เขาเดินอ้อมด้านหน้าของมันไปยังไข่ใบสุดท้ายที่เหลือรอด
“แกว๊กกก…”อินทรีเนตรเพลิงระดับ 80 ที่บัดนี้สะบักสะบอมจนไม่เหลือเค้าความเป็เ้าเวหาร้องขึ้นเสียงดังคล้ายหมายจะข่มขู่ให้เขาถอยออกไปจากสิ่งที่มันแลกชีวิตเพื่อปกป้องดวงตาสีเหลืองอำพันเหลือบมองอย่างมุ่งร้าย ทว่ามันไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรเขาได้อีกต่อไป
“…”
เขาสบตาที่ค่อยๆหมดประกายแสงนั้นอย่างไร้ความหมาย ในโลกที่ผู้เข้มแข็งเท่านั้นจึงจะอยู่รอดความเป็ตายนี้เป็เื่ธรรมดาเสียยิ่งกว่าอะไร อีกอย่าง นี่ก็เป็แค่เกมเกมนึงเท่านั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเื่ของคนอื่นมากนัก
และสิ่งที่มันเหลือทิ้งไว้ก็เพียงซากร่างและกองไอเทมที่กระจัดกระจายอยู่ข้างๆ เท่านั้น
วิฬาร์เดินเข้าไปหาไข่สีขาวผ่องขนาดเท่าโอ่งใบย่อมๆใบสุดท้ายนั้น และเมื่อเขาลองััมันดู ลวดลายเวทมนตร์บนนั้นก็เรืองแสงตอบเบาๆ
อินทรีเนตรเพลิงนับเป็หนึ่งในสัตว์อสูรบินได้ขนาดกลางนับว่าเป็หนึ่งในสัตว์อสูรที่เหมาะกับใช้ในการเดินทางระยะเมืองสู่เมืองเพราะจุดเด่นในเื่ความเร็วและน้ำหนักบรรทุกที่ดี ไม่แน่อาจจะขายต่อให้กับผู้เล่นที่สนใจมันก็ได้ไม่ก็ส่งเข้ากิลด์ของเขากับเพื่อนไว้ใช้งานทีหลัง
แต่ทันทีที่วิฬาร์เก็บไข่เข้าไปที่หน้าต่างระบบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทันที
“ตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่เข้ากันได้กับไข่สัตว์อสูรปริศนาระดับ B ้าเริ่มกระบวนการหลอมรวมหรือไม่?”
“!?” หน้าต่างของระบบเด้งขึ้นมาขัดจังหวะเก็บไอเทมของวิฬาร์ทำให้เขาหรี่ตามองอย่างสงสัย ก่อนจะกดตกลงไปโดยไม่ต้องคิด
ปกติแล้วการหลอมรวมมักใช้กับการอัปเกรดอาวุธหรือไอเทมต่างๆอยู่บ่อยครั้ง ส่วนเื่การหลอมรวมของสัตว์เลี้ยงนี่เขาก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็ครั้งแรกในเกม แต่ไม่ว่าจะเป็การหลอมรวมแบบไหนถ้าทำสำเร็จ ก็จะต้องได้ของที่ดีกว่าเดิมออกมาอยู่แล้ว วิฬาร์จึงกดตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรมากอย่าว่าแต่นี่จะช่วยลดภาระของเขาไปได้ด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นไข่สัตว์อสูรที่เขาสุ่มมาตอนเข้าเกมกับไข่ของอินทรีเนตรเพลิงก็ลอยออกมาจากหน้าต่างระบบ
ทั้งสองใบทอแสงสีแดงอ่อนๆออกมาจากเปลือก ก่อนที่จะค่อยๆ หลอมรวมกันแล้วกลายเป็ไข่สีแดงเพลิงใบเดียวในที่สุด
“ทำการผสานกันเป็ผลสำเร็จผู้เล่นวิฬาร์ได้รับไข่สัตว์อสูรปริศนา ระดับ B (เชื้อสายวิหค)”
“สายวิหค?”วิฬาร์ได้ยินตามที่ระบบประกาศก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
สิ่งมีชีวิตในดิเอจ ออฟ อโพคาลิปส์มีหลากหลายสายพันธุ์ โดยส่วนใหญ่จะเป็สัตว์ในตำนานของหิมพานต์รวมถึงการผสมของสัตว์ตามจินตนาการจากผู้สร้างเกมอีกหลายชนิดแต่เมื่อคิดถึงว่าของรางวัลที่เขากำลังจะได้นี้ เป็ระดับ B แล้วละก็ คงจะอดนึกถึงสัตว์สายวิหคชนิดหนึ่งไปไม่ได้เลย
หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดของตำนานหิมพานต์ที่แข็งแกร่งขนาดที่สายฟ้าของพระอินทร์ ทำได้เพียงปลิดขนของมันลงมาได้เพียงเส้นเดียว
ครุฑ
“ต้องเป็ครุฑแน่ๆสีเปลือกไข่ กับสีขนเหมือนกันซะขนาดนี้”
วิฬาร์เปิดเช็กข้อมูลของไข่อีกรอบก็พบว่ามันยังเหลือเวลาฟักอีก 37 วัน ดูท่าแล้วเขาคงจะต้องอดใจรออีกนานเลยทีเดียว
“ตั้งชื่อเ้าครุฑว่าอะไรดีนะ?”
