เสียงข่วนจากด้านนอกไม่ได้ฟังเหมือนเสียงของสัตว์อีกต่อไป
มันฟังเหมือนเครื่องจักรจำนวนมากกำลังพยายามคำนวณจุดอ่อนของประตูและกระจกทุกบานในอาคารพร้อมกัน เป็จังหวะซ้ำ ๆ หนักแน่น มีแบบแผน และเ็า ราวกับฝูงสิ่งมีชีวิตที่เกาะอยู่รอบห้องสมุดกลางเมืองไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความหิวเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย “คำสั่ง” บางอย่างที่แม่นยำยิ่งกว่าสัญชาตญาณ
ใต้แสงฉุกเฉินสีแดง น้ำจากสปริงเกอร์ยังหยดจากปลายชั้นหนังสือและคานเพดานลงสู่พื้นหินเป็จังหวะติ๋งติ๋งสม่ำเสมอ กลิ่นกระดาษเปียก ฝุ่นเก่า เื และควันไหม้จากสายไฟช็อตคลุกกันอยู่ในอากาศจนหนักอึ้ง ทุกครั้งที่ใครสักคนหายใจเข้า มันให้ความรู้สึกเหมือนกลืนคืนที่แตกสลายลงไปด้วย
คาเอล ยืนอยู่กลางโถงห้องสมุด ปืนไรเฟิลยาวสีดำด้านในมือให้ความรู้สึกเย็น หนัก และ “เป็ของจริง” อย่างน่ากลัว เขายังไม่ทันชินกับความจริงที่ว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อน อาวุธชิ้นนี้ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ ไม่มีอยู่ในชั้นอุปกรณ์ ไม่มีอยู่ในกระเป๋า ไม่มีอยู่ในร้านขายของ แต่มันกลับถูกประกอบขึ้นจากอากาศตรงหน้าเขา ราวกับโลกกำลังเริ่มยอมให้กฎของ “อีกฝั่ง” ลอดผ่านเข้ามาทีละข้อ
ปลายนิ้วของเขาแนบกับผิวโลหะของมันอย่างมั่นคงเกินกว่าคนที่เพิ่งจับปืนชนิดนี้ครั้งแรกควรเป็
เขาเกลียดความรู้สึกนั้น
เกลียดที่ร่างกายตอบสนองต่ออาวุธนี้เหมือนรู้จักมันมานาน เกลียดที่ท่วงท่าประทับบ่า มุมข้อศอก การกะน้ำหนัก และแม้แต่การคำนวณแนวยิง ล้วนเกิดขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติราวกับมีความทรงจำบางอย่างถูกฝังอยู่ในกล้ามเนื้อของเขามาตลอด
แต่ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง เขาก็รู้ด้วยว่า หากโลกยังเดินหน้าด้วยเหตุผลบิดเบี้ยวแบบคืนนี้ พวกเขาจำเป็ต้องมีสิ่งผิดธรรมชาติพอ ๆ กันไว้สู้กลับ
แจ็กซ์ วาโรยืนมองปืนในมือเพื่อนเหมือนยังไม่แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้หมดสติอยู่ในฝันร้าย
“ฉันไม่รู้ว่าควรถามก่อนไหมว่า มันโผล่มาได้ยังไง หรือควรถามก่อนว่ามีะุไหม”
“มี” คาเอลตอบโดยไม่ต้องตรวจ เขา “รู้”
แจ็กซ์ทำหน้าประหลาดใจปนหงุดหงิด
“โอเค ฉันเกลียดเวลานายตอบแบบรู้ไปเอง”
โวร่าเหลือบมองคาเอลเพียงแวบเดียวก่อนหันไปสนใจหน้าต่างที่แตกร้าวหนักขึ้นทุกวินาที เธอไม่ได้ถามว่าปืนมาได้ยังไง ไม่ได้ถามว่ามันทำงานแบบไหน สีหน้าเย็นเฉียบของเธอบอกชัดว่าคำถามทุกอย่างไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่จะพังเข้ามาในอีกไม่กี่อึดใจ
“มันจะยิงได้จริง ๆ ใช่ไหม” เธอพูดเรียบ
“ก่อนที่ฉันจะต้องเอามีดไปปาหัวตัวพวกนั้นแทน”
บัลธาซาร์เดินมาหยุดข้างคาเอล แสงสีฟ้าบาง ๆ จากพลังจิตยังอาบอยู่ตามปลายนิ้วและขอบแขนเสื้อของเขา ดวงตาของชายสูงวัยทอดมองปืนไรเฟิลในมือเด็กหนุ่มอย่างสงบ แต่ความสงบนี้ต่างจากก่อนหน้า มันมีการยอมรับบางอย่างเจืออยู่ เหมือนเขาไม่แปลกใจนักที่คืนแบบนี้จะผลิตสิ่งที่ไม่ควรมีขึ้นมาได้
“เมื่อประตูหนึ่งเปิดออก” เขากล่าวเบา ๆ
“สิ่งที่ข้ามผ่านมาก็ไม่จำเป็ต้องเป็ปีศาจเสมอไป”
“ช่วยบอกฉันทีว่าอันนี้เป็ฝั่งที่ดี” แจ็กซ์พึมพำ
บัลธาซาร์ไม่ได้ตอบตรง ๆ
“มันขึ้นอยู่กับคนที่ถือมัน”
ข้างหลังพวกเขา ผู้รอดชีวิตราวยี่สิบกว่าคนเบียดกันอยู่บริเวณปีกตะวันตกของโถง เด็กเล็กสองคนนั่งกอดเข่าซุกหน้ากับตักแม่ ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังใช้ผ้าฉีกเป็แถบพันแขนให้หญิงที่ถูกสะเก็ดกระจกบาด อีกมุมหนึ่งมีหญิงสาวที่ปลายนิ้วเริ่มพร่ามัวเหมือนแตกเป็เม็ดแสง กำลังร้องไห้เงียบ ๆ ขณะคนข้าง ๆ จับมือเธอไว้แน่นราวกับการกอดนั้นจะช่วยเหนี่ยวไม่ให้ส่วนที่ยังเหลือถูกโลกลบทิ้งต่อ
ทุกคนกำลังมองคาเอล
ไม่ใช่เพราะพวกเขารู้จักเขา หรือเชื่อใจเขาเป็พิเศษ แต่เพราะเขาเป็คนเดียวในห้องที่ยืนถืออาวุธซึ่งดูเหมือนพอจะตอบโต้ฝันร้ายนี้ได้
คาเอลรับรู้สายตาพวกนั้นเหมือนน้ำหนักอีกก้อนบนบ่า เขาไม่้ามัน แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
เสียงกรีดแหลมจากด้านนอกดังประสานกันขึ้นพร้อมกันในวินาทีนั้นเอง กระจกหน้าด้านเหนือสั่นแรง รอยร้าวลามเป็ใยแมงมุมเต็มบาน แผ่นเหล็กกันไฟที่แจ็กซ์สั่งปิดไว้ครึ่งหนึ่งก็เริ่มส่งเสียงครืด ๆ น่ารำคาญเหมือนมอเตอร์ข้างในกำลังโดนอะไรบางอย่างเคี้ยว
หน้าต่างสถานะสีฟ้าซีดกะพริบขึ้นต่อหน้าคาเอลอีกครั้ง
[โปรโตคอล First Blood: พร้อมใช้งาน]
[คลื่นศัตรูกำลังเข้ามา]
[คำแนะนำ: ยึดจุดคอขวด / กำจัดภัยคุกคามหลักก่อน]
เขาอ่านมันเพียงเสี้ยววินาทีแล้วพูดทันที
“แจ็กซ์ ฉันคิดว่า เราต้องมีจุดยิงที่ตายตัว”
“ฉันก็อยากมีเหมือนกัน แต่นี่มันห้องสมุด ไม่ใช่บังเกอร์”
“มีอะไรในอาคารนี้ที่พอทำเป็แนวรับถาวรได้บ้าง”
แจ็กซ์กัดริมฝีปาก คิดเร็ว
“โต๊ะอ่านหนังสือหนัก ๆ พวกนั้นใช้ปิดทางได้ แต่จะกันได้แค่พื้น ถ้าพวกมันปีนมาอีกก็จบ อีกอย่าง…ถ้ามีอะไรที่ยิงเองได้โดยไม่ต้องมีคนประจำ…”
เขาหยุดกลางประโยค ดวงตาวูบหนึ่งเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วหันควับไปมองมอนิเตอร์กับแผงวงจรที่ยังค้างอยู่ข้างเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
“อะไร” คาเอลถามทันที
“ฉันไม่รู้ว่ามันจะเวิร์กไหม แต่มันอาจพอที่จะใช้ได้ผล”
คาเอลรู้จักน้ำเสียงนี้ดี มันคือเสียงเดียวกับที่แจ็กซ์ใช้ตอนแก้ระบบเกมที่คนอื่นบอกว่าเป็ไปไม่ได้ หรือดัดของขยะให้กลายเป็เครื่องมือใช้ได้จริงในชั่วโมงแข่งขันเมื่อสมัยเรียน
“พูดมา”
แจ็กซ์เดินเร็วไปทางเคาน์เตอร์ พูดไปพร้อมกับเริ่มรื้อของ
“ห้องสมุดมีหุ่นยนต์ขนหนังสือเก่าอยู่สองตัว ระบบมันพังง่ายมาก ปกติใช้แค่วิ่งรับส่งกล่องคืนหนังสือกับจัดชั้นอัตโนมัติ ถ้าฉันลากแกนหมุน ปรับฐาน และต่อวงจรเข้ากับเซ็นเซอร์…อาจทำป้อมปืนชั่วคราวได้”
โวร่าเลิกคิ้ว
“นายจะเปลี่ยนหุ่นเข็นหนังสือให้ยิงปีศาจ?”
