วูฟวิงค์
หลังจากผ่านภารกิจผู้ฟูมฟักมาได้หนึ่งด่านนั่นคือเนย่าได้รับไข่ัมาจากาาต้นไม้และช่วยปลดปล่อยให้ทั้งสองได้กลับมาครองรักกันอีกครั้งปรากฏการณ์ของหมู่มวลต้นไม้ในเซนเทียก็เปลี่ยนไปค่ำคืนที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องให้แสงสว่างแต่เพียงเบื้องบนบัดนี้ทุกหนแห่งที่มีต้นไม้ใบหญ้าก็ต่างเรืองรองส่องแสงสว่างไสวให้กับพื้นพิภพงดงามไม่แพ้แสงดาราบนน่านนภาเลย
เนย่าให้เรเนรอสกับไทโซล์ได้เข้ามาพักอยู่กับเธอที่หอคอยสีน้ำเงินเป็การลี้ภัยชั่วคราวเพื่อหนีเื่ที่เธอเคยทำร้ายเนย่าในภารกิจคราวก่อนส่วนไทโซล์อาจถูกสมาพันธ์ผู้ฟูมฟักไต่สวนและลงโทษอย่างหนักฐานเพิกเฉยปล่อยให้ัของตนทำร้ายผู้เข้ารับภารกิจผู้ฟูมฟักได้
อีกทั้งเื่ตาที่าเ็จะได้ทำการรักษาไปด้วยถือเป็เื่ที่ดีเพราะหอคอยและปราสาทนี้จะได้ไม่เงียบเหงา
และเมื่อทุกคนเข้าเขตเซนเทียน่าฯ เกินเวลาที่ทางโรงเรียนกำหนดกฎก็ต้องเป็ไปตามกฎ
พวกเขาทั้งสี่ก็ถูกทำโทษฐานออกไปไกลเกินอาณาเขตของเซนเทียน่าฯและตลาดนัดสามภพ เพราะยังไม่บรรลุเป็ผู้ฟูมฟักเต็มตัว
ใช่! สี่คนคุณฟังไม่ผิดหรอก ได้แก่เนย่ารินริน เซนดริน และฮาร์มซึ่งเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่เนย่าเกิดเื่และฮาร์มให้เหตุผลเพียงว่าเขาได้ยินเสียงะเิจึงตามไปดูแต่เมื่อไปถึงก็ไม่พบใครเสียแล้ว
โชคดีตรงที่ว่าเนย่าให้บาร์รามพาไทโซล์และเรเนรอสไปซ่อนเสียก่อนไม่เช่นนั้นอาจเป็เื่ใหญ่อีกหนึ่งเื่ที่จะโดนกล่าวโทษ
และบทลงโทษเมื่อพวกเขากลับเข้าเขตโรงเรียนอีกครั้งได้ถูกมอบหมายให้กับ...อีรอสอาจารย์หมอรูปหล่อซึ่งเนย่ามั่นใจมากว่าเขาอาจจะใจดีกว่าโควอร์กแต่...เธอคิดผิดถนัดเมื่อบทลงโทษที่ว่าคือการจับวูฟวิงค์เพื่อนำขนปีกของมันมาปรุงยา
“เอาล่ะนักเรียนที่น่ารักเมื่อทำผิดกฎก็ต้องถูกทำโทษเป็เื่ธรรมดางานเบาะ ๆ ที่ว่าในวันนี้พวกเธอเห็นหน้าผานั่นไหม” อีรอสชี้มือไปที่หน้าผาที่อยู่ไม่ไกลจากรั้วเซนเทียน่าฯ นักแต่ถ้าชะโงกหน้าลงไปมองก็จะพบว่าเหวข้างล่างมันหาที่สุดไม่ได้จริงๆ
เนย่าไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีเหวใกล้กับรั้วโรงเรียนขนาดนี้ด้วยมิน่าถึงพาพวกเธอเดินออกมาจากโรงเรียนเพื่อมาชายขอบกำแพงนี่เองเพิ่งรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็ถูกลากมาทำโทษเสียอย่างนั้น
“วูฟวิงค์คืออะไรเหรอคะ” เนย่าถามออกไปโดยไม่ต้องคิดเพราะเธอไม่รู้จักมันจริงๆ รินรินถึงกับกลืนน้ำลายและหวังในใจว่าไอ้เ้าวูฟวิงค์ที่อีรอสหมายถึงคงจะไม่ใช่...
