"ท่านหญิงเ้าจันทร์แห่งพนารัฐหายตัวไป"กษณะกลับมาจากเขตตลาดกลางพร้อมข่าวที่สร้างความใไม่น้อยให้กับคนในบ้าน
"เ้าว่าอีกทีสิ! กษณะ" แม่บันย้อนถามอย่างไม่เชื่อหู
"ท่านหญิงเ้าจันทร์หายตัวไป"คราวนี้เน้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ ก่อนเสริมต่ออย่างมันปาก "ลือกันทั่วว่ามีกลุ่มคนเงาดำใช้ควันสลบในราชสถานพนารัฐแล้วนำตัวท่านหญิงไปจนกระทั่งป่านนี้ยังไร้วี่แวว"
'ควันสลบ' ดาวใจหายวูบ นึกสังหรณ์ใจยังไงชอบกล เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนท่านชายมิณเยศขอ'รากไม้หลับใหล' ไป
หรือว่า!
'รากไม้หลับใหล'เมื่อยังเป็รากไม้ในดินลึกจะไม่มีผลใดกับสิ่งมีชีวิตแต่หากนำมาตากแห้งแล้วบดเป็ผงละเอียดผสมกับละอองเกสรดอกราตรีนิรันดร์แล้วล่ะก็มันจะทำให้สิ่งมีชีวิตที่ได้สูดดมเข้าไปสลบนิ่งในทันที กว่าจะฟื้นขึ้นมาก็อีกราววันสองวัน
"ท่านคงไม่ทำอะไรอย่างนั้น" เสียงพึมพำคล้ายบ่นกับตนเองทำให้แม่บันต้องหันมาย้อนถามตามประสาคนสูงวัย ถึงอะไรๆ จะเสื่อมตามกาลเวลาแต่หูยังดี
"คือ..ข้าคิดว่ามันเป็ไปไม่ได้น่ะสิ ใครจะอย่างนั้นไปทำไม" น้ำเสียงติดขัดแม้เ้าตัวพยายามจะปรับให้เป็ปกติที่สุด
"มีสิ! ใครล่ะที่หลงรักท่านหญิงจนหัวปักหัวปำ นับตัวไม่ยากหรอก และยิ่งครั้งนี้ท่านหญิงจะประกาศสมัครตนเป็พราหมจารีย์ด้วยแล้วคงต้องขัดขวางอย่างถึงที่สุดด้วยทุกวิธีทาง" กษณะพูดตรงประเด็นเหมือนตาเห็นอันที่จริงก็เดาล้วนๆ หากแต่มีมูลความเป็ไปได้อยู่มากคนฟังจึงได้พากันนั่งหน้าถอดสี
"วัยหนุ่มคะนองนี่น่าหนักใจเสียจริงไม่ยอมหักห้ามใจกันบ้าง ซ้ำยังเมินเฉยต่อคำทำนายแห่งนครอีก หากไม่ใช่ฝีมือทายาททันวาก็คงเป็ทายาทอีกคนสินะ"แม่บันกล่าวหาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงค่อนแคะสองหนุ่มสูงศักดิ์ผู้่ชิงความเป็หนึ่งอย่างโง่เขลาในสายตาของนางพลางโบกไม้โบกมือให้เลิกพูดเื่นี้ แล้วผละเข้าห้องไปพักผ่อน
ดาวรอจนแม่บันพ้นหายจากสายตาจึงหันขวับมาถาม
"แล้วเกิดอะไรขึ้นอีก" กษณะยื่นหน้ามาพูดต่ออย่างรู้งานเหมือนรอจังหวะอยู่แล้ว
"ไอ้เื่ฝีมือใครข้าไม่รู้แต่ตอนนี้ทายาททันวาตามไปบุกเอาเื่กับทายาทมิณเยศกลางพิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์แล้วคราวนี้คงกะตายกันไปข้างหนึ่ง" คนฟังใจนตาค้าง รู้สึกสังหรณ์ใจว่าการหายตัวไปของท่านหญิงเ้าจันทร์อาจเป็ฝีมือของท่านชายมิณเยศ
ทำไมเื่ถึงวุ่นวายใหญ่โตอย่างนี้นะ
ไม่ได้! ข้าไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น
หญิงสาวรับรู้ได้ถึงรัศมีอบอุ่นน่าอัศจรรย์จากนิ้วมือแลเห็นแหวนส่งประกายแวววาวคล้ายเสนอคำทักทาย ก่อนค่อยๆ แผ่ซ่านััอบอุ่นไปทั่วร่างกายจนพลันฉุกคิดได้ว่า
หากนี่คือสิ่งที่องค์เทพประทานให้ข้าจริง และหากมันสามารถยับยั้งเื่ร้ายที่จะเกิดขึ้นได้ข้าจะทำ!
ม้าสีหมอกถูกควบออกไปอย่างรวดเร็วจนกษณะต้องะโไล่หลังถามว่าจะไปไหนได้รับเพียงคำตอบสั้นๆ ว่าไปทะเลสาบอัมฤทธิ์
"ไปทะเลสาบอัมฤทธิ์ จะไปทำไม"
"ปล่อยนางไปเถอะ" คนที่เคยออกกฎห้ามคนในครอบครัวไปร่วมพิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์โดยเด็ดขาดกลับไร้ข้อกังขาในเวลานี้
"แม่" กษณะโพล่งออกมาอย่างไม่เชื่อหู
"อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ไม่มีใครสามารถฝืนดวงชะตาไปได้องค์เทพอัมฤทธิ์ท่านได้กำหนดทุกอย่างไว้แล้ว จงยอมรับหนทางนั้นแต่โดยดีเถิด"
แม้กษณะจะรู้ดี แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริงั้แ่เล็กแล้วที่แม่ชอบพูดอะไรแปลกๆ ยากจะเข้าใจ..นั่นคือในวัยเด็กแต่บัดนี้ถ้อยคำอันเป็ปริศนาเ่าั้ค่อยๆ แจ่มชัดจนเข้าใจดี ก่อนเปลี่ยนท่าทีที่ไม่ต่างจากผู้เป็มารดาคือยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น