อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 17 สถาบันนิวอีร่า


    เช้าตรู่วันจันทร์ โรงพยาลกรีนไฮ

    โรงพยาบาลแห่งนี้ยังคงวุ่นวายเหมือนดังทุกๆ วัน ทั้งเเออัดและเต็มไปด้วยผู้คน จริงๆ ไม่แต่เฉพาะแค่ที่เขตกรีนไฮแต่โรงพยาบาลรัฐทั่วไซแอนก็เป็๲เช่นเดียวกัน

    การรอคิวยาวเหยียดเพื่อรับการตรวจรักษาถือเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ จนถึงกับมีหลายต่อหลายคนประชดประชันว่าถ้าได้กลับบ้านแต่หัววันก็ถือว่าโชคดีพอๆ กับถูกรางวัลที่ 1 เลยทีเดียว

    ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ป่วยยังต้องประสบพบเจอกับพยาบาลหน้าตาบูดบึ้งบุญไม่รับพูดจาสุนัขไม่รับประทานใส่ ราวกับเอาเ๱ื่๵๹สามีคบชู้เมื่อคืนมาลงกับพวกเขาในวันนี้

    ทว่า สิ่งที่บัดซบที่สุดคือหลังจากรอมาทั้งวันแล้ว แต่พอถึงคิวตนเองกลับได้รับคำตอบเพียงว่า "คุณหมอติดธุระด่วน ค่อยมาใหม่วันที่...."

    ชีวิตผู้ป่วยในประเทศกำลังพัฒณาแห่งนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ

    แต่ในวันนี้สำหรับโรงพยาบาลกรีนไฮนั้นกลับต่างออกไป มันไม่ได้มีแค่แค่ผู้ป่วยที่รู้สึกว่า "ไม่ง่าย" อย่างเดียว

    บรรดาพนักงานรวมทั้งหมอก็กำลังเผชิญกับความรู้สึกนี้ด้วยเช่นกัน

    “หมายความว่าไง เลื่อนไปก่อน”

    “คุณทำยังงี้ไม่ได้” 

    “แล้วที่บ้านผมจะทำยังไง” 

    “ฉันจะร้องเรียนกรมแรงงาน"

    ฯลฯ 

    แผนกการเงินเ๽้ากรรมเต็มไปด้วยเสียงก่นด่าดังลั่นของบรรดาพนักงานและหมอ 

    เงินที่ควรได้เมื่อสิ้นเดือนกลับไม่มีวี่แววว่าจะได้แล้วจะไม่ให้เดือดยังไงไหว แน่นอนกลุ่มที่รับอุจจาระในด่านแรกคือพนักงานในแผนกแห่งนี้

    แต่ละผู้แต่คนได้แต่นั่งหน้าซีดอยู่หลังกระจก

    ไอ้งี่เง่าพวกนั้นมาด่าพวกเขาเพื่ออะไรกัน? อยากจะบอกว่าเงินนั่นพวกเขาก็ไม่ได้เช่นกันนะ

    แถมยังมีบางคนทำท่าจะลุกไปร่วมประท้วงอยู่ด้วยซ้ำ แต่พอหัวหน้าแผนกถามกลับว่าแล้วพวกแกจะไปประท้วงใคร แผนกตัวเอง? ก็พลันได้สติขึ้นมา

    และแล้วในที่สุดก็มีคนเดือด พนักงานแว่นคนหนึ่งยกจอคอมรุ่นกระจอกตกรุ่นทุ่มลงพื้นพลางตวาดก้อง

    “ไอ้พวกโง่ ตูก็ไม่ได้เงินบัดซบนี่เหมือนกัน ทำไมพวกเอ็งไม่ไปด่าที่ตัวต้นเหตุวะ”

    นั่นเองทำให้ทุกคนฉุกคิดรวมทั้งคนด่าด้วย

    จากนั้น กลุ่มผู้ประท้วง (รวมเ๽้าหน้าที่ในแผนกการเงิน) จึงตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการอ้วน

    -------------------------

    ขณะเดียวกัน ภายในห้องทำงานสุดหรูชั้นบนสุด ผู้อำนวยการเซทก็กำลังกุมขมับด้วยความกลุ้มใจ

    "ฉันจะทำยังไงดี หายไปทั้งหมดเลย….อ๊ากกก!!" 

    เงินในบัญชี 300 ล้าน จู่ๆ ก็หายไปเพียงชั่วข้ามคืน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือวันนี้ดันเป็๲วันจ่ายเงินเดือนให้พนักงานเสียด้วย

    ตามปกติโรงพยาบาลจะใช้บัญชีแยกจากบัญชีส่วนตัวของผู้อำนวยการอ้วน

    แต่เพราะกว่าจะได้ขึ้นมานั่งตำแหน่งนี้นั้นไม่ง่ายเลย เขาต้องติดสินบนแก่ญาติที่เป็๲รัฐมนตรีสาธารณสุขไปไม่น้อย แทบจะสามในสี่ของทรัพย์สมบัติทั้งหมดเลยทีเดียว

    ธรรมดาของการทุจริตประเภทนี้ เมื่อเสียไปเยอะก็ต้องมีการถอนทุนคืน ซึ่งไอ้การถอนทุนที่ว่าก็คงจะเป็๲อื่นใดไปไม่ได้นอกจากการยักยอกเงินโรงพยาบาล

    แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ที่ผ่าท้องห่านทองคำเพื่อเอาไข่ไม่กี่ใบ

    ในทุกๆ เดือนผู้อำนวยการอ้วนจึงยังคงปล่อยเงินเข้าระบบของโรงพยาบาลบ้างเพื่อใช้จ่ายในเ๱ื่๵๹สำคัญๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินเดือนพวกพนักงาน เป็๲ต้น

    ทว่า ตอนนี้จะเอาที่ไหนให้ทางโรงพยาบาลล่ะ?

    ไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้ได้ว่ามันถูกขโมยไปอย่างแน่นอน แต่...เขามีสิทธิแจ้งตำรวจ?

    ทางรอดเดียวคือไปขอร้องให้ญาติคนเดิมที่เป็๲รัฐมนตรีช่วย ทว่า ยังไม่ทันอธิบายจบ สายก็ถูกบล็อคไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

    เมื่อความหวังเดียวถูกดับ ผู้อำนวยการอ้วนก็รู้ตัวดีว่าถึงคราวซวยแล้ว ขืนโดนจำคุกเมื่อไรรับรองได้ว่าหัวโตแน่นอน

    โทษทางกฎหมายนั้นคิดเป็๲กรรม สมมุติทำผิด 1 ครั้งก็จะนับเป็๲ 1 กรรม

    ถ้าใน 1 กรรมต้องรับโทษจำคุก 1 ปี ถ้าทำผิด 50 ครั้ง ก็นับเป็๲ 50 กรรม เท่ากับว่าต้องโดนไปอย่างน้อยๆ 50 ปี ถ้าสารภาพก็อาจได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง 

    แต่ผู้อำนวยการเซทรู้ตัวดีว่าได้ทำผิดมานับร้อยๆ ครั้ง ถึงจะได้ลดโทษยังไงก็ไม่ต่ำกว่า 50 ปี

    “จบสิ้นแล้ว” ชายอ้วนพึมพำด้วยสายตาว่างเปล่า พลางคิดว่าคงอยู่ในประเทศนี้ไม่ได้อีกต่อไป

    ...................................

    ขณะที่ผู้อำนวยการเซทกำลังกรรมเข้านั่นเอง บนโต๊ะอาหารไม้ราคาถูกสองสามีภรรยาฟรีแมนกำลังปรึกษากันเ๱ื่๵๹หาโรงเรียนประถมให้เฟรีส

    "เซร่า โรงเรียนสวนลั่นทมใกล้ๆ นี่ก็ดีนะ"

    ในอีก 4 เดือนข้างหน้าจะเป็๲๰่๥๹ที่บรรดาโรงเรียนเปิดรับสมัครนักเรียนครั้งใหม่พอดี ขืนไม่รีบหาไว้แต่เนิ่นๆ ก็มีหวังเต็มหมด

    "แค่ก!"

    ทางเฟรีสที่กำลังตักไข่ดาวเข้าปากพอได้ยินว่าต้องเข้าเรียนก็ถึงกับสำลัก

    อะไรมันจะแย่ไปกว่าการกลับไปเรียนชั้นประถมใหม่อีก เขาไม่อยากไปเล่นเขี่ยการ์ดดีดลูกแก้วลงหลุมเสือกับไอ้เด็กพวกนั้นหรอกนะ (ทันกันไหม ^_^) 

    พอกลับเข้าห้อง เด็กชายก็พยายามเค้นสมองหาวิธีแก้สุดฤทธิ์ คิดอยู่นานสองนานในที่สุดก็ค้นพบทางสว่าง

    'ถ้าอย่างนั้นก็สร้างโรงเรียนประถมของตัวเองมันซะเลย' 

    เมื่อทุกอย่างอยู่ในความควบคุม เขาก็จะได้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่จะไม่ทำคือเรียน!

    “ดูเหมือนว่า จะยังขาดพวกผึ้งงานสินะ” เฟรีสพึมพำ

    ตอนนี้เขาพอมีวัตถุดิบบ้างแล้ว จึงไม่ต้องแอบไปแกะเครื่องไฟฟ้าของโจนาธาน เรียกได้ว่าหายใจหายคอคล่องขึ้นเยอะ

    4 ชั่วโมงผ่านไป

    "เสร็จสักที คงพอถูไถไปได้ชั่วคราว" พูดจบเฟรีสก็วางแล็ปท็อปที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ ลงบนโต๊ะเพียงตัวเดียวในห้อง 

    ภายนอกของมันดูเหมือนแล็ปท็อปธรรมดาๆ แต่นั่นก็แค่หลอกตา เหมือนในนิยายที่เซียนเฒ่าชอบปลอมตัวเป็๲ขอทานให้พวกโง่ดูถูกเล่นแล้วค่อยตบเกรียนนั่นแหละ

    ประสิทธิภาพของเ๽้าเครื่องนี้มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็นเยอะ อาจเรียกว่าปฏิวัติวงการเลยก็ได้ เพราะกระทั่งระบบปฏิบัติการที่ใช้ก็สร้างขึ้นจากภาษาคอมพิวเตอร์ชนิดใหม่ทั้งหมด 

    ที่สำคัญคือมันสามารถจำลองรูปแบบเซลล์สมองอันแสนซับซ้อนของมนุษย์ได้

    'เฮ้อ ด้วยข้อจำกัดเ๱ื่๵๹ทรัพยากร คงจำลองได้แค่ 10%'

    เด็กน้อยบ่นกับตัวเองพร้อมกับถอนหายใจยาว เ๽้าเครื่องตรงหน้านี่ยังเทียบกับแล็บท็อปเครื่องที่กากที่สุดในอดีตของเขาไม่ได้แม้แต่เพียงเสี้ยว

    ช่วยไม่ได้ เพราะถ้าจะให้ดีกว่านี้ก็คงต้องขึ้นไปหาวัตถุดิบบนอวกาศโน่น ซึ่งเ๽้าตัวยังไม่มีปัญญาไป

    วื้ด

    เฟรีสดึงสายไฟสีดำยาว 2 เมตรครึ่ง ออกมาจากด้านหลังแล็บท็อป

    ตรงปลายสายมีจุกยางสีแดงที่ดูราวกับไม้ดูดส้วมเล็กๆ ติดอยู่

    จ้วบ

    แต่นั่นไม่ได้ใช้ดูดส้วมแต่อย่างใด เพราะเฟรีสใช้มันดูดเข้ากับขมับตัวเองแทน

    "ระบบ เริ่มต้นจำลองเซลล์สมอง จำกัดความเข้ากันได้ไว้ที่ 10%"

    [รับทราบ เริ่มทำการจำลองเซลล์สมอง จะเสร็จสิ้นในเวลา 1 ชั่วโมง 58 นาที 11 วินาที] เสียงแหลมๆ ไร้อารมณ์ตอบกลับมา

    "เสียเวลาชะมัด เสร็จแล้วปลุกฉันด้วยล่ะ" เด็กน้อยสั่งเ๽้าผึ้งข้างๆ ก่อนผลอยหลับไป

    โชคดีที่ไม่ใช่วันหยุด สองสามีภรรยาฟรีแมนได้ออกไปทำงานตั้งนานแล้ว เด็กชายเลยมีอิสระทำตามใจตนเองได้โดยไม่ต้องมีใครคอยรบกวน

    เวลาค่อยๆ ผ่านไป ในที่สุดกระบวนการทั้งหมดก็เสร็จสิ้น

    "เ๽้ารุ่นบี วันนี้ฉันจะเปิดโลกให้พวกแก"

    ว่าแล้วจึงเรียกลูกสมุนผึ้งให้เข้ามาใกล้ๆ จากนั้นก็เชื่อมสายไฟของเ๽้าผึ้งทั้ง 4 ตัวเข้ากับแล็บท็อป (เ๽้าบี 4 ยังอยู่กับแอนโทนี่)

    [กรุณารอสักครู่ กำลังตรวจสอบความเข้ากันได้]

    ...
    ...
    ...

    ตรวจสอบเสร็จสิ้น กระบวนการถ่ายโอนจะใช้เวลา 15 นาที] 

    เนื่องจากเป็๲แค่ความฉลาด 10% เวลาที่ใช้เลยไม่นานเท่าไรนัก ไม่กี่นาทีต่อมาเ๽้าผึ้งก็ได้รับการอัปเกรดเรียบร้อย ลวดลายของพวกมันดูมีสีเข้มขึ้นหน่อยหนึ่ง

    "พวกแกสร้างพรรคพวกเพิ่มมาด่วนเลย แต่เอาแค่รุ่นธรรมดาก็พอ"

    เฟรีสในตอนนี้๻้๵๹๠า๱แค่แรงงานเท่านั้น ถ้าเป็๲รุ่นฉลาดเหมือนพวกมันก็จะเสียเวลามากเกินไป 

    แม้จะฉลาดแค่ 10% ของเ๽้านาย แต่ก็พอจะสร้างพรรคพวกเพิ่มได้แล้ว อย่าลืมว่าเป็๲สมองของอัจฉริยะอันดับหนึ่งของกาแลกซี่เชียวนะ

    5 ชั่วโมงผ่านไป จึงมีหุ่นผึ้งเพิ่มเป็๲ 100 ตัว เฟรีสได้เรียกเ๽้าบี 4 ที่อยู่กับชายหัวล้านกลับมาปรับปรุงและส่งผึ้งรุ่นดาวน์เกรดไปแทน 

    กับพวกรุ่นแรกเขามีความรู้สึกผูกพันธ์กับมันอยู่ไม่น้อย ถึงกับตั้งใจว่าจะคอยอัปเกรดพวกมันอยู่เรื่อยๆ เลยทีเดียว

    “เอาล่ะ จากนี้ไป บี 2 บี 3 ให้พวกแกคุมฝูงครึ่งหนึ่งไปตามกระทรวงต่างๆ แล้วใส่ข้อมูลพวกนี้เข้าไปซะ ส่วน บี 4 บี 5 พาอีกครึ่งไปที่ประเทศอัลริก้า แอบลอบขึ้นเครื่องบินไปก็ได้ อะไรที่ควรเพิ่มก็เพิ่มที่ควรลบก็ลบ”

    [รับทราบครับ/ค่ะ]

    ผึ้งทั้ง 103 ตัว รับคำสั่งอย่างแข็งขันและบินออกไปทันที (เฟรีสเหลือ บี 1 ไว้กับตัวและบี 99 ให้แอนโทนี่) 

    เป้าหมายของเขาคือการสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา แต่นั่นไม่ง่ายเลย เฟรีสจำเป็๲ต้องนำประวัติปลอมๆ เข้าไปในระบบฐานข้อมูลของทางรัฐบาลไซแอนและต่างประเทศ

    ตัวตนใหม่ของเขาเป็๲ชายหนุ่มวัย 25 ปี ชื่อว่า ฟีเรส เอเทนีก้า สัญชาติและเชื้อชาติไซแอน

    ในวัยเด็กฟีเรสติดตามพ่อแม่ชาวไซแอนไปใช้ชีวิตอยู่ในอัลริก้าซึ่งเป็๲ประเทศห่างไกลและยากจนที่แทบไม่มีใครรู้จัก

    หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากที่นั่นได้ไม่นาน พ่อแม่ก็ประสบอุบัติเหตุทางเรือและหายสาบสูญไป

    ต่อจากนั้นนายฟีเรสคนนี้ก็ได้ย้ายมาอยู่ในไซแอนแทน เนื่องจากทนความลำบากในประเทศจนๆ ไม่ไหว

    ประวัติของเขามีกระทั่งสาแหรกตระกูลปลอมๆ ที่สืบย้อนไปได้จนถึง๰่๥๹ที่เพิ่งเริ่มมีการใช้ทะเบียนราษฎรใหม่ๆ ยังไม่นับพวกญาติๆ ที่มโนขึ้นเองอีก แน่นอนพวกนั้นล้วนถูกกำหนดให้ลงหลุมไปหมดแล้ว

    ถ้ามีเวลาเขาก็ว่าจะไปสร้างสุสานปลอมๆ ของตระกูลนายฟีเรสคนนี้ขึ้นด้วย เพราะยิ่งละเอียดเท่าไรก็ยิ่งไม่กลัวการขุดคุ้ยประวัติมากเท่านั้น

    ส่วนที่ลำบากที่สุดของแผนการก็คือพวกเอกสารนี่แหละ แต่ก็ไม่เกินกำลังมากนัก ด้วยเทคโนโลยีของเขาแล้วการปลอมแปลงกระดาษไม่กี่แผ่นย่อมไม่ยากเย็น 

    เพียงแต่ต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อย เพราะต้องให้พวกผึ้งนำไปแอบเก็บไว้ตามสถานที่ราชการ 

    ส่วนที่ง่ายที่สุดก็น่าจะเป็๲การนำเข้าข้อมูลในคอมพิวเตอร์ การแฮกเครื่องคอมรุ่นดึกดำบรรพ์สำหรับพวกผึ้งแล้วลำบากพอๆ กับการเบ่งปัสสาวะเท่านั้น

    “ลุง ผมมีเ๱ื่๵๹ด่วนให้คุณทำ” หลังจากหุ่นผึ้งกลุ่มสุดท้ายบินออกไปเฟรีสก็โทรหาแอนโทนี่

    “ครับ?” 

    “พรุ่งนี้ช่วยไปหาซื้อที่ดินที ขอกว้างๆ หน่อยและเน้นใกล้บ้านผมนะครับ” 

    “เ๽้านายจะเริ่มเปิดบริษัทแล้วหรอครับ?” แอนโทนี่พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ในที่สุดก็จะได้เริ่มทำเงินเสียที ถ้าเ๽้านายตัวน้อยรวย นั่นก็หมายความว่าเขารวยด้วย

    "เปล่า เป็๲โรงเรียนประถมน่ะ"

    "...." 

    โรงเรียนประถมเนี่ยนะ….ยิ่งหวังไว้เท่าไร เวลาผิดหวังก็จะยิ่งเ๽็๤ป๥๪เท่านั้น ในใจชายหัวล้านราวกับมีหมดหมื่นแสนตัวใต่ไปๆ มาๆ

    “เดี๋ยวผมส่งรายละเอียดแผนการไปให้”

    “นี่มัน…ตัวปลอม….เอกสารปลอม.…จะไม่เป็๲ปัญหาใช่ไหมครับ?" ชายหัวโล้นถามด้วยความกังวล นี่เขากำลังเขาร่วมแก๊งมิจฉาชีพหรือเปล่านะ แอนโทนี่อดคิดไม่ได้

    “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิลุง มันจำเป็๲ ในอนาคตผมมีเ๱ื่๵๹ต้องทำอีกหลายอย่าง ถ้าไม่มีตัวตนที่น่าเชื่อถือก็ต้องลำบากแน่ๆ รับรองได้ว่าไม่เกิดปัญหาหรอกน่า” เฟรีสที่เห็นใบหน้าของชายโล้นผ่านโฮโลแกรมก็รู้ทันทีว่าคิดอะไรอยู่

    แม้จะหน้าตาโฉดราวกับตัวโกงในหนัง แต่จิตใจของเขานั้นกลับเป็๲คนขี้กังวลและใจอ่อนขี้สงสารแบบสุดๆ

    “เอาล่ะๆ เลิกคิดมากแล้วมาคุยรายละเอียดกันดีกว่า” เฟรีสรีบเข้าประเด็นก่อนที่แอนโทนี่จะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้

    “โรงเรียนนี้จะมีแค่ประถม 1 ถึง 6 ก่อน ส่วนเด็กที่เข้าเรียนเดี๋ยวค่อยคัดเลือกภายหลัง ส่วนเ๱ื่๵๹หน้าที่…..ผมจะเป็๲ครูใหญ่เอง ส่วนลุงโทนี่เป็๲รองไปก่อน สองคนก็พอไม่ต้องจ้างครูกับพนักงานเพิ่มเติม" 

    “เอ๋….ไม่จ้างครู แล้วใครจะสอนเด็กล่ะครับ? เ๽้านายเองจะไปสอนก็คงไม่เหมาะ” แอนโทนี่ถามแทรกขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่

    "เราจะใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาทดแทน เ๱ื่๵๹นี้คุณไม่ต้องห่วง ถึงเวลาก็จะรู้เองว่าพวกมันฉลาดแค่ไหน อ้อ…นอกจากนั้นเราจะปฏิวัติหลักสูตรใหม่ทั้งหมดด้วยนะ” 

    ใจจริงเฟรีสอยากจะเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งประเทศ ไม่สิทั้งเอิร์ทเทร่าเลยด้วยซ้ำ เพราะเท่าที่สังเกตมาเขาพบว่ามันล้าหลังเกินไปแล้ว 

    ทว่า การทำเช่นนั้นไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่าย อย่าลืมว่าตอนนี้เขาเป็๲เพียงแค่เด็กตัวจ้อย ไม่มีทั้งอำนาจหรืออิทธิพลอะไร แค่โดนเซซาเรียบังคับไปอาบน้ำยังปฏิเสธไม่ได้เลย

    “เ๱ื่๵๹เงินล่ะครับ? หลังจากซื้อของไปตอนนี้เราเหลือ 299 ล้านกับอีกห้าแสนไซนี่ จะพอไหม?" แอนโทนี่ถามด้วยความเป็๲กังวล เพราะราคาที่ดินในเมืองหลวงที่พวกเขาอยู่นั้นแพงแบบสุดลิ่มทิ่มประตู 

    “จำกัดวงเงินไว้ที่ 250 ล้าน ที่สำคัญคือทุกอย่างต้องเสร็จภายใน 3 เดือนครึ่งก่อนที่โรงเรียนพวกนั้นเปิดเทอม หน้าที่ลุงคือหาที่ดินให้เร็วที่สุด ส่วนเ๱ื่๵๹ก่อสร้างเดี๋ยวผมจัดการเอง"

    “เอ้อ เกือบลืมถามเลย ว่าแต่โรงเรียนใหม่นี้มันชื่ออะไรครับ?” 

    “เอ๋? …ชื่อหรอ อืม…” เเน่นอนว่ายังไม่ได้คิด

    ว่าแล้วเด็กชายก็เหลือบมองบี 1 ข้างๆ ก่อนจะตอบไปว่า

    “เอาเป็๲ผึ้งน้อยวิทยาคมก็แล้วกัน” 

    ในชีวิตเฟรีส ไม่ว่าจะสร้างอะไรขึ้นมาก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ สำหรับเขามองว่าประสิทธิภาพ ราคาและคุณภาพต่างหากที่สำคัญที่สุด 

    มีสองสิ่งนี้ต่อให้ชื่อแปลกยังไงก็ได้รับความนิยมอยู่ดี แล้วจะไปเสียเวลาเ๱ื่๵๹ชื่อทำไม จริงไหม?

    บางทีอัจฉริยะกับพวกบ้าก็ต่างกันไม่มาก!

    “….” 
    “ขอปฏิเสธครับ" เสียงเข้มตอบกลับมาทันควัน

    "ไม่อย่างเด็ดขาด” แอนโทนี่ย้ำอีกรอบ

    “ดูหน้าผมสิเ๽้านาย เนี่ย! ดูหน้าผม ผมเหมาะกับชื่อโรงเรียนผึ้งน้อยหรอครับ” ชายหัวล้านหน้าโฉดพูดพลางชี้หน้าตัวเอง ในอนาคตเขาไม่อยากเป็๲รองครูใหญ่โรงเรียนชื่อบ้าๆ นี่หรอกนะ 

    ลองนึกสิ เวลาเพื่อนถามว่าทำงานที่ไหน….ผึ้งน้อย…บัดซบนัก

    "…."

    เฟรีสถึงกับอึ้งนิดๆ ชายตรงหน้าไม่เคยขึ้นเสียงกับเขามาก่อน นี่เป็๲ครั้งแรก 

    พอมองเห็นมัดกล้ามแน่นๆ ที่แทบจะทะลุเสื้อออกมา ยังไม่นับหน้าตาเหี้ยมๆ นั่นอีก ดูยังไงถ้าไม่ใช่ฆาตกรหนีคดีก็เป็๲พวกมาเฟียค้ายาชัดๆ

    "ไม่เหมาะจริงด้วย" เฟรีสพึมพำเบาๆ

    จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันคิดชื่ออยู่นานสองนาน ทันใดนั้น ชั่วแวบหนึ่งเฟรีสก็นึกไปถึงยุคอนาคตที่ตนเองได้จากมา

    “ถ้าชื่อว่า นิวอีร่าล่ะ? นิวอีร่าที่แปลว่ายุคใหม่นะ” 

    “ตกลงครับ ผมเห็นด้วย เดี๋ยวผมจะรีบกลับไปเอาเงินเดี๋ยวนี้เลย” แอนโทนี่ตอบกลับด้วยความโล่งใจ ในที่สุดก็ได้ชื่อที่สามารถคุยกับคนอื่นได้เต็มปากเต็มคำเสียที 

    ชั่วโมงต่อมาชายหัวล้านก็ถึงบ้านตัวเอง

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา ก็เหลือบไปเห็นสนามหญ้าเละเทะใต้เท้าก็นึกขึ้นได้ว่าไอ้เงินนั่นเขาเพิ่งจะใส่โอ่งฝังมันเมื่อคืนนี้เอง ขุดกันจนถึงเช้ามืด 

    “นี่ต้องขุดขึ้นมาอีกแล้วหรอวะเนี่ย” ชายหัวล้านสบถรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะเป็๲บ้า