แจ็กซ์หันมามองอย่างไม่พอใจ
“พูดเหมือนฉันไม่เคยทำของบ้ากว่านี้”
“บ้ากว่านี้มีอีกเหรอ”
“เคยทำโดรนแข่งบินจากเครื่องกรองอากาศเสียสองตัวกับหม้อหุงข้าวที่ไหม้แล้ว”
คาเอลไม่เสียเวลากับการเถียง
“ต้องใช้อะไรบ้างล่ะ”
แจ็กซ์ชี้ไปทางประตูห้องบริการด้านใน
“หุ่นสองตัวอยู่หลังห้องรับคืนหนังสือ ฉันต้องได้โครงมันก่อน แล้วต้องมีแหล่งจ่ายไฟเสริม อะไรที่ยิงได้อัตโนมัติจริง ๆ ไม่มี แต่ถ้าเอาปืนยิงตะปู ปืนช็อต หรือแม้แต่เครื่องยิงหมุดฉุกเฉินมาต่อกับฐานหมุน แล้วให้มอเตอร์ของหุ่นช่วยเล็ง…”
“พอ ไม่ต้องอธิบายแล้ว” คาเอลตัดบท
“นายทำเลย”
แจ็กซ์มองหน้าเขา
“นายไม่ถามก่อนว่ามีโอกาสสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์?”
“ถ้าฉันถาม แล้วนายจะทำได้ดีมากขึ้นไหม”
“ก็ไม่นะเพื่อน”
“งั้นทำเลย”
แจ็กซ์ผ่อนลมหายใจสั้น ๆ เหมือนคำตอบนั้นทั้งน่าหมั่นไส้และช่วยดึงสติในเวลาเดียวกัน
“โอเค” เขาพูด
“งั้นคืนนี้เราจะสร้างป้อมปืนจากหุ่นคืนหนังสือในห้องสมุดกลางเมืองเพื่อต้านฝูงตัวประหลาดจากโลกแตก ขอบคุณชีวิตที่ฝึกฉันมาถึงจุดนี้”
เสียงกระแทกดังลั่นขึ้นอีกครั้งจากด้านหน้า คราวนี้กระจกบานยาวฝั่งเหนือแตกกระจายเป็ฝนแหลมคม ร่างสี่ขาตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนกระแทกเข้ากับแผงเหล็กกันไฟที่ปิดลงครึ่งบาน มันกรีดร้องจนลมหายใจคนในโถงสะดุด
คาเอลไม่รอให้ตัวเองคิดซ้ำ เขายก C-14 ขึ้นประทับบ่า ความรู้สึกแนบสนิทของพานท้ายกับไหล่ แก้มซ้ายแตะโครงเล็ง ลมหายใจค่อย ๆ ช้าลงเอง โลกทั้งใบรอบตัวเหมือนถูกบีบให้เหลือเพียงจุดเดียว รอยขยับของหัวสัตว์ประหลาดหลังซี่แผงเหล็ก
หน้าต่างบาง ๆ อีกชุดซ้อนขึ้นตรงแนวยิง
[คำแนะนำการล็อกเป้า]
[คำแนะนำ: เล็งโจมตีที่บริเวณหัวกะโหลก]
เขาเหนี่ยวไก
เสียงปืนไม่เหมือนปืนล่าสัตว์หรือปืนพก มันเป็เสียงทุ้มแน่นลึกเหมือนโลหะร้องคำรามสั้น ๆ แรงรีคอยล์สะท้อนเข้าหัวไหล่พอดีจนร่างกายรับไว้ได้เองโดยไม่เสียเป้า ะุพลังงานสีซีดพุ่งเป็เส้นตรงทะลุผ่านช่องเหล็ก แสกเข้าที่ฐานกะโหลกของสิ่งมีชีวิตนั้นพอดี ร่างมันกระตุกแรงแล้วนิ่งคาอยู่กับแผงเหล็ก ก่อนทรุดลงช้า ๆ กับพื้นน้ำ
ทั้งโถงเงียบไปชั่วขณะ
ไม่ใช่เพราะปลอดภัยขึ้น แต่เพราะทุกคนเพิ่งเห็นว่าพวกมัน “ตายได้”
แจ็กซ์สบตาคนอื่นอย่างไม่อยากเชื่อ
“โอเค…โอเค นี่มันไม่ใช่ปืนของเล่นแล้ว นี่มันระดับปืนของพระเ้าชัด ๆ”
คาเอลไม่ตอบ เขายังมองผ่านควันบาง ๆ จากปากกระบอกไปยังด้านนอก สิ่งที่ทำให้เขาไม่พูดไม่ใช่ความเท่ แต่เป็ความรู้สึกที่โผล่ตามมาทันทีหลังเหนี่ยวไก ความนิ่ง
ไม่ใช่ความโล่งใจที่ยิงโดน
แต่เป็ความนิ่งแบบเครื่องมือที่เพิ่งทำหน้าที่ถูกต้องสำเร็จ
ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกอยากสาปแช่งตัวเองอยู่ลึก ๆ
[อัตราการซิงค์: 22%]
[โปรโตคอล First Blood: เสร็จสมบูรณ์]
ตัวเลขขยับขึ้นอีกแล้ว
เขาแทบจะเห็นมันในจังหวะเดียวกับที่กลุ่มผู้รอดชีวิตด้านหลังเริ่มมีเสียงกระซิบแพร่กระจายเป็วง
“เขาฆ่ามันได้”
“ปืนอะไร”
“เราจะรอดไหม”
“ยังมีทางออกไหม”
คำถามเ่าั้ลอยตีกันในอากาศ แต่ไม่มีใครตอบได้
คาเอลลดปืนลงเล็กน้อย
“โวร่า เธอย้ายมาอยู่ข้างหน้าทางนี้กับฉัน”
“ได้”
“บัลธาซาร์ ดูพวกข้างหลัง อย่าให้แตกกระเจิงอีก”
“ฉันจะตรึงพวกเขาไว้ให้นานที่สุด”
“แจ็กซ์ ไปเอาหุ่นของนายมา”
แจ็กซ์ชี้นิ้วกลับมาทางตัวเอง
“นายพูดเหมือนฉันมีโรงงานในกระเป๋า หรือ เอ่อ… มีกระเป๋ามิติอย่างงั้นน่ะเพื่อน”
“นายมีสมองแทน”
“ขอบคุณนะ แต่บางทีฉันอยากได้โรงงานมากกว่า”
ถึงจะบ่น แต่เขาก็วิ่งไปแล้วทันที ผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เข้าไปด้านหลัง โวร่าหายวับเข้าเงามืดอีกทิศราวกับมีดที่มีกายเนื้อเป็เพียงข้ออ้าง บัลธาซาร์หันกลับไปทางผู้รอดชีวิต พลางยกมือขึ้นช้า ๆ แสงสีฟ้าอ่อนกระจายเป็วงบางคล้ายหมอก ช่วยให้คนที่กำลังสั่นสะท้านเพราะความตื่นตระหนกค่อย ๆ หายใจได้ช้าลง
