สุดยอดยีนเทพเจ้า

    ตอนที่ 34 มีธนูดี ๆ ในมือ


            กระทู้นั้นระบุว่า ธนูที่ขายคือ ‘ดูมส์เดย์โซล (Doomsday Soul)’ ซึ่งเป็นรุ่นหนึ่งในซีรีส์ Black Warrior ธนูรุ่นนี้ ราคาขายมือหนึ่งในช็อปทางการอยู่ที่หกจุดหกแปดล้าน การันตีระยะยิงไกลที่หวังผลได้คือแปดร้อยเมตร และเมื่อใช้ร่วมกับลูกศรโลหะผสมรุ่นเรเซอร์ชาร์ป (Razor-sharp) ที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะทะลุเกราะเหล็กหนาสิบเซนติเมตรได้จากการยิงในระยะสามร้อยเมตร ก็แน่นอนว่ามันสามารถเจาะทะลุผิวหนังของสัตว์อสูรระดับโบราณได้สบาย ๆ 

            อย่างไรก็ตาม มีดอกจันตัวโต ๆ กำกับในส่วนท้ายคู่มือการใช้งานว่า ผู้ใช้งานต้องมีพละกำลังตามหน่วยวัดมาตรฐานของสหพันธ์ดวงดาวที่ระดับ ‘เจ็ดจุดศูนย์’ ขึ้นไปเท่านั้น จึงจะสามารถดึงสายธนูของดูมส์เดย์โซลให้ยืดออกอย่างเต็มที่ได้ 

            ต้องรู้ก่อนว่า สำหรับมนุษย์ปกติทั่วไป การจะมีพละกำลังถึงเจ็ดจุดศูนย์ตามหน่วยวัดมาตรฐาน จะต้องมีจีโนพอยต์กลายพันธุ์เต็มร้อยแล้วเท่านั้น 

            ซึ่งถึงคู่มือจะระบุแบบนั้น แต่พละกำลังที่ระดับเจ็ดจุดศูนย์พอดิบพอดีกลับยังไม่เพียงพอที่จะใช้งานธนูรุ่นนี้ได้อย่างเต็มสมรรถนะ เพราะตัวเลขเจ็ดจุดศูนย์เป็นแค่ขีดพลังขั้นต่ำสุดที่ดูมส์เดย์โซลต้องการ และส่วนมากมันช่วยให้ผู้ใช้ดึงสายธนูจนเต็มความยาวได้แค่ในครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น 

            ซึ่งถ้าการยิงครั้งนี้พลาดเป้าไป จะไม่สามารถยิงครั้งที่สองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้าจะใช้ธนูดูมส์เดย์โซลในการออกล่าจริง ๆ จะต้องมีพละกำลังที่ระดับแปดจุดศูนย์ขึ้นไป และถ้าต้องการดึงเอาศักยภาพของมันออกมาให้ได้ดีที่สุดและมากที่สุดก็ควรมีพละกำลังระดับแปดจุดห้าขึ้นไป

            มนุษย์ปกติธรรมดาที่เข้าไปล่าในก็อดแซงก์ทัวรีโดยไม่มีวิชาโคเจเนติกหรือการเสริมสมรรถภาพร่างกายรูปแบบอื่น เมื่อได้จีโนพอยต์สามัญ จีโนพอยต์โบราณ และจีโนพอยต์กลายพันธุ์เต็มครบทั้งสามระดับจะมีพละกำลังที่ระดับแปดจุดศูนย์ตามหน่วยวัดมาตรฐานของสหพันธ์ดวงดาว แต่คนเหล่านั้นมีจำนวนไม่มาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่คนมักจะเลือกวิวัฒนาการสู่ก็อดแซงก์ทัวรีสเปซที่สองก่อนจะมีพละกำลังถึงแปดจุดศูนย์

            ‘อืม… ไม่มีใครซื้อเจ้าดูมส์เดย์โซลคันนี้ไปก็ไม่แปลก คนที่สนใจของมือสองไม่มีทางมีพละกำลังมากพอจะใช้มันได้ ส่วนคนที่ร่างกายพัฒนาจนมีพลังพอก็คงไม่สนใจซื้อของมือสองแบบนี้แน่’ หานเซินพยักหน้าหงึกหงักขณะคิดในใจ ไม่นานนักเขาก็ตัดสินใจลองส่งข้อความทางอินบ็อกซ์ไปถามเจ้าของกระทู้ว่าจะยอมขายธนูนี้ให้เขาในราคาหนึ่งล้านเหรียญหรือไม่

