
“ผมขอชิมด้วยนายท่าน!”เกียร์โผบินลงมาหาผมทันที ผมจึงยื่นปลายนิ้วที่เปื้อนคราบขาวนั้นให้มันลองัั
“รสชาติของเกลือช่างหวานล้ำอะไรแบบนี้!”เ้านกกลไกโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มร้อย
ผมหลุดขำออกมาเบาๆเกลือที่ไหนมันจะรสชาติหวานกันล่ะนั่นเฮย์สเดินเข้ามาใกล้พลางขมวดคิ้วมองเ้านกเหล็ก“ผมว่านกของคุณมีปัญหาเื่ประสาทััในการชิมนะ”
“เป็เื่ปกติครับสารวัตร”ผมตอบพลางลุกขึ้นยืน “เกียร์ถูกออกแบบมาเพื่อดักฟังเสียงและดมกลิ่นเป็หลักผมไม่ได้สร้างระบบรับรสชาติให้มันน่ะครับ”
“อย่างนั้นหรอกหรือ...”เฮย์สรับคำสั้นๆ แต่สายตาของเขายังคงจ้องมองเกียร์ไม่วางตาดูเหมือนเขายังคงทึ่งและสงสัยในใจว่ากลไกฟันเฟืองพวกนี้ขยับและโต้ตอบได้อย่างไรราวกับมีชีวิตจริงๆ
ผมหยิบเลนส์ขยายทรงทองเหลืองออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทก้มลงสำรวจพื้นผิวโต๊ะไม้สักอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนกระทั่งเลนส์นั้นโฟกัสไปที่กลุ่มเส้นใยเล็กๆ ที่ติดอยู่ตามเสี้ยนไม้
“เส้นใยพวกนี้มันคืออะไร?”เฮย์สโน้มตัวลงมาดูตาม สายตาของเขาจ้องไปที่เส้นใยจางๆที่ผมใช้คีมคีบขึ้นมา
“มันคือเส้นใยปอครับสารวัตร”ผมอธิบายพลางหมุนคีมเพื่อดูรายละเอียด “ที่นี่อยู่ติดกับท่าเรือและเชือกที่ใช้ผูกโยงเรือสินค้าส่วนใหญ่ก็ทำจากเส้นใยปอลักษณะนี้มันถูกทิ้งไว้ที่ขอบโต๊ะ ราวกับมีใครบางคนที่เพิ่งััเชือกเปียกๆมายืนอยู่ตรงนี้”
“แล้วมันจะเกี่ยวกับคดีนี้ไหม?”เฮย์สถามต่อด้วยความสงสัย
“ผมยังให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้แต่ประจักษ์พยานชิ้นเล็กๆ มักไม่เคยโกหกครับ”ผมตอบพลางเก็บตัวอย่างลงในขวดแก้วใบจิ๋ว “แล้วเื่อาวุธที่ใช้สังหารล่ะครับ?”
“นั่นแหละที่เป็ปัญหา...”เฮย์สถอนหายใจพลางยอมรับตามตรง “ผมและเ้าหน้าที่สำรวจจนทั่วห้องแล้วแต่กลับไม่พบมีดหรืออาวุธมีคมชิ้นไหนเลย”
“แสดงว่าคนร้ายนำอาวุธติดตัวไปด้วยหลังจากลงมือหรือไม่ก็ซ่อนมันไว้ในที่ที่คาดไม่ถึง...” ผมใช้ความคิดก่อนจะเริ่มเดินสำรวจไปที่ชั้นหนังสืออีกฝั่งของโต๊ะ
จังหวะนั้นเองกลิ่นบางอย่างลอยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นยูคาลิปตัสที่ใช้ไล่มอดและไม่ใช่กลิ่นสบู่ทำความสะอาดของห้องสมุด แต่มันคือกลิ่นฉุนเฉพาะตัวของน้ำมันสนผสมกับแอลกอฮอล์...กลิ่นที่เป็เอกลักษณ์ของโรงเวิร์กชอปหรือร้านซ่อมของเก่า
ผมดึงหนังสือปกหนังเล่มหนึ่งออกจากชั้นแสงแดดยามเย็นที่ส่องผ่านหน้าต่างสะท้อนให้เห็นรอยเงามันเป็แนวปื้นยาวบนหน้าปก
“มีคนมือเปื้อนน้ำมันสนมาหยิบจับหนังสือหลายเล่มแถวนี้ครับสารวัตร”ผมขยับจมูกพิสูจน์อีกครั้ง “กลิ่นยังสดใหม่มากหมายความว่าเขาเพิ่งััมันไม่นานก่อนที่เหตุฆาตกรรมจะเริ่มขึ้นหรือไม่ก็ก่อหลังเหตุ”
