หลังจากเหตุการณ์ากับเศษเสี้ยวแห่งดาร์กเนสได้จบลงเวลาก็ได้ผ่านมาแล้ว10ปี
โลกในตอนนี้นั้นก็ยังคง เป็โลกที่สงบสุขอยู่เหมือนเช่นเดิม ตัวผมหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นจบลงก็ได้ย้ายมาอาศัยอยู่ ณ เกาะแห่งหนึ่ง เกาะแห่งนี้นั้นเป็เกาะที่อยู่ห่างไกลจากตัวนิวเวิลด์อยู่มากมันเป็เกาะเล็กๆที่มีหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ ส่วนนิวเวิลด์นั้นก็คือเมืองหลวงแห่งเดียวของมวลมนุษยชาติในตอนนี้
ณ ใจกลางของเกาะนั้นมีหมู่บ้านตั้งอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนั้นมีประชากรอาศัยอยู่ทั้งหมด21คน เป็หมู่บ้านที่สงบสุขและทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างพี่น้อง บ้านทุกหลังถูกสร้างจากดินและมีหน้าต่างกับหลังคาที่ทำมาจากไม้และฟาง ส่วนตัวผมในตอนนี้นั้นกำลังเก็บของต่างๆอยู่ในห้องเก็บของ ที่ตั้งอยู่ข้างๆกับบ้าน
ของผม ตัวผมมีชื่อว่า เรกะ เป็อดีตสมาชิกของลาซาลัสที่เคยต่อสู้ในาเมือ10ปีก่อน
ในระหว่างที่ตัวผมนั้นกำลังจัดเก็บของต่างๆอยู่นั่นเอง ตัวผมก็ได้ไปพบกับกล่องๆหนึ่งซึ่งกล่องๆนั้นเป็กล่องที่เก็บอุปกรณ์ต่างๆของลาซาลัสที่ตัวผมเคยใช้เมื่อ10ปีก่อน ตัวผมที่ได้เห็นสิ่งๆนั้นก็ได้ห่วนคิดถึงความหลังในครั้งอดีต มันเป็อดีตที่เต็มไปด้วยการต่อสู้อันยากลำบากและกลิ่นคาวของเื
แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังคงเป็ความทรงจำที่หน้าคิดถึง ความรู้สึกที่ได้ต่อสู้รวมกันกับพวกพ้องยังคงเป็ความรู้สึกที่ยังคงอยู่ในตัวผมเสมอมามันเป็ความรู้สึกที่ตัวผมนั้นจะไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล
หลังจากที่ตัวผมล้ำลึกความหลังเสร็จผมก็ได้นำกล่องใบนั้นไปเก็บเอาไว้ที่ชั้นวางของที่อยู่ด้านในสุดของห้อง ในระหว่างที่ตัวผมกำลังเก็บมันอยู่นั่นเองก็ได้มีคนๆหนึ่งย่องเข้ามาทางด้านหลังผม ย่อง!!ย่อง!! ฝับ!!
ผมถูกเธอคนนั้นะโเข้าใส่จากท่างด้านหลัง!เธอคนนั้นะโเข้ามาเกาะที่คอของผมอย่างแรง!
เธอคือเด็กสาวที่มีผิวขาวร่างเล็กและมีผมสีเงินยาวที่ข้างหนึ่งมัดเอาไว้มีในตาสีฟ้าครามและแววตาที่สดใสใส่ชุดเดรสสีขาวและสวมหมวกปีกกว้างสีขาวใช้แล้วล่ะเธอคนนั้นก็คือ
วิด้า
ซึ่งเป็ลูกสาวของผมนั่นเอง
"ปะป๊าาา!! รีบๆไปชาย!!หาต!!!!กัน!!เทอ!!"
วิด้าพูดลากเสียงพร้อมกันกับแกว่งขาทั้งสองข้างไปมากระทบเข้าที่หลังของผมดัง ตึก!!
