"เ้าบอกว่า เ้ามาถึงที่นี่เมื่อตอนดวงอาทิตย์ขึ้นตรงพอดีสิ่นะ อืมม.. เราก็ถูกส่งมาตอนนั้นเหมือนกัน" ท่านจาร์เร็ต พูดขึ้น จากนั้นก็เอามือจับที่คาง พลางนึกคิด
"ใช่แล้วค่ะ.. ฉันโผล่ขึ้นมาจากน้ำในทะเลสาบนั้นล่ะค่ะ.. ฉันก็ไม่ได้สังเกตโดยตรงหรอกนะคะ.. แต่ฉันเห็นเงาของฉันมันสั้นนิดเดียว ฉันเลยเดาว่าน่าจะเป็เวลานั้น"
" อืมม.. " ท่านจาร์เร็ตก็ยังคงเอามือจับคางพลางนึกคิดต่อ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาเพื่อพูด
"เราไม่แปลกใจเลยที่เ้าเนื้อตัวเนียนนุ่มขนาดนี้.. และผมก็สลวยขนาดนี้ และกลิ่นหอมผ่อนคลายอ่อนๆที่อยู่บนผมของเ้านั่น.. " ท่านจาร์เร็ตก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่คลายสงสัย
"หืม... ท่าน.. แต๊ะอั๋งตัวฉันจนรู้ละเอียดขนาดนี้เลยเหรอคะ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก" ฉันพูดแล้วเอาแขนสองข้างขึ้นมาโอบตัวเองทันที
" ฮ่ะฮ่ะ.. "เห็นฉันทำแบบนั้นท่าจาร์เร็ตก็เลยขำออกมา จากนั้นก็เริ่มพูดต่อ
" แต่เ้าเข้าใจผิดอะไรบางอย่างนะ...ฮึฮึ" ท่านจาร์เร็ตพูดแล้วหันหน้ามามองหน้าฉัน จากนั้นก็ยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ
" หือ?.. อะไรงั้นหรอคะ..?"
"ก็เ้าน่ะ.. คิดว่าที่นี่เวลาจะเหมือนกับที่ที่เ้าเคยอยู่งั้นเหรอ?" ท่านจาร์เร็ตเอ่ยถามแล้วยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย
" อ่าา.. เอ่ออ.. ทะ.. ท่านจะบอกว่า ที่นี่ไม่ได้ดูเวลากันแบบนี้สินะ แล้วเขาดูกันแบบไหนล่ะคะ?" ฉันพูดตะกุกตะกักแล้วถามกลับด้วยความอยากรู้
"ก็แค่เฉพาะที่ป่าแห่งพระเ้าแห่งนี้และโลกเบื้องบนที่เหล่าทวยเทพอาศัย ถ้าโลกที่สูงขึ้นถัดไปอีกเวลาก็จะต่างขึ้นไปอีก"
" หา!.. ยังมีโลกที่สูงขึ้นไปอีกด้วยหรอคะ? " ฉันเบิกตากว้างแล้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
"แน่นอน.. ยังมีสิ่งที่เหนือกว่าเทพขึ้นไปอีกนะและที่อยู่สูงที่สุดก็คือพระผู้เป็เ้า " ท่านจาร์เร็ตพูดและมองหน้าฉันก่อนที่จะพูดขึ้นต่อ
" เหล่าผู้ที่อยู่สูงขึ้นไปจากเทพนั้น จะละจากโลกภายนอกจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกอีก ดังนั้นจะมีแต่ เทพผู้อยู่ล่างสุดจะได้รับหน้าที่เพื่อไปเป็ตัวแทนของพระผู้เป็เ้าคอยชี้นำเหล่าสรรพสิ่งที่พระผู้เป็เ้าทรงประสงค์ เหล่าเทพที่ทำหน้าที่ตามพระประสงค์ของพระองค์ได้เป็อย่างดี และสามารถยกระดับจิตใจจนถึงขั้นสูงสุดได้ ก็จะสามารถบรรลุถึงขั้นเทพสูงสุด จากนั้น พระผู้เป็เ้าก็จะส่งเทพเ่าั้ขึ้นไปสู่โลกที่อยู่สูงขึ้นไปอีก และจะไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับทางโลกภายนอกได้อีก " ท่านจาร์เร็ตพูดอธิบายให้ฉันฟังยาวเหยียด จนฉันตาค้างไปครู่หนึ่ง
