“คุณอันธกานต์!” ตะวันวาดเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
นี่อาจจะเป็นตัวตนของเขา.. ตัวตนที่แท้จริงของเขา.. ตะวันวาดคิด.. เริ่มเข้าใจความรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่ตัวเองมีมาระยะหนึ่งตั้งแต่ได้กลับมาพบอันธกานต์อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เขาดีกับเธอเกินไป.. ดีเกินความเป็นจริง.. เขาทำดีกับเธอในขณะที่กำลังทำร้ายบุหลันรังสรรค์และภูธเรศ
ตะวันวาดเชิดหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย
“นี่มันไม่มีเหตุผลเลย.. คุณต้องการอะไรกันแน่”
อันธกานต์นิ่งไปนิดหนึ่ง เขาจ้องตอบเธอ ก่อนจะขยับเดินเข้าประชิดตัวตะวันวาดมากขึ้น.. เขาเข้ามาใกล้เสียจนเธอต้องขยับถอยห่าง.. ทว่าเพียงแค่ครึ่งก้าวตะวันวาดก็พบว่าตัวเองปะทะเข้ากับโซฟา ร่างบางหยุดกึก.. อันธกานต์ห่างจากเธอเพียงหนึ่งกำปั้น
“สิ่งที่ฉันต้องการ.. เธอจะให้ได้มั้ยล่ะ” น้ำเสียงนั้นตั้งใจเยาะเย้ย
ตะวันวาดขมวดคิ้วแน่น
“คุณต้องการอะไรคะ”
“เธอ” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มวาววับราวกับจิ้งจอกที่กำลังออกล่า แม้ว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นจะนิ่งเรียบไร้ความรู้สึก เสียงทุ้มที่เอ่ยดังไม่เกินระดับเสียงกระซิบ ทว่ากลับก้องกังวานสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของตะวันวาด เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้าหวานอย่างรวดเร็ว.. หญิงสาวรู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้า
เธอ.. เสียงทุ้มสะท้อนอยู่ในห้วงความคิด ตะวันวาดลืมหายใจไปชั่วขณะ
“ห้ะ? ” หญิงสาวอุทานอย่างไม่รู้ตัว
อันธกานต์ใช้สายตาไล่มองเธอตั้งแต่ปลายผมก่อนจะหยุดมองที่ปลายคางของตะวันวาด เขายื่นใบหน้าใกล้เธอเข้าไปอีก.. ตะวันวาดรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองหยุดเต้น
“เธอบุกเข้ามาถึงบ้านฉัน..”
“นั่งรออยู่หน้าห้องนอนฉัน”
ปลายจมูกของเขาห่างจากหน้าเธอไม่ถึงหนึ่งนิ้ว ลมหายใจอุ่นจรดแก้มนวล ตะวันวาดได้กลิ่นแชมพูจาง ๆ จากร่างกายของอีกฝ่าย
“กล้ามากไปหน่อยหรือเปล่า..”
ตะวันวาดยังไม่ทันจะเอ่ยปากเธอก็พบว่าริมฝีปากนั้นถูกปิดลงด้วยริมฝีปากของอันธกานต์.. นัยน์ตากลมเบิกโตขึ้นอย่างตกใจ มือเล็กยกขึ้นผลักอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ ทว่าคนอ่อนประสบการณ์นั้นพ่ายแพ้การรุกล้ำของอีกฝ่ายแทบจะในวินาทีต่อมา
ตะวันวาดหัวใจสั่น..
ริมฝีปากหนาประกบดูดดื่มริมฝีปากบางไร้ซึ่งการผ่อนปรน เธอรู้สึกวิญญาณตัวเองโดนดูดออกไปด้วยแรงที่ถาโถมเข้ามาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว นัยน์ตากลมปิดลง สติสัมปชัญญะหลุดลอย อันธกานต์จู่โจมเธออย่างเป็นธรรมชาติ มือใหญ่รวบเอวบางเข้ามาแนบชิดกายโดยแทบจะไม่ต้องคิด ตะวันวาดสวมชุดกระโปรงยาวเพียงครึ่งขาอ่อน และนั่นทำให้ชายหนุ่มเอื้อมมือเข้าไปสัมผัสเนื้อนวลนิ่มในร่างกายของเธอได้อย่างง่ายดาย
ตะวันวาดแอ่นตัวขึ้นรับสัมผัสอย่างไร้สติ นิ้วมือใหญ่อบอุ่นที่ลูบไล้บริเวณหน้าขาข้างท้องน้อยทำให้เธอรู้สึกอ่อนยวบยาบ หัวใจเต้นแรง ความรู้สึกเสียวซ่านนี้เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต
การตอบรับสัมผัสของตะวันวาดทำให้อันธกานต์พึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด มุมปากกระตุกรอยยิ้มแพรวพราว มือใหญ่ยกขึ้นวางบนศีรษะเล็ก เส้นผมหยักศกพองฟูสยายเต็มฝ่ามือของเขา รสจูบเย้ายวนยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและล้ำลึก อันธกานต์สัมผัสได้ถึงกางเกงในไร้ขอบเมื่อเขาเคลื่อนฝ่ามือสูงขึ้น
ทันทีที่อันธกานต์รุกล้ำเข้าสัมผัสส่วนอ่อนไหวของเธอ ตะวันวาดขาดสติโดยสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหวานเงยขึ้นราวกับต้องการอากาศสำหรับหายใจ ชายหนุ่มเกลาศีรษะเธออย่างเบามือทำให้อีกฝ่ายผ่อนคลายลง นิ้วมือของเขาลูบไล้ส่วนบอบบางของเธอก่อนจะสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะภายใน..