คาเอลยืนคุมหน้าทางพร้อม C-14 ในมือ หูของเขาจับเสียงได้มากขึ้นกว่าปกติ เสียงฝนจากสปริงเกอร์ เสียงกรงเล็บขูดผนัง เสียงกระดูกของสัตว์บางตัวกระแทกเข้ากับกระจกด้านนอก เสียงเด็กสะอื้นอยู่หลังชั้นหนังสือ และแม้แต่เสียงลมหายใจหอบชื้นของนิกซ์ที่กำลังนั่งนิ่งเหมือนพยายามฝังตัวเองลงกับผนังเพื่อไม่ให้บางอย่างข้างในได้พื้นที่ขยับมากไปกว่านี้
ไม่นาน เสียงล้อเลื่อนครืดคราดก็ดังมาจากด้านหลัง แจ็กซ์ผลักหุ่นยนต์ขนหนังสือขนาดเอวสูงสองตัวออกมาจากประตูห้องบริการ สีเงินขุ่นของมันเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ฝุ่น และสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดเก่า ๆ ราวกับทั้งสองตัวไม่เคยถูกสร้างมาเพื่ออะไรนอกจากลากกล่องคืนหนังสือไปตามชั้นจัดเก็บ
คืนนี้มันกำลังจะถูกสร้างใหม่
“ท่านผู้มีเกียรติ กระผมขอแนะนำให้รู้จักความหวังล่าสุดของมนุษยชาติ”
แจ็กซ์หอบพลางดึงผ้าเช็ดโต๊ะมากองใส่หลังหุ่น
“ถ้ามันช่วยเราได้ นายห้ามล้อชื่อมันเด็ดขาด”
“นายตั้งชื่อให้แล้ว?” โวร่าที่กลับมาพร้อมกล่องเครื่องมือเพิ่มอีกใบถาม
“แน่นอน” แจ็กซ์วางมือบนโครงหุ่นตัวแรก
“นี่คือ ‘เ้าเข็ม’ และอีกตัวคือ ‘ฟ้าผ่า’”
โวร่าเงียบไปหนึ่งอึดใจ “ฉันจะล้อมัน”
“ไม่มีหัวใจเอาซะเลย”
แม้กระนั้น มือของแจ็กซ์กลับทำงานเร็วและมั่นคงอย่างน่าทึ่งภายใต้แสงแดงสลัว เขาฉีกฝาครอบของหุ่นทั้งสองออก เผยวงจรเก่า มอเตอร์หมุนฐาน ล้อเล็กสี่จุด และแขนกลสั้นสำหรับหนีบกล่องคืนหนังสือ จากนั้นเขาเริ่มรื้อ ปรับ ดึง และต่อสายอย่างกับสมองเข้าสู่ภาวะที่โลกพังรอบตัวกลับยิ่งทำให้เขานิ่งขึ้น
“ฉันจะเอาฐานหมุนตัวนี้เป็แกน” เขาพูดเร็ว ๆ ทั้งที่ไม่มีใครขออธิบาย “แขนหนีบใช้จับกระบอกปืนยิงตะปูได้ ถ้าต่อวงจรเข้ากับเซ็นเซอร์ระยะจากระบบประตูฉุกเฉิน…มันจะยิงทุกอย่างที่ตัดผ่านระนาบนี้ เว้นแต่ฉันจะตั้งค่ามันให้จำแท็กความร้อนของเราได้”
คาเอลเหลือบมองหุ่นยนต์แล้วกลับไปคุมทางยิง
“พูดภาษาคน”
แจ็กซ์ถอนหายใจแรง “ฉันกำลังทำป้อมอัตโนมัติจากเศษเหล็กไง”
“นั่นแหละ”
โวร่ายื่นปืนยิงตะปูอีกสองกระบอกกับเครื่องยิงหมุดฉุกเฉินให้เขา แจ็กซ์รับไปโดยไม่หยุดมือ เขาลากสายไฟจากแบตเตอรี่สำรองของห้องควบคุม ปลดแผงเซ็นเซอร์จากบานประตูอัตโนมัติที่แตก แล้วฝังมันเข้ากับหัวกล้องของหุ่นอย่างบ้าระห่ำที่สุดเท่าที่คาเอลเคยเห็นมา
“ถ้ามันะเิขึ้นมาก็อย่าโทษฉันนะ” แจ็กซ์พึมพำ
“งั้นอย่าทำให้ะเิ” คาเอลยิงสวน
“ขอบคุณสำหรับกำลังใจเชิงวิชาการ เพื่อนรัก”
คาเอลไม่ได้ตอบ เพราะในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างสถานะของเขาก็ขึ้นเตือนใหม่
[ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเคลื่อนไหวภายนอก]
[ศัตรูกำลังปรับตำแหน่ง]
[มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกเจาะแนวป้องกัน]
เขาหรี่ตาลง มองผ่านรอยร้าวออกไปยังความมืดภายนอก ชั่วเสี้ยววินาทีเส้นทางสีแดงบาง ๆ หลายเส้นก็วาบขึ้นบนฉากหน้า แสดงแนวกระโจน แนวไต่ผนัง และมุมพุ่งเข้าของฝูงเหมือนแปลนโจมตีที่ไม่มีใครวาดแต่เขากลับ “เห็น”
“มันจะเข้าพร้อมกันสามด้าน” คาเอลพูดทันที
โวร่าหันมอง
“แน่ใจ?”
“เหนือ ใต้ แล้วก็หน้าต่างสูงฝั่งซ้าย”
เธอไม่ถามว่าเขารู้ได้อย่างไร เพียงพยักหน้าแล้วขยับไปยืนในมุมที่คุมจุดตาบอดได้ทันที บัลธาซาร์ยกมือขึ้นอีกครั้ง ม่านพลังจิตเรืองแสงครอบพื้นที่ผู้รอดชีวิตให้แคบลงเป็แนวรับสุดท้าย
แจ็กซ์ยังคุกเข่ากับหุ่นทั้งสองตัว สายไฟพันไปทั่วแขนเขาเหมือนเถาวัลย์โลหะ
“ฉัน้าอีก 1 นาที!”
