.............กรี๊ดดดด.............
เสียงของหญิงสาวกรีดร้องดังสนั่น
เธอยืนอยู่บนบันไดพลางมองลงมาด้วยความใก่อนที่จะเปลี่ยนมาจ้องมองด้วยแววตาอำมหิตแทนในเวลาไม่นานนัก
“เฮอะ!! ตายยากจริง ๆ”
เธอพึมพำพลางเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างหงุดหงิด
“คุณทำอะไรเนี่ย!!”
ชายหนุ่มตะหวาดพลางวิ่งไปหาหญิงสาวด้วยความร้อนใจ
“เข้าไปพักในห้องก่อนนะเดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง”
เขาพูดพลางพาหญิงสาวที่กำลังหงุดหงิดเขาไปในห้อง
“...................”
ฉันได้แต่มองภาพของเขาและเธอเดินเข้าไปในห้องนอนของฉันด้วยร่างกายที่เ็ปรวดร้าวอย่างแสนสาหัสและภาพตรงหน้าก็ค่อย ๆ เลือนรางลงเรื่อย ๆ พร้อมกับสติที่เลือนรางและความคิดที่ขาวโพลน
………………………………………………………………………………
..........ติ๊ด......... ..........ติ๊ด......... ..........ติ๊ด.........
เสียงที่ดังเป็จังหวะและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือกลิ่นแอมโมเนียที่ฉุนจนแสบจมูกจนทำให้ฉันรู้สึกตัวแต่ฉันไม่สามารถลืมตาตื่นขึ้นมาได้ แม้ว่าจะรับรู้ถึงสิ่งรอบตัวได้อย่างชัดเจนก็ตามเพราะหนังตาและร่างกายมันหนักไปหมด
ฉันอยู่ที่ไหน? โรงพยาบาลงั้นเหรอ?
ยังไม่ตายสินะ!!
“คุณหมอครับ!! ทำไมภรรยาของผมถึงยังไม่ฟื้นขึ้นมาสักทีล่ะครับ”
เสียงชายหนุ่มที่คุ้นหูถามขึ้น
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือใครคนที่เรียกฉันว่าภรรยาก็มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น
“อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ครับว่าอาการของเธอหนักมากและเธอก็มาโรงยาบาลช้าไปมากด้วย”
เสียงที่ไม่คุ้นหูอธิบาย
“นี่ถือว่าเป็เคสที่โชคดีมากแล้วนะครับที่เธอยังรอดมาได้ทั้งที่มาในสภานั้น”
เสียงที่ไม่คุ้นหูนั้นยังคงพูดต่อ
“แล้วเธอมีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นมาบ้างไหมครับ”
เสียงของชายหนุ่มที่คุ้นหูถามอีกครั้ง
“ถึงแม้ว่าเธอจะรอดมาได้แต่ก็อย่าหวังอะไรไปมากกว่านี้อีกเลยครับ”
เขาตอบก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าไกลออกไป
“เฮอะ!!ไม่มีอะไรได้ดังใจสักอย่าง”
เสียงของชายหนุ่มที่คุ้นหูสบทออกมา
กริ๊งงง!!
“ที่รักทางนั้นเป็ยังไงบ้าง?”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นและเสียงในสายก็เล็ดลอดออกมาเล็กน้อย
แต่ไม่รู้ว่าเป็เพราะในห้องมันเงียบหรือเป็เพราะประสาััของฉันมันดีอยู่แล้วและประสาััส่วนใหญ่ของฉันก็ถูกปิดกั้นจึงทำให้หูฉันได้ยินอะไร ๆ ชัดขึ้น
“หมอบอกว่าไม่มีหวัง”
เสียงชายหนุ่มตอบ
“สุดท้ายก็ไม่ตายสินะไอ้เ้าหมอนั่น!! มันจะมาตอนนั้นทำไมก็ไม่รู้ เสียเื่หมด”
เสียงหญิงสาวบ่น
พวกเขาคงคิดว่าไม่มีใครได้ยินสินะว่าแต่...... หมอนั่นที่เธอพูดถึงคือใครกัน? เขาต้องเป็คนที่ช่วยฉันไว้แน่ไม่งั้นฉันคงจะตายไปแล้ว
“ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
“จะไม่ให้ห่วงได้ไงคราวก่อนก็เกือบจะไม่สำเร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?
คราวก่อน?พวกเขากำลังพูดถึงเื่อะไรกัน