"เข้าใจแล้วล่ะ!! เข้าใจแล้ว!! อีกแค่นิดเดียวนะ"
หลังจากที่ผมพูดจบตัวผมก็ได้นำกล่องใบนั้นไปเก็บเอาไว้บนชั้นวาง
และเดินออกมาด้านนอก
ตึง!! ตึก!ตึก! พร้อมกันกับวิด้าที่กำลังเกาะหลักผมอยู่
ที่ด้านนอกประตูมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนรอทั้งสองคนอยู่
วี่ว!!วี่ว!!เสียงของสายลมที่พัดผ่านตัวเธอคนนั้น
ตัวเธอนั้นมีผิวกายสีแทนและผมยาวสลวยสีดำยาวที่พลิ้วไหวไปมาตามสายลมที่พัดผ่าน
ในตาสีน้ำตาลและแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน ใส่ชุดเดรสสีขาวที่เข้าคู่กับของวิด้า
"หม่าม๊า!!"
วิด้าพูดออกมาพร้อมกับโบกมือไปมาในขนาดที่กำลังขี่หลังของผมอยู่ เธอคนนั้นโบกมือกับมาพร้อมด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าที่งดงาม เธอมีชื่อว่า
สมิตา
ซึ่งก็คือแม่ของวิด้าหรือก็คือภรรยาของผมนั้นเอง ในวันนี้เป็วันที่พวกเราทั้งสามคนสัญญากันไว้ว่าจะไปเทียวเล่นกันที่ชายหาดของเกาะ
ตึก!!ตึก!!โหวกเวก!!โหวกเวก!!ตึกตัก!!ตึกตัก!!
เป็เสียงของชาวบ้านที่กำลังทำกิจวัตรประจำวันต่างๆอยู่ ในขนาดที่พวกเรากำลังเดินไปที่ชายหาต
วิด้าที่กำลังขี่หลังของผมอยู่ก็พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่ร่าเริงว่า
"นี่เป็ครั้งแรกเลยนะที่พวกเราจะได้ไปเที่ยวเล่นด้วยกันที่ชายหาดพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว!!
เพราะปกติแล้วปะป๊าน่ะจะยุ่งอยู่ตลอดเวลาเลยนิ!!"
"ไม่ใช่อย่างนั่นหรอกนะวิด้า!พวกเราน่ะเคยไปด้วยกันมาก่อนแล้วนะ ในตอนที่ลูกยังเด็กอยู่"
สมิตาพูดออกมาในขนาดที่กำลังเดินอยู่
พร้อมกับถือตะกร้าใบใหญ่ที่ใส่อาหารกลางวันเอาไว้ในมือ
"ใช้ๆในตอนนั้นลูกน่ะยังตัวแค่นี้เองนะ"
ผมพูดออกมาพร้อมกับทำท่าทางบอกถึงขนาดตัวในต้อนนั้นของวิด้า
วึดวิด!!วึดวิด!!
ซึ่งพอเธอได้ยินแบบนั้นเลยสายตัวไปมาแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดว่า
"อ่าา!! จำไม่เห็นนนนได้เลยยยยเื่แบบนั้นน่ะ!!??
ทั้งสองคนขี่โกลจำกันได้แค่สองคน!!!"
"หึหึ!! ไม่เป็ไรหรอกนะวิด้าถึงแม้ว่าจะจำไม่ได้ก็ไม่เป็ไรหรอกนะ
เพราะว่าวันนี้น่ะพวกเราก็จะมาสร้างความทรงจำดีๆรวมกันใหม่ก็ได้นะ"
สมิตาขำเล็กน้อยพร้อมพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
วิด้า หยุดคิดไปครู่หนึ่งหลังจากนั่นก็ชูมือทั่งสองขึ้นฟ้าแล้วพูดออกมาว่า
"ฮื่อออ!! นั่นสินะ!!ท่าหม่าม๊าบอกแบบนั่นแล้วล่ะก็เอาอย่างงั่นก็ได้!!"
"ท่างั่นในวันนี้ทั้งวันพวกเราทุกคนจะต้องไปเล่นน้ำด้วยกันให้เต็มที่!! และหลังจากนั้นก็กินข้าวกล้องด้วยกันและสร้างความทรงจำดีๆร่วมกัน!! และทำให้วันนี้กลายเป็วันที่จะไม่มีวันลืมตลอดไปเลย!!"