            ธนูดูมส์เดย์โซลพร้อมลูกศรโลหะผสมเรเซอร์ชาร์ปอีกหกดอก ถ้าซื้อจากช็อปทางการคงต้องใช้เงินไม่น้อยกว่าเจ็ดล้านเหรียญ

            ครั้งก่อนที่หานเซินขายขวานทองยักษ์ไป เขาได้เงินมาหกล้าน โดยเก็บไว้ใช้เองสองล้านอีกสี่ล้านให้แม่ เงินสองล้านนั้นเขาเอาหนึ่งล้านจ่ายค่าเรียนวิชาภูตพรายพันธนาการไปแล้ว แม้จะไม่แน่ใจว่าข้อเสนอหนึ่งล้านของเขาจะเพียงพอสำหรับซื้อดูมส์เดย์โซลหรือไม่ แต่นี่คือจำนวนเงินมากที่สุดที่เขาจะจ่ายได้แล้ว

            เจ้าของกระทู้ไม่ได้ตอบกลับในทันที หานเซินจึงไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่สนใจข้อเสนอของเขาหรือว่าแค่ออฟไลน์อยู่ หลังจากรอเกินครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับ หานเซินก็เริ่มคิดว่าคงไม่มีความหวัง จึงเริ่มมองหาโพสต์อื่น ๆ ต่อ แต่หาดูเท่าไหร่ก็ไม่เจอธนูที่ถูกใจเลย หัวข้อประกาศขายธนูมียี่ห้อส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่พวกที่มีราคาสูงเกินไปก็ดูเป็นของหลอกขายที่ไม่น่าใช้การได้

            “เฮ้อ~ ช่างเถอะ ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็คงต้องซื้อตัวธรรมดาใช้ไปก่อน บางทีอีกไม่กี่วันเราอาจจะได้วิญญาณอสูรธนูก็ได้!” หานเซินพูดปลอบใจตัวเอง จากนั้นก็ละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปอาบน้ำ

            หลังอาบน้ำเสร็จ เด็กหนุ่มก็เห็นแจ้งเตือนข้อความใหม่ เมื่อเปิดดูถึงรู้ว่าเป็นข้อความตอบกลับจากเจ้าของโพสต์ขายธนูที่เขาทักถามไปก่อนหน้านี้

            เนื้อหาข้อความนั้นสั้นและตรงประเด็น ระบุเพียงว่า ‘ซื้อสินค้ากดลิงก์’ พร้อมกับมีลิงก์ไปยังแพลตฟอร์มที่ใช้เป็นตัวกลางซื้อขายออนไลน์ที่มีชื่อเสียง หานเซินคลิกลิงก์ใจจดจ่อ… มันพาเขาเข้าไปสู่หน้ายืนยันคำสั่งซื้อธนูดูมส์เดย์โซลและลูกศรโลหะผสมเรเซอร์ชาร์ป ซึ่งราคารวมของสินค้าทั้งสองอย่างที่ปรากฏในช่องตัวเลขสุทธิที่ต้องจ่ายก็เป็นไปตามที่เขาต้องการ

            หานเซินดีใจมาก เขาตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างให้ถูกต้องแล้วคลิกยืนยันคำสั่งซื้อทันที

            ไม่กี่นาทีต่อมาระบบก็แจ้งว่าผู้ขายทำการจัดส่งสินค้าแล้ว และพัสดุจะมาถึงดาวลูก้าในวันพรุ่งนี้

            เนื่องจากสินค้าจากโลกภายนอกสามารถส่งผ่านก็อดแซงก์ทัวรีได้ การขนส่งระหว่างดาวเคราะห์ส่วนใหญ่จึงใช้ระบบการส่งผ่านก็อดแซงก์ทัวรีแทนการขนส่งด้วยยานอวกาศ ซึ่งรวดเร็วกว่ามาก

            เช้าวันรุ่งขึ้น หานเซินได้รับพัสดุจากบริการขนส่งอัจฉริยะ เขารีบนำมันกลับมาที่ห้องและแกะกล่องด้วยความตื่นเต้น

            ธนูโลหะสีม่วงดำที่ดูแข็งแกร่งและทรงพลัง สายธนูดูแวววาวเหมือนโลหะเงินรีดเป็นเส้น อาวุธอันใหม่ของหานเซินสร้างความประทับใจและทำให้ตกหลุมรักได้ตั้งแต่แรกเห็น เมื่อลองยกขึ้นดูเขาก็รู้สึกได้ถึงความสมดุลของน้ำหนักและการออกแบบที่ลงตัว แม้ว่าจะมีรอยขีดข่วนจาง ๆ เหมือนรอยขนแมวอยู่หลายแห่งบนตัวธนู แต่สภาพโดยรวมก็ยังดีถึงดีมาก