“มันคือสุนัข” เนย่าถึงกับยิ้มมันคือหมาในโลกเธอนั่นเอง
“ที่มีปีกบินได้” อีรอสต่อให้จนจบเนย่าถึงกับหุบยิ้มแล้วขมวดคิ้วยุ่ง หมาบินได้ ตลกร้ายสิ้นดี เนย่าคิดแต่รินรินถึงกับเบิกตาโพลง
“ฉันอยากให้พวกเธอนำขนปีกของมันมาให้ฉันมันเป็ส่วนประกอบสำคัญที่จะนำมาปรุงยาและฉันขอแค่คนละเส้น และเส้นละตัวสรุปคือพวกเธอสี่คนก็เท่ากับพวกมันสี่ตัวอย่ามากกว่านี้เพราะฉันไม่้าเยอะขนาดนั้น เมื่อได้มาแล้วไปส่งให้ฉันที่ห้องปีกขวาของตึกนะอย่าช้าล่ะ” อีรอสยิ้มละไมอย่างใจดีแต่คนที่สีหน้าไม่ดีเอาซะเลยก็คือรินริน
“วูฟวิงค์ โอ้ย! ให้อยู่กับอาจารย์โควอร์กสิบคนยังจะดีซะกว่ามาเอาขนของเ้าพวกนี้อีก” รินรินทำท่าขนลุก
“อะไรเหรอรินริน” เนย่าถามพลางเดินเข้าไปใกล้หน้าผาโดยมีเซนดรินและฮาร์มเดินกอดอกตามหลังมา
“ก็เ้าพวกนี้น่ะดุจะตายเขี้ยวพวกมันมีพิษถ้าโดนกัดเข้าถึงไม่ตายก็จะค่อย ๆเน่าตายไปทีล่ะน้อยที่อาจารย์หมออยากได้ขนปีกของพวกมันเพราะขนพวกมันรักษาพิษจากเขี้ยวมันได้แต่ฉันไม่แน่ใจว่าต้องผสมกับส่วนผสมอะไรอีกรึเปล่า” รินรินอธิบาย
“นี่มันเท่ากับฆ่าเราชัด ๆเลยไม่ใช่เหรอ” เนย่าถึงกับออกอาการหัวเสียทำโทษอะไรแบบนี้กันนะ
“ไม่หรอกที่ผ่านมาพวกวูฟวิงค์ไม่ยุ่งสุงสิงกับพวกใดในเซนเทียมานานแล้วแต่ถ้าพวกเราผูกมิตรกับพวกมันได้ก็จะง่ายในการผลิตยารักษาพิษจากเขี้ยวของพวกมันหรือแม้แต่สัตว์มีพิษร้ายแรงอื่นๆ ด้วย” เซนดรินว่า
“หมายความว่าการทำโทษที่ว่าไม่ใช่เพียงเอาขนปีกของวูฟวิงค์มาแต่หมายถึงให้เราผูกมิตรกับพวกมันงั้นเหรอ” เนย่าถามและเซน ดรินพยักหน้าช้า ๆ
“ผูกมิตรน่ะไม่เท่าไรแต่เราจะลงไปเจอพวกวูฟวิงค์ได้ยังไงนี่สิคือปัญหา” รินรินทำหน้าแหย
“ไม่ยากหรอกแค่โดดลงไป” ฮาร์มเอ่ยนิ่ง ๆ
“บ้านายก็เห็นว่าเหวลึกแค่ไหนมองไม่เห็นก้นเหวเลยด้วยซ้ำ” รินรินแหว
