บทที่ 4 สามสิบตำลึง เสี่ยวไท่ผิงตัดขาดทางโลก
"ทำผิดอันใด?"
เด็กสาวในชุดคลุมสีชาดได้ยินดังนั้นพลันอดกลั้นเสียงหัวเราะไม่อยู่ ก่อนจะโบกมือปัดปฏิเสธว่า
"พวกข้ามิได้ลงจากเขาในครั้งนี้เพื่อปราบปีศาจร้าย หากแต่มารับเด็กหนุ่มสวี่ไท่ผิงขึ้นเขา"
"ขึ้นเขา?"
เหล่าผู้คนรวมถึงสวี่เอ้อร์หนิวล้วนมีสีหน้ามึนงง
"สวี่ไท่ผิงเกิดมาพร้อมกระดูกปราณ ชื่อปรากฏในทะเบียนเซียน วันนี้พวกข้าพาเขาขึ้นเขาเพื่อเข้าเป็ศิษย์ของสำนักชิงเสวียน"
หนุ่มน้อยอธิบายให้ฟังด้วยสีหน้าสงบนิ่งดุจบ่อน้ำไร้คลื่น
"เข้าเป็ศิษย์… สำนักชิงเสวียน ต่อไปนี้มิใช่ว่า… มิใช่ว่าจะได้เป็เซียนหรือ? ตระกูลสวี่ของข้า… ตระกูลสวี่ของข้าจะมีเซียนสักคน?"
สวี่เอ้อร์หนิวได้ฟังดังนั้นก็ราวกับโดนฟ้าผ่า ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ พึมพำกับตนเองไม่หยุด
ศิษย์ชายหญิงจากสำนักชิงเสวียนมิได้สนใจปวงชนอีก แต่กลับยื่นมือมาหาสวี่ไท่ผิงพร้อมกัน
"เสี่ยวไท่ผิง ไปกับพวกข้าเถิด ต่อจากนี้เ้าก็คือศิษย์น้องแห่งยอดเขาที่เจ็ดของพวกเราแล้ว"
ศิษย์หญิงในชุดสีชาดเอ่ยกับสวี่ไท่ผิงด้วยรอยยิ้มหวานละไมพร้อมน้ำเสียงที่อ่อนโยน
ยามได้ยินเสียงนี้ สวี่ไท่ผิงรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด ราวกับว่าตนได้ครอบครัวกลับคืนมาอีกครั้ง
"ประเดี๋ยวก่อน!"
สวี่ไท่ผิงกำลังจะยื่นมือจับศิษย์หญิงผู้นั้น ทว่าอาสะใภ้รองกลับคว้าแขนเขาไว้ แล้วดึงตัวเขากลับมา
"ท่าน… ท่านเซียนทั้งสอง พวกท่าน… พวกท่านมิอาจพาไท่ผิงของเราไปได้เช่นนี้ เขาคือเสาหลักของตระกูลสวี่ วันหน้าต้องได้สอบจอหงวน*[1] นำชื่อเสียงเกียรติยศมาสู่ตระกูลสวี่ของเรา"
อาสะใภ้รองร่างท้วมแย้มยิ้มแป้น มองไปยังศิษย์จากสำนักชิงเสวียนทั้งสอง สายตาเปี่ยมด้วยความ ‘ห่วงหา’
ได้ยินดังนั้น ความเ็าในใจสวี่ไท่ผิงยิ่งทวีคูณ
ั้แ่เล็กจนโต อาสะใภ้รองมักมองเขาเป็เพียงตัวขัดขวางโชคลาภ เป็กาลกิณี เหตุใดจึงคาดหวังให้เขาสร้างเกียรติยศให้แก่ตระกูล?
ศิษย์ทั้งสองจากสำนักชิงเสวียนมิทราบเบื้องลึก ยังคิดว่าอาสะใภ้ผู้นี้ไม่อยากให้สวี่ไท่ผิงจากไปจริง ๆ จึงกล่าวว่า
"จอหงวนทางโลกีย์ จะเอามาเทียบกับศิษย์สำนักชิงเสวียนได้อย่างไร? แต่ในเมื่อพวกท่านเป็อาของไท่ผิง ชามทองคำใบนี้ก็ถือเป็ของขวัญแรกพบในครั้งนี้ก็แล้วกัน"
ศิษย์ชายจากสำนักชิงเสวียนหยิบชามทองคำใบหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนยื่นไปให้อาสะใภ้รองของสวี่ไท่ผิง
"ไม่..."
"ท่านเซียน!"
สวี่ไท่ผิงกำลังจะอธิบายความจริงให้ศิษย์สำนักชิงเสวียนฟัง ทว่าพ่อบ้านตระกูลไป๋ก็ะโลงจากรถม้า คว้าแขนเขาไว้ข้างหนึ่ง อีกมือถือสัญญาขายตัวชูขึ้น พลางะโ "สวี่ไท่ผิงผู้นี้ถูกอาของเขาขายให้ตระกูลไป๋แล้ว เขียนไว้ชัดเจนบนกระดาษ เขาเป็คนของตระกูลไป๋แล้ว ชามทองคำใบนี้ควรเป็ของตระกูลไป๋ต่างหาก!"