“นายมีแค่ครึ่งนั้น” คาเอลตอบ
แล้วมันก็มา
พร้อมกันจริง ๆ
หน้าต่างบานสูงฝั่งซ้ายแตกกระจายก่อน กลุ่มร่างสี่ขาตัวแรกพุ่งทะลุเข้ามาเหมือนก้อนเงาที่มีกรงเล็บ แทบจะพร้อมกับที่แผงเหล็กฝั่งเหนือถูกกระแทกจนโก่งออก และบานประตูทางใต้ก็สั่นรุนแรงจากการไต่เข้าทางช่องลม
คาเอลประทับ C-14 ขึ้นอย่างนิ่งผิดธรรมชาติ เขาไม่ต้องนับเป้าทีละตัว ภาพแนวยิงช่วยคัดกรองให้เอง เป้าตัวไหนเข้าถึงผู้รอดชีวิตเร็วสุด เป้าตัวไหนจะพุ่งถึงแจ็กซ์ก่อน เป้าตัวไหนถูกม่านพลังของบัลธาซาร์ชะลอไว้แล้ว ทุกอย่างถูกจัดลำดับเป็ลำดับความสำคัญในสมองเขาภายในเสี้ยววินาที
เขาเหนี่ยวไก
หนึ่งนัด
ะุพลังงานทะลุหัวตัวแรกที่กระโจนจากหน้าต่างก่อนมันแตะพื้น
สองนัด
อีกตัวที่กำลังเลี้ยวจะอ้อมไปทางผู้รอดชีวิตชะงักแล้วร่วงกลิ้ง
สามนัด
ตัวที่ปีนอยู่บนผนังฝั่งเหนือถูกเจาะเข้า่อกจนล้มคากระจก
เสียงปืนดังทุ้มต่อเนื่องเหมือนค้อนเหล็กตีลงบนความจริงที่เริ่มหลุดจากตะเข็บ คาเอลเคลื่อนตัวทีละก้าวตามแนวยิงอย่างมั่นคงเกินควร เขาไม่ต้องคิดเื่จังหวะหายใจ เพราะร่างกายทำให้เอง เขาไม่ต้องคิดเื่รีคอยล์ เพราะไหล่กับปลายเท้าปรับสมดุลให้เอง เขาเพียงมอง เลือก และเหนี่ยวไก
นั่นเองที่ทำให้ลึกลงไปเขารู้สึกหนาว
โวร่าพุ่งผ่านแนวยิงของเขาเป็เงาตัดสลับแสงแดง มีดในมือเธอสั้น เร็ว และตรงจุดทุกครั้งที่ใช้ สัตว์ประหลาดที่รอดจากะุหรือลอดม่านพลังเข้ามาใกล้เกินไป ถูกเธอเก็บตกอย่างเ็าจนเหมือนงานประณีต บัลธาซาร์เองก็ใช้คลื่นพลังผลักระยะ เขย่าพื้นให้ตัวที่กำลังพุ่งเสียจังหวะ หรือดึงชั้นหนังสือล้มขวางเส้นทางแบบเฉียดขีดจำกัดของร่างกายไปมากขึ้นเรื่อย ๆ
“แจ็กซ์!” คาเอละโโดยไม่หัน
“ตอนนี้!”
“อีกสามสาย!”
“นายเหลือหนึ่ง!”
“ฉันล่ะเกลียดนิสัยนายชะมัด!”
สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งเล็ดรอดม่านพลังเข้ามาใกล้แจ็กซ์เกินไป คาเอลหันลำกล้องจะยิง แต่โวร่าอยู่ในแนวยิงพอดี เขากัดฟันเปลี่ยนมุมแทบจะพร้อมกับที่นิกซ์ขยับ
เด็กหนุ่มพุ่งออกจากผนังเหมือนสปริงหลุด แขนขวาที่มีเกล็ดกระแทกใส่ลำตัวสัตว์ประหลาดจนมันเบี่ยงไปจากแจ็กซ์เต็มแรง เขาไม่ได้ใช้ท่าทางของคน แต่เป็การขยับเร็วสั้นแบบสัตว์นักล่าที่อาศัยแรงทั้งลำตัวในจังหวะเดียว จากนั้นเสียงต่ำแปลก ๆ ก็หลุดจากลำคอเขาอีกครั้ง
สัตว์ประหลาดอีกสองตัวที่กำลังปีนเข้ามาทางหน้าต่างชั้นล่างชะงัก
แจ็กซ์เงยหน้าขึ้นทั้งยังเสียบสายไฟ
“โอเค พระผู้เป็เ้า ต่อให้รอดคืนนี้ฉันก็ต้องถามนายจริง ๆ ว่านายยังเป็นิกซ์คนเดิมอยู่ไหม”
นิกซ์หอบแรง เหงื่อไหลลงคาง เขาเหมือนเองก็ใกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ แต่ไม่มีเวลาพอให้จมกับมัน
“รีบทำของนาย” เขาพูดทั้งที่เสียงเกือบแตกเป็คำราม
“ก่อนที่ผมจะหยุดมันไม่ได้”
แจ็กซ์ชะงักไปเพียงครึ่งวินาทีก่อนกลับไปก้มกับหุ่น
“รับทราบครับผม”
จากนั้น เสียงมอเตอร์ก็ดังขึ้น
หึ่ง
หึ่ง
หึ่ง
แจ็กซ์เงยหน้าพร้อมรอยยิ้มบ้า ๆ ที่มีเฉพาะเวลางานของเขากำลังติด “เปิดตัวเ้าเข็มกับฟ้าผ่า!”
หุ่นขนหนังสือสองตัวที่ถูกดัดแปลงหมุนฐานช้า ๆ เสียงเฟืองเก่าเสียดสีกันน่าหวาดเสียว แขนกลสั้นที่เดิมไว้หนีบกล่องหนังสือ ตอนนี้กลับจับปืนยิงตะปูและกระบองช็อตที่ดัดเข้ากับรางหมุนไว้แน่น ไฟสัญญาณสีเขียวบนหัวเซ็นเซอร์กะพริบสองครั้งก่อนล็อกเป้าไปทางหน้าต่างแตก
“อย่าเข้าไปในแนวมันนะ!” แจ็กซ์ะโ “ฉันไม่ได้มีเวลาปรับแยกคนกับปีศาจให้ดีขนาดนั้น!”
ไม่ทันขาดคำ “เ้าเข็ม” ก็ส่งเสียงกลไกสั้น ๆ แล้วปืนยิงตะปูในแขนกลของมันก็รัวตะปูออกไปเป็ชุดใส่สัตว์ประหลาดที่กำลังกระโจนผ่านหน้าต่าง บางนัดเฉียด บางนัดโดน แต่แม้จะไม่รุนแรงเท่า C-14 ของคาเอล มันก็พอจะชะลอให้ศัตรูเสียจังหวะ ส่วน “ฟ้าผ่า” หมุนตัวช้ากว่า แต่เมื่อมีร่างใดเข้ามาใกล้ระยะ มันจะปล่อยกระแสไฟผ่านหัวกระบองช็อตจนแสงน้ำเงินแตกเปรี๊ยะ
“ฮาๆๆ วู้ มันเวิร์กว่ะเพื่อนเอ๋ย!” แจ็กซ์ร้องหัวเราะเสียงดัง
“มันเวิร์กแบบอันตรายมาก” โวร่ากัดฟันตอบ เพราะต้องหมอบหลบตะปูหนึ่งนัดที่เ้าเข็มยิงพลาดเฉียดหูเธอไป
“ก็เลยบอกแล้วไง อย่าเข้าแนวยิง!”