“รึจะรอให้ดึกกว่านี้ล่ะน่าจะรู้นะว่าถ้ายิ่งดึกแทนที่จะได้เจอพวกวูฟวิงค์จะได้เจออย่างอื่นแทน” ฮาร์มมองรินรินเพื่อให้เธอรู้คำตอบโดยอัตโนมัติแต่รินรินเลือกที่จะเงียบไม่พูดถึงเื่ที่ว่าถ้าอยู่นอกรั้วเซนเทียในเวลากลางคืนใกล้หน้าผาจะเจอกับอะไร
“นี่เราจะต้องโดดลงไปจริง ๆ ใช่ไหม” เนย่าถาม
“ใช่” เซนดรินตอบและเขาก็ขึ้นไปยืนที่หน้าผาก่อนจะทิ้งตัวลงไป
“เซนดริน อย่า!” เนย่าวิ่งตามไปจะคว้าเซนดรินไว้ แต่ก็ไม่ทัน
“เชื่อเถอะว่าข้างล่างไม่มีอันตราย” ฮาร์มเอ่ยนิ่ง ๆก่อนจะเดินไปกางแขนออกและทิ้งตัวตกลงไปข้างล่างอีกคน
ร่างของทั้งคู่ถูกความมืดของก้นเหวบดบังเหลือเพียงรินรินและเนย่าที่จะต้องตัดสินใจ
“ฉันว่าเราโดดลงไปพร้อมกันจะดีกว่าไหม” รินรินยื่นข้อเสนอพลางยิ้มอย่างฝืดฝืน
“นั่นสิ” เนย่าว่าแล้วทั้งสองก็กุมมือกันสูดหายใจเข้าลึก ๆ และ...ะโลงไปในเหวพร้อมกันแต่แล้วความแรงของกระแสลมด้านล่างก็ทำให้มือของทั้งสองหลุดออกจากกันในที่สุด
แม้เนย่าจะพยายามมองหาเพื่อนที่หายไปในอากาศผ่านความมืดมิดของของหุบเหวแต่ก็ไร้วี่แววแม้แต่เสียงก็ไม่สามารถเอ่ยเรียกกันได้เด็กหญิงได้แต่เพียงภาวนาในใจว่าขอให้เพื่อน ๆ ของเธอปลอดภัยกันทุกคน
ภายในกระแสลมที่หมุนวนรุนแรงจู่ ๆร่างของเธอก็หยุดนิ่งลอยค้างกลางอากาศอยู่อย่างนั้นเนย่าแปลกใจที่ร่างกายเธอไม่ตกลงไปตามแรงดึงดูดเธอสามารถทรงตัวให้ยืนตรงได้โดยมีกระแสลมไหลเอื่อยแ่เบาพยุงร่างของเธอไว้
เนย่าหันมองรอบกายไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงนอกจากความมืดแต่กลับมีแสงสีเขียวมรกตเปล่งประกายภายในกระเป๋าใบน้อยของเธอมันขยับยุกยิกแล้วออกมาจากประเป๋าของเธอลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
อัญมณีที่เธอได้มาจากตลาดนัดสามภพมันกำลังส่องแสงสว่างเปล่งประกายเจิดจ้าไปทั่วทำให้มองเห็นว่ารอบกายเธอมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง...