" ฉัน.. เข้าใจแล้วค่ะ.. เอ่อ.. แล้วสรุปดูเวลากันยังไงหรอคะ?" ฉันพยักหน้ารับรู้ และถามต่อเื่ที่ค้างไว้เมื่อกี้
" ก็ กลางวันหนึ่งปี และ กลางคืนหนึ่งปี" ท่านจาร์เร็ตยิ้มตาหยีตอบกลับมา
" ห๋าาาา..นานขนาดนั้นเลยเนี้ยนะ! " ฉันร้องขึ้นเสียงดังด้วยความใจากนั้นก็ทำหน้าแหยๆออกมา
" จนตอนนี้ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้วล่ะ.. ฮ่าฮ่า"
"เฮอ เฮอ..เห้ออ.. " ฉัน ทำหน้าแหยอีกครั้ง และหันกลับไปมองที่ทะเลสาบที่เห็นอยู่ลิบๆ
เห้อ.. รู้แจ้งหลายเื่เลยเรา.. จากนี้คงจะได้รู้อะไรอีกเยอะเลยสินะ เฮอ เฮอ.. เอ๋.. เหมือนฉันลืมถามอะไรไปอีกอย่างเลยแหะ
" ฉันขอถามอีกเื่ได้ไหมคะ ท่านจาร์เร็ต คือ.. ที่ท่านบอกว่า ไม่แปลกใจที่ฉันมีผิวและผมแบบนี้น่ะ ท่านหมายถึงอะไรกันคะ" ฉันก็ถามขึ้นอีกครั้งด้วยความคาใจ
"ก็ ตามบันทึกแห่ง วิหารแห่งความรู้ที่เราได้อ่านมา ที่ป่าแห่งพระเ้านั้น จะมีทะเลสาบน้ำอมฤตแห่งความผ่อนคลาย ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้เป็ทะเลสาบอันกว้างใหญ่ และน้ำในทะเลสาบจะมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆอยู่" ท่านจาร์เร็ตเริ่มเล่าพร้อมกับเอามือขึ้นมาท้าวคาง
เอิ่ม….ท่านเทพผู้นี้ช่างเหมือนกับสตรีเสียจริงหนอ
" นี้เ้าฟังเราอยู่ไหม หือ..? " ท่านจาร์เร็ตเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าฉัน กำลังขำระริกระรี้ เหมือนไม่ได้ฟัง
" แหะๆ ฟังอยู่ค่ะ เล่าต่อเลยค่ะ "
"สรรพคุณของน้ำอมฤต ก็จะมี ผ่อนคลาย หายจากอาการเ็ป ผิวพรรณเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ ยิ่งดื่มก็จะยิ่งมีผลเร็ว "
ท่านจาร์เร็ตที่กำลังพูดถึงสรรพคุณของน้ำให้ฟังอยู่นั้นก็หันหน้ามาเอาสายตาไล่มองมาที่แขนของฉัน
" อ่ะฮ่ะฮ่ะ เอ่อ.. ฉะ.. ฉันดื่มไปเยอะเลยล่ะค่ะ ก็ตอนนั้นฉันจมน้ำอยู่ พอขึ้นมาได้คอมันดันแห้งพอดี ไม่มีทางเลือก..เลยเอาน้ำทะเลสาบขึ้นมาดื่ม ประทังชีวิตค่ะ แหะๆ และน้ำรสชาติอร่อยมากๆเลยค่ะ ฮ่ะฮ่ะ" ฉันขำแห้งๆออกมาและพูดขึ้นเมื่อนึกได้ บวกกับสายตาที่กำลังจ้องมองมามันช่างน่าอายเสียนี่กะไร
ฉันไม่ใช่แค่ดื่มนะ อาบเลยด้วยซ้ำ!