ของกำนัลจากเซียน ผู้ใดกันที่ไม่อยากได้?
ศิษย์ชายหญิงสำนักชิงเสวียนได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วพร้อมกัน
"ท่านเซียนทั้งสอง เขากล่าวเท็จ ข้าเพียงแค่ส่งไท่ผิงไปทำงานที่ตระกูลไป๋ มิได้ให้เขาขายตัวเป็ทาส!"
อาสะใภ้รองร่างท้วมโกรธจัด รีบแก้ต่างพลางพุ่งตัวเข้าไปแย่งสัญญาในมือพ่อบ้านตระกูลไป๋
"ไม่ผิดหรอก หลานชายของข้าได้เป็ศิษย์สำนักเซียนแล้ว สัญญาฉบับนี้ของจวนตระกูลไป๋ต้องเป็โมฆะ!"
ระหว่างที่กล่าว อารองตระกูลสวี่ก็เข้าร่วมตะลุมบอนด้วย
"ทุกคนหยุด!"
ยามเห็นว่าสถานการณ์วุ่นวาย ศิษย์ชายของสำนักชิงเสวียนทนไม่ไหวจึงะโออกมา
ทันทีที่เขาเอ่ยจบ แรงกดดันอันไร้รูปร่างพลันแผ่ซ่านออกมาจากกายเขา ราวกับเสือโคร่งที่กำลังเดือดดาล จนทำให้อาสะใภ้รองและพ่อบ้านตระกูลไป๋ต่างพากันหวาดกลัวจนตัวสั่น
"ไท่ผิง เื่ที่เ้าถูกขายให้เป็ทาสของตระกูลไป๋เป็ความจริงหรือ?"
หลังจากที่ทุกคนสงบลง ศิษย์หญิงชุดสีชาดก็ก้าวเข้ามาหาสวี่ไท่ผิง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความเป็ห่วง
สวี่ไท่ผิงเหลือบมองศิษย์หญิงชั่วครู่ แล้วพยักหน้า
"ขอรับ"
ยามที่เอ่ยออกมา เขารู้สึกโล่งอกเหมือนกับโซ่ตรวนที่พันธนาการตัวเขาไว้ถูกปลดออก
หลังจากได้รับคำตอบจากสวี่ไท่ผิง สายตาของศิษย์หญิงชุดสีชาดที่มองเขามีความสงสารเวทนามากขึ้นอีกหลายส่วน
"เ้าเด็กเนรคุณ กล้าพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ได้อย่างไร? ตลอดหลายปีนี้..."
"ปล่อยมือ"
อาสะใภ้รองร่างท้วมกำลังจะเข้ากระชากสวี่ไท่ผิง ทว่าสาวน้อยชุดสีชาดข้าง ๆ กลับสะบัดแขนเสื้อ ส่งลมแรงระลอกหนึ่งจากแขนเสื้อ ผลักร่างท้วมของหญิงผู้นั้นกระเด็นออกไป
"พวกท่าน… พวกท่านแม้จะเป็เซียน แต่ก็ต้องมีเหตุผลมิใช่หรือ? ข้า… ข้า..."
หญิงผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าหวาดกลัวอิทธิฤทธิ์ของเด็กสาวชุดสีชาด แม้ปากจะยังโต้แย้งอยู่ แต่เท้ากลับร่นถอยออกไปเรื่อย ๆ
"ท่านเซียน ท่านเซียนทั้งสอง ข้าน้อยมีสัญญาซื้อขายตัวที่ลงนามโดยสวี่เอ้อร์หนิวเป็หลักฐานชัดเจน กระดาษขาวหมึกดำประทับลายนิ้วมือสีแดง สวี่ไท่ผิงผู้นี้กลายเป็คนของตระกูลไป๋แล้ว เขาและภรรยามิอาจปฏิเสธได้!"
พ่อบ้านตระกูลไป๋ที่เห็นแก่เงินรีบยื่นสัญญาขายตัวในมือให้
หนุ่มน้อยสำนักชิงเสวียนยื่นมือรับสัญญามากวาดตาอ่าน แล้วยกมุมปากขึ้น หัวเราะชืดชาพลางหันมองอาของสวี่ไท่ผิง
"ศิษย์สำนักชิงเสวียนเช่นข้า มีค่าเพียงสามสิบตำลึงเท่านั้นหรือ?"
ยามได้ยินหนุ่มน้อยเอ่ยว่า สามีภรรยาคู่นี้ขายสวี่ไท่ผิงในราคาเพียงสามสิบตำลึง สาวน้อยชุดสีชาดพลันโกรธจนหน้าเบี้ยว
"พวกเ้าสามีภรรยา ขายหลานชายแท้ ๆ เพียงสามสิบตำลึง ยามนี้ยังกล้ามาเรียกร้องผลประโยชน์จากพวกข้าอีกหรือ? ข้าว่าพวกเ้าอยากโดนดีสินะ!"