บางทีคิดเข้าข้างว่าตัวเองจะโชคดีแบบนี้เผื่อไว้ก่อนถึงเวลามันอาจจะกลายเป็ความจริงขึ้นมาก็ได้
ขนาดคนซื้อหวยยังหวังว่าจะถูกเลขท้ายเลย
หากคิดจะเทียบชั้นของอินทรีเนตรเพลิงกับครุฑนั้นเรียกได้ว่าเป็มวยคนละรุ่น
ครุฑเองนับเป็หนึ่งในสัตว์อสูรบินได้ที่มีความเร็วเป็อันดับต้นๆของเกม ต่อให้เป็สายพันธุ์ธรรมดา ก็ยังนับว่าเป็สัตว์หายากในหมู่ผู้เล่นด้วยกัน
นอกจากนี้ครุฑระดับสูงบางตัว ยังมีความสามารถในการสื่อสารกับเ้าของระดับหนึ่งอีกด้วยมันจึงเป็ที่้าของตลาดอยู่เสมอ
ถ้าหากไข่ปริศนาของเขาฟักออกมาเป็ครุฑสักตัวได้จริงต่อให้เป็สายพันธุ์ที่อ่อนที่สุด ก็ยังดีกว่าสัตว์อสูรทั่วไปอย่างมาก
เขาเดินเก็บไอเทมที่กระจัดกระจายอย่างปรีดามีทั้งอาวุธระดับ Eรวมถึงเครื่องป้องกัน และพวกเศษชิ้นส่วนสัตว์อสูรหลายต่อหลายชิ้นแถมตอนนี้ ค่าประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้มาจากแมวป่าและอินทรีตัวนั้นก็ทำให้ระดับของเขา เด้งมาที่เลเวล 30 เป็ที่เรียบร้อย
………………..
หลังจากประชุมเดือดเป็เวลาหลายชั่วโมงกฤษณะก็ต้องจัดการเื่ราวอันวุ่นวายหลังจากนั้นอีกเป็กองพะเนินนี่ยังดีที่ความคิดเื่การใช้พลังจากร่างอวตารของรามถูกปัดตกไป ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องวุ่นวายหนักกว่านี้อีก
แต่การเคลียร์งานตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็ทำให้เขาลืมเื่ที่ขอให้จินมยองใช้สกิลของพิเภกช่วยทำนายถึงเื่ความรู้สึกแปลกๆ ในวันฝนตกคราวนั้นของพวกเขายังดีที่หมอนั่นเอ่ยเตือนขึ้นมา ตอนนี้เขาถึงได้เตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมสำหรับทำพิธีทำนายดวงชะตาแล้ว
กฤษณะและจินมยองเลือกทำพิธีในห้องประชุมขนาดกลางของกิลด์โชคดีที่พิธีนี้ไม่ได้มีข้อจำกัดวุ่นวายเหมือนกับพิธีกรรมเวทมนตร์ชนิดอื่นเพียงแต่ต้องใช้ไอเทมพิเศษหลายอย่างเท่านั้นพวกเขาจึงไม่ถึงกับต้องวิ่งไปทำพิธีตอนกลางคืนหรือในป่าเขานอกเมืองอยุธยา
หลังจากเตรียมวงเวทและเขียนอักขระเสร็จสิ้นจินมยองก็นั่งลงที่กลางห้อง กระตุ้นทักษะของตัวเอง แล้วเชื่อมโยงมันกับวงเวทบนพื้นที่เขียนทิ้งเอาไว้ั้แ่เมื่อเช้า
ทักษะขั้นต้น พิเภกอวตาร มนตราพยากรณ์
พลังเวทมนตร์ที่แผ่ออกจากร่างของเขากระเพื่อมโดนเส้นบนวงเวทจนมันเรืองแสงก่อนมันจะวิ่งพล่านไปจนทั่วทั้งห้องในพริบตา
ละอองเกล็ดสีทองปนแดงผุดพรายขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้ที่มาที่ไปแต่กฤษณะที่ยืนหลบอยู่มุมห้องไม่ได้รู้สึกแปลกใจเขาเองเห็นพิธีกรรมนี้มาหลายครั้งจนชาชินไปแล้ว
เส้นพิธีกรรมเวทเรืองแสงอร่ามเจิดจ้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้นความงดงามของทักษะนี้หรูหราราวกับเป็ผลงานศิลปะ แต่น่าเสียดายที่ผู้ชมทั้งสองไม่ได้มานั่งชื่นชมความงามของมัน
จินมยองกระซิบถ้อยคำเวทมนตร์ยาวเหยียดอีกหลายประโยคก่อนที่จะถามคำถามที่รบกวนจิตใจพวกเขามาตลอดหลายวันนี้
ทันทีที่ถามคำถามในใจจนจบเกล็ดแสงแดงทองที่หมุนวนเวียนรอบกายพวกเขาพลันหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ไหลมารวมกันที่กลางห้องอย่างรวดเร็ว
มันก่อตัวรวมกันจนคล้ายกับงูใหญ่ค่อยๆ บิดเลื้อยแล้วงอตัววนไปวนมาจนเป็รูปบิดเบี้ยวรูปหนึ่ง
ทีแรกทั้งสองคนยังงุนงงกันอยู่ว่ามันสื่อถึงอะไรแต่หลังจากหมุนคอดูอยู่สามรอบ จินมยองก็พอจะนึกออก
“อินฟินิตี้?”
เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ที่สื่อถึงจำนวนที่ไร้ขีดจำกัดมันเหมือนกับใครจับเลขแปดอารบิกวางตัวลงในแนวนอนทำให้ดูพิลึกเล็กน้อยสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับมัน
ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจคำทำนายนี้จะสื่อถึงอะไรกันแน่
ปกติแล้วทักษะทำนายของพิเภกไม่ค่อยบอกอะไรที่มันชัดเจนนักบางครั้งพวกเขาถึงกับต้องตีความกันอยู่นานถึงจะเข้าใจความหมายที่มันสื่อออกมาและมีบางครั้ง ที่เหตุการณ์หรือเื่ราวที่เกี่ยวโยงกับคำทำนายเกิดขึ้นแล้วพวกเขาถึงจะเพิ่งเข้าใจมันทีหลังอีกที ไอ้ทักษะนี่ บางทีก็ทำให้เื่ที่ควรจะเข้าใจง่ายๆซับซ้อนมากกว่าเดิมเหมือนกัน
ทั้งสองหันมองกันไปกันมาเธอสบตาฉัน ฉันจ้องตาเธอ หัวสมองวิ่งวนอย่างสับสน แต่ก็ยังไม่เข้าใจอะไร ในหัวมีคำว่าอินฟินิตี้วนไปวนมาราวกับท่องหนังสือเตรียมสอบแต่ยังหาความเชื่อมโยงอะไรในนั้นไม่เจอแม้สักกระผีก
ทักษะนี่แม่งวุ่นวายชิบ
จินมยองเริ่มหมดความอดทนจึงอดด่าในใจไม่ได้
แต่กฤษณะเยือกเย็นกว่ามากเขาลองไตร่ตรองดูอีกรอบก่อนจะเอะใจได้ว่าเครื่องหมายอินฟินิตี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอนันต์
พอคิดได้ดังนั้นหัวใจที่สงบนิ่งก็พลันกระตุกขึ้นมา คำด่าไร้หัวไร้หางหลุดออกจากปากทันที
“ไอ้หมอนั่น!”
พิเภกที่นั่งอยู่กลางห้องสะดุ้งเฮือกแล้วหันมามองกฤษณะอย่างไม่เข้าใจว่าพูดถึงใคร
กฤษณะเอ่ยขอโทษพลางโบกมือไม้ให้ก่อนจะบอกความหมายของคำทำนายที่เขาคิดออกให้พิเภกฟัง
“อินฟินิตี้ก็คืออนันต์”
“ใช่ อนันต์เครื่องหมายแสดงจำนวนที่ไม่มีที่สิ้นสุด แล้วไง?”
“มันคือชื่อไม่ใช่ความหมาย นายเข้าใจมั้ย?”
กฤษณะอธิบายอย่างใจเย็น
พิเภกอ้าปากเตรียมจะเถียงว่าชื่อใครแล้วจะทำไม แต่ทันใดนั้นภาพจำกาลครั้งหนึ่งในสมัยตัวเองเป็เทสเตอร์ก็ฉายวาบเข้ามาในหัวฉากต่อฉาก ไม่นานเขาเองก็สบถด่าออกมาเช่นกัน
“ไอ้เชี่ยนั่น!”
