เหนือที่ราบอันเวิ้งว้างร่างของจื่อหยางเซียนก็ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
ในยามนี้ พลังปราณิญญาของเขาอ่อนแออย่างยิ่ง ระดับขั้นก็ลดลงไปถึงสองขั้น หากสาหัสกว่านี้อีกนิดคงร่วงหล่นจากระดับตำหนักม่วงเป็แน่
อีกทั้งยังสูญเสียแก่นแท้ของพลังปราณิญญาไปจำนวนมากคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบปีกว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้
นี่คือผลข้างเคียงอย่างหนึ่งของวิชาหายตัวโดยใช้พลังโลหิต
"มู่เสินฉวน!"
"ข้าจะจดจำเ้าไว้!"
จื่อหยางเซียนคำรามราวกับปีศาจร้ายเสียงแหลมแสบแก้วหูจนผู้ได้ยินต้องสะพรึงกลัว
พูดจบเขาก็ลากร่างที่าเ็สาหัส มุ่งหน้ากลับไปยังถ้ำหลิงซู
ไม่นานนัก...
เสียงแหวกอากาศดังก้องอยู่เหนือที่ราบ
มู่เสินฉวนตามมาทันแล้ว
เขาปล่อยพลังจิตสำรวจไปรอบๆก่อนจะเพ่งมองไปยังทิศทางที่จื่อหยางเซียนมุ่งหน้าไป
ดวงตาของมู่เสินฉวนเป็ประกายวูบไหว
ในใจรู้ดีว่านั่นคือเส้นทางไปสู่ถ้ำหลิงซู
แม้ว่าอีกฝ่ายอาจจะมีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นปลายคุ้มกันอยู่แต่เขาก็ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
ด้วยกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลผสานกับพลังกายที่ผ่านการหลอมจากเคล็ดวิชาอื่นๆ
เพียงพอแล้วที่จะกวาดล้างศัตรูทุกคน
เว้นแต่จะเป็ผู้ฝึกตนระดับถ้ำ์ขึ้นไปแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเขาได้
...
ภาพูเาและผืนแผ่นดินเบื้องล่างตัดสลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว
จื่อหยางเซียนเร่งพลังปราณิญญาออกตัววิ่งสุดกำลัง
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็กระตุก พลังจิตที่แผ่ไปด้านหลังััได้ถึงพลังปราณิญญาที่คุ้นเคย
มู่เสินฉวนตามมาแล้ว!
จื่อหยางเซียนรู้สึกหนาวเยือกไปทั่วร่างเงาแห่งความตายเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุม
ด้วยความหวาดกลัวเขาจึงรีบควานหยิบยาเม็ดจำนวนมากออกมาจากแหวนมิติ แล้วยัดเข้าปากโดยไม่ลังเล ทำให้พลังที่ลดลงไปฟื้นคืนกลับมาได้บ้าง
เขารู้ว่าถ้ำหลิงซูอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือเท่านั้นแค่อดทนอีกเพียงนิดก็จะถึงแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้นหากเ้าสำนักปรากฏตัว มู่เสินฉวนจะต้องตายอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น จื่อหยางเซียนก็กัดฟันแน่น เร่งความเร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ในขณะเดียวกันมู่เสินฉวนก็มองเห็นร่างของอีกคนแล้วเช่นกัน
พริบตาถัดมาลำแสงสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา พุ่งตรงไปยังเทือกเขาเบื้องหน้าหลายครั้ง
ฉึก!
ฉึก!
ลำแสงสีทองพุ่งทะลุผ่านเทือกเขาพร้อมเสียงแหลมบาดแก้วหู
โครม!
โครม!
ูเาั์หลายลูกพังทลายลงมาก้อนหินขนาดใหญ่กระจายไปทุกทิศทาง ราวกับดอกไม้ที่ถูกโปรยลงมาจากฟากฟ้า
โครม!
จื่อหยางเซียนพลาดท่าถูกก้อนหินขนาดใหญ่กระแทกเข้าใส่ร่างอย่างจังจนกระอักเืออกมา ส่งผลให้พลังปราณิญญาอ่อนแรงลงอีกครั้ง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้หยุด แรงปรารถนาที่้ามีชีวิตรอดผลักดันให้เขาวิ่งต่อไป
เพราะเขารู้ดีว่าหากหยุดวิ่งก็เท่ากับตาย
ด้วยเหตุนี้การไล่ล่าอันน่าตื่นเต้นจึงยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายอึดใจ
ทันใดนั้นดวงตาของจื่อหยางเซียนก็เป็ประกาย เขาเห็นประตูทางเข้าถ้ำหลิงซูแล้ว
"ท่านจ้าวถ้ำ!"