ภาพที่เห็นตรงหน้าเธอคือวูฟวิงค์นับสิบพวกมันมีลักษณะคล้ายกับสุนัขในโลกเธอมากบางตัวสีขาวสะอาดบางตัวก็สีน้ำตาลบ้างก็สีเทา และแต่ละตัวมีปีกสีเดียวกับตัวคล้ายกับนกอยู่กลางหลังพวกมันก้าวเข้ามาหาเธอโดยล้อมไว้เป็วงก่อนจะแยกเขี้ยวขู่คำรามน่ากลัว
“นี่ ๆ รุมกันรึไงล่ะถือว่าตัวใหญ่กว่าพวกเยอะรึไงฉันแค่อยากได้ขนสักเส้นของพวกเธอน่ะตัวไหนก็ได้ ขอ...ขอสักเส้นได้ไหม” เนย่าทำเป็ใจกล้าแต่เธอก็กลัวพวกวูฟวิงค์อยู่ไม่น้อย ก็เขี้ยวของพวกมันมีพิษนี่นาถ้าขืนทำให้มันโกรธแล้วโดนกัดเข้ามีหวังแย่แน่ๆ ในเวลาอย่างนี้ไข่ของเธอจะช่วยอะไรบ้างได้ไหมหนอ
มันไม่มีแม้แต่ปฏิกิริยาตอบสนองเธอสักนิดเลยนี่เธอกำลังมีภัยนะ พวกัที่อยู่ในพันธะจะรู้ไหมถ้าบาร์รามตามมาด้วยก็ดีหรอกแต่เพราะเธอถูกทำโทษและเธอก็อยากให้เขาช่วยดูแลไทโซล์กับเรเนรอสจึงไม่ยอมให้เขาตามมาด้วยแม้จะมีกำไลงูอยู่แต่ก็ไม่กล้าเรียกมาอยู่ดี
ดวงตาของพวกมันจ้องมองเธอราวกับเป็อาหารและพร้อมจะกระโจนใส่ได้ทุกเมื่อมีตัวไหนบ้างไหมหนอที่เธอพอจะคุยกับพวกมันได้
“ถ้าไม่ให้ก็ปล่อยฉันไปเถอะอย่ามาทำร้ายกันเลยนะ” เนย่าต่อรองพวกมันมองหน้ากันไปมาราวกับปรึกษาแต่แล้วก็มีตัวหนึ่งใช้ปีกตบเธอจนล้มกลิ้ง
มันเดินมาข้างหน้าพร้อมกับคำรามขู่ทำให้ตัวอื่นส่งเสียงหอนรับกันไปมาคล้ายกับสะใจที่แกล้งเธอได้ตัวที่ใช้ปีกตบเธอนั้นตัวของมันใหญ่กว่าตัวอื่นและมีสีดำสนิทแต่ดวงตาของมันกลับเปล่งแสงสีเดียวกับั์ตาของเธออย่างชัดเจนมันแยกเขี้ยวขาวของมันส่งเสียงขู่เป็ระยะก่อนจะเดินวนไปมาราวกับท้าให้เธอสู้
“โธ่แล้วกันทำฉันล้มยังไม่พอนี่ยังจะให้ฉันสู้ด้วยรึไงเนี่ยะ ไม่ยุติธรรมเลยนะนายตัวใหญ่กว่าฉันนะ ฉันจะเอาอะไรไปสู้เล่า” เนย่าถอยหลังหาทางหนีแต่ก็ถูกพวกวูฟวิงค์ล้อมไว้แล้วใช้ปีกปัดเธอให้เข้าไปเผชิญหน้ากับเ้าสีนิลตัวใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มันคำรามอีกครั้งราวกับกระตุ้นให้เธอสู้กับมันซะที
“ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไงและฉันไม่เข้าใจกับไอ้การขู่คำรามของนายด้วย” เนย่าะโใส่อย่างหัวเสียพวกนี้คล้ายพวกเด็กเกเรในโลกของเธอที่ชอบล้อมวงรังแกเธออยู่เป็ประจำแต่นั่นก็คือเด็กแต่นี่มันหมามีปีกเชียวนะแถมตัวใหญ่กว่าด้วย จะให้เอาตัวรอดด้วยการใช่กลโกงหลอกเหมือนเด็กพวกนั้นก็ไม่ได้เสียด้วยหรือจะแอบกัดหูพวกนี้ให้ยอมดีไหมนะ
