บทที่ 35: ราชันแมงดาครองบัลลังก์
แสงแดดอบอุ่นยามสายสาดส่องลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองคำระยิบระยับของท้องพระโรงหลวง พระราชวังหลวงนครหลวงสวรรค์เผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ตระการตาอันเงียบสงบ เสียงแตรเขาสัตว์โบราณและเสียงฆ้องศึกดังขึ้นเป็นระยะส่งสัญญาณถึงพิธีปูนบำเหน็จครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ราชสำนักของราชวงศ์จี ข้าราชบริพารฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊และทหารองครักษ์เกราะขาวนับหมื่นนายต่างยืนตรึงกำลังตั้งแถวต้อนรับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสง่างามเต็มสองข้างทางเดินปูด้วยพรมขนสัตว์หนาสีแดงชาด
ณ กึ่งกลางท้องพระโรงหลวงอันกว้างขวางตระการตา ฮ่องเต้จีเฟิงประทับนั่งบนราชบัลลังก์มังกรทองคำ แววตาเต็มไปด้วยประกายปิติยินดี ความตื้นตัน และเคารพเลื่อมใสในตัวชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องล่างกึ่งกลางทางเดินพรมแดงด้วยท่าทางไร้กังวล
"ประกาศราชโองการฟ้าประทับตราหยกมังกรสวรรค์! เนื่องจากเซียวเฉิน เขยตระกูลลู่ ได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่สยบเสืออสูรโลกันตร์นอกด่าน กู้ภัยพิบัติถล่มหุบเขาหลวง และนำกำลังกวาดล้างกบฏอัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่ช่วยกอบกู้ราชบัลลังก์สถาปนาความมั่นคงให้แก่อาณาจักรหลวงสวรรค์ในยามวิกฤตชี้ชะตา บุญคุณครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าขุนเขาจักรพรรดิและลึกซึ้งประดุจมหาสมุทรไร้ขอบเขต ฮ่องเต้จึงขอสถาปนาแต่งตั้งให้เซียวเฉินดำรงตำแหน่งสูงสุดในแผ่นดินคือ **'ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินระดับทองคำ'** คุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน คลังเงินหลวง และกองกำลังทหารองครักษ์ทั้งหมดแผ่นดินแต่เพียงผู้เดียว!" พ่อบ้านหลวงประกาศก้องด้วยน้ำเสียงดังกังวานก้องท้องพระโรงหลวงทำให้เกิดเสียงสะท้อนเลื่อนลั่น
เสนาบดีขุนนางอาวุโสทุกคนที่เคยดูถูกว่าเขาเป็นเพียงเขยขยะแต่งเข้า บัดนี้ต่างพากันคุกเข่ากราบก้มหัวแสดงความยินดีสวามิภักดิ์อย่างพร้อมเพรียงไร้เสียงคัดค้านแม้แต่คนเดียว บารมีและความแข็งแกร่งของเซียวเฉินที่สะท้อนทวนจอมพลเกราะดำและตบฟันร่วงสลบคาที่นั้นประจักษ์ชัดเจนต่อหน้ากองทัพจนไม่มีใครกล้าหาญมาขวางทางผู้มีอิทธิพลกอบกู้ชาติคนใหม่ผู้นี้อีกแล้ว