แม้จะบ้าบอและเสี่ยงจนแทบเรียกว่าความคิดของคนสิ้นหวังเสียสติ แต่ป้อมปืนชั่วคราวสองตัวนั้นกลับเปลี่ยนจังหวะการต่อสู้ไปทันที ศัตรูที่เคยทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่องเริ่มถูกบีบให้เสียจังหวะทางเหนือและหน้าต่างซ้าย คาเอลใช้ช่องว่างนั้นกดการบุกต่อด้วย C-14 ทีละตัว โวร่าเก็บตัวที่หลุด บัลธาซาร์คุมพื้นที่ ส่วนแจ็กซ์นอกจากควบคุมหุ่นแล้ว ยังวิ่งเติมพลังงาน เปลี่ยนแม็กตะปู และด่าทุกอย่างรอบตัวไปด้วยไม่หยุดเหมือนจะช่วยไม่ให้ตัวเองสติแตก
คาเอลรู้สึกได้ว่าพวกเขากำลังเริ่ม “ตั้งฐาน” สำเร็จกลางความเละเทะอย่างน้อยชั่วคราว
แต่โลกคืนนี้ไม่มีคำว่าชั่วคราวที่อยู่ได้นาน
กระจกฝั่งเหนือแตกเต็มบานในวินาทีถัดมา แผงเหล็กที่โก่งอยู่แล้วถูกแรงมหาศาลกระแทกจนหลุดจากราง ร่างใหญ่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาไม่เหมือนพวกก่อน มันสูงกว่า หนักกว่า และด้านหลังมีหนามกระดูกยื่นเรียงตามแนวสันหลังเหมือนครีบของสัตว์ทะเลที่ถูกฝังลงในฝันร้าย มันกระแทกพื้นจนทั้งโถงสั่น แล้วเงยหัวส่งเสียงคำรามต่ำจนผู้รอดชีวิตบางคนถึงกับเอามือปิดหู
“ตัวใหญ่มันมาแล้ว!” แจ็กซ์ร้อง
หน้าต่างสถานะของคาเอลขึ้นทันที
[ตรวจพบศัตรูระดับสูง]
[ลำดับความสำคัญภัยคุกคาม: สูงสุด]
[คำแนะนำ: โจมตีที่แกนอก หรือภายในช่องปาก]
สัตว์ประหลาดตัวนั้นพุ่งใส่ “เ้าเข็ม” ก่อน ป้อมปืนชั่วคราวยิงตะปูใส่มันติด ๆ กันหลายนัด แต่แทบไม่ชะลอ มันฟาดกรงเล็บเดียวจนหุ่นครึ่งหนึ่งแตกกระจาย แจ็กซ์ร้องลั่น “เ้าเข็ม!”
“นายคร่ำครวญให้มันทีหลัง!” โวร่าะโ
คาเอลประทับปืนแน่นขึ้น ภาพแนวยิงวาบขึ้นตรงอกสัตว์ประหลาด แต่มีผู้รอดชีวิตสองคนอยู่ด้านหลังเส้นนั้น เขาขยับเพียงครึ่งก้าว เปลี่ยนมุม แสงจากรหัสบนฟ้าผ่านกระจกแตกสาดมาบนกระบอกปืนพอดี
เขาเหนี่ยวไกหนึ่งนัด
ะุพลังงานพุ่งเข้าปากที่กำลังอ้า ร่างนั้นเงยหัวถอยหลัง แต่ยังไม่ตาย
สองนัด
ทะลุเข้า่อกซ้ายตามคำแนะนำของระบบ คราวนี้ร่างมันชะงักจริง หนามกระดูกตามหลังสันกระตุก
ก่อนคาเอลจะยิงซ้ำ ตัวมันก็พุ่งต่ออีกครั้งเร็วกว่าที่ขนาดของมันควรจะทำได้ โวร่าถูกบังคับให้กลิ้งหลบ บัลธาซาร์ยกม่านพลังขึ้นรับจนตัวเองถอยหลังไปสองก้าว เส้นเืขึ้นชัดตามขมับ
“คาเอล!” แจ็กซ์ะโ
เวลาเหมือนช้าลงอีกชั้น
คาเอลเห็นทุกอย่างพร้อมกัน เห็นมุมที่สัตว์ประหลาดจะพุ่งถึงบัลธาซาร์ก่อนถึงตัวผู้รอดชีวิต เห็นระยะห่างของตัวเองกับเป้า เห็นว่ามีเวลายิงอีกแค่เสี้ยววินาที และในจังหวะนั้นเอง เสียงคำสั่งก็กลับมาดังในหัว
“สไนป์”
คำเดียว
แต่คราวนี้ไม่ได้มาพร้อมภาพปืน มันมาพร้อม “วิธี”
ลมหายใจเข้า…ค้าง
ลดหัวไหล่ขวา…กดแนวกล้ามเนื้อให้ตึง
เล็งต่ำกว่าจุดตายเสี้ยวนิ้วเพราะแรงพุ่งเป้ากำลังเข้าหาตัว
เหนี่ยวไกตอนหัวใจหยุดในจังหวะสั้นที่สุด
คาเอลทำตามโดยแทบไม่ทันคิด
เสียงปืนคำรามทุ้มอีกครั้ง
ะุพลังงานทะลุเข้าจุดเดิมที่ถูกเปิดไว้ตรง่อกซ้ายของสัตว์ประหลาดอย่างแม่นยำเกินกว่าการยิงปกติ แสงขาวแตกจากตัวมันราวกับอะไรบางอย่างข้างในถูกเจาะขาด ร่างมหึมานั้นชะงักกลางพุ่ง ก่อนกระแทกพื้นไถลไปหยุด
ห่างบัลธาซาร์เพียงไม่กี่ฟุต
ทั้งโถงเงียบไปเพียงเสี้ยวเดียว ก่อนเสียงผู้รอดชีวิตบางคนจะร้องออกมาด้วยความหวังเป็ครั้งแรก
คาเอลเองก็ยืนนิ่ง
หน้าต่างสถานะสว่างขึ้นแรงกว่าเดิม
[ยืนยันการโจมตี: สไนป์]
[บันทึกการตอบสนองครั้งแรกของสาย เทอร์แรน]
[อัตราการซิงค์: 24%]
สไนป์
คำศัพท์นั้นติดค้างอยู่ในหัวเขา
เขาเพิ่งใช้มัน
หรือระบบเพิ่งใช้เขาให้ทำมัน
เขาไม่แน่ใจอีกแล้ว
สัตว์ประหลาดตัวใหญ่ขยับอีกครั้งเหมือนยังไม่ตายสนิท โวร่ากระโจนเข้าไปในเสี้ยววินาทีนั้น มีดทั้งสองเล่มของเธอเสียบเข้ารอยแผลเดิมแล้วบิดเต็มแรง ของเหลวสีดำเข้มพุ่งออกมาเป็สาย ร่างมันกระตุกสองครั้งก่อนนิ่งในที่สุด
โวร่าผละออกมา หายใจแรงเล็กน้อย หยดของเหลวไหลตามปลายคางแต่สีหน้าของเธอยังนิ่งเหมือนเดิม เธอหันมามองคาเอลตรง ๆ
“นายยิงแบบนั้นได้ั้แ่เมื่อไหร่”
คาเอลลดปืนลงช้า ๆ
“ฉันไม่รู้”
คำตอบนั้นไม่ใช่การถ่อมตัว ไม่ใช่การปิดบัง แต่มันคือความจริง
แจ็กซ์เดินไปหยุดข้างซากเ้าเข็มที่พังไปครึ่งตัว สีหน้าเศร้าสลดแบบจริงจังกว่าตอนเห็นคนเจ็บเสียอีก
“มันไปดีแล้ว” เขาพึมพำกับเศษเหล็ก
“มันทำหน้าที่ของมันอย่างสมเกียรติ”