“น้ำมันสนอย่างนั้นหรือ?”เฮย์สขมวดคิ้วครุ่นคิดทันที “ร้านรับจำนำหรือร้านขายของเก่าแถวนี้ใช้กันเป็ปกติเลยล่ะพวกเขาใช้มันขัดเงาเฟอร์นิเจอร์ให้ดูใหม่ขึ้นเพื่อเพิ่มราคา”
“ผมก็คิดเช่นนั้นครับสารวัตร...ดูเหมือนเราจะเริ่มได้เค้าโครงของ ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ ในห้องนี้แล้วล่ะ”
“นายท่าน!ผมได้กลิ่นเืเข้มข้นมาจากตรงนี้ครับ!”เกียร์ส่งเสียงร้องกังวานพลางบินวนเป็วงกลมรอบตู้เก็บหนังสือเก่าคร่ำครึที่ตั้งอยู่มุมห้อง
ผมรีบก้าวตามไปดูทันทีสายตากวาดมองชั้นไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นกระดาษสาบ“กลิ่นเือยู่ตรงไหนกันแน่เกียร์? ฉันไม่เห็นอะไรผิดปกติเลย”
“ด้านในครับนายท่านลึกเข้าไปในเงามืดนั่น!” เ้านกเหล็กยืนยัน
ผมมุดตัวลงสำรวจชั้นล่างสุดของตู้ทันทีมือพยายามควานหาความผิดปกติแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า “แน่ใจนะเกียร์?ทำไมฉันถึงไม่เจออะไรเลยหรือว่าระบบรับกลิ่นของนายจะรวนเพราะละอองฝนข้างนอกนั่นเข้าให้แล้ว?”
“แน่ใจยิ่งกว่าแน่ครับนายท่าน!”เกียร์โต้กลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมขอเดิมพันด้วยน็อตสองตัวบนปีกซ้ายของผมเลยถ้าข้างหลังนั่นไม่มีเื ผมยอมให้นายท่านถอดมันออกไปทำเศษเหล็กได้เลย!”
เมื่อเห็นความมั่นใจระดับนั้นผมจึงตัดสินใจหยิบตะเกียงน้ำมันขึ้นมาส่องแสงไฟสีส้มสลัวเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของตู้แสงไฟที่ตกกระทบในมุมเฉียงทำให้ผมสังเกตเห็นบางอย่าง...สีของผนังไม้ด้านในสุดมีเฉดสีที่ไม่สม่ำเสมอ รอยต่อของเนื้อไม้ดูขัดตาซึ่งหากไม่มีแสงไฟส่องเน้นในตอนกลางคืนแบบนี้ก็คงไม่มีวันสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า
ผมใช้เลนส์ขยายไล่ไปตามเส้นเนื้อไม้ที่บิดเบี้ยวจนกระทั่งพบกับรูขนาดเล็กจิ๋วที่ซ่อนอยู่อย่างแเี ผมไม่รอช้าหยิบไขควงปลายเรียวที่พกติดตัวออกมา แล้วกดลงไปในรูนั้นเบาๆ
แก๊ก...
ทันใดนั้นแผ่นไม้ที่ดูเหมือนผนังตู้ธรรมดาก็ดีดตัวออกเผยให้เห็นช่องว่างลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายในและสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ในนั้นคือมีดพกขนาดเล็กใบมีดอาบชุ่มไปด้วยเืที่เริ่มแห้งกรังกลิ่นคาวเืคละคลุ้งออกมาจนสารวัตรเฮย์สที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับต้องผงะถอยหลัง
“มีดสังหาร...”ผมพึมพำออกมาพลางมองดูอาวุธที่ถูกซ่อนไว้ในกลไกที่แยบยล “คนร้ายไม่ใช่แค่ฆาตกรธรรมดาแต่มันรู้จักกลไกของห้องสมุดแห่งนี้ดีเกินไป”