ศิษย์หญิงชุดสีชาดเปรียบเสมือนเปลวไฟ รักความยุติธรรมเป็ที่สุด กล่าวจบก็เตรียมจะโบกแขนเสื้ออีกครั้ง
"ขอท่านเซียนไว้ชีวิตด้วย ขอท่านเซียนไว้ชีวิตด้วย!"
สวี่เอ้อร์หนิวและภรรยารีบขอความเมตตา
"ศิษย์น้อง อย่าลืมคำสั่งของอาจารย์"
หนุ่มน้อยในชุดน้ำเงินตบไหล่เด็กสาว จ้องตานางอย่างลึกซึ้ง
แม้สาวน้อยจะยังมีสีหน้าโกรธเคือง แต่ก็เก็บมือกลับยามได้ยินวาทะนี้
"ในเมื่อสัญญาขายตัวนี้มิใช่ของปลอม หากสำนักชิงเสวียนของข้า้าไถ่ตัวคน ในความคิดของเ้า ควรใช้เงินเท่าใดจึงเหมาะสม?"
เด็กหนุ่มชุดน้ำเงินถือสัญญาการขายตัวเดินไปหาพ่อบ้านตระกูลไป๋
"เอ่อ… เอ่อ..."
พ่อบ้านตระกูลไป๋พูดติดขัดลังเลอยู่นาน กัดฟันชูนิ้วสามนิ้วขึ้นมาว่า "สาม… สามร้อยตำลึง!"
"ศิษย์สำนักชิงเสวียนมีค่าเพียงสามร้อยตำลึงหรือ?"
เด็กหนุ่มได้ยินพลันหัวเราะเยาะอีกครา
พลางหยิบถุงผ้าที่โป่งพองออกมาจากแขนเสื้อ โยนไปให้พ่อบ้านตระกูลไป๋
"นี่!..."
ยามพ่อบ้านตระกูลไป๋เปิดถุงดู พบว่าภายในเต็มไปด้วยแท่งทองคำเนื้อดี จึงเบิกตากว้าง
ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ รวมถึงอารองและอาสะใภ้ของสวี่ไท่ผิง ยามเห็นแท่งทองคำถุงนี้ ก็ส่งเสียงร้องด้วยความตกตะลึงพร้อมเพรียงกัน
"เพียงพอหรือไม่?"
เด็กหนุ่มถามพร้อมรอยยิ้ม
"พอ… เพียงพอแล้ว ทองคำเหล่านี้ แลกเป็เงินมากกว่าสามพันตำลึง!"
พ่อบ้านตระกูลไป๋กอดถุงทองคำนั้นอย่างตื่นเต้น พลางพยักหน้ารัว ๆ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สวี่เอ้อร์หนิวและภรรยาต่างหน้าซีดลง
พวกเขามิได้ศึกษาตำรามากนัก แต่ก็รู้ความแตกต่างระหว่างสามพันตำลึงกับสามสิบตำลึง
"ท่านเซียนทั้งสอง ท่านไม่ควรให้เงินเหล่านี้แก่ตระกูลไป๋ พวกเรา… เราได้รับเงินเพียงสามสิบตำลึงจากพวกเขา!"
อาสะใภ้ร่างท้วมพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่ม ทว่าอีกฝ่ายขยับร่างราวกับเคลื่อนย้ายในพริบตา ทำให้นางพุ่งตัวเข้าใส่ความว่างเปล่า แล้วล้มหัวทิ่มลงกับพื้น
"ไท่ผิง รีบไปคุยกับท่านเซียนทั้งสองเดี๋ยวนี้เลย แล้วบอกว่าสามพันตำลึงควรเป็ของอารอง!"
ยามเห็นอาสะใภ้ร่างท้วมพุ่งเข้าใส่อากาศ สวี่เอ้อร์หนิวจึงตรงเข้าไปหาสวี่ไท่ผิง
ฟึ่บ!
แต่ไม่คาดคิดว่ายามเด็กสาวชุดสีชาดจูงมือสวี่ไท่ผิง ร่างของเขาก็พลันถอยหลังไปสี่ถึงห้าฉื่อ
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถลงมือจากทางนี้ได้ สวี่เอ้อร์หนิวและภรรยาผู้เห็นแก่เงินจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปหาพ่อบ้านตระกูลไป๋ พลางร้องะโ "เงินเป็ของพวกเรา" แล้วเข้าไปยื้อแย่งกับพ่อบ้านตระกูลไป๋และคนรับใช้อีกสองคน
"ไท่ผิง บ่วงกรรมทางโลกของเ้าได้ขาดสะบั้นลงแล้ว เ้าปรารถนาจะติดตามพวกเราไปยังูเาอวิ๋นหลู เพื่อร่วมแสวงหาวิถีเซียนหรือไม่?"
ศิษย์ชายสำนักชิงเสวียนฉีกสัญญาการขายตัวในมือทิ้ง แล้วยื่นมือมาหาเขา
[1] สอบจอหงวน คือ การสอบคัดเลือกข้าราชการระดับสูงในสมัยโบราณของจีน