“สู้กับข้าถ้าเ้าชนะข้าจะให้ขนปีกของข้า แต่ถ้าไม่เ้าจะต้องตายอยู่เป็ของเล่นให้พวกลูกน้องข้า” เสียงนั้นดังมาจากเ้าสีนิลตัวั์ตรงหน้าเธอนี่พวกมันพูดได้หรือ
“นี่จะเอาให้ตายเลยรึไงฉันแค่มาขอดีๆ ไม่ให้ก็น่าจะปล่อยฉันไปเซ่ ลูกนงลูกน้องอะไรตัวใหญ่กันขนาดนี้ขืนเล่นด้วยไม่ดีหัวฉันจะโดนกินรึเปล่าก็ไม่รู้” เนย่าทำเสียงดังเข้าข่มถ่วงเวลามองหาทางหนีแล้วก็พลันนึกถึงภาพเ้าพวกนี้แย่งกันฉีกแขนขาเธอเป็ตุ๊กตาผ้า
“ไม่ได้พวกเ้าบุกรุกถิ่นข้าและข้าไม่ชอบ” เ้าตัวดำพูดอีก
“ฉันไม่สู้” เนย่ายื่นคำขาดเธอจะไม่ทำให้ตัวเองขาดสติเด็ดขาดเพราะถ้าเป็เช่นนั้นพวกวูฟวิงค์ทั้งหมดที่นี่คงจะตายหมดหรือไร้ที่อยู่เป็แน่แท้
นึกถึงตัวเองที่เรียกเต่าั์ออกมาพร้อมโซ่นั่นไหนจะตอนทำลายเขตภารกิจคราวที่แล้วอีกถ้าต่อรองดี ๆ พวกนี้อาจจะปล่อยเธอไปก็ได้แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะต่อรองแบบสันติวิธีได้ไหม
“งั้นเ้าก็จงมาเป็ของเล่นให้ข้าก่อนล่ะกัน” สิ้นคำของวูฟวิงค์สีนิลมันกางปีกกว้างก่อนจะพุ่งเข้าหาเด็กหญิงที่หันซ้ายหันขวาอยู่ เนย่าะโหลบอย่างว่องไวตอนอยู่โลกมนุษย์เธอวิ่งหนีเอาตัวรอดจากพวกหมาที่เ้าของบ้านปล่อยมาไล่เธอบ่อยครั้ง จะวิ่งไล่กัดเหรอ มีแรงก็วิ่งตามไปเรื่อย ๆ ล่ะกันได้ออกกำลังแบบนี้บ้างทั้งคืนยังไหว อย่ามารุมกันเป็พอ เนย่าคิด
เธอหลบซ้ายหลบขวาพวกมันพาล้อมกันเป็วงเพื่อเป็กรงไม่ให้เธอหนีไปไกลและเ้าตัวจ่าฝูงนี่จะได้ไล่งับเธอสะดวกการทำแบบนี้คล้ายกับพวกมันกำลังสนุกเห่าหอนกันระงมเป็เสียงเชียร์ให้วิ่งไล่กันไปมาอยู่แบบนั้นทั้งที่มีปีกแต่ก็ไม่คิดจะใช้มันเพื่อเอาเปรียบเด็กหญิงเลย
“อ้ากกกกกกกกกกก!!!” อยู่ๆเสียงร้องคำรามอย่างเ็ปของเ้าจ่าฝูงดังก้องไปทั่วพวกที่เหลือต่างส่งเสียงเห่าหอนอย่างตื่นตระหนกที่เห็นจ่าฝูงลงไปนอนชักดิ้นชักงอด้วยความเ็ป
อัญมณีที่ส่องแสงสีเขียวสว่างอยู่เมื่อครู่จู่ ๆ มันพุ่งเข้าไปฝังตัวอยู่กลางหน้าผากของจ่าฝูงพวกมันได้ยังไงเนย่าที่กำลังวิ่งไล่จับกันอยู่หันไปดูก็พบว่าอัญมณีนั่นกำลังพยายามบังคับร่างของวูฟวิงค์สีดำตัวนั้นอะไรกันล่ะนี่
