บทที่ 1
สัมพันธ์แรกพบ 3(จบบท)
“หัวเราะนานแล้วพอใจหรือยังครับคุณบัวหอม” เขายิ้มให้และทำตาดุใส่บัวหอมเลยหยุดหัวเราะแค่นั้นก่อนจะอมยิ้มแล้วยัดเครปเข้าปากกัดไปคำใหญ่
ท่าทางของบัวหอมทำให้เตชินยิ้มอีกและลูบผมให้ผมที่เขาเผลอขยี้แรงไปจนหัวยุ่ง เ้าตัวก็ไม่ทันได้รู้หรอกว่าหัวยุ่งแค่ไหนเขายังได้เห็นสายตาบัวหอมที่มองลอกแลกแล้วแก้มนวลแดงปลั่งขึ้นมา ดูท่าทางยังคงไม่ชินกับการที่ถูกเขาแตะเนื้อต้องตัวเท่าไร
“ไปนั่งร้านริมคลองดีกว่า”เขาจูงมือบัวหอมเดินลึกเข้าไป จุดหมายคือร้านอาหารท้ายตลาดมีโต๊ะวางอยู่ริมขอบคันกั้นน้ำให้แสงสว่างด้วยเทียนหอมที่ลอยน้ำอยู่ในแก้วทรงสูงวางอยู่บนโต๊ะทุกตัวลูกค้าก็เกือบจะเต็มร้าน
ทั้งสองนั่งฝั่งตรงข้ามกันลมหนาวยามดึกพัดผ่านจนบัวหอมต้องห่อไหล่ ขนกายลุกชัน
“หนาวเหรอ?”
“นิดหน่อยค่ะ”
“กินอะไรร้อนๆ หน่อยจะได้หายหนาว”เตชินหันไปหาเด็กร้าน “เอาซุปปลาสองที่”
เด็กร้านรับคำแล้วเดินกลับไปก่อนจะมาอีกรอบพร้อมกาน้ำชาและแก้วทรงกระบอบสองใบ
“ที่นี่เขาเสิร์ฟชาแทนน้ำ”เตชินเทชาอุ่นๆ ลงแก้วแล้วส่งให้บัวหอมก่อน
“พี่โตมาที่นี่บ่อยหรือคะ?” แม้จะคุยเล่นอยู่กับเขาก็ยังคงกินเครปต่อไป
“อือ ส่วนมากจะแวะมากับเด็กๆ ที่ร้านเป็ร้านประจำเวลาหิวดึกๆ น่ะ” เตชินยกชาขึ้นจิบมองบัวหอมอร่อยอยู่กับเครปเพลิน
เพียงไม่นานซุปปลาสองถ้วยมาวางลงตรงหน้าแล้วเป็ซุปน้ำใสและชิ้นปลาโตๆ โรยหน้าด้วยต้นหอมกับผักชี กลิ่นหอมกำลังส่งควันลอยมาแตะจมูก“พี่โตกินแค่นี้จะอิ่มหรือคะ?”
“เดี๋ยวค่อยสั่งเพิ่ม ลองกินดูสิของขึ้นชื่อของร้านนี้เลยนะ” เตชินตักซุปปลากิน บัวหอมเลยเอาบ้างกลิ่นหอมเนื้อปลานุ่มละลายในปาก
“เป็ไง?”
บัวหอมเงยหน้าขึ้นมายิ้มแล้วตักชิ้นปลาเข้าปากอีก “อร่อยค่ะ”
เตชินยิ้มตอบ ดีใจที่บัวหอมชอบ“ไม่อ้วนด้วย”
“บัวไม่กลัวอ้วนหรอกค่ะทำงานเหนื่อยทุกวัน ไม่มีเวลาอ้วนหรอก”
“ถ้ากลัวอ้วนคงไม่กินเครปช็อกโกแลตตอนตีหนึ่งหรอก”เตชินล้อและมองไปทางกระดาษใส่เครปที่ว่างเปล่าไปแล้ว
เตชินสั่งอาหารมาอีกสองสามอย่างแต่เขากินคนเดียวเพราะบัวหอมอิ่มแปล้ไปแล้วหลังจากฟาดซุปปลาไปจนเกลี้ยงเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร และกินอาหารทุกอย่างหมดเช่นกัน บัวหอมรินชาเต็มแก้วและส่งให้เขาบ้าง
“ค่อยยังชั่วท้องกิ่วคงหลับไม่ลง” เตชินลูบท้องหลังจากจัดการอาหารทุกอย่างจนพอใจ
“แล้วที่บ้าน?”
