ตอนที่ 46 ของขวัญ (อีกครั้ง) 1
“สวัสดีตอนเที่ยงครับคุณชายเฉิน” เฉินอันหลานเดินตรงเข้าไปรับคีย์การ์ดที่หน้าเคาน์เตอร์ ในขณะที่กำลังจะหมุนตัวเพื่อเดินไปขึ้นลิฟต์นั้น ร่างของเฉินอันหลานก็ชนกับใครคนหนึ่งเข้าเสียก่อน เป็นเหตุให้คีย์การ์ดที่ถืออยู่ในมือร่วงลงไปกองที่พื้นเฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อมองว่าคนที่เดินชนกับตนเองคือใคร และแล้วสายตาก็ได้ปะทะเข้ากับใบหน้ายียวนกวนประสาทที่แสนคุ้นเคยของเว่ยเชียนเฉินเข้าอย่างจัง“โอ๊ะโอ ดูสินี่ใครกันเนี่ย” เว่ยเชียนเฉินดึงแว่นกันแดดที่สวมใส่อยู่ลงมาที่ปลายจมูก ก่อนจะกดสายตามองเฉินอันหลานพร้อมกับยกยิ้มยียวน“ที่แท้ก็ไอ้ไก่อ่อนนี่เอง บังเอิญจังเลยนะ”เฉินอันหลานไม่สนใจเว่ยเชียนเฉิน เขามองข้ามไหล่คนที่ทำท่าทางกวนบาทาเบื้องหน้าตนไปจับจ้องอยู่ที่ใครอีกคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปลานเซลอตหลังจากสายตาปะทะเข้ากับใครคนนั้น เฉินอันหลานก็นิ่งค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะเรียกสติตัวเองกลับมาแล้วโน้มตัวลงไปเก็บคีย์การ์ดที่หล่นอยู่ที่พื้นเว่ยเชียนเฉินที่เห็นดังนั้นรีบฉวยโอกาสก้มลงไปเก็บคีย์การ์ดตัดหน้าเฉินอันหลาน คนที่โดนแย่งคีย์การ์ดไปต่อหน้าต่อตาขมวดคิ้วแน่นด้วยสีหน้าไม่พอใจ“ขอโทษด้วยนะที่เดินชนนายโดยไม่ทันระวัง” เว่ยเชียนเฉินทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วยื่นคีย์การ์ดกลับไปตรงหน้าเฉินอันหลาน “นายนี่ก็จริง ๆ เลยนะ รีบร้อนลงจากเรือจนลืมแม้กระทั่งกระเป๋าตัวเอง แต่ไม่เป็นไรหรอก เสี่ยวหมิงหมิงช่วยเก็บมาให้แล้ว” เฉินอันหลานชำเลืองตามองไปกระเป๋าเดินทางที่หมิงจวงถืออยู่ในมือ มันเป็นกระเป๋าใบที่เขานำขึ้นเรือไปด้วยจริง ๆ แต่เพราะตอนนั้นที่ได้รับข่าวเรื่องลั่วหยินและเป็นกังวลเกินกว่าจะมานั่งสนใจเรื่องจุกจิกอื่นใด เฉินอันหลานจึงได้รีบร้อนลงจากเรือโดยที่ไม่ทันได้เก็บข้าวของไปด้วย เขาทิ้งของเหล่านั้นไว้ในห้องพักบนเรือ ไม่นึกว่าเพื่อนข้างห้องจะใจดีถึงขั้นช่วยเก็บพวกมันมาให้ด้วยเว่ยเชียนเฉินแกว่งคีย์การ์ดไปมาตรงหน้าเฉินอันหลาน “ไม่เอาแล้วเหรอ?”เฉินอันหลานดึงสติตัวเองกลับมา จากนั้นจึงยื่นมือไปคว้าคีย์การ์ดจากเว่ยเชียนเฉิน‘ฟุบ’คนหน้ากวนดึงคีย์การ์ดนั้นหลบอย่างจงใจราวกับต้องการกลั่นแกล้งอีกฝ่ายอย่างไรอย่างนั้น เฉินอันหลานลอบปรายตามองลานเซลอตแวบหนึ่งก่อนจะหันเหความสนใจกลับมาที่เว่ยเชียนเฉินอีกครั้ง “ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับนายหรอกนะ เอาคีย์การ์ดคืนมา”เว่ยเชียนเฉินยิ้มแล้วเอ่ยวาจากวนประสาทเฉินอันหลาน“เฮ้ ๆ ดูสิ ไอ้ไก่อ่อนโกรธซะแล้วเหรอเนี่ย”“หน้าไม่อาย ไร้หัวคิดจริง ๆ ”“ว่าไงนะ!?”“นี่ คิดให้ดี ๆ นะ ถ้าเราทะเลาะกันที่นี่ คนอื่นจะมองยังไง?” เฉินอันหลานว่าพลางชำเลืองมองโอดินสีหน้าของเว่ยเชียนเฉินแปรเปลี่ยนไปในทันทีเฉินอันหลานอาศัยจังหวะนั้นแย่งคีย์การ์ดจากมือเว่ยเชียนเฉินมา หลังจากได้ของที่ต้องการแล้วจึงปลีกตัวจากไป ไม่รั้งรอสนทนากับเจ้านายลูกน้องกลุ่มนี้อีก เว่ยเชียนเฉินที่โกรธจนอยากจะเดินตามไป ทว่ากลับถูกหมิงจวงดึงแขนไว้เสียก่อนหมิงจวงหันมาสบตาคู่หูพร้อมกับโยนกระเป๋าเดินทางที่ถือมาด้วยให้อีกคนรับไว้ ฝ่ายเว่ยเชียนเฉินที่ไม่อยากแสดงความไม่พอใจต่อหน้าผู้เป็นนายจึงได้ยอมรับกระเป๋าใบนั้นไว้อย่างไม่เต็มใจนัก“เขาอยู่ห้องไหน?” ลานเซลอตที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ มาพักใหญ่เอ่ยปากขึ้นในที่สุดเว่ยเชียนเฉินนิ่งงันไปพักหนึ่งจึงเอ่ยตอบ“น่าจะ...1808 ครับ”“หมิงจวง”“เข้าใจแล้วครับนายน้อย”หมิงจวงหันไปมองเว่ยเชียนเฉินที่เอาแต่แสดงสีหน้าโง่งมออกมาแล้วก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและตัดสินใจเดินเลี่ยงกลับไปที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง หมิงจวงจัดการขอเปลี่ยนห้องพักห้องเดิมของลานเซลอตให้กลายเป็นห้องที่อยู่ติดกับเฉินอันหลาน เมื่อแล้วเสร็จก็เดินกลับมาส่งคีย์การ์ดให้นายน้อยของตน เว่ยเชียนเฉินที่เห็นการกระทำนั้นแล้วก็เกิดความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจ เขาพบว่าจู่ ๆ นายน้อยของเขาก็ดูให้ความสนใจไอ้ไก่อ่อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※เฉินหยินชิงจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วมาก เพียงรุ่งเช้าของวันถัดมา เหลยจินก็มาปรากฏตัวที่หน้าห้องพักของเฉินอันหลานพร้อมกับนำเอกสารการคืนสถานะที่เซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้วมาให้ ของทั้งหมดที่เหลยจินนำมาด้วยไม่ได้มีเพียงแค่เอกสารเท่านั้น แต่ยังมีบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานและปืนพกอีกหนึ่งกระบอกด้วยทุกอย่างช่างง่ายดายโดยที่เฉินอันหลานไม่จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง เพียงแค่นอนหลับและลืมตาขึ้นก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการพร้อมแล้ว“คุณชายสาม เรื่องนี้ให้ผมจัดการดีกว่าไหมครับ”“เหลยจิน”“ครับ คุณชายสาม”เฉินอันหลานโยนกุญแจโรงรถไปให้เหลยจิน“ถ้ามีเวลาก็ไปเอารถมาให้ฉันหน่อย ฉันต้องใช้มัน”เหลยจินทำหน้าลำบากใจ เขาอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่เมื่อเห็นเฉินอันหลานหยิบปืนขึ้นมาเช็ดช้า ๆ คำพูดที่เตรียมไว้ก็ถูกกลืนลงคอไปในทันที เขายืนอยู่ในห้องต่ออีกสักพักจนแน่ใจแล้วเฉินอันหลานคงไม่พูดอะไรอีกจึงได้ขอตัวจากไปพร้อมกับกุญแจโรงรถที่อยู่ในมือคล้อยหลังเหลยจินท่าทางการเช็ดปืนของเฉินอันหลานก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองบานประตูที่ปิดสนิทอย่างเหม่อลอย ใช้เวลาพักหนึ่งจึงได้ละสายตากลับมาเช็ดถูปืนพกที่อยู่ในมือต่อ‘ก๊อก ก๊อก ก็อก’เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เฉินอันหลานต้องวางกิจกรรมที่อยู่ในมือลงเขาเก็บปืนเข้าไปในซองที่เหน็บไว้หลังเอว แล้วดึงชายเสื้อสูทมาบังมันไว้ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องพักผู้มาใหม่คือพนักงานคนหนึ่งของโรงแรม“คุณชายเฉินครับ” พนักงานคนดังกล่าวค้อมหัวทักทายเฉินอันหลานอย่างสุภาพคุณชายเฉินที่ยืนอยู่ในห้องไล่สายตามองของที่พนักงานถือมาด้วยเงียบ ๆ สิ่งที่พนักงานโรงแรมนำมาด้วยคือถาดสีเงินที่บรรจุของสิ่งหนึ่งไว้โดยเฉินอันหลานไม่อาจทราบแน่ชัดว่าคืออะไรเพราะมันถูกบดบังไว้ด้วยผ้าคลุมอีกชั้นหนึ่งเจ้าของห้องหรี่ตาลงมองมันนิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยปากเสียงเรียบ“ผมไม่ได้สั่งของนะครับ” “นี่เป็นของขวัญที่แขกท่านหนึ่งให้ผมนำมาส่งให้กับคุณชายครับ”“ผมไม่ต้องการ เอากลับไปเถอะครับ”“ได้โปรดพิจารณาอีกครั้งเถอะครับคุณชาย ทางเราค่อนข้างรู้สึกลำบากใจจริง ๆ ถ้าจะต้องกลับไปอธิบายกับเขา”เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมด้านบนออก ของที่อยู่ด้านในทำให้แววตาของเฉินอันหลานแปรเปลี่ยนไป เขาชะงักค้างไปราวสองสามวินาทีก่อนจะหันไปถามพนักงานที่ทำสีหน้าเป็นกังวลอยู่ตรงหน้า“แขกที่ให้คุณส่งของขวัญชิ้นนี้มาเป็นใครครับ?”“เอ่อ...” พนักงานทำท่าอึกอักและมีสีหน้าขัดเขินเล็กน้อยเฉินอันหลานจ้องมองชายตรงหน้านิ่งแต่เมื่อทนความกดดันจากสายตาคู่นั้นไม่ไหว ท้ายที่สุดจึงยอมเอ่ยออกมา“คุณหมิงนำของขวัญชิ้นนี้มาให้ที่เคาน์เตอร์แล้วแจ้งว่าแขกห้อง 1809 ต้องการส่งมันมาให้คุณครับ”1809?ได้ยินดังนั้น เฉินอันหลานก็เลื่อนสายตาไปหยุดที่ห้องพักหมายเลข 1809 ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นซับซ้อนยิ่งขึ้น