“อ้ากกกกกกก!!” วูฟวิงค์จ่าฝูงร้องอย่างเ็ปมันดิ้นทุรนทุรายใช้ขาหน้าปัดป่ายเ้าสิ่งแปลกปลอมที่พยายามจะฝังตัวเข้ามาในหัวลูกน้องบางตัวก็วิ่งเข้าไปช่วยหมายจะคาบมันออกมาแต่ก็ถูกพลังสะท้อนกลับจนกระเด็นไปไกล
“หยุดซะที พอแล้ว” เนย่าไม่รอช้าเห็นทีเธอไม่ช่วยคงจะไม่ได้แล้วเนย่าวิ่งเข้าไปหาร่างของวูฟวิงค์และกอดล็อคคอไว้ อีกมือคว้าเ้าสิ่งนั้นแล้วออกแรงดึงให้มันออกมานอกจากมันจะไม่ขยับมันยังปล่อยใยออกมากรั้งมือเธอให้ติดกับอัญมณีนั้นอีกด้วย เธอดึงมือกลับไม่ออกและมันก็ไม่ขยับจากหน้าผากของเ้าสีนิลเลย
คล้ายกับการถ่ายถอดพลังสายใยให้กันและเชื่อมสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์แม้เนย่าจะใอยู่ไม่น้อยแต่อาการดิ้นทุรนทุรายของเ้าตัวที่เธอกอดไว้ก็คลายลงจากนั้นมือเธอก็หลุดเป็อิสระทั้งยังรู้สึกเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าช็อตอยู่เมื่อครู่
จ่าฝูงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนมันหมดแรงนอนฟุบอยู่บนตักเธอวูฟวิงค์ตัวอื่น ๆมองหน้ากันไปมาก่อนจะหมอบศิโรราบให้กับเด็กหญิงแล้วหอนรับกันเป็ทอด ๆ ดังก้องไปทั่วหุบเหว
เนย่ามองภาพที่เกิดขึ้นอย่างงงวยและก้มลงมองเ้าตัวั์ที่ค่อยๆ หรี่ตาขึ้นพร้อมกับบอกเธอว่า
“มันบอกกับข้าว่าให้ข้าเชื่อฟังเ้า” วูฟวิงค์สีดำพูด
“ทำไม” เนย่าเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เพราะเ้าคือนายของข้า” เอาอีกแล้วเธอไม่ชอบคำนี้เลยจริง ๆ
“อ๊ะ! ไม่ใช่มั้ง” เนย่าบอกอย่างไม่แน่ใจ
“ต่อแต่นี้ไม่ว่าเ้าจะไปแห่งหนใดข้าจะต้องตามเ้าไปทุกที่เพราะเ้านี่มันจะไม่ยอมห่างกายเ้าเด็ดขาด” วูฟวิงค์เอ่ยก่อนจะเหลือบตาไปมองอัญมณีสีเขียวมรกตบนหน้าผากตน
“ทำไมถึงไม่ยอมห่างฉันล่ะ” ดูเหมือนจะมีเื่ยุ่งเข้ามาในชีวิตเธอเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง
“เพราะมันคือส่วนหนึ่งของเปลือกไข่ั” วูฟวิงค์เอ่ยบอกกับเด็กหญิง
“โอ ไม่นะ” เนย่าส่ายหัวอย่างไม่อยากจะเชื่อถ้าเป็อย่างนั้นจริงวูฟวิงค์ตัวนี้ก็คืออาวุธพูดได้ของเธองั้นสิ