“หลับหมดแล้วกฎของบ้านพี่ถ้าใครไม่กลับบ้านไปกินพร้อมกันตอนทุ่มหนึ่งก็อด ส่วนมากจะเป็พี่ที่อดบางทีน้องสาวแอบเก็บไว้ให้บ้าง”
“พี่โตมีพี่น้องกี่คนหรอกคะ?” ลืมคิดไปว่าความอยากรู้ของตัวเองอาจจะละลาบละล้วงเื่ส่วนตัวเขาไปแต่เตชินไม่ได้คิดมากและดีใจเสียอีกที่บัวหอมก็สนใจเื่ของเขา
“มีน้องสาวอีกสองคนคนหนึ่งแต่งงานแยกออกไปแล้ว ส่วนอีกคนกำลังเรียนปริญญาโทยังแบมือขอเงินพี่อยู่เลย”
“ดีจังค่ะ”บัวหอมยิ้มแล้วยกแก้วชาขึ้นจิบ แต่เตชินเห็นรอยยิ้มนั้นเฝื่อนไป ไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรเอาไว้รู้จักกันมากขึ้นเขาคงได้รู้ ตอนนี้เขาเลยเปลี่ยนเื่คุย
“เรียนปีไหนน่ะเรา”
“ปีสามค่ะ”
“่นี้สอบใช่ไหม จะหยุดหรือเปล่า?”
“บัวสอบเสร็จแล้วค่ะอาทิตย์หน้าก็ปิดเทอมแล้ว”
“ก็ดีนะจะได้พัก แล้วหยุดงานวันไหน”
“วันจันทร์ค่ะ”
“งั้นวันอาทิตย์มาหาอะไรกินกันอีกดีไหมจะพาไปกินอีกร้าน อยู่คนละฝั่งกับร้านนี้”
“พี่โตจะหลอกบัวด้วยของกินเหรอบัวไม่ได้เห็นแก่กินหรอกค่ะ” บัวหอมหัวเราะ เตชินเลยยิ้มให้
“จะไปไหม?” เตชินเอียงหน้าถาม แสงเทียนกระทบจนแววตานั้นเป็ประกาย
“ก็ได้ค่ะ”
“งั้นกลับเลยดีกว่านะดึกมากแล้ว”
เตชินมองนาฬิกาข้อมือแล้วเรียกเด็กร้านมาคิดเงินบัวหอมคว้ากระเป๋ามาช่วยจ่ายแต่เตชินไม่ยอม ยังทำหน้าั์ใส่เธออีกเอาเป็ว่าค่อยขอเลี้ยงเขาคราวหน้าก็แล้วกัน
ทั้งสองเดินออกมาขึ้นรถผู้คนยังมาหาของกินยามดึกกันมาก น้ำค้างลงแล้ว อากาศก็ยิ่งหนาวเข้าไปอีก เมื่อเข้ามานั่งในรถเตชินเลยเอาเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขามาคลุมให้
“หน้าหนาวปีนี้ยาวหน่อย” สองมืออุ่นๆของเขานาบแก้มเธอ รู้ได้ทันทีว่าผิวแก้มเนียนนุ่มนั้นเย็นชืด
ตาสองคู่สบประสานกันอยู่ในมุมสลัวเตชินขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจหอมสะอาด เขายิ้มและแตะริมฝีปากหนักๆที่หน้าผากมน บัวหอมหน้าแดงอีกแล้วก่อนจะก้มหน้าหลบตาเขา
“จริงๆ เป็คนขี้อายนี่นาแล้วทำไมไปทำพีจีได้”
บัวหอมไม่ตอบเพราะมัวแต่กำลังนั่งตัวแข็งยังคงหลบตาเตชินอยู่ เขาเลยหัวเราะและขยับไปนั่งตรงก่อนจะสตาร์ทรถและพาออกไป
เตชินขับรถเร็วและพารถมาจอดอยู่หน้าหอพักของบัวหอมในเวลาไม่นานนักเป็หอพักที่มีแค่สี่ชั้น ลานจอดรถพอมีให้รถยนต์จอดไม่ถึงสิบคัน“เข้าซอยมาลึกมากเลยนะ”
“เกือบท้ายซอยค่ะ”บัวหอมคว้ากระเป๋ามาสะพายไหล่ แล้วยกมือไหว้เตชิน “ขอบคุณพี่โตค่ะ”
“พี่ไปส่ง ขอขึ้นไปดูห้องหน่อย” เตชินดับเครื่องยนต์และปลดเข็มขัดนิรภัยออก
“มะ... ไม่มีอะไรให้ดูหรอกค่ะห้องบัวเล็กนิดเดียว” บัวหอมใและรีบปฏิเสธไปด้วยความเคยชิน
เตชินชะงักไป “มีเพื่อนอยู่ด้วยเหรอ?”