ในระหว่างที่พวกเรากำลังคุยเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนานตัวผมก็ได้นึกขึ้นมาได้ว่า
นี่เละ!คือความสงบสุขที่ผมอยากให้มันเป็ ซึ่งเป็เหตุผลที่ทำให้ตัวผมต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่ง่เวลาอันแสนสงบสุขเหมือนกันกับที่เป็อยู่นะต้อนนี้และจะยังคงเป็แบบนี้ตลอดไป
"เอ่อ! ปะป๊า บนท้องฟ้ามีอะไรก็ไม่รู้? ดูเหมือนกับว่ามันกำลังจะมาทางนี้เลย??"
วิด้าได้ชี้นิ้วไปในทิศทางที่สิ่งนั้นอยู่ ตัวผมได้มองตามไปในทิศทางนั้นและสิ่งที่ปราฎตรงหน้าของผมก็คือบ่างสิ่งที่มีขนาดใหญ่แต่มันก็ดูเล็กมากเพราะมันอยู่ในระยะที่ไกลออกไปมาก แต่ทว่ามันก็ดูใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและใกล้เข้ามาเรื่อยๆและสิ่งที่ผมเห็นก็คือ มิดไซล์!! ที่กำลังพรุ่งเข้ามาท่างนี้ด้วยความเร็วสูง ฟิวววววว!!!
"มิดไซส์!!! ทุกคนรีบหาที่หลบเร็ว!!!"
ผมได้ะโออกไปด้วยเสียงทั้งหมดเท่าที่มี
แต่มันก็สายไปเสียแล้ว......ฟิว!!คลื่น!!
"ตู้มมมมม!!!!"
ได้เกิดเสียงที่ดังสนั่นขึ้น
ณ ใจกลางของเกาะที่เงียบสงบ.....
ณ ใจกลางของเมืองที่สงบสุข......
และในวันนั่นเอง......
ก็ได้กลายเป็วันที่เป็จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง.....
ท่ามกลางกลิ่นของไม้และเนื้อของมนุษยที่รุกไมด้วยเปลวเพลิง กลิ่นคาวเืที่ลอยอยู่ในอากาศและท่ามกลางสิ่นเ่าั้ก็ได้มีเสียงของเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวและความเ็ป
“แงงงงงงงงง!!!!”
วิด้าที่กำลังร้องไห้และหวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในขนาดเดียวกันสมิตาก็กำลังปลอบเธออยู่
"โอ้โอ้ไม่เป็ไรนะแม่อยู่ตรงนี้แล้วนะ"
ทั้งสองคนที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยาแที่ได้รับจากแรงะเิ
โชคยังดีนะที่วิด้าเห็นมิไซล์ก่อน ท่าเกิดว่ารู้ตัวช้ากว่านี้อีกแค่ไม่กี่วินาที่แล้วละก็พวกเราคงตายกันไปแล้ว… แต่ดูเหมือนว่าคนอื่นๆจะไม่ได้โชคดีอย่างพวกเรางันสินะ ตึง!!
"โธ่เอ๊อ!!
ทั้งๆที่ทุกคนที่นี้เป็คนดีกันแท้ๆ ทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นกัน!! ”
ตัวผมได้ทุบไปที่กําแพงด้วยความโกรธ ตอนนี้พวกเรากำลังหลบซ่อนอยู่ข้างๆของซากบ้านที่พังลงมาแต่ยังดีที่มันไม่ติดไฟและไม่มีควันมากนัก สถานะการในตอนนี้ผมยังคงไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่....
ใครกันที่เป็คนทำเื่แบบนี้...พวกมัน้าอะไรกัน…และสิ่งที่สำคัญก็คือพวกมันรู้ที่ตั้งของเกาะแห่งนี้ได้ยังไงกันเพราะเกาะแห่งนี้นั่นไม่มีอยู่ในแผ่นที่บนเกาะมีเครื่องสร้างคลื่นความถี่พิเศษที่ทำให้ดาวเทียมไม่สามารถตรวจจับสัญญาณได้….แล้วทำไมพวกมันถึงรู้ที่ตั้งของเกาะแห่งนี้กัน...
