ถนนพหลโยธินต่อเชื่อมมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลขสองถนนมิตรภาพเข้าสู่จังหวัดสระบุรียามบ่ายแก่ๆ คลาคล่ำไปด้วยรถบรรทุกสิบล้อและสิบแปดล้อตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ที่พ่นควันไอเสียสีดำเขม่าคละคลุ้ง แสงแดดจัดจ้าแผดเผาลงมาบนกระโปรงหน้ารถยนต์ของเอกจนไอความร้อนระยิบระยับเต้นระบำบนแผ่นเหล็กตัวถังสีดำ ชายหนุ่มวิศวกรกุมพวงมาลัยรถยนต์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอมยิ้มสุภาพอ่อนโยนบัดนี้เรียบเฉยเยือกเย็นราวกับหล่อขึ้นรูปด้วยปูนซีเมนต์สำเร็จรูปแผ่นหนา เอกได้รับการติดต่อสั่งย้ายด่วนกะทันหันจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างโยธายักษ์ใหญ่ให้มาคุมงานเทคอนกรีตฐานรากโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสักด่วนที่สุด ซึ่งเป็นงานสเกลใหญ่ที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทและมีปัญหาความล่าช้าสะสมจากดินสไลด์และพายุฝนมาหลายเดือน เอกขับรถผ่านโรงปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ทอดตัวยาวพาดผ่านทิวเขาหินปูนชานเมืองแก่งคอย ละอองฝุ่นปูนขาวฟุ้งกระจายจางๆ ในอากาศราวกับม่านหมอกสีเทาหม่นหมองชวนอึดอัดใจ ซึ่งสอดประสานกับเงามืดสีเทาหม่นในหัวใจช้ำรักวิศวกรหนุ่มอย่างไม่มีจุดจบ
การย้ายด่วนกะทันหันเช่นนี้ประหนึ่งการหนีภัยสงครามประสาทในบ้านเดี่ยวป้ายแดงที่พังทลายลง เอกเลือกที่จะเดินทางออกมาทันทีโดยแทบไม่ได้จัดเก็บเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว ชายหนุ่มเร่งความเร็วเครื่องยนต์ฝ่าด่านตรวจและแรงลมปะทะ หวังจะใช้ความเร็วและระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรช่วยฉีกกระชากภาพความทรงจำอันน่าสะอิดสะเอียนของบิดาบังเกิดเกล้าชาญและแก้มอดีตภรรยาคนรักที่กอดกอดเล้าโลมล่วงล้ำขอบเขตศีลธรรมลับหลังเขา ทว่า ยิ่งแล่นห่างจากกรุงเทพฯ มากเท่าใด แผลสดในอกก็ยิ่งทวีความเจ็บร้าวระบมลึกปานโดนค้อนปอนด์ทุบทำลายกระดูกปอดลั่นสะท้าน เอกรู้สึกคับแค้นอับอายขายหน้าในใจ ปนกับความหวาดระแวงว่าสังคมรอบข้างรวมถึงเพื่อนวิศวกรโยธาคนอื่นจะสังเกตเห็นแววตาหม่นหมองช้ำเลือดของเขา
เมื่อรถยนต์แล่นมาจอดนิ่งที่ไซต์งานสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำป่าสักสระบุรี ฝุ่นสีดินแดงปลิวว่อนครอบคลุมทุกตารางเมตร เสียงเครื่องจักรตอกเสาเข็มเหล็กหนาหนักดังสนั่นหวั่นไหว ปึ้ง... ปึ้ง... สะเทือนลงลึกถึงพื้นดินปูนดิบ เอกก้าวเท้าลงจากรถยนต์พร้อมสวมหมวกนิรภัยสีขาววิศวกร ชายหนุ่มดึงแผ่นแปลนกระดาษสลักแบบพิมพ์เขียวขึ้นมาคลี่กาง แววตาเรียวคมของชายหนุ่มวิศวกรโยธาฉายแสงความบ้าคลั่งเฉียบขาด ชายหนุ่มเดินก้าวพรวดเข้าไปตรวจสอบงานฉาบปูนและผูกเหล็กเส้นของกรรมกรก่อสร้างในจุดที่ลึกและอันตรายที่สุดทันควัน ชายหนุ่มวิศวกรรุ่นน้องชื่อตั้มเดินถือตารางรายงานทดสอบคอนกรีตก้าวเข้ามาส่งให้อย่างหวั่นใจตระหนก
"พี่เอกครับ... นี่เป็นตารางรายงานค่าความยุบตัวของคอนกรีตผสมเสร็จที่เพิ่งมาส่งเมื่อเช้าครับ..." ตั้มรายงานเสียงเบา
เอกคว้าตารางรายงานมาสแกนดูอย่างละเอียด แววตาสลัวฉายแสงกราดเกรี้ยวทันควัน