พอนึกถึงหมอนั่นความรู้สึกหัวร้อนก็ฟูขึ้นมาจนหูแทบอื้อ จินมยองกำไม้กายสิทธิ์ในมือแน่นขบฟันจนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เห็นได้ชัดว่าเ้าของชื่อนี้ก่อเื่น่าปวดหัวไว้เยอะขนาดไหน
“ใช่ถึงเราจะไม่รู้ว่าทำไมหลังจากเกมเปิดตัวอย่างเป็ทางการ มันก็ไม่เข้าเกมมาอีก แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะกลับเข้าเกมมาแล้ว”กฤษณะที่ยืนพิงผนังห้องยกมือที่กอดอกขึ้นมาลูบคางอย่างใช้ความคิดเชื่อคำทำนายของพิเภกโดยไม่ต้องหาหลักฐานอื่นเพิ่มเติม
นี่เป็หนึ่งในชื่อที่พวกเขาจำได้แม่นยำที่สุดในสมัยเบต้าเทสต์
ผู้เล่นคนนี้เรียกได้ว่าก่อกรรมทำเข็ญกับพวกเขามานักต่อนักต่อสู้กันนับครั้งไม่ถ้วน หมอนี่เป็เทสเตอร์เช่นเดียวกับพวกเขาและเป็หนึ่งในคนที่มีความสามารถมาก ในสมัยนั้นมันเป็หนึ่งในขุนพลที่โดดเด่นที่สุดของอนันตนาคราชกิลด์คู่แข่งของพวกเขา จึงต้องปะทะกับมันทั้งในที่ลับและที่แจ้งอยู่เสมอและหมอนี่ไม่ได้มีฝีมือแค่การต่อสู้อันเป็เอกลักษณ์เพียงอย่างเดียวแต่ความสามารถในการวางแผน กลยุทธ์ และบริหารจัดการ ยังนับว่าเหนือชั้นมากบ่อยครั้งที่พวกเขาคิดว่ากำลังได้เปรียบ แต่ปรากฏว่า หลังจากเหตุการณ์ดำเนินไปได้ระยะหนึ่งแผนการตามหลังก็มันก็เผยออกมา สุดท้ายก็กลายเป็ว่าพวกเขาถูกหลอกมาตลอดให้หลงเดินผิดทาง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เจ็บใจเมื่อนึกถึงมันได้ยังไง
ต่างฝ่ายต่างเสียท่าให้กันและกันรอบแล้วรอบเล่าจนกระทั่งเกมปิด่ทดสอบตัวลง
เดิมทีพวกเขานึกว่าจะต้องโคจรกลับมาเจอกันอีกหลังเกมเปิดตัวอย่างเป็ทางการ ทว่าอนันต์ชายผู้เป็เ้าของฉายาอนันตกาลอันทรงอำนาจไม่ปรากฏตัวขึ้นอีกเลย
แม้พวกเขาจะแปลกใจแต่ก็นับเป็เื่น่ายินดีที่เื่ปวดหัววุ่นวายลดลงไปได้เื่หนึ่งทำให้หลังจากนั้น การขยายตัวของดาร์ค ฮอไรซอนง่ายขึ้นไม่น้อยเพราะไม่มีไอ้หมอนี่เข้ามาป่วนให้วุ่นวาย
แต่ถ้าเกิดตอนนี้หมอนี่โผล่พรวดเข้ามาในเกมแล้วละก็เห็นทีพวกเขาจะต้องกระตุกขาหลังของอนันตนาคราช คู่แข่งคนสำคัญนี้สักหน่อยแล้ว
เพราะถ้าเกิดพวกเขาปล่อยให้อนันต์เติบโตจนแข็งแกร่งอีกครั้งแล้วละก็เห็นทีคงจะไม่ได้เล่นเกมกันสงบๆ อีกแน่
“นายว่าเราควรบอกเื่นี้กับกิลด์อื่นมั้ย?”กิลด์อื่นที่จินมยองหมายถึง ไม่ใช่พวกปลาซิวปลาสร้อยอย่างกิลด์ระดับกลางแต่หมายถึงอีกสองกิลด์ใหญ่ในเกมที่ต่างก็เป็ศัตรูของกันและกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา
กิเลนอัสนี และโรซาเลีย
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้นที่รู้จักขุนพลอนันตกาลคนนี้แต่ทั้งสองกิลด์นั้นก็เช่นกัน
ทั้งสี่กิลด์มีเื่ปะทะและร่วมมือกันมาตลอดและอนันตกาลก็นับเป็หนึ่งในคู่แข่งของพวกเขา แน่นอนว่าการมีคู่แข่งลดลงไปคนหนึ่งย่อมจะทำให้ทุกฝ่ายยินดี ดังนั้น ถ้าเกิดปล่อยข่าวนี้ให้กับกิลด์อื่นรู้ว่าอนันตกาลกลับมาแล้วเผลอๆ ทุกกิลด์อาจจะจับมือกัน เพื่อล้วงข่าวว่าอนันตกาลอยู่ที่ไหนเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมก่อนก็ได้
ทั้งสองถกเถียงกันอย่างหนักหน่วง
แค่ได้ยินชื่อก็หัวร้อนกันซะแล้ว หุหุ