“อืม เ้า เอ่อ.. เราอธิบายต่อนะ คือ คุณสมบัติพิเศษของน้ำอมฤต ก็คือ ต้านทานความเหนื่อยล้า ฟื้นฟูขั้นสูง เพิ่มศักยภาพทางร่างกาย และ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย.. เราว่าเ้า คงจะดื่มไปเยอะสิ่นะ หือ?” ท่านจาร์เร็ตก็พูดตะกุกตะกักนิดนึง จากนั้นก็อธิบายต่อแล้วหันหน้ามามองฉันและเอียงคอถามด้วยสีหน้ากวนๆ
" แหะๆ..คือฉันทั้งอาบทั้งดื่มนั้นล่ะค่ะ ฮ่ะฮ่ะ และที่สำคัญ ฉันจมอยู่ในน้ำอมฤตนี้ตั้งนานเลยนะคะ..แหะๆ" ฉันขำแห้งและพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มแหยๆ
" ก็ว่าเ้าทำไมผิดมนุษย์มนา... ที่แท้ก็.. ฮะๆช่างเถอะๆ เอาเป็ว่า ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้วล่ะ" ท่านจาร์เร็ต พูดและขำออกมาจากนั้นก็ส่ายหัวเบาๆ
" อือ.. ฮ่าฮ่า.. นั้นสิ่นะคะ " จากนั้นฉันก็หัวเราะตามเขาแล้วเอามือตบเข่าตัวเองเบาๆหนึ่งฉาด
"แต่ฉันก็อยากจะรู้อะไรอีกหลายอย่างเกี่ยวกับที่นี่อีกนะคะ คือ.. ท่านจะเล่าให้ฉันฟังอีกได้ไหมคะ" หลังจากที่ขำฉันก็พูดขึ้นแล้วทำหน้าตาอ้อนวอนไปทางท่านจาร์เร็ต
"หืมมม..ฮ่าฮ่าได้สิ่ เ้าอยากรู้อะไรบ้างล่ะ" ท่านจาร์เร็ตเห็นฉันทำหน้าก็ขำออกมา จากนั้นก็ถามฉันกลับ ด้วยรอยยิ้มประจำตัว
" เอ่อ... ทุกเื่เลยค่ะ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิต ที่พระเ้าทรงปรารถนาให้อยู่ที่นี่ เหมือนกับฉันและท่าน..อ๋าา นี้ท่านเอาอีกแล้วนะคะ " ฉันพูดด้วยความอยากรู้ก่อนที่จะต้องอุทานออกมาเมื่อเห็นว่าเขาเอามือมาจับมือฉัน
รอบนี้ฉันค่อนข้างเขินเลยนะ ไม่ใช่แค่จับแต่ถึงกับเอานิ้วมาประสานกันแบบนี้ คือ..
" ก็เราอยากจับ เ้านี้หวงตัวจังเลยน้า~ อ๋อลืมไปเ้าไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน งั้น ก็จงมีซะเถอะนะ ฮ่าฮ่า" พูดจบเขาก็กำมือฉันไว้แน่น เพื่อไม่ให้ฉันดึงมือออก
"อะ.. เอ่อ.. คือ.." ฉันพูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งเขินอาย ยอมให้เค้าจับมืออยู่แบบนั้น
"หืม.. นี่เ้าเขินขนาดนี้เลยรึนี่.. หน้าเ้ามันแดงมากเลยนะ " เขาพูดจาหยอกล้อฉันด้วยท่าทางอารมณ์ดี
" เห้ออ.. " ฉันไม่พูดอะไรได้แต่ถอนหายใจแล้วหันหน้าไปทางอื่น
ตาบักเทพผู้นี้ หนิ คิดจะจับก็จับ ไม่แคร์ความรู้สึกว่าฉันจะหัวใจวายตายเลยชิมิ
ตอนนี้ฉันไม่กล้าพูดอะไรออกมาเลยได้แต่ก้มหน้าก้มตา ด้วยใบหน้าร้อนที่ฉ่า ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
"ดูเ้าสิ่... ฮ่าฮ่า.. ไหนว่ามีอะไรจะถามเราอีก ไม่ใช่รึ.. เ้าอยากรู้อะไรบ้างล่ะ หื้อ?"