            ลูกศรโลหะผสมเรเซอร์ชาร์ปทั้งหกดอกเปล่งแสงเย็นเยียบ ดูใหม่เอี่ยมเหมือนไม่เคยถูกใช้งาน  และที่ทำให้หานเซินแปลกใจและยิ่งดีใจขึ้นไปอีกคือ คนขายแถมกระบอกใส่ลูกธนูที่เข้าคู่กับธนูดูมส์เดย์โซลมาด้วย สภาพของกระบอกลูกธนูอันนี้ถึงจะมีร่องรอยการใช้งานแต่ก็ไม่มีความเสียหาย ที่สำคัญมันใส่ลูกธนูได้มากถึงห้าสิบดอก

            “มีอาวุธยิงไกลดี ๆ อยู่ในมือ คราวหน้าถ้าบังเอิญไปเจอพวกโอรสสวรรค์ล่าสัตว์อสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์อีก เราก็ไม่จำเป็นต้องพุ่งตัวเข้าไปใกล้ ๆ เสี่ยงตายอีกแล้ว ฮ่า ๆ” หานเซินลูบตัวธนูพร้อมหัวเราะเบา ๆ อย่างพึงพอใจ

            เนื่องจากพื้นที่ใกล้ ๆ แถวนี้ไม่มีที่ให้ซ้อมยิงธนู เขาจึงได้แต่ลองดึงสายธนูเปล่า ๆ ดูสองสามครั้ง และพบว่าสายธนูแข็งมาก แม้เขาจะมีกำลังมากพอ แต่ดึงไปสิบกว่าครั้งก็รู้สึกว่ากล้ามเนื้อมือและแขนเริ่มล้าและเริ่มดึงสายธนูให้ยืดได้น้อยลง

            ‘ยิงได้ตั้งสิบกว่ารอบ…ถือว่าใช้ได้เลย!’ หานเซินคิดอย่างลิงโลด ทั้งตื่นเต้นและยินดี เขาไม่ได้วัดพละกำลังมานานแล้ว แต่เชื่อว่าพละกำลังของตนตอนนี้ต้องเกินแปดจุดศูนย์ไปแล้วแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงดึงสายธนูไม่ได้แน่

            จากนั้นเขาก็ไปที่ร้านขายอาวุธใกล้ ๆ เพื่อซื้อลูกธนูเพิ่ม เขาซื้อลูกธนูโลหะผสม ซีรีส์ธันเดอร์โบลต์ (Thunderbolt) ยี่สิบดอก และลูกธนูซีรีส์สวิฟต์โฟลว์ (Swift Flow) อีกยี่สิบดอก ตอนนี้กระบอกลูกธนูที่จุได้ห้าสิบดอกของเขาก็เกือบเต็มแล้ว

            ถึงจะมีชื่อฟังดูเท่ แต่จริง ๆ แล้วลูกธนูพวกนี้เป็นลูกธนูคุณภาพธรรมดาราคาย่อมเยา ลูกศรธันเดอร์โบลต์ดอกละหนึ่งพันเหรียญ มีเพียงหัวลูกศรที่ทำจากโลหะผสม ซึ่งแม้จะแข็งพอสมควรแต่ก็เปราะ และมีความยืดหยุ่นต่ำมาก สามารถยิงทะลุเนื้อสัตว์อสูร ส่วนหนังที่บาง ๆ หรืออวัยวะส่วนเปราะบาง เช่น ดวงตาได้ แต่ถ้ายิงโดนกระดอง เปลือกแข็ง หรือหนังส่วนที่หนาเหมือนเกราะ ลูกศรก็จะบิ่นหรือพังทันที

            ขณะที่ลูกศรสวิฟต์โฟลว์นั้นถูกยิ่งกว่า มันมีราคาดอกละหนึ่งร้อยเหรียญเท่านั้น ทั้งน้ำหนักและรูปลักษณ์ก็เพียงแค่เลียนแบบลูกศรเรเซอร์ชาร์ป แต่ในเรื่องความแข็งแรงและความยืดหยุ่นนับว่าห่างชั้นกันจนน่าอายถ้าคิดจะเอามาเปรียบเทียบ ทว่าเพราะเลียนแบบน้ำหนักกับรูปร่างได้ใกล้เคียงเรเซอร์ชาร์ป หานเซินจึงซื้อมันไว้เพื่อใช้สำหรับฝึกซ้อม

            ลูกศรธันเดอร์โบลต์ที่เปราะกว่า เขาไม่กล้าเอามาใช้ฝึก เพราะถ้าพลาดยิงโดนก้อนหิน หัวศรก็จะพังทันที ส่วนศรเรเซอร์ชาร์ปที่มีอยู่แค่หกดอก ราคาแต่ละดอกแพงหลายหมื่นเหรียญ เขายิ่งไม่กล้าหยิบมาใช้งานสุ่มสี่สุ่มห้า