“บัวอยู่คนเดียว”
เขายิ้ม “แค่ไปส่งให้ถึงห้อง”
บัวหอมไม่รู้จะปฏิเสธเขายังไงเลยพยักหน้าและพากันลงจากรถบัวหอมเดินนำไปก่อน ใช้คีย์การ์ดแตะประตูและเปิดกว้างพยักหน้าให้เตชินตามเข้ามา
“ยังดีที่มีระบบคีย์การ์ด” เสียงเขาพึมพำแ่เบา
บัวหอมพาเขาขึ้นบันไดไปถึงชั้นสี่“ที่นี่ไม่มีลิฟต์ค่ะ อยู่ในซอยลึกด้วยก็เลยไม่ค่อยมีคนอยู่ ชั้นสี่พักกันแค่ห้าห้องเองค่ะแต่ก็ดีเหมือนกัน มันเงียบดีด้วย”
ทั้งที่บัวหอมเดินขึ้นลงประจำทุกวันยังเหนื่อยแต่เตชินกลับไม่มีอาการสักนิด เขาช่วยไขกุญแจห้องแล้วผลักประตูให้บัวหอมเข้าไปก่อนห้องมืดแต่มีกลิ่นหอมลอยออกมา บัวหอมควานมือไปเปิดไฟแล้วเดินเข้าไปก่อน
เตชินตามเข้าไปสำรวจห้องเล็กแต่ก็เป็ระเบียบ มีเตียงที่ดูจะเด่นตาสักหน่อยเพราะเป็เตียงขนาดหกฟุตผ้าปูที่นอนสีหวานลายดอกไม้ใหญ่ ตู้เสื้อผ้าติดกับโต๊ะเครื่องแป้งโต๊ะและเก้าอี้เข้าชุด เหมือนจะใช้งานอเนกประสงค์ทั้งกินข้าวและอ่านหนังสือ
“ถึงจะเล็กไปสักหน่อยแต่ก็น่าอยู่ดีนี่นา”
“สู้อยู่บ้านไม่ได้หรอกค่ะ”
เตชินพยักหน้า “พักเถอะพี่จะกลับแล้ว”
“บัวไปส่งค่ะ”
เตชินแตะไหล่เธอแล้วส่ายหน้า“พี่ไปเอง ไว้เจอกันนะ”
บัวหอมส่งเขาที่หน้าประตูเตชินหันมาโบกมือให้ก่อนจะลงบันไดไป บัวหอมเลยเข้าห้องปิดประตูลงกลอนแ่าอย่างเช่นเคย
ร่างบางผ่อนลมหายใจแล้วนั่งลงที่ปลายเตียงหันมองนาฬิกาตั้งโต๊ะตัวเล็ก ตีสองแล้วแม้เหนื่อยล้าเพียงใดแต่ก็ยังสงบใจนอนไม่ได้ ก็เพราะเตชินนั่นแหละเขาจะรู้บ้างไหมว่าเข้ามากวนหัวใจเธอจนกระเจิดกระเจิงไปไกลโขแล้ว ต่อไปจะเป็ยังไงก็ไม่กล้าจะคิดเอาไว้ให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์ก็แล้วกัน