หลังจากเห็นฉันมีท่าทางแบบนั้นแล้ว ท่านจาร์เร็ต ก็ขำออกมา ก่อนจะพูดขึ้นแล้วถามในสิ่งที่ฉันอยากรู้
"เอ้อ... ลืมไปเลยค่ะ ฮ่าฮ่า.. ฉันอยากรู้ในสิ่งที่ท่านรู้เกี่ยวกับที่นี่น่ะค่ะ ว่า ที่นีีมีอะไรบ้าง แล้วมีสิ่งมีชีวิตอื่นใดที่นอกเหนือจากท่านและฉัน ที่พระเ้าทรงปรารถนาให้อยู่ในที่แห่งนี้น่ะค่ะ" พอได้ยินแบบนั้นฉันก็นึกขึ้นได้ จู่ๆความเขินอายก็หายไปจนหมด ส่วนต่อมความอยากรู้ก็ขึ้นมาทำงานแทนที่ทันที
" เห.. นี้เ้า... เอ่อ ช่างเถอะ ฮ่ะๆ" เขาเห็นฉันแบบนั้น ก็เลยทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะขำออกมา
" อะไรของท่านอีกล่ะคะ.. เล่าสักทีเถอะค่า อยากรู้จะแย่แล้ว"
"อืมอืม.. ก็จากที่บันทึก แห่งวิหารแห่งความรู้ซึ่งมีแต่เทพที่บรรลุถึงขั้นสูงสุดเท่านั้นที่จะได้อ่านและเรียนรู้ จากบันทึกฉบับนี้" เขาเริ่มเล่าด้วยสีหน้าจริงจังและหันมามองหน้าฉันในระหว่างที่กำลังเล่า
" หืม..? นี่ท่านบรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้วหรือคะ? งั้นก็แสดงว่าท่านนั้น ก็กำลังจะขึ้นไปสู่มิติที่สูงกว่าแล้วสิ่นะคะ" เขากำลังจะเล่าต่อแต่ฉันดันแทรกขึ้นมาซะก่อน
" อืม.. ใช่แล้ว เทพที่บรรลุถึงระดับขั้นเทพสูงสุด ก็มีด้วยกัน 4ตน มี เทพแห่งการสรรค์สร้างและจินตนาการ กับ เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และความสุข เทพแห่งความรู้และความฝันใฝ่ ต่อมาก็ เรา เทพแห่งความอ่อนโยน ความรัก ความเมตตา และจิตใจ ซึ่ง เขาเ่าั้นอกจากเราได้ขึ้นไปสู่อีกมิติเป็ที่เรียบร้อยแล้ว"
" แล้วทำไมท่านไม่ได้ขึ้นไปด้วยล่ะคะ? "ฉันถามกลับและขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
" พระผู้เป็เ้าทรงเห็นว่าเรานั้น ขาดอะไรไปบางอย่าง จึงยังไม่ส่งเราไปและทรงมอบหน้าที่ผู้เป็ตัวแทนแห่งพระผู้เป็เ้าแก่เราจากนั้นก็ส่งเรามายังที่แห่งนี้ " ท่านเทพก็ตอบกลับมาและส่งยิ้มบางๆมาให้ก่อนจะพูดต่อ
"ในตอนแรกเราก็ยังไม่เข้าใจ แต่พอถูกส่งมายังที่แห่งนี้เราก็รู้ได้ทันทีว่าที่นี่คือป่าแห่งพระผู้เป็เ้า ซึ่งเราก็อยากมาััด้วยตัวเราเองหลังจากที่ได้อ่านบันทึกฉบับนั้น และเรายินดีมากที่ได้มายังที่แห่งนี้" ท่านจาร์เร็ตก็กล่าวอธิบายยาวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
"ท่านถูกส่งมายังที่แห่งเพราะว่าท่านขาดอะไรบางอย่างไป สินะคะ? "
" ไม่ใช่แค่นั้น แต่เพื่อมาทำหน้าที่ตัวแทนแห่งพระผู้เป็เ้าเพื่อคอยชี้นำให้กับเ้าด้วย ซึ่งเรายินดีที่ได้ทำ เพราะฉะนั้นเลิกสงสัยได้แล้ว จะให้เราเล่าความจากบันทึกต่อไหม หื้อ? " พอพูดจบท่านเทพก็ยักคิ้วขึ้นเล็กน้อยและหันมาถามฉัน