"ช่วยข้าด้วย!"
เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วหุบเขาฝูงนกแตกรังบินหนีกระจัดกระจาย
"หืม?"
"นั่นเสียงของจื่อหยางเซียน!"
ชายชราผมขาวลุกพรวดขึ้นมาหันขวับมองออกไปนอกประตูทางขึ้นเขา
ชายชราผู้นี้คือ ฉางชิวเต้า จ้าวถ้ำหลิงซู
ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นที่เก้าเป็บุคคลสำคัญผู้มีชื่อเสียงในราชวงศ์ต้าเยี่ยน
ฉางชิวเต้าส่งกระแสจิตไปยังยอดเขาหลายแห่งจากนั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูทางขึ้นเขาภายในเวลาเพียงแค่พริบตาเดียว
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
ชายหนุ่มในชุดสีเขียวกำลังบีบคอของจื่อหยางเซียนด้วยท่าทางเ็าไอสังหารแผ่กระจาย ราวกับว่าสิ่งที่จะบดขยี้ต่อหลังจากนั้นคือตำหนักิญญาของคนที่อยู่ในกำมือ
่เวลาเดียวกันนี้เสียงแหวกอากาศอีกสองเสียงก็ดังขึ้นตามมา
ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงอีกสองคนของถ้ำหลิงซูได้รับกระแสจิตจากจ้าวถ้ำ จึงรีบรุดมาถึง
เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
"เ้าวิ่งเก่งนี่" มู่เสินฉวนพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย มองลงไปยังจื่อหยางเซียนที่อยู่เบื้องหน้า ทำเหมือนไม่สนใจคนอื่นๆ อีกสามคนที่ยืนมองอยู่
"ท่านจ้าวถ้ำ ช่วยข้าด้วย!"
"เขาฆ่าหลิวหยุนกับหลี่หั่วแล้ว!"
จื่อหยางเซียนเห็นฉางชิวเต้าและคนอื่นๆปรากฏตัว ดวงตาของเขาก็ฉายแววแห่งความหวังออกมา ปากร้องะโด้วยความดีใจ
"สหาย"
"คนของสำนักข้าไปล่วงเกินท่านตรงไหนหรือ?"
"พวกเราพอจะเจรจากันได้หรือไม่?"
ฉางชิวเต้าได้ยินข่าวการตายของผู้ฝึกตนอีกสองคนก็ได้พยายามระงับความโกรธไว้ เลือกพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
มู่เสินฉวนเหลือบมองคนทั้งสามแค่นยิ้มแล้วจึงตอบกลับ "เ้าคือเ้าสำนักถ้ำหลิงซูสินะ?"
"หากมีคนบุกมาทำลายสำนักของเ้า เ้าจะเจรจาด้วยหรือไม่?"
เมื่อได้ยินดังนั้น
คนทั้งสามก็ใ
พวกเขารู้ได้ทันทีว่ามู่เสินฉวนอยู่ในสถานะใด
แต่ตามที่จื่อหยางเซียนเล่ามาผู้นำตระกูลเล็กๆ นั่น เพิ่งจะทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงได้เมื่อเดือนที่แล้วเองไม่ใช่หรือ?
ทำไมถึงเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นที่เจ็ดได้
ยิ่งไปกว่านั้นท่าทางที่เต็มไปด้วยไอพลังสังหารรุนแรงเช่นนี้ คงยากที่จะเจรจาด้วยได้
ในชั่วพริบตา
พลังปราณิญญาของผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นสูงสุดก็ปะทุออกมาจากร่างของฉางชิวเต้า
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมู่เสินฉวนก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"สหาย ท่านก็มีครอบครัวและลูกหลาน"
"คิดให้ดีก่อนจะทำอะไรลงไป"
"หากท่านปล่อยจื่อหยางเซียน ข้าฉางชิวเต้าจะยกโทษให้สำหรับเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น"
"โอ้?"
"ขู่ข้าหรือ?"
"น่าเสียดาย สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือคำข่มขู่"
มู่เสินฉวนพูดด้วยน้ำเสียงเ็าออกแรงบีบที่มือเพียงแ่เบา แต่เพียงเท่านั้น ศีรษะของจื่อหยางเซียนก็ะเิตูมออกเหมือนแตงโมเืและมันสมองกระจายไปทั่วบริเวณ กลายเป็ภาพอันน่าสยดสยอง