ริมฝีปากหนากระตุกเหยียดยาวขึ้น.. นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มส่องประกาย
ตะวันวาดหายใจแรงขึ้น
“อ่า” เธอส่งเสียงโดยไม่รู้ตัว เสียงนั้นแผ่วสั่นระริก
ความแข็งแกร่งในร่างกายของอันธกานต์ตื่นตัว หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเช่นนั้น.. เสียงนั้นเซ็กซี่จนเขาชะงัก นัยน์ตาสีน้ำตาลจับจ้องนัยน์ตากลมที่ยังคงปิดอยู่..
ตะวันวาดตกอยู่ในความควบคุมของเขาอย่างไร้ทางสู้..
เขาต้องการเธอ.. นั่นคือความจริง.. สิ่งที่เขารู้ดีและพยายามหลีกเลี่ยงมันมาตลอด
เขาต้องการเธอ.. ตั้งแต่จูบแรกในคืนก่อนที่เขาจะแต่งงานกับบุหลันรังสรรค์
เขาต้องการเธอ.. ทั้งที่รู้ว่าเธอเป็นตัวแปรที่อาจทำให้แผนการหลายอย่างของเขาพังทลาย
เขาต้องการเธอ.. อันธกานต์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ หายใจแรงขึ้น นิ้วเรียวค่อย ๆ แหวกว่ายสัมผัสความบอบบางที่เขาโหยหาภายใต้ร่างกายของตะวันวาด ขณะที่รับรู้ได้ถึงความต้องการของตัวเองที่รุนแรงขึ้น..
ริมฝีปากของตะวันวาดเป็นอิสระ นัยน์ตากลมค่อย ๆ เปิดมองขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ สติสัมปชัญญะที่หลุดลอยค่อย ๆ กลับมาพร้อมกับความกลัวที่เกิดขึ้น หญิงสาวกะพริบตารับรู้ถึงสถานการณ์ตรงหน้า แม้ว่าร่างกายเธอยังคงอ่อนปวกเปียกกับสัมผัสที่รุกล้ำเข้ามา
เธอสบตามองเขา.. ลมหายใจระทวย หน้าอกเล็กสั่่นกระเพื่อม
อันธกานต์ใช้นิ้วเรียวสอดเข้าไปในร่างกายส่วนล่างของเธอ..
“อ้ะ..” เสียงหวานคราง
ตะวันวาดเบิกตาโตขึ้นอย่างตะลึงงัน เธอเจ็บปวดราวกับว่าร่างกายกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เธอไม่เคยรู้จักความเจ็บปวดเช่นนี้มาก่อน แตกต่างกับอันธกานต์ที่ตอนนี้แทบจะทนความต้องการของตัวเองไม่ไหว.. ชายหนุ่มหายใจแรง กลืนน้ำลายอึก ขบฟันแน่น
เสียงร้องนั่น.. เสียงของตะวันวาดมีพลังกระตุ้นเขาได้อย่างไม่คาดคิด
ความเจ็บปวดที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายเรียกให้ตะวันวาดมีสติมากยิ่งขึ้น สายตาที่เธอมองเขาเปลี่ยนไป ความตกใจเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ยกมือเล็กสองข้างขึ้นเพื่อผลักเขาออกไป
อันธกานต์รีบถอนนิ้วมือออกจากร่างกายของอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บ
ตะวันวาดรีบถอยห่างร่างสูง คนตัวเล็กหายใจแรง ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตากลมเลิ่กลั่ก คนตัวเล็กไม่แม้แต่จะสบสายตากับอีกฝ่าย
บ้าไปกันใหญ่แล้ว.. ตะวันวาดคิดกับตัวเอง
ร่างเล็กกลับหลังจากวิ่งตรงไปยังประตูทางออกโดยไม่สนใจอันธกานต์เลยแม้แต่น้อย
“ตะวัน” เสียงทุ้มร้องเรียก
แต่เขาไม่สามารถรั้งเธอเอาไว้ได้ ตะวันวาดวิ่งหนีไปราวกับแมวน้อยขี้ตกใจ ท่าทางหวาดผวานั้นรบกวนจิตใจของอันธกานต์ไม่น้อย ร่างสูงยืนนิ่งมองแผ่นหลังเล็กหายลับไป
คราบหยดน้ำจากการอาบน้ำเสร็จหมาดถูกแทนที่ด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนผิวสีแทน.. หน้าอกกว้างกระเพื่อมจากการหายใจเข้าออกแรงกว่าปกติ อันธกานต์ละสายตาจากตะวันวาดแล้ว..
เขาเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง..
เกือบหนึ่งอาทิตย์ต่อมา..
“คุณธันคะ เราได้เอกสารตอบรับการซื้อขายจากโรงแรมภูธเรศแล้วนะคะ”
“...”
เพตราลอบมองเพื่อนร่วมงานและเจ้านายของเธอที่ดูเหมือนจะนั่งเหม่อลอยบ่อยผิดปกติตั้งแต่เมื่อช่วงต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา
การตอบรับการซื้อขายโรงแรมเป็นไปอย่างราบรื่น แถมรวดเร็วกว่าที่คิดไว้หลายเท่า เพตราคาดว่าพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังซื้อ และเวลาอย่างต่ำกว่าอีก 6 เดือนในการเจรจา แต่เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสทั่วโลกที่เริ่มมากกว่าหนึ่งไตรมาสได้สร้างความวุ่นวายให้หลายอุตสาหกรรมโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยว.. ตอนนี้ในประเทศไทยวิกฤติเศรษฐกิจนี้ทำให้ผู้ประกอบการหลายลายขาดทุน และทยอยยื่นเอกสารการล้มละลายกันเป็นว่าเล่น..
แน่นอนว่าโรงแรมภูธเรศเป็นหนึ่งในนั้น ทีมบริหารและผู้ถือหุ้นพยายามจะอย่างหนักในการหาเงินทุนมาต่อลมหายใจของโรงแรมทำให้พวกเขาตอบรับการซื้อขายและเงินก้อนใหญ่ที่จะไหลมาถ่วงเวลาให้โรงแรมอยู่รอดไปจนกว่าจะผ่านวิกฤตินี้ไป..
“คุณธันคะ” เพตราเรียกอันธกานต์อีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป
“ครับ ขอบคุณมาก”
เสียงทุ้มเอ่ยตอบอย่างเป็นธรรมชาติจนเพตราคิดว่าตัวเองเข้าใจผิดไปว่าเขากำลังเหม่อลอยอยู่.. อันธกานต์หันมาสบมองเพตราด้วยรอยยิ้มที่มุมปากยกสูงขึ้น
แม้ท่าทางนั้นจะเป็นธรรมชาติมาก เพตราก็ยังคงขมวดคิ้วน้อย ๆ โครงการซื้อรวบโรงแรมภูธเรศเข้ากับแบรนด์ของบริษัทนั้นเป็นโครงการหลักที่พวกเขากำลังทำอยู่ตอนนี้ ชายหนุ่มตรงหน้าดูมุ่งมั่นที่จะซื้อโรงแรมนี้มาก ทว่าอันธกานต์กลับดูไม่สุขไม่ทุกข์เลยแม้แต่น้อยเมื่อพวกเขาได้สัญญาซื้อขายมาอย่างรวดเร็ว
“ยินดีด้วยนะคะ เราทำสำเร็จแล้ว” เพตรายิ้มกว้าง
“ครับ.. งานนี้ถ้าไม่ได้คุณผมคงทำไม่สำเร็จ” อันธกานต์ตอบ..
ช่างเป็นการตอบตามมารยาทเสียเหลือเกิน.. หญิงสาวคิด
“ฉันขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมคะ จริง ๆ สงสัยมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ถาม” เพตราเอ่ยต่อ
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าแต่โดยดี
“ทำไมเอกสารทุกอย่างเป็นชื่อฉันแทนที่จะเป็นชื่อของคุณ? ”
อันธกานต์เงียบไปเล็กน้อย..
“ผมคิดว่าทางนั้นคงปฏิเสธทันทีที่เห็นชื่อผม.. เรื่องเก่าแก่น่ะครับ” เขายกรอยยิ้มมุมปากเพียงข้างเดียว
เพตรามีสีหน้าประหลาดใจ
“แต่ถ้าเราซื้อโรงแรมภูธเรศเรียบร้อย คุณก็จะถูกแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทอยู่ดีนี่คะ”
รอยยิ้มมุมปากนั้นยังไม่จางหายไป
“ถึงเวลานั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะครับ”
ผู้ช่วยสาวคนสวยยิ้มบาง ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความสงสัย ทว่าก็ไม่มีคำถามใดถูกเอ่ยขึ้นมาเพิ่มเติม
“วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว.. ผมออกจากออฟฟิคเร็วหน่อยนะครับ.. วันนี้คงไม่กลับมาแล้ว”