" อ่อ... ขออภัยด้วยค่ะ พอดี ต่อมอยากรู้มันทำงานมากไปหน่อย ฮ่าฮ่า" พอได้ยินแบบนั้นฉันก็พูดขอโทษก่อนจะขำออกมาพร้อมกับเอามืออีกข้างขึ้นมาเกาแก้มเบาๆ
" บันทึกฉบับนี้ กล่าวไว้ว่า ณ ป่าแห่งพระเ้าแห่งนี้จะมีสรรพสิ่งที่ไม่มีในที่ใดๆ แม้แต่ที่ๆเหล่าทวยเทพอาศัย ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ ใบหญ้า และที่แห่งนี้นั้นกว้างใหญ่ไพรศาล สิ่งที่พิเศษซึ่งหาสิ่งใดเปรียบมิได้ ก็จะมีอยู่ ณ ป่าแห่งนี้" ท่านจาร์เร็ตเล่าขึ้นต่อพลางมองหน้าฉันไปด้วยพร้อมกับยิ้มให้
" อืมๆ" ฉันก็พยักหน้าเบาๆตามคำเล่าของเขา
" สิ่งนั้นก็คือ ทะเลสาบแห่งความผ่อนคลาย ถึง ที่ที่เหล่าทวยเทพจะมี แต่ทะเลสาบในที่แห่งนี้พิเศษและมีศักยภาพมากกว่า"
" อืมๆ"
" และอย่างที่สองก็คือ ูเาน้ำตกแห่งสรวง์ชั้นสูงสุด แน่นอนไม่มีผู้ใดได้เห็นอยู่แล้ว ต่อมาก็ บ่อน้ำพุร้อนแห่งชีวิต ซึ่งน้ำในบ่อมีคุณสมบัติที่พิเศษสุดๆ ก็คือ ฟื้นคืนชีพสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวลให้ฟื้นตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันเป็นิรันดร์"
" โห! สุดยอด! คืนชีพได้ทุกสภาพเลยใช่ไหมคะ?! " ฉันร้องถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ยินเื่นั้น
" ใช่แล้ว พอฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแบบไหน ก็ฟื้นฟูสภาพได้ภายในพริบตาเดียว ก็กลับมาเป็แบบเดิม อาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ฮ่ะฮ่ะ "
"แล้วบ่อน้ำพุร้อนแห่งชีวิตนี้ อยู่ตรงส่วนไหนของป่าแห่งพระเ้าล่ะคะ?" ฉันเอ่ยถามแล้วหันหน้าไปทางหน้าผา และสอดส่องสายตาหันหน้าซ้าย ขวา เพื่อดูตำแหน่ง
" เราก็ไม่รู้ ฮ่ะฮ่ะ ในบันทึกไม่ได้กล่าวละเอียดขนาดนั้น บอกแค่มีลักษณะอย่างไร และอยู่ในที่แบบไหนแค่นั้นเอง" เขาส่ายหัวเบาๆแล้วขำจากนั้นก็ยิ้มและกล่าวอธิบาย
" โหย.. อดเห็นน่ะสิ่แบบนี้ กว้างขนาดนี้จะไปเจอได้อย่างไรกัน"
" ฮ่าฮ่า เอาน่าา เ้าจะอยู่ที่นี่อีกนาน เดี๋ยวสักวันก็เจอเอง" เขาพูดปลอบใจฉันแล้วเอามืออีกข้างขึ้นมาลูบหัวฉัน
"เอ่อ นี่ท่านเอามือออกจากหัวฉันเถอะนะคะ "ฉันพูดแล้วยักคิ้วขึ้นมองบน
" ฮ่ะฮ่ะ ทีเ้าลูบหัวเรา เรายังไม่ว่าเลยนะ ทั้งลูบทั้งซุกไซร้ เรายังเฉยๆเลย ฮ่าฮ่า"
" ก็ตอนนั้นท่านเป็ปลานี่คะ เห้อ.. ช่างเถอะค่ะ" ฉันพูดแล้วถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้