            หานเซินนั่งชื่นชมธนูดูมส์เดย์โซลด้วยความหลงใหลอยู่นานจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาที่นัดไว้กับกลุ่มนายจ้าง เขาจึงสะพายธนูและกระบอกลูกศรขึ้นหลังแล้วเดินทางเข้าสู่ก็อดแซงก์ทัวรี

            เมื่อไปถึงจุดนัดพบ เขาก็พบว่ามีคนกลุ่มใหญ่ร่วม ๆ ร้อยคนกำลังยืนล้อมเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่สวมเกราะป้องกันซึ่งทำจากวัสดุระดับสูงของสหพันธ์ดวงดาวอยู่ หานเซินถึงได้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่ถูกจ้างมา

            แค่พาเด็กพวกนี้ไปเดินเล่นในพื้นที่ที่มีสัตว์อสูรระดับโบราณอาศัยอยู่หนึ่งวันก็ได้เงินตั้งหมื่นเหรียญแล้ว… งานนี้จึงดึงดูดผู้คนที่คิดเช่นเดียวกับหานเซินได้จำนวนมาก

            ไม่ว่าอย่างไร การล่าสัตว์อสูรระดับโบราณหนึ่งตัวก็ขายได้แค่ไม่กี่ร้อยเหรียญ ซึ่งถ้าจะหาเงินให้ครบหมื่นเหรียญก็ต้องทั้งเสี่ยงชีวิตและเหนื่อยล่าอสูรพวกนี้ให้ได้หลาย ๆ ตัว เผลอ ๆ ก็ถึงขั้นต้องล่าทั้งฝูงและเอาไปขาย ไม่ได้หาเงินง่ายเท่างานนี้แน่นอน

            เมื่อเห็นคนจำนวนมาก ใจหานเซินก็เริ่มฝ่อ ความหวังที่ดูจะน้อยนิดทำเขานึกหงุดหงิดจึงเตรียมตัวจะหันหลังกลับ งานที่คิดว่าเบาสบาย กลับกลายเป็นว่ามีคนมากมายแย่งกันทำมากขนาดนี้ เขาคงไม่โชคดีถูกเลือกแน่ ๆ หานเซินจึงตัดสินใจว่าจะหางานอื่น

            แต่ทันทีที่หันหลัง เขาก็มองเห็นหานห่าวเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนกลุ่มเดิม ทิศทางที่พวกเขากำลังเดินไปดูเหมือนจะมุ่งหน้าไปหากลุ่มเด็กหนุ่มนายจ้างกลุ่มนั้น

            “โอ๊ะ เจ้าคลั่งทะลวงก้น! โอ้โฮ ทำเท่สะพายธนูไว้ข้างหลังซะด้วย อย่าบอกนะว่ามาสมัครงานนี้กับเขาเหมือนกันน่ะ!” ชายหนุ่มที่เดินข้าง ๆ หานห่าวร้องเสียงดังพร้อมทำหน้าเยาะเย้ย

            เสียงตะโกนนั้นทำให้ผู้คนรอบ ๆ หันมาสนใจทันที 

            “เฮ้ย! ไอ้คลั่ง รอบนี้เปลี่ยนจากใช้มีดมาเป็นใช้ธนูแล้วเรอะ? กลัวใช้ผิดอีกหรือไง แต่เปลี่ยนอาวุธไม่น่าช่วยอะไรได้ม้าง~ มันต้องเปลี่ยนสมองคนถึงจะมีประโยชน์กว่านะ” 

            “ฮ่า ฮ่า ๆ”

            ชื่อเสียงของ ‘ไอ้คลั่งทะลวงก้น’ ในฐานพักพิงเกราะเหล็กเป็นที่รู้จักดี เมื่อผู้คนได้ยินใครบางคนล้อเลียนตัวตลกประจำฐานพักพิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ

            “ไอ้คลั่งทะลวงก้น อย่างแกจะปกป้องใครได้ ไปไกล ๆ ซะไป!”

            “นั่นสิ! คิดจะมาอวดดีอะไรแถวนี้ มีปัญญาสู้กับสัตว์อสูรระดับโบราณรึไง?”

            “ฉันว่าอย่างมันถ้าได้งาน แทนที่จะคุ้มครองเด็ก ๆ ได้ คงกลายเป็นให้เด็ก ๆ คุ้มครองตัวเองแทนแน่ ๆ ฮ่า ฮ่า ๆ”

            .

            .

            .