แต่ตอนนี้ไม่ใช้เวลาจะมาคิดเื่นั้นสิ่งที่ต้องคิดในตอนนี้ก็คือ
วิธีที่จะพาทั้งสองคนนี้ไปหลบในที่ปลอดภัยหรือไม่ก็ต้องพาออกไปจากเกาะนี้ก่อนแต่ว่าในตอนนี้ไม่รู้เลยว่าสถานะการของด้านนอกเกาะนั้นเป็ยังไงบ่าง จะให้พาหนี้ออกไปจากเกาะตอนนี้มันก็อันตรายเกินไปดูจากจำนวนของมิไซล์ที่ยิงมามันหน้าจะต้องมีเรื่อรบอย่างน้อยสองลำที่ด้านนอกของเกาะนี้อย่างแนนน่อนบนเกาะแห่งนี้มีที่หลบภัยอยู่ห่างออกไปได้ไม่ไกลจากตรงนี้แต่ท่าออกไปตอนนี้แล้วล่ะก็
จะไปถึงหรือป่าวนะจะต้องดูให้ดีๆก่อนว่าแถวนี้นั่นปลอดภัยแนนนอนแล้วหรือป่าว
ผมได้มองไปรอบๆและก็ได้เห็นกลุ่มคนที่อยู่บนเนินเขาตรงด้านทิศตะวันออกของเกาะ
พวกเข้านั่นก็คือกองกำลังติดอาวุธที่ประกอบไปด้วย ทหารสวมเกราะถือปื่นกลเล็ก 2 คน
สไนเปอร์กับคนชี้เป้าอีกอย่างละ 2 คน และรถขนส่งอีกหนึ่งคันกับคนที่หน้าจะเป็คนขับอีก 1คน
ที่เห็นตอนนี้หน้าจะมีแค่ 7 คนแต่หน้าจะต้องมีมากกว่านี้แน่ เป็พวกที่ถูกส่งมาตรวดสอบว่ามีผู้เหลือผู้รอดชีวิตหรือไม่งั้นเหรอเป็พวกที่พอพบกับผู้รอดชีวิตแล้วล่ะก็จะทำการกำจัดทิ้งในทันที่
เป็พวกกองกำลังอะไรสักอย่างงั้นเหรอแต่ใครเป็คนส่งพวกมันมากัน
“เนน!เนน! ปะป๊าาา!!หม่าม๊าาาา!! พวกเราจะตายงั้นเหรอ!! เน้น!เน้น!
จะต้องตายงั้นเหรอ!!หนูยังไม่อยากตาย!!
หนูยังอยากจะอยู่กับปะป๊ากับหม่าม๊ายังไม่อยากที่จะต้องแยกจากกัน!!แงงงงง!!!”
วิด้าที่วิ่งเข้ามากอดผมนั้นตัวเธอได้ร้องไห้ออกมาอย่างหนักและพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยความเ็ปและความเศร้าตัวผมเงียบไปคู่นึ่งผมนั้นรู้สึกเจ็บป่วดมากร่าวกับว่า
โดนเข็มนับพันแท่งเขาไปที่หัวใจด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของลูกสาวอันเป็ที่รัก
“จะไม่ยอมให้เป็อย่างนั้นเด็ดขาด!! พ่อจะทำอะไรซักอย่างเองเพราะอย่างนั้นไม่ต้องเป็ห่วงนะ!!”
ฝับ!!ตัวผมนั่นพูดออกมาทั้งนํ้าตาพร้อมกับได้เข้าไปกอดเธอเอาไว้
ด้วยความรักและความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี
“ฝากดูแลวิด้าด้วยน่ะ!”
“อื่อ!ไว้ใจได้เลยฉันจะต้องปกปองวิด้าจะไม่ยอมให้เธอเป็อะไรไปอย่างแน่น่อน
ถึงแม้ว่าจะต้องแรกด้วยชีวิตก็ตาม!”
ผมฝากให้สมิตาดูแลลูกของเรา
และเธอก็ตอบกับมาด้วยนํ้าเสียงที่สันกลัวแต่ก็เต็มเปลี่ยมไปด้วยความกล้า
“แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้เธอตายหลอกน่ะ”
เมือผมพูดจบผมก็ได้โนมตัวลงไปแล้วจูบลงที่ลิปสีปากของเธอ
“ไม่ว่าจะยังไง!! ผมก็จะกับมาอย่างแน่นอนผมขอให้สัญญาณ!”
พอผมพูดจบผมได้ยื่นขึ้นมาแล้วพูดขึ้นว่า
“เดียวผมจะดึงดูดความสนใจให้เองในระหว่างนั้นให้รีบหนีไปที่หลบภัยอย่าได้หยุดจนกว่าจะไปถึง
เข้าใจน่ะ!!”
“ปะป๊า!!”
เมือผมพูดจบวิด้าได้เรียกผมจากด้านหลังด้วยนํ้าเสียงที่สั่นกลัว
“ไปดีมาดี...คะปะป๊า...แล้วพวกเราจะได้เจอกันอีกไหมคะ..”
“อ่า!พ่อสัญญาณเลย!!ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น! พ่อก็จะต้องกลับมาหาลูกได้อย่างแน่นนอน
เพราะฉนันแล้วในระหว่างนั้นอย่าอยู่ห่างจากแม่เขาน่ะแล้วพ่อจะรีบกับมา”
เมือผมพูดจบ ผมก็ได้วิ่งออกไปด้วยความเร็วทั้งหมดที่ผมมี
ตึง!!ตึง!!สายตาของสไนเบอร์ทั้งหมดได้จับจองมาที่ตัวผมที่กำลังวิ่งอยู่ทามกลางซากศพมากมายที่นอนอยู่ตามพื้นด้านหลังของผมนั้น มีสิ่งที่สำคัญที่ตัวผมจำเป็ที่จะต้องปกปลองให้ได้อยู่
เพราะฉนันแล้วตัวผมจะไม่มีวันที่จะมาตายในที่แบบนี้อย่างเด็ดขาด!!
ผมจะต้องกลับไปให้ได้!! กลับไปหาตามคำสัญญาณที่ได้ให้ไว้กับคนที่ผมรักยิ่งกว่าสิ่งใด!!
ท่ามกลางเศษซากหมู่บ้านที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงตัวผมนั่นได้วิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดแรงซ้าย ผมเอียวตัวหลบไปทางด้านขวาะุที่ถูกยิงมาท่างด้านซ้ายผมหลบมันไปได้อย่างง่ายดายด้านหน้า คาวนี้ผมได้ะโหลบไปทางด้านขวาโดยที่ไม่ถอยหลังแม้แต่นิเดียว ผมต้องไปให้ถึงที่นั่นให้ได้ดูจากวิถีะุแล้ว พวกมันหน้าจะเป็กองกำลังที่ถูกผึกมาอย่างดี แต่ดูท่าจะเคยออกสนามรบจริงๆมาก่อนจึงไม่สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้
ทำให้ตัวผมที่มีประสบการณ์และสัญชาตญาณในสนามรบมากกว่า ทำให้สามารถคาดเดาวิถีะุที่ทูกยิงออกมาและหลบได้อย่างง่ายดายตัวผมใช้วิธีการวิ่งสลับกับการหลบในกลุ่มควันดำที่เกิดจากการไหมของไม้ดินและศพของผู้คนในหมู่บ้านจนในที่สุดตัวผมนั่นก็ได้มาถึงห้องเก็บของที่บ้านของผมผมได้รีบวิ่งเข้าไปด้านในสุดของห้อง
แล้วหยิบกลองๆหนึ่งที่อยู่บนชั้นว่างของออกมาแล้วเปิดมันออกในนั่นมีอุปกร์ของผมตอนเป็ลาซาลัสอยู่ ผมรีบใสมันอย่างรวดเร็วแต่ถว่ามันก็ช้าเกินไป ตูมมมมม!!!!