ผมยืนกึ่งกลางโถงทางเดินโบกพัดกระดาษคู่ใจช้า ๆ ท่าทางสบายอารมณ์ไม่ได้คุกเข่าเคารพจักรพรรดิตามกฎมณเฑียรบาลแต่อย่างใด ทว่าฮ่องเต้จีเฟิงกลับไม่ถือสาหาความเลยสักนิด แถมยังทรงแย้มพระสรวลให้อย่างเป็นมิตรเป็นกันเองประหนึ่งสหายสนิทร่วมเตียงคู่ศึก
"น้องเขยเซียวเฉินเอ๋ย! ตราหยกทองคำกุมอำนาจผู้สำเร็จราชการแผ่นดินนี้เป็นของเจ้าแล้ว นับจากนี้ไปเจ้าอยากจะทำอะไรหรือบัญชาการสิ่งใดในเมืองหลวงก็ตามสบายเลยนะจ๊ะพี่ชาย!" ฮ่องเต้จีเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้มกะล่อนพึ่งพาความอึดถึกทนของผม
*'โธ่... ฮ่องเต้จ๋า มอบตราคุมประเทศให้ข้าแบบนี้ มันไม่เท่ากับผลักงานเอกสารปวดหัวรายงานภาษีมาให้ข้าทำหรืออย่างไรกันโว้ยจ้ะปู่! ข้าเป็นแมงดาเทพขี้เกียจสันหลังยาวธรรมดา ๆ ที่อยากนอนหนุนตักนุ่ม ๆ ของฮูหยินรับประทานองุ่นชิลล์ ๆ ไปวัน ๆ เท่านั้นโว้ยจ้ะพี่น้อง! ขืนต้องมานั่งเซ็นหนังสือสั่งการกองทัพคลังเงินหลวงทุกวี่ทุกวัน สะโพกและกล้ามสมองข้าคงเหี่ยวเฉาแห้งแล้งหมดเสน่ห์ชายชาตรีกันพอดี ข้าชอบศึกเตียงสวาทมากกว่าศึกโต๊ะขุนนางโว้ย!'* ผมบ่นอุบในใจพลางแอบเบ้ปากกลอกตาเหนื่อยหน่ายเหนื่อยใจ
[ ติ๊ง! ]
[ โฮสต์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินระดับทองคำสำเร็จสมบูรณ์! ]
[ ปลดล็อกของรางวัลระบบ: ]
* *แต้มระบบ:* 50,000 แต้ม
* *รางวัลพิเศษ:* บัตรสัญญาสิทธิพิเศษ "เปิดเส้นทางขนส่งสินค้าหอการค้ายักษ์ตระกูลลู่ทั่วหล้าโดยไม่ต้องเสียภาษีด่าน"
* *ปลดล็อกเป้าหมายถัดไป:* เดินทางสู่ดินแดนใต้เพื่อขยายสาขาการค้าและปราบปรามนิกายฝ่ายใต้สะสมยอดฮาเร็มเพิ่ม
เมื่อได้ยินรางวัลบัตรยกเว้นภาษีหอการค้าตระกูลลู่ ดวงตาของผมก็สว่างวาบเป็นประกายเงินประกายทองวิบวับทันที: *'อุ๊ยตาย! บัตรยกเว้นภาษีทั่วแผ่นดินและเปิดช่องทางการค้าเสรีแดนใต้! แบบนี้หอการค้าตระกูลลู่ของหลิวเหมยหลินเมียรักก็ขยายกิจการรวยเละเทะสิโว้ยจ้ะ! เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย แถมดินแดนภาคใต้ยังมีข่าวลือเรื่องแม่นางเซียนจอมยุทธ์แสนสวยนิกายบุปผาและธิดามังกรเพลิงสุดเซ็กซี่นอนรอให้ข้าไปสยบเตียงอยู่อีกเพียบ! งานนี้ข้าต้องรีบจัดกระเป๋าควบรถม้าหนีเที่ยวพักร้อนมุ่งลงใต้ด่วนจี๋เลยโว้ยพี่น้อง!'*
หลังเสร็จสิ้นพิธีอันยิ่งใหญ่ ผมรีบชิ่งหนีออกจากท้องพระโรงกลับสู่จวนส่วนตัวทันที ยามบ่ายอันแสนเงียบสงบในสวนดอกท้อหลังจวนหงส์สวรรค์ที่มีกลีบดอกท้อสีชมพูร่วงหล่นละมุนตา ลมเย็นพัดเฉื่อยสบาย ผมเอนกายนอนพักผ่อนเหยียดขาบนเก้าอี้โยกไม้ไผ่หนานุ่มสบายอารมณ์ขี้เกียจสุดขีดเหมือนคนไม่มีภาระหน้าที่กวนใจ