แม้สถานการณ์จะยังตึงเครียด แต่ประโยคนั้นกลับทำให้คนข้างหลังบางคนหลุดหัวเราะสั้น ๆ ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ หัวเราะเพราะตลกหรือหัวเราะเพราะไม่ไหวจนต้องปล่อยอะไรออกมาสักอย่างก็ไม่มีใครรู้ ทว่าความขึงตึงในอากาศคลายลงได้หนึ่งปลายนิ้ว
บัลธาซาร์หันกลับไปมองผู้รอดชีวิตเ่าั้ ก่อนพูดช้า ๆ
“ตราบใดที่เรายังหัวเราะได้ โลกยังลบเราไม่หมด”
แจ็กซ์ชะงักแล้วพยักหน้าเหมือนจะรับคำชมแบบอ้อม ๆ นั้นไว้
“ใช่…ใช่เลย ฉันจะคิดซะว่าเ้าเข็มตายอย่างมีค่า”
“มันยังไม่ตาย” คาเอลพูดขึ้น
แจ็กซ์หันขวับ
“อะไรนะ”
คาเอลชี้ไปที่เศษฐานของหุ่นซึ่งยังมีไฟสถานะสีเขียวกะพริบอยู่อ่อน ๆ
“แกนหมุนยังอยู่ เอามันไปต่อใหม่ได้”
แจ็กซ์มองตามแล้วดวงตาเป็ประกายขึ้นทันที
“โอเค ฉันเริ่มรักนายขึ้นมานิดหนึ่งแล้ว”
“เก็บไว้ก่อนแล้วซ่อมมัน”
“รับทราบครับผม ท่านผู้บัญชาการ”
คำเรียกนั้นหลุดออกจากปากแจ็กซ์เหมือนมุกตามประสา แต่ทันทีที่มันดังขึ้น ทุกคนกลับรู้สึกกับคำนี้มากเกินควร คาเอลชะงัก บัลธาซาร์นิ่ง โวร่าเหลือบมองเขาอีกครั้ง แม้แต่นิกซ์ที่กำลังทรุดกับผนังก็เงยหน้าขึ้นช้า ๆ
หน้าต่างสถานะของคาเอลกระตุกวาบ
[สถานะผู้บัญชาการถูกยอมรับ]
ตัวอักษรนั้นหายไปเร็วพอให้เขาเกือบคิดว่าตัวเองตาฝาด
แต่คำว่า “ผู้บัญชาการ” ยังค้างอยู่ในหัว
คาเอลไม่ชอบมัน
เขาไม่ชอบที่ระบบเหมือนกำลังรอให้ใครสักคนเอ่ยคำนี้กับเขาอยู่แล้ว
“อย่าเรียกแบบนั้นอีก” เขาพูดสั้น ๆ
แจ็กซ์เลิกคิ้ว
“โอเค…งั้นไว้เรียกตอนนายเริ่มสั่งโง่ ๆ แบบผู้นำเต็มตัว”
“ฉันทำอยู่แล้ว”
“ดี อย่างน้อยนายยังมีอารมณ์ประชด”
แม้พวกมันจะถอยออกไประลอกหนึ่ง แต่ไม่มีใครเชื่อว่าฝูงด้านนอกจะยอมเลิกง่าย ๆ โวร่าเริ่มตรวจแนวรับใหม่ บัลธาซาร์ประคองผู้รอดชีวิตที่เริ่มหมดแรงลงนั่งเป็กลุ่ม แจ็กซ์ลากซากเ้าเข็มไปข้างหลังด้วยสีหน้าหนักแน่นอย่างคนจะไม่ยอมให้ผลงานครั้งแรกตายฟรี ส่วนฟ้าผ่ายังหมุนหัวเซ็นเซอร์ช้า ๆ คอยเฝ้าหน้าต่างแตกฝั่งซ้ายอยู่เหมือนสัตว์เฝ้ายามพิการแต่ดื้อรั้น
คาเอลเดินไปหยุดตรงกระจกหน้าที่แตกร้าวแล้วมองออกไปข้างนอก เมืองทั้งเมืองยังคงบิดเบี้ยวอยู่ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยรหัส แสงไฟหลายดวงกะพริบแล้วดับไปทีละเขต เหมือนใครบางคนกำลังกดลบพื้นที่ออกทีละส่วนจากแผนที่โลก เขาเห็นเงาหลายเงาบนหลังคาตึกฝั่งตรงข้าม เห็นซากรถที่ถูกพิกเซลกัดกินไปครึ่งคัน และเห็นแม้กระทั่งกลุ่มคนไกล ๆ ที่วิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่ตรงสี่แยก ก่อนหนึ่งในนั้นจะสะดุดล้มแล้วหายไปครึ่งตัวในแสงขาววาบ
เขาไม่ชอบที่ตัวเองมองเห็นรายละเอียดทุกอย่างชัดขึ้น
ไม่ชอบที่ใจเริ่มตอบสนองต่อภาพความตายน้อยลงนิดหนึ่งเมื่อเทียบกับชั่วโมงก่อน
และเขายิ่งไม่ชอบที่ลึกลงไป มีบางส่วนของเขาเริ่มจัดลำดับสิ่งที่ควรช่วยกับสิ่งที่ช่วยไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเกินไป
[กระบวนการปรับสภาพจิตกำลังดำเนินการอยู่]
[อัตราการซิงค์: 25%]
ตัวเลขนั้นเหมือนเข็มเย็น ๆ แทงเข้ามาตรงกลางอก
ข้างหลังเขา นิกซ์ลุกขึ้นช้า ๆ แล้วเดินมาหยุดห่างไปไม่กี่ก้าว เด็กหนุ่มยังซีดเหมือนเดิม แต่ดวงตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับข้างในนั้นมีเงาของฝูงเคลื่อนไหวอยู่ลึก ๆ
“ข้างนอก…มันเริ่มขยับอีกแล้ว” เขาพูดเบา ๆ
“จากทิศไหน”
“ทุกทิศ” นิกซ์ตอบ แล้วเม้มปากแน่น
“แต่มันไม่ใช่บุกสุ่ม มันกำลังรวมตัว…ไปทางตะวันออก”
คาเอลหันกลับมาทันที
“นายแน่ใจนะ?”
นิกซ์พยักหน้า
“เหมือน…เหมือนมีอะไรบางอย่างเรียกมันไป”
โวร่าที่กำลังเสียบมีดกลับเข้าปลอกหันมาพอดี
“ทางตะวันออกมีอะไร”
แจ็กซ์ตอบจากด้านหลังโดยไม่เงยหน้า
“ถนนเชื่อมไปศูนย์ข้อมูลเทศบาล แล้วก็สถานีรถไฟฟ้าย่อย ถ้าระบบเมืองยังพอทำงานอยู่ ตรงนั้นจะมีเครือข่ายพลังงานสำรองใหญ่”
บัลธาซาร์นิ่งไปหนึ่งจังหวะ
“หรือมีสิ่งอื่นที่้าให้พวกมันไปที่นั่น”
ไม่มีใครพูดต่อ แต่ทุกคนเข้าใจว่าความหมายใกล้เคียงกัน
คาเอลมองท้องฟ้าอีกครั้ง ความมืดเหนือเมืองกำลังขยับเหมือนมีบางอย่างมหึมาคลานผ่านอยู่หลังกระจกของโลก รอยรหัสสีขาววิ่งลงต่ำกว่าเดิมจนเกือบแตะยอดตึกไกล ๆ และในชั่ววินาทีนั้นเอง หน้าต่างสถานะของเขาก็แทรกข้อความใหม่ขึ้นมาอีก
[มีสัญญาณกำลังเข้ามา]
[แหล่งที่มา: ไม่ทราบ / เป็มิตร?]