เสียงระเบิตที่เกิดจากมิดไซล์ขนาดเล็กที่ยิงออกมาจากบนเนินเข้าเข้ามาที่ห้องเก็บของจนเกิดการะเิ
หลังจากควันจากการระเบิตได้จางลงก็ประกลภาพของซากของห้องเก็บของที่ตอนนี้นั่นเหลือเพลียงซากที่ไรซึงสัญญาณของสิ่งมีชีวิต
ณ เนินเข้าท่างด้านตะวันออกของเกาะ
กองทัพทั้งหมดที่ถูกส่งไปสำรวจเกาะนั้นได้กับมารวมตัสกันตามคำสังที่พวกเขาได้รับจากผู้บัญชาการ
“ไม่พบสัญญาณของผู้รอดชีวิตจากการะเิครับ”
คนชี้เป่านายหนึ่งรายงานออกมาหลังจากที่เขานั่นสอดสองดูพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด
“ตรวดดูให้ละเอียดอีกรอบ เอาให้แน่นใจแล้วว่าเปาหมายตายไปแล้วจริงๆ”
ผู้บัญชาการภารกิจพูดออกมาแล้วเดินกับไปที่รถเพื่อที่จะรายงานภารกิจ
“ตอนนี้ดูเหมือนว่าเปาหมายจะถูกกำจัดไปและครับ”
ผู้บัญชาการรายงานไปทางเครื่องมืสือสารบนรถ
เสียงที่ออกมาจากเครื่องมือสือสารนั่นเป็นํ้าเสียงที่แหบแห่งราวกับว่าไรสึงิญญา
“ผู้บัญชาการคุณแน่ใจงั่นเหลอว่าเข้าคนนั่นได้ตายไปแล้วจริงๆ”
“คอนข้าแนนใจครับ”
“แต่ฉันไม่ คนอย่างเข่าไม่มีท่างที่จะตายง่ายๆด้วยมิดไซล์ลูกเดียวหรือสิบลูกหลอกน่ะ เข้าเป็ถึงลูกสิดของคนผู้นั่น
เพราะฉนันไปทำให้แนนใจสะ”
“ครับ!!!”
หลังจากพูดจบสายก็ได้ตัดไป
“เฮ่ยยย ไอ้พวกชั่นสูงเนียน่ารำคาญซะจริง เฮยพวกแก่นะไปดูให้แนใจสิว่าตายแน่แล้วรึยัง”
ผู้บัญชาการได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะสังลูกน้องให้ไปตรวจสอบ
พวกทหารสวมเกราะตอบกับด้วยเสียงที่เปลียมไปด้วยพลัง
“ครับท่าน”
“ท่านครับ มีรายงานมาจากทหารหน่วยสุดท่ายที่พึ้งกับมาว่ามีผู้หญิงกับเด็กสองคนหนีเข้าไปในที่หลบภัยนั่น และคนของเราไม่สามารถพังเข้าไปได้จึงทอนตัวกับมาก่อน ครับท่าน”
ลูกน้องคนหนึ่งรายงาน
“ท่างั้นก็เอารถถังติดมิดไซล์ตรงนั่นไปยิงพังมันสิเหย อุตส่าห์เอามาทั่งที่ จะมาใช้แค่ยิงห้องเก็บของเนียมันน่าเสียดายนะเฮย”
“ครับท่าน ผมจะรีบขับมันไปในทันที่เลยครับ”
“ไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นหลอ”
คอของทหารรายนั้นได้ถูกตัดออกและกระเด็นไปกิ้งอยู่กับพื้นเหมือนลูกบอล
“เฮยแก่เป็ใครกันว่ะ”
ผู้บัญชาการของกองกำลังพูดขึ้นมาและลูกน้องทั่งหมดทุกคนได้เล็งปืนทุกกระบอกเข้าใสคนๆนั่น
และคนที่ประกลอยู่ตรงหน้าของพวกเข้านั่นก็คือ เรกะที่สวม
ชาโดว์ เบลด เอาไว้ที่มือทั้งสองข้าง มันคือสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนกันกับเกราะแขนที่ทำจากโลหะและใบมีดสีดำสองอันที่ติดอยู่ทางด้านข่างที่สร้างมาจากโลหะที่ไม่มีอยู่บนโลกนี้
“ผมคนนี้เป็ใครกันงั้นเหลอ….ตัวผมน่ะ...ก็เป็แค่คนที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุกกับคนที่คนรักก็เท่านั่น...แต่เป็เพราะพวกแก่ที่มาทำลายมันลง
เพราะฉะนั้นพวกแก่ทุกคนจะต้องตายกันทั้งหมดที่นี่เละ!!!!”
เมือผมพูดจบก็ได้พรุ่งเข้าใสพวกกองกำลังที่กำลังเล็งปืนเข้าหาตัวผม
“ยิงงงงงงงง!!!!!!”
ะุจำนวนมากทุกยิงออกมาจากท่างด้านหน้าด้านซ้ายเเละด้านขวาเป็จำนวนมาก จากทั้งปืนพก ปืนกลเล็ก ปืนเจาะเกราะยันปืนไรเฟอร์ ะุจากปืนทุกกระบอดได้วิ่งเข้าใสตัวผมที่กำลังพรุ่งเข้าไป