หลิวเหมยหลินภรรยาเอกผู้แสนเยือกเย็นทว่าอ่อนหวานยามอยู่สองต่อสอง นั่งอยู่ข้างเก้าอี้โยกคอยใช้มือเรียวงามค่อย ๆ แกะผิวปอกองุ่นรสหวานป้อนเข้าปากผมอย่างเอาอกเอาใจใส่ใจยิ่งนัก จีเสวี่ยองค์หญิงใหญ่ผู้เพิ่งผ่านการฟินสลัดความเย็นสะท้านในถ้ำพราย คอยใช้พัดขนนกหงส์ขาวโบกพัดลมเย็นให้ผมฉุย ๆ รอยยิ้มละมุนส่งสายตาเย้ายวนแฝงความรักใคร่เสน่หาปานจะกลืนกิน
ส่วนไป๋หลิงจอมยุทธ์สาวและซูเหยียนเจ้าสำนักน้อยหอโอสถพากันนั่งชันเข่าบีบนวดต้นขาและแขนทั้งสองข้างของผมอย่างนุ่มนวลทะนุถนอมแผ่วเบาประหนึ่งกราบไหว้อัญเชิญปรนนิบัติองค์ราชา ซูเหยียนยังแอบชงชาสมุนไพรวิเศษผสมโสมพันปีบำรุงพละกำลังหยางและความถึกทนสู้ศึกเตียงนอนส่งให้ผมจิบแก้กระหายบ่อยครั้ง เฉินฮวายอดขุนพลหญิงแกร่งยืนถือพัดกระดาษคอยตรวจเช็คแผ่นจดบัญชีรายรับของรางวัลและทองคำมหาศาลที่พวกเราช่วยกันยึดปล้นมาจากคลังใต้ดินตระกูลหลี่อย่างยิ้มแย้มยินดีดวงตาหวานเยิ้มสะใจที่ขยี้ศัตรูได้ราบคาบไม่มีเหลือหรอสักราย
"สามีจ๋า... บัญชียึดทรัพย์ตระกูลหลี่มีมูลค่าทองแท่งและสมบัติวิเศษรวมแล้วกว่าห้าล้านตำลึงทองเลยนะจ๊ะ! แถมยังมีเหมืองแร่เหล็กกล้าวิเศษอีกสามแห่ง หอการค้าตระกูลลู่ของพวกเราบัดนี้กลายเป็นหอการค้าที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลที่สุดในแดนหลวงสวรรค์แล้วจ้ะ!" เหมยหลินเอ่ยรายงานพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ก้มหน้าหอมแก้มผมเบา ๆ หนึ่งทีชวนเสียวฟิน
"คิก ๆ... ของมันแน่อยู่แล้วจ้ะฮูหยินรักของสามี มีข้าเซียวเฉินคุมบารมีอยู่เบื้องหลัง ใครมันจะกล้าเบี้ยวเงินพวกเราล่ะโว้ย!" ผมเคี้ยวองุ่นหวานฉ่ำพูดหน้าระรื่นกวนประสาทขี้เล่นเย้าแหย่สาวงามจนโดนซูเหยียนจิกเนื้อเอวเบา ๆ
"แล้วเรื่องการเดินทางลงใต้ล่ะเจ้าค่ะสามี? ข้าได้ยินว่าทางใต้มีพวกสำนักนอกรีตและเจ้าสำนักผู้พิชิตดินแดนใต้แผ่อิทธิพลกว้างขวาง ทหารเกราะขาวของข้าอาจจะควบคุมลำบาก" จีเสวี่ยถามพลางก้มลงมาซบไหล่ผมอย่างออดอ้อนคลั่งรักใคร่เสน่หาในแผ่นอกอุ่น
"ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะจีเสวี่ยเมียรัก ยิ่งทางใต้มีคนเก่งและสาวงามเยอะยิ่งน่าสนุกโว้ยจ้ะ! พวกเราเตรียมจัดกระเป๋าและออกเดินทางพรุ่งนี้เช้าเลยโว้ย ข้าเบื่อประชุมสภาขุนนางแก่ ๆ ในเมืองหลวงเต็มทนแล้ว ไปหาที่พักร้อนแช่น้ำพุร้อนสวาทโบราณและขยายตลาดสบู่ น้ำหอมของพวกเราที่ดินแดนภาคใต้ดีกว่าจ้ะ!" ผมพูดอย่างอารมณ์ดีพลางดึงร่างระหงของจีเสวี่ยและเหมยหลินเข้ามาสวมกอดแนบอกกลมกึ่งกลางลานดอกท้อลมอุ่น