[กำลังรับสัญญาณจากแหล่งที่ไม่สามารถยืนยันได้]
คาเอลหรี่ตา
“อะไรอีก” โวร่าถามทันทีเมื่อเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยน
“มีสัญญาณอะไรบางอย่าง” คาเอลตอบช้า ๆ
“มัน…พยายามติดต่อเข้ามา”
“เข้ามาที่ไหน”
“หน้าต่างนี่”
แจ็กซ์ผุดลุกขึ้นทันที ดวงตาเป็ประกายขึ้นในแบบที่มีแต่เื่เทคโนโลยีจะทำได้
“รับมันสิ! รับเลย! ถ้ามีใครในระบบเมืองหรือระบบ…อะไรก็ตามที่ยังส่งสัญญาณได้ เราอาจได้ข้อมูล”
“หรือกับดัก” โวร่าสวน
“เราอยู่ในกับดักอยู่แล้วโวร่า!”
คาเอลยังไม่ตอบ เขาจ้องข้อความที่กะพริบอยู่ตรงหน้าอีกครู่หนึ่ง จากนั้นความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านหัว
รับสัญญาณ
หน้าต่างตอบสนองทันที
[ยืนยันการรับสัญญาณแล้ว]
แสงในหน้าต่างสถานะบิดตัว รหัสหลายบรรทัดไหลซ้อนกันจนแทบอ่านไม่ออก ก่อนจะรวมตัวเป็กรอบภาพเล็ก ๆ ลอยกลางอากาศ เสียงสัญญาณรบกวนดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับเงาร่างพร่าเลือนของชายวัยกลางคนผมยุ่ง เสื้อช่างเปื้อนคราบน้ำมัน ดวงตาคมและคิ้วดกให้ความรู้สึกของคนที่ตื่นมาเจอะเิกลางบ้านแล้วยังเลือกหยิบประแจมาดูก่อนว่าจะแก้ตรงไหน
“ถ้าพวกนายเห็นหน้าฉันได้” เสียงนั้นดังออกมาทั้งในอากาศและในหัวคาเอลพร้อมกัน “แปลว่าของเล่นเก่าพวกนี้ยังพอทำงานได้อยู่บ้าง”
แจ็กซ์อ้าปากค้าง
“โอ้โห ให้ตายเถอะ…”
ชายในภาพกะพริบตาถี่เหมือนกำลังปรับจอรับภาพจากฝั่งนั้น
“ฟังนะ ฉันไม่รู้ว่านี่เป็ข้อมูลจำลอง ร่องข้อมูลเก่า หรือฉันกำลังคุยกับใครอยู่กันแน่ แต่ถ้านายได้สิทธิ์เข้าถึงช่องสัญญาณนี้ แปลว่านายคงเจอปัญหาใหญ่ระดับหายนะพอสมควร ชื่อฉัน รอรี สวอนน์ และถ้านายมีช่างอยู่แถว ๆ นั้น”
แจ็กซ์พูดพร้อมภาพเกือบจะทันที
“มี! ผมนี่แหละ! มีช่างครับ!”
ภาพของรอรี สวอนน์หยุดไปเสี้ยวหนึ่ง ก่อนคิ้วจะยกสูงเหมือนอยากหัวเราะ
“ดีมากเด็กน้อย อย่างน้อยจักรวาลยังมีมารยาทพอไม่ส่งคนโง่มารับช่องฉุกเฉินของฉัน”
แจ็กซ์ยิ้มกว้างอย่างลืมกลัวไปครู่หนึ่ง
“ผมชอบลุงแล้วว่ะ”
โวร่าเบ้ปาก
“เลือกเวลาชื่นชมได้ดี”
สวอนน์ในภาพพ่นลมหายใจ
“ถ้างั้นฟังให้ดี ถ้าพวกนายยังมีแขนสองข้าง เครื่องมือช่าง และระบบพลังงานขั้นต่ำ ฉันจะช่วยเปลี่ยนเศษขยะรอบตัวให้กลายเป็แนวป้องกันได้ เริ่มจากฐานหมุนอะไรก็ได้ หุ่นเข็นของ รถเข็น เครื่องยกต่อเซ็นเซอร์ระยะ ใช้แหล่งจ่ายไฟแยก อย่าโยงเข้าระบบหลักทั้งหมด แล้วตั้งมุมยิงให้ครอบทางเข้าแคบ พวกนายต้องสร้าง ‘ป้อม’ ก่อน ไม่ใช่แค่ยิงมั่ว”
แจ็กซ์แทบจะโน้มหน้าเข้าไปในภาพ
“ผมทำหุ่นคืนหนังสือไปตัวหนึ่งแล้ว!”
สวอนน์กะพริบตาอีกครั้งเหมือนยอมรับในความบ้า
“โอเค ฉันเริ่มชอบเ้าหนูนี่แล้วจริง ๆ ถ้ายังมีอีกตัว เอามาต่อเป็คู่ กางฐานสองมุมไขว้กันให้เกิดเขตตายกลางทางเข้า แล้ว…”
คำอธิบายของเขาไหลต่อไปเร็ว รัดกุม และเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคจนผู้รอดชีวิตที่ฟังอยู่ไกล ๆ คงคิดว่าเป็ภาษาต่างดาว แต่แจ็กซ์กลับตามทันทุกคำที่เขาพูดและเข้าใจได้ดี เขารีบลากซากเ้าเข็มกลับมากับฟ้าผ่า เปิดวงจร ปรับฐานหมุน ย้ายตำแหน่ง เสริมโครงด้วยชั้นหนังสือเหล็กเตี้ยและโต๊ะอ่านหนังสือที่พวกเขาช่วยกันดันมาเป็ที่กำบัง
คาเอลมองภาพนั้นแล้วเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด
โลกภายนอกกำลังถูกฉีกออกเป็รหัส ผู้คนหายไปต่อหน้าต่อตา เพื่อนของเขากำลังกลายพันธุ์ หัวของตัวเองเต็มไปด้วยหน้าต่างสถานะและเสียงสั่งที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่ตรงหน้ากลับยังมีชายคนหนึ่งซึ่งอาจเป็เพียงข้อมูลเก่า หรือร่องจำลองของใครสักคน กำลังสอนให้เด็กช่างปากเสียสร้างป้อมปืนจากหุ่นเข็นหนังสืออย่างใจเย็น
บางทีนี่อาจเป็สิ่งเดียวที่ยังทำให้โลกไม่แตกออกจากกันหมดทั้งใบ
ทักษะ
งานช่าง
คนที่ยังเลือกแก้ปัญหาตรงหน้าแทนจะคลั่งไปกับฟากฟ้า
แจ็กซ์ทำงานอย่างบ้าคลั่งภายใต้คำแนะนำของสวอนน์ เขาเริ่มต่อปืนยิงตะปูเข้ากับฐานหมุนคู่ ติดเซ็นเซอร์เพิ่มจากเครื่องตรวจจับควันฉุกเฉิน ดึงสายพลังงานจากแบตเตอรี่สำรองของระบบไฟทางเดิน และถึงขั้นรื้อแผงบอกตำแหน่งหนังสือมาทำเป็เกราะกันหน้าให้ป้อมชั่วคราวทั้งสอง
“ใช่ แบบนั้นแหละ” สวอนน์พูดผ่านภาพสัญญาณที่กระตุกเป็ระยะ
“เพิ่มมุมยกอีกนิด อย่าให้มันยิงต่ำเกินไป เดี๋ยวตะปูหมดกับพื้นฟรี ๆ”
“รับทราบครับลุง!”
“แล้วเลิกเรียกฉันลุง ฉันยังไม่แก่ขนาดนั้น”
แจ็กซ์ยิ้มทั้งเหงื่อไหล
“งั้นเรียกหัวหน้าช่าง?”
“ฟังดูดีกว่า ฮา ๆ ”
โวร่ามองภาพนั้นอย่างระแวง
“เราเชื่อช่องสัญญาณนี้มากไปหรือเปล่า”
คาเอลไม่ได้ลดปืนลงจากแนวเฝ้าหน้าต่าง
“ตอนนี้ถ้ามันช่วยให้เรายิงได้ก่อนตาย ฉันรับความเสี่ยงนั้น”
บัลธาซาร์พยักหน้าเบา ๆ
“ในคืนที่ความจริงแตกสลาย ปัญญาที่มาถึงก่อนย่อมมีค่าพอให้ฟัง”
โวร่าไม่ได้แย้งต่อ
ไม่นาน แนวป้องกันใหม่ก็เริ่มเป็รูปเป็ร่าง ป้อมหนึ่งวางต่ำใกล้หน้าต่างแตกฝั่งเหนือ อีกป้อมหันเฉียงคุมทางเข้าโถงจากฝั่งซ้าย โต๊ะหนักสองตัวกับชั้นหนังสือเหล็กถูกดันมาทำเป็คอขวดตรงกลาง พื้นที่ซึ่งเคยเปิดโล่ง ตอนนี้ถูกบีบให้เหลือทางผ่านแคบยาวพอให้คาเอลกับโวร่าคุมการยิงและการเข้าถึงระยะประชิดได้พร้อมกัน
แจ็กซ์ถอยออกมาดูผลงานหอบ ๆ
“ถ้ามันรอดไปได้เกินสิบห้านาที ฉันจะถือว่านี่เป็มาสเตอร์พีซ”
“ถ้ามันรอดเกินห้านาที ฉันจะหยุดล้อชื่อมัน” โวร่าตอบ
สวอนน์ในภาพหัวเราะสั้น ๆ
“พอใช้ได้ อย่าให้พวกมันประชิดพร้อมกันมากเกินไป แล้วจำไว้นะเด็กทั้งหลาย ป้อมไม่ได้สร้างมาเพื่อชนะา มันสร้างมาเพื่อซื้อเวลา”
คาเอลจดประโยคนั้นไว้ทันที
ซื้อเวลา
ใช่
คืนนี้พวกเขาไม่ได้ชนะอะไรเลย
พวกเขาแค่พยายามซื้อเวลาทีละนาทีจากโลกที่กำลังถูกยึด
ทันใดนั้น นิกซ์ซึ่งนั่งเงียบมานานก็เงยหน้าขึ้นแรงจนทุกคนหันไปหา สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากเหนื่อยล้าเป็ตื่นตระหนกแท้จริง ดวงตาเบิกกว้าง ม่านตาหดเล็กคล้ายสัตว์
“มันมาอีกแล้ว” เขากระซิบ
“พวกมัน?” คาเอลถาม
นิกซ์ส่ายหน้า เหงื่อไหลตามขมับ
“ไม่ใช่แค่นั้น…มีอะไรบางอย่างพามันมา มัน…มันเหมือนสัญญาณเดียวกับตัวนั้น แต่มากกว่า หนักกว่า เหมือน…เหมือนมี ‘ผู้คุม’ อีกตัวอยู่ข้างนอก”
หน้าต่างสถานะของคาเอลกะพริบแรง
[ตรวจพบคลื่นภัยคุกคามระลอกใหม่]
[ลำดับความสำคัญของศัตรูเปลี่ยนแปลง]
[ตรวจพบสัญญาณระดับผู้บัญชาการ]
ภาพของสวอนน์กระตุกหนักขึ้น
“นั่นไม่ดีเลย ถ้าพวกนายเริ่มเจอสิ่งที่ควบคุมฝูงพวกมันได้ แปลว่าระบบทดสอบกำลังข้าม่พื้นฐานไปเร็วเกิน…”
ประโยคเขาขาดกลางทาง
เพราะผนังกระจกฝั่งตะวันออกทั้งแถบพลันสว่างวาบด้วยแสงสีขาวจากภายนอก รอยร้าววิ่งกระจายพร้อมเสียงกรีดของฝูงนับสิบ แล้วกระจกทั้งแนวก็ดับไปพร้อมกัน เหลือเพียงเงาร่างจำนวนมากขยับเข้ามาในความมืดขาวสลับแดงนั้น
สวอนน์สูดหายใจ
“เข้าตำแหน่ง! เดี๋ยวนี้!”
คาเอลประทับปืนขึ้นประจำแนวทันที โวร่าหายไปในเงาหลังชั้นหนังสือ บัลธาซาร์กางม่านพลังซ้อนชั้นบาง ๆ หน้าแนวผู้รอดชีวิต แจ็กซ์กระโจนเข้าหาแผงควบคุมของป้อมทั้งสอง สีหน้าจริงจังที่สุดนับั้แ่เริ่มวิกฤต
ฟ้าผ่ากับเ้าเข็มรุ่นซ่อมส่งเสียงมอเตอร์หึ่งพร้อมกัน เซ็นเซอร์หมุนจับเป้าช้า ๆ เหมือนนักล่าตาบอดที่เพิ่งได้กลิ่นเื
คาเอลมองผ่านแนวเล็งออกไปยังฝูงด้านนอก
ข้างหลังสัตว์ประหลาดจำนวนมากนั้น เงาร่างบางอย่างกำลังยืนอยู่บนฝากระโปรงรถที่ถูกกินไปครึ่งคัน มันสูง ผอม และเงียบผิดธรรมชาติ ร่างกายเหมือนทำจากเส้นสีดำถักกัน ดวงตาหรือสิ่งที่ควรเป็ดวงตาเรืองแสงสีขาวหม่น มันไม่ขยับ ไม่เร่ง ไม่คำราม
แค่มอง
และฝูงทั้งฝูงก็เริ่มขยับพร้อมกัน
คาเอลรู้โดยไม่ต้องมีใครอธิบายว่านี่คือระลอกใหม่ของคืนอันยาวนานนี้
และเขาเอง…กำลังยืนอยู่แถวหน้าแล้วอย่างไม่มีทางถอย
หน้าต่างสถานะขึ้นข้อความสุดท้ายก่อนการปะทะรอบใหม่จะเริ่ม
[โครงสร้างป้องกัน: ทำงานแล้ว]
[การสนับสนุนจากพันธมิตร: ยืนยันแล้ว]
[โอกาสในการควบคุมสถานการณ์: เพิ่มขึ้น]
แล้วใต้สุด
[จงมีชีวิตรอด. จงเรียนรู้. จงก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่า]
คาเอลจ้องคำสุดท้ายนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนกดมันออกจากใจด้วยแรงทั้งหมดที่มี
เขาไม่้า “ขึ้นไป” เป็อะไรทั้งนั้น
ตอนนี้สิ่งเดียวที่้าคือให้ทุกคนตรงนี้รอดจนถึงเช้า
เขาล็อกเป้าตัวแรก
และเหนี่ยวไก