“เอาล่ะ ข้ายอมรับในตัวเ้าเ้าชนะข้าแล้วและข้าจะต้องติดตามเ้าไปทุกหนแห่ง” เ้าสีนิลยืนขึ้นเต็มความสูงพลางสะบัดปีกไปมาและเนย่าก็พบว่าวูฟวิงค์ตัวนี้ตัวใหญ่มากกว่าที่ตาเห็นแต่แรก
“เออ! นายอยู่ที่นี่ก็ได้นะเอาไว้ฉันเดือดร้อนแล้วฉันจะเรียกใช้ได้ไหม” เธอพอเข้าใจกับไอ้คำว่านายก็ตอนบาร์รามเอาแต่ดูแลเธอทุกฝีก้าวเธอบอกซ้ายไปซ้ายบอกขวาไปขวาแค่บาร์รามคนเดียวที่ตามติดเธอและพร้อมจะออกมาราวกับเงาเธอก็ว่ามันแปลก ๆแล้วถ้ามีหมาตัวใหญ่ขนาดนี้ติดตัวเธอไปด้วยทั้งโรงเรียนคงจะยิ่งเอาเธอไปนินทาจนสนุกปากแน่
“นี่เ้าอยากให้ข้าตายรึไงก็ข้าบอกแล้วว่าเ้านี่มันไม่ยอมอยู่ห่างเ้า ถ้าข้าห่างเ้ามันจะได้ะเิหัวข้าน่ะสิ” วูฟวิงค์ส่งเสียงรำคาญ
“งั้นฉันจะเอามันออกให้” เนย่ายืนขึ้น ยื่นมือไปหมายจะจับ อัญมณีที่หน้าฝากของวูฟวิงค์แล้วดึงมันออกมา
“เสียใจเพราะมันคือส่วนหนึ่งของร่างกายข้าเ้าเอามันคืนไปไม่ได้” วูฟวิงค์สะบัดหน้าหนี
“เอ้า! อะไรกันล่ะนี่” เมื่อกี้ยังอยากเอามันออกอยู่เลยไม่ใช่รึไงกันดูตอนนี้ทำเข้าสิเ้านี่เอาใจยากจัง
“เอาเถอะไว้เ้ากลับเข้าไปเซนเทียน่าจะมีคนอธิบายให้เ้าฟังแน่นอนแต่นี่มันดึกมากแล้วรีบกลับเถอะเพื่อนๆ เ้าขึ้นไปรอข้างบนแล้ว” เ้าสีนิลเอ่ยและย่อตัวลงเพื่อให้เนย่าขี่หลังโดยเหล่าวูฟวิงค์ที่เหลือก็ลุกขึ้นยืนเช่นกันและทำท่าจะตามไปด้วยเนย่าได้แต่คิดในใจว่าอย่าเชียวนะอย่าตามมาทั้งฝูงเชียวนะ
“นายรู้ได้ยังไงว่าเพื่อนฉันไปรอหมดแล้ว”
“นี่ถิ่นข้าข้าจะไม่รู้ความเคลื่อนไหวได้ยังไง ขึ้นมาเร็ว ๆ อยู่นานไม่ดี” เ้าตัวเร่งอีก ทำปีกยุกยิกพร้อมจะทะยานหากเนย่าขึ้นมา
“ไปก็ไปสิ แล้วนายชื่ออะไรมีชื่อเรียกไหม” เนย่าเอ่ยถามชื่อหลังจากขึ้นไปนั่งประจำที่เรียบร้อยและอดใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะลูบขนของเ้าสีนิลไปมาอย่างลืมตัว ขนนุ่มมาก ๆเลยแหะหูใหญ่ ๆ นั่นถ้าเธองับเล่นเ้านี่จะโกรธรึเปล่าละนี่ แต่อย่าดีกว่าเอาไว้สนิทกันกว่านี้ค่อยขอออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยน่าจะดีสุด
“รีส คือชื่อข้า” จบคำรีสก็พุ่งทะยานขึ้นไป้าพร้อมกับร่างของเด็กหญิงและลูกสมุนอีกนับสิบตัว