ผมแอบสั่งการดึงแขนหลิวเหมยหลินมากระซิบสั่งความลับที่ข้างหูนางอย่างกะล่อนพราวเสน่ห์ ให้คนงานในหอการค้าร้อยทรัพย์แอบต่อและดัดแปลงโครงสร้างรถม้าส่วนตัวขนาดยักษ์คันพิเศษขึ้นมาหนึ่งคัน สำหรับใช้เดินทางล่องใต้ไกลสามพันลี้โดยเฉพาะ ภายในเกี้ยวตัวรถม้าขนาดใหญ่แห่งนี้ ตกแต่งบุปัดด้วยปะการัง หยกทิพย์ และปูลาดด้วยฟูกหนานุ่มพิเศษขนสัตว์แกะหนากว่าสามชั้นที่นุ่มนิ่มยวบยาบราวปุยเมฆ มีตู้ไม้ประดับหรูแช่ขวดเหล้าองุ่นรสเลิศ น้ำชาสมุนไพร และที่สำคัญที่สุดคือการติดตั้งม่านขนสัตว์หนาพิเศษและฝาผนังไม้สองชั้นเก็บเสียงสะกดเสียงสวาทเล็ดลอด เพื่อสกัดกั้นปิดกั้นไม่ให้เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นและเสียงครางระเส่าสุดกระสันเวลาที่ผมจู่โจมขยี้รักทำการสยบเตียงนอนคู่รักกับพวกนางในระหว่างเดินทางข้ามป่าเขาข้ามเมืองหลวงดังออกไปภายนอกให้ทหารองครักษ์ขี่ม้าได้ยินจนเสียขบวนรบ!
ภรรยาทั้งห้าคนได้ยินคำอธิบายเจตจำนงสุดสัปดนลามกพราวเสน่ห์ของสามีต่างพากันค้อนควับหน้าแดงแปร๊ดลามไปถึงลำคอระหง พากันหัวเราะคิกคักด้วยความรักใคร่ขำขันปนยินยอมตามใจในความเอาแต่ใจขี้เกียจแต่คลั่งรักสุดชีวิตของสามีปราชญ์แมงดาหน้าระรื่นคนนี้ ยามเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แสงแดดอบอุ่นของรุ่งสางสาดแสงจับยอดเกลียวเมฆ ขบวนรถม้าประดับเกียรติยศสีทองคำหรูหราอลังการอันสง่างามค่อย ๆ เคลื่อนตัวควบพ้นผ่านออกจากแนวซุ้มประตูเมืองหลวงนครสวรรค์อย่างน่าเกรงขาม มุ่งหน้าลงทิศใต้เข้าสู่ผืนแผ่นดินป่าดงดิบมณฑลใต้อันกว้างขวางลึกลับ
เส้นทางขยายธุรกิจสายใหม่ สงครามค้าขายทำลายล้างคู่แข่ง และยุทธการศึกเตียงรักปราบพยศแม่นางเซียนจอมยุทธ์สาวงามผู้ถือวิถีไร้ใจคนใหม่รวมถึงธิดามังกรเพลิงแสนดุดันกำลังรอคอยพละกำลังเอวสะโพกเหล็กไหลอมตะอันแข็งแกร่งของปราชญ์แมงดาเทพเซียวเฉินให้ไปบุกทะลวงกระแทกขยี้รักสยบลมปราณสั่นสะเทือนปฐพีอยู่โว้ยจ้ะพี่น้อง! รอดูกันได้เลยจ้ะว่าภาคใต้แดนใต้อันยิ่งใหญ่จะร้อนระอุเดือดพล่านลุกเป็นไฟราคะเพราะลีลาแมงดาระเบิดทัพของข้ายังไงโว้ย! ลุยภาคใต้ต่อโว้ยจ้ะทุกคน!
(จบภาคเมืองหลวงสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ - โปรดติดตามบทต่อไป...)