"ตั้ม! ค่าสลัมป์ปูนความยุบตัวทำไมมันเกินเกณฑ์เก้าเซนติเมตรไปขนาดนี้! แบบนี้คอนกรีตเหลวเกินไปจนทำให้แรงอัดโครงสร้างเสาเข็มเจาะลดต่ำกว่ามาตรฐานสามร้อยห้าสิบเคเอสซีนะ! งานเทฐานรากสะพานใต้แม่น้ำป่าสักต้องการความหนาแน่นสูงสุดทำไมปล่อยผ่านรายงานนี้มาได้! เหล็กเส้นนี้ผูกระยะห่างไม่ตรงตามสเปกแบบขยายสิบห้าเซนติเมตรนะ! แกะออกแล้วผูกใหม่ทั้งหมดเลย! ถ้าปล่อยให้เทปูนหล่อคอนกรีตลงไปแล้วสะพานรับแรงดึงไม่ได้พวกคุณจะรับผิดชอบชีวิตคนไหวไหม!" เอกตะโกนสั่งเสียงกร้าว ดุดันและเฉียบคมจนคนงานและหัวหน้าคนงานชาวบ้านพากันสะดุ้งตัวโยนและรีบก้มหน้าแก้ไขงานตามสั่งอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเอกยังเดินตรงไปที่เครื่องผสมคอนกรีต ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบเศษคอนกรีตเปียกขึ้นมาขยี้บนฝ่ามือตรวจดูส่วนผสม อัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์พังทลายจนเอกต้องสั่งห้ามเทปูนทันที เอกยืนชี้นิ้วด่าหัวหน้าคนงานก่อสร้างอย่างไม่ไว้หน้า ชายหนุ่มพ่นวาจาดุดันเรียกร้องคุณภาพงานปูน 100% จนทุกคนหวาดกลัว
ตลอดทั้งวัน เอกขยับร่างกายทำงานตรวจสอบโครงสร้างอย่างบ้าคลั่ง ชายหนุ่มปีนนั่งร้านเหล็กที่สูงกว่าห้าเมตรโดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตราย เอกมุดเข้าไปใต้คานสะพานคอนกรีตเพื่อเช็ดถูตรวจสอบรอยแตกร้าวของเนื้อปูนปลาสเตอร์ ชายหนุ่มใช้เครื่องทดสอบแรงอัดคอนกรีตแบบยิงสปริงตรวจสอบค่าความแข็งแกร่งของเสาสะพานจุดต่อจุดอย่างละเอียดละออ ชายหนุ่มระบายโทสะและความบ้างานใส่คนงานก่อสร้างทุกคนที่ทำงานไม่ประณีต เอกต้องการให้ความเหน็ดเหนื่อยทางกายและฝุ่นดินผงปูนที่จับเกาะตามเสื้อผ้าซึมซับเข้าไปในปอด ช่วยสลัดทำลายความคิดถึงแก้มออกจากหัวสมอง ชายหนุ่มก้าวเดินตรวจสอบตลอดบ่ายโดยไม่ยอมพักดื่มน้ำหรือนั่งพักผ่อนใต้เพิง สภาพดวงตาของเอกแดงก่ำมีรอยคล้ำใต้ตาจากความเครียดหนักสะสม
ทว่า... ทันทีที่เขานั่งลงพักถอนหายใจในตู้ออฟฟิศสนามชั่วคราวชื้นแอร์หลังหมดเวลาคุมงาน ภาพความหลังยามแก้มพาเขาไปเดินเลือกวอลเปเปอร์สีเบจและผ้าม่านลูกไม้สีขาวมาแต่งบ้านเดี่ยวป้ายแดงก็ลอยเข้ามาประหารใจ หล่อนเคยยิ้มแย้มหวานส่งสายตามองเขาและกระซิบว่าอยากสร้างครอบครัวมีลูกน้อยวิ่งเล่นบนพื้นปูนหรูหรา และที่ปวดใจที่สุดคือพ่อชาญ บิดาชราปูนที่คอยมาช่วยแบกหามตู้ไม้และให้คำแนะนำเรื่องเสาเข็มบ้านเดี่ยวอย่างมีเหตุผล พ่อชาญเคยตบไหล่เอกบอกว่า "ฐานรากปูนที่แข็งแรง จะช่วยรับน้ำหนักบ้านและประคองชีวิตครอบครัวไว้ได้ตลอดกาล เหมือนกับความรักที่ต้องประณีต" ความทรงจำเหล่านั้นกลับกลายลอกล่อนพังทลายเป็นผงปูนไร้ค่า เอกทรุดหัวลงซบโต๊ะร้องไห้คร่ำครวญสะอื้นเงียบงันปวดปอด ชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองที่บ้าแต่งาน ชายหนุ่มแกะข้าวกล่องกระเพราในมื้อเย็นจากร้านสะดวกซื้อขึ้นมาเคี้ยวกลืนประหนึ่งเคี้ยวเม็ดทรายสากคอ ชายหนุ่มฝืนกลืนได้เพียงคำสองคำก็ต้องโยนมันทิ้งถังขยะด้วยความรู้สึกพะอืดพะอมอับชื้นในคอ
บนโต๊ะไม้ข้างกองแบบแปลน มีซองเอกสารกระดาษสีน้ำตาลชิ้นบางวางแอบอยู่ เอกเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบเปิดซองดึงแผ่นกระดาษใบสัญญาหย่าทางกฎหมายที่เตรียมจัดทำโดยเพื่อนทนายความส่วนตัวออกมาคลี่ดู ข้อความด้านล่างระบุชื่อของเขาและแก้มไว้ชัดเจนพร้อมช่องว่างรอสลักลายเซ็นยินยอมหย่าขาด เอกจ้องมองแผ่นกระดาษขาวนิ่งงันยาวเหยียด ชายหนุ่มยังไม่ได้ลงลายมือเซ็นหย่าขาด หรือส่งทนายความไปดำเนินการส่งฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายใดๆ ลึกๆ ในดวงใจที่แตกสลาย เอกยังคงมีความลังเลและยังมีความหวังริบหรี่ราวกับเศษธุลีดิน ชายหนุ่มไม่ต้องการให้เรื่องราวฟ้องร้องเรื่องชู้สาวเน่าหนอนปะทุดังก้องโลกกฎหมายให้ครอบครัวต้องเสื่อมเสียเกียรติไปมากกว่านี้ และสำคัญที่สุดคือ เอกยังไม่สามารถยอมรับความจริงได้ว่าตนเองได้สูญเสียแก้มไปให้พ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองอย่างถาวรแล้ว
หลังห้าโมงเย็นเมื่อกรรมกรทั้งหมดเดินทางกลับไปแล้ว เอกเดินก้าวเท้าขึ้นไปก้มยืนบนจุดสูงสุดของตอม่อสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำป่าสัก สายลมพัดพาน้ำเย็นชื้นสัมผัสแก้มแดงก่ำของเขา เอกมองดูแนวเสาเข็มสะพานที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบข้าง ราวกับแท่นหินสุสานจารึกความล้มเหลวในชีวิตครอบครัวของเขา ตอม่อปูนซีเมนต์แข็งแกร่งขนาดมหึมาดูเย็นชาไร้ความรู้สึกคล้ายดวงหน้าบิดาและเมียรัก เอกทอดสายตามองดูผืนน้ำแม่น้ำป่าสักไหลเอื่อยสีส้มคล้ำเงาแดดคล้ายเลือด ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่ากอดหน้าตักสะอื้นไห้เงียบๆ อยู่คนเดียวกลางที่โล่งแจ้ง ความโดดเดี่ยวอ้างว้างไร้ที่พึ่งบีบคั้นจนเอกเกือบจะสูญเสียเหตุผลคิดปลิดชีพตัวเองหนีความทรมานลื่นไถลลงสู่ผืนน้ำเชี่ยว แต่ภาระหน้าที่วิศวกรและสติสัมปชัญญะสุดท้ายยังรั้งกุมเหนี่ยวรั้งไว้ ชายหนุ่มค่อยๆ เดินก้าวลงมาที่รถยนต์หนา แดดรอนรอนสีแดงหม่นหมองทาบทับผิวแม่น้ำป่าสักกลายเป็นประกายคลื่นสีเลือด ชายหนุ่มเปิดประตูรถยนต์ก้าวเข้าไปนั่งทรุดตัวลงบนเบาะคนขับหนานุ่ม ชายหนุ่มปิดประตูล็อคสลักปิดกั้นเสียงเครื่องจักรและลมพายุฝุ่นภายนอก เอกถอนหายใจยาวเหยียดเอนหลังพิงเบาะด้วยความล้าล้นปอด
เอกล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงสไลด์หน้าจอย้อนดูอัลบั้มภาพถ่ายอดีต ภาพงานแต่งงานที่แก้มยิ้มกว้างด้วยความสุขล้นพ้น ภาพทริปท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่กอดกันใต้แสงดาวระยิบระยับ ในรูปถ่ายนั้นแก้มสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีเหลืองสว่างสบสายตามองเลนส์กล้องด้วยดวงตารักใคร่สุดซึ้ง โดยมีตัวเอกเองเป็นผู้กดชัตเตอร์ลั่นบันทึกภาพ ชายหนุ่มจ้องมองแววตาสดใสของอดีตภรรยา นิ้วโป้งของเขาสั่นเทาจ่ออยู่เหนือปุ่มลบไฟล์ภาพทั้งหมด ชายหนุ่มกัดริมฝีปากจนเลือดซิบแต่สุดท้ายกลับไม่อาจตัดใจลบทิ้งได้ ชายหนุ่มค่ำหน้าโทรศัพท์วางทับถุงสัญญาหย่าไว้ข้างเบาะ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบหลังแผ่นกระดาษใบสัญญาหย่าที่ยังปราศจากลายเซ็นต์ซึ่งวางพิงสงบนิ่งอยู่ข้างเบาะรถยนต์ เอกหลับตาลงนิ่งงันในความมืดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุมตัวรถยนต์ ปล่อยให้ความเหงา ความโดดเดี่ยว และบาดแผลหัวใจลึกขยายตัวกัดกินความทรงจำทีละน้อยท่ามกลางเสียงดนตรีวิทยุเพลงเหงาที่ดังแว่วแผ่วเบาในความเงียบสลัวที่